<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คนไทยยังรวย ขนส่งฯเปิดตัวเลขรถใหม่ป้ายแดงจะทะเบียน 6 เดือนแรก ทะลุ 1.6 ล้านคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.62-นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยถึงสถิติรถจดทะเบียนใหม่ทั่วประเทศเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของเดือนมกราคม &amp;ndash; มิถุนายน 2562 พบว่ามีผู้นำรถใหม่ป้ายแดงมาดำเนินการจดทะเบียน รวมทั้งสิ้น 1,615,524 คัน ใกล้เคียงกับสถิติในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 แบ่งเป็นการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ดังนี้ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน มีสถิติการจดทะเบียน จำนวน 405,203 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8%ใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล มีสถิติการจดทะเบียน จำนวน 149,985 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน6%ส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน มีสถิติการจดทะเบียน จำนวน 8,573 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1%ส่วนรถจักรยานยนต์ที่มีสถิติการจดทะเบียนสูงสุดในครึ่งปีแรกของปี 2562 จำนวน 971,761 คันนั้น พบว่าลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ในส่วนของการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ประกอบด้วย รถโดยสารมียอดจดทะเบียน จำนวน 5,798 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 6% ส่วนรถบรรทุกมียอดจดทะเบียน จำนวน 33,885 คัน ลดลงจากปีก่อน3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากจำนวนการจดทะเบียนรถใหม่ป้ายแดงช่วง 6 เดือนแรก ส่งผลให้จำนวนรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 40,190,328 คัน โดยรถจักรยานยนต์มีจำนวนสูงสุด 21,051,977คัน รองลงมาคือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จำนวน 9,713,980 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล จำนวน 6,707,781 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน จำนวน 422,741 คัน ส่วนรถโดยสารมีจำนวน 163,983 คัน และรถบรรทุกจำนวน 1,135,534 คัน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันการจดทะเบียนรถใหม่มีความสะดวกใช้ระยะเวลาภายใน 1 วัน โดยเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ประกอบด้วย บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ หนังสือแจ้งจำหน่ายจากบริษัทผู้ผลิต หลักฐานการได้มาของรถ ได้แก่ สัญญาเช่าซื้อ ใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี หรือหนังสือรับรองการเช่าซื้อ เป็นต้น หลักฐานการประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 แบบคำขอจดทะเบียนรถ กรณีที่มอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ และนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อความถูกต้อง เพื่อประโยชน์แก่เจ้าของรถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการขนส่งทางบกจึงขอความร่วมมือผู้จำหน่ายรถอำนวยความสะดวกในการเตรียมเอกสารดำเนินการจดทะเบียนรถ รวมถึงให้คำแนะนำแก่ผู้ซื้อรถเกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้ป้ายแดงได้เป็นการชั่วคราวไม่เกิน 30 วัน นับจากวันรับรถ ระหว่างรอการจดทะเบียนรถเท่านั้น โดยต้องใช้ควบคู่กับสมุดคู่มือประจำรถที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก และผู้จำหน่ายรถต้องระบุวันที่ผู้ซื้อรับรถให้ชัดเจนเพื่อเป็นหลักฐานตรวจสอบการใช้ป้ายแดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากพบผู้ฝ่าฝืนใช้รถป้ายแดงเกินระยะเวลาที่กำหนด มีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 6 ฐานใช้รถที่ยังไม่จดทะเบียน มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จึงขอให้เจ้าของรถดำเนินการจดทะเบียนรถใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไม่ต้องใช้รถป้ายแดงซึ่งอาจเป็นปัญหาในการติดตามตรวจสอบกรณีรถสูญหาย และเพื่อความสะดวกปลอดภัยในการใช้งานต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41096</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดทะเบียน, จันทิรา บุรุษพัฒน์, รถป้ายแดง, สถิติรถจดทะเบียนใหม่ทั่วประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2d36827a018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศรราม’เผยภาพ’ศรรามจูเนียร์’หลังควง’ติ๊ก’จดทะเบียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่ หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ ไลฟ์สดผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ขณะกำลังเข้าพิธีวิวาห์แบบเรียบง่าย กับแฟนสาว ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ หรือ หรือ กนิษฐ์รินทร์ พัชรภักดีโชติ ไปเมื่อช่วงบ่าย จากนั้นเจ้าบ่าวป้ายแดงก็ได้โพสต์อินสตาแกรมแบบรัวๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีภาพขณะก้มกราบ ท่านมุ้ย-หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล และหม่อมกมลา ยุคล &amp;nbsp;พร้อมระบุข้อความว่า &amp;ldquo;กราบขอบพระคุณหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล และหม่อมกมลา ที่เมตตาประทานน้ำสังข์ให้กับผมและน้องติ๊ก สำหรับผู้ใหญ่ที่เคารพ ผมกับน้องติ้กจะขออนุญาตเข้าไปกราบขอพรตามลำดับต่อไปครับผม กราบขอบพระคุณครับผม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังโพสต์รูปขณะจดทะเบียนสมรส พร้อมระบุข้อความว่า &amp;ldquo;ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวเทพพิทักษ์นะครับ นางกนิษฐรินทร์ เทพพิทักษ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดยังได้โพสต์วีดีโอเป็นภาพลูกน้อยในท้องภรรยาสาว ที่ไปอัลตราซาวด์ที่โรงพยาบาล พร้อมกับระบุข้อความว่า &amp;ldquo;กราบขอบพระคุณสำหรับคำอวยพร กำลังใจ ความรักความเมตตาของทุกๆท่านนะครับผม ด้วยความรักและเคารพครับผม &amp;nbsp;#St.Jr#ศรรามจูเนียร์#nt22 &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ก็มีการโพสต์รูปในอินสตาแกรมเช่นกัน เป็นภาพคู่กับ หนุ่มศรราม พร้อมระบุว่า &amp;ldquo;ขอบคุณแม่มยุรี และขอขอบคุณครอบครัวเทพพิทักษ์ ที่ให้โอกาสหนูเข้ามาเป็นครอบเดียวกันนะคะ ขอบคุณพ่อบุญเลิศ หนูรักพ่อนะคะ โชคดีที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อ พ่อสอนลูกจดจำ และทำตาม ขอบคุณพี่หนุ่ม ที่รัก และเมตตาหนูนะคะ ขอบคุณ ทุกกำลังใจจากทุกคนนะคะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังโพสต์ภาพขณะที่ เอก-สรพงษ์ ชาตรี และ ดวงเดือน จิไธสงค์ กำลังอวยพรบ่าวสาว พร้อมระบุข้อความว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;กราบขอบพระคุณ อาเอก กับ อาเดือน นะคะ ที่ร่วมอวยพรให้หนู คำสอนของอาเอก กับ อาเดือนในวันนี้ หนูจะจดจำทำตามทุกคำสอน ของอาเอก และ อาเดือน นะคะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในวันพรุ่งนี้ ทางหนุ่ม ศรราม &amp;nbsp;จะไปร่วมแสดงความยินดีกับ ดร.ลิเดีย-ปริยันก้า ตั้งภาวนาสกุล ในงานเปิดตัวบริษัท GF GROUP GRAND OPENING ณ อิมแพค เมืองทองธานี โดยคนใกล้ชิดพระเอกคนดังยืนยันว่าเจ้าตัวยินดีที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่ขออนุญาตไม่พูดถึงเรื่องเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินตาแกรม @sornram_theappitak @tikbigbrother22&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18140</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดทะเบียน, ตั้งท้อง, ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์, ท่านมุ้ย, ศรรามจูเนียร์, หนุ่ม ศรราม, เทพพิทักษ์, เอก สรพงษ์, แต่งงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba4f99e17b3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯ แนะตรวจสอบตัวถัง-เอกสารก่อนซื้อรถมือสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯแนะประชาชนก่อนซื้อขายรถ ควรตรวจสอบตัวรถและเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับตัวรถอย่างละเอียด อย่าหลงเชื่อซื้อขายรถราคาถูกเกินจริง &amp;nbsp;ย้ำตรวจสอบความถูกต้องกับกรมฯก่อนซื้อรถมือสองทุกครั้ง &amp;nbsp;ป้องกันการตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ
&amp;nbsp;
18 มิ.ย. 61 - นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อขายรถมือสองทั้งการซื้อต่อจากบุคคลหรือเต้นท์รถมือสอง ควรดำเนินการโอนทางทะเบียนด้วยตนเอง พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน ซึ่งกรมการขนส่งทางบกมีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องทั้งด้านเอกสารและตัวรถอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ก่อนการตกลงซื้อขายให้ตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับตัวรถโดยละเอียด เช่น สภาพรถต้องตรงตามที่ระบุในคู่มือจดทะเบียน หากมีการแก้ไขดัดแปลงสภาพรถต้องมีเอกสารหลักฐานระบุชัดเจน หรือขอหลักฐานเกี่ยวกับตัวรถจากเจ้าของรถหรือผู้ขายมาตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงานขนส่งสาขา หรือนำรถเข้าตรวจสอบความถูกต้อง ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงานขนส่งสาขาที่รถนั้นจดทะเบียนไว้ หากผลการตรวจสอบถูกต้องจึงค่อยดำเนินการซื้อขายรถต่อไป
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามหากตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารหลักฐานหรือตัวรถไม่ถูกต้องจะไม่สามารถดำเนินการทางทะเบียนได้ในทุกกรณี เพื่อความปลอดภัยและป้องกันปัญหากลุ่มมิจฉาชีพนำรถผิดกฎหมายมาหลอกขาย ซึ่งอาจเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมา หรือนำไปก่ออาชญากรรมหรือพัวพันกับคดียาเสพติด รวมทั้งเกี่ยวข้องกับคดีผิดกฎหมายทุกประเภท ซึ่งจะเกิดผลกระทบกับผู้ซื้อในภายหลัง และไม่ควรซื้อขายรถด้วยวิธีการโอนลอย โดยเซ็นเอกสารไว้แล้วมาดำเนินการในภายหลัง อาจก่อปัญหาให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เช่น กรณีผู้ซื้อไม่ดำเนินการชำระภาษีรถประจำปี รถเกิดอุบัติเหตุ หรือนำรถไปกระทำผิดกฎหมาย ยังคงปรากฏชื่อเจ้าของรถรายเดิมในระบบทะเบียน ทำให้เจ้าของรถรายเดิมต้องมีส่วนรับผิดชอบในปัญหาที่เกิดขึ้น ในทางกลับกันการไม่ดำเนินการโอนทางทะเบียน ผู้ซื้อก็ไม่อาจตรวจสอบความถูกต้องของรถได้โดยสมบูรณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11579</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, ขนส่ง, จดทะเบียน, ซื้อรถ, รถมือสอง, สนิท พรหมวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180408/image_big_5ac9b073306b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอสถสภา&#039;จ่อเข้าตลาดหุ้นเตรียมยื่นขายไอพีโอ 603.75 ล้านหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอสถสภา พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลท. ยื่นขายไอพีโอ 603.75 ล้านหุ้น หวังเงินระดมทุนขยายธุรกิจในและตปท.-คืนเงินกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก บมจ.โอสถสภา เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวนไม่เกิน 603.75 ล้านหุ้น และพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยมีวัตถุประสงค์นำเงินระดมทุนใช้เป็นเงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาปรับปรุงการผลิต การจัดจำหน่ายสินค้า ประสิทธิภาพสินค้า และการดำเนินธุรกิจภายในของบริษัท ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หุ้นไอพีโอที่เสนอขาย 603.75 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 20.10% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร และ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 3,003.75 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 3,003.75 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และมีทุนชำระแล้ว 2,497 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญ 2,497 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ภายหลังเสนอขายไอพีโอ บริษัทจะมีทุนชำระแล้วคิดเป็น 3,003.75 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ประกอบด้วย นายนิติ โอสถานุเคราะห์ ถือหุ้น 624.25 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ภายหลังจากเสนอขายไอพีโอแล้ว จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 20.78%, โอริซอน ลิมิเต็ด ถือหุ้น 604.14 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.19% จะลดการถือหุ้นลงเหลือ 537.14 ล้านหุ้น คิดเป็น 17.88%, นายเพชร โอสถานุเคราะห์ ถือหุ้น 149.73 ล้านหุ้น คิดเป็น 6% จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 4.98% โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัทหลังหักทุนสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโอสถสภา ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และธุรกิจให้บริการผลิตสินค้า บรรจุภัณฑ์ และจัดจำหน่ายสินค้า ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 125 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7403</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ขายหุ้น, จดทะเบียน, ตลาดหลักทรัพย์, เพชร โอสถานุเคราะห์, โอสถสภา, ไอพีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad7f379741bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขึ้นทะเบียนส้มบางมด-ลิ้นจี่บางขุนเทียน -ละมุดบ้านใหม่ เป็นสินค้าจีไอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) อีก 3 รายการ ส้มบางมด ลิ้นจี่บางขุนเทียน และละมุดบ้านใหม่ ทำให้ไทยมีสินค้าจีไอแล้ว 87 รายการ จาก 59 จังหวัด เดินหน้าเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ คุมเข้มมาตรฐานสินค้า และผลักดันจดทะเบียนในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.61- นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) เพิ่มเติมอีก 3 รายการ ได้แก่ ส้มบางมด และลิ้นจี่บางขุนเทียน ของกรุงเทพมหานคร และละมุดบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอแล้ว 87 รายการ จาก 59 จังหวัด กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอ 15 จังหวัด จำนวน 23 สินค้า และเหลือ 3 จังหวัดที่ยังไม่มีการยื่นคำขอสินค้าจีไอ โดยกรมฯ จะเร่งเข้าไปผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอและทำให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศมีสินค้าจีไอต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2561 กรมฯ ได้ขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอไปแล้ว 7 รายการ และอยู่ระหว่างประกาศโฆษณาอีก 7 รายการ ได้แก่ ทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์ ทุเรียนหลินลับแลอุตรดิตถ์ สังคโลกสุโขทัย กล้วยตากบางกระทุ่มพิษณุโลก มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว เสื่อจันทบูร และกระท้อนตะลุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรม ได้เตรียมผลักดันให้สินค้าจีไอพัฒนาไปสู่ตลาดและผู้บริโภคที่แพร่หลาย โดยจะเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ และจะผลักดันให้สินค้าจีไอเป็นสินค้าที่มีมูลค่าทางการตลาดมากกว่าการเป็นสินค้าที่ขึ้นทะเบียนเพื่อการอนุรักษ์ จะมีการจัดทำระบบควบคุมสินค้าจีไอให้เข้มข้น เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า และการยื่นจดทะเบียนคุ้มครองในต่างประเทศเพิ่มเติม โดยเฉพาะตลาดขนาดใหญ่อย่างจีน สหภาพยุโรป (อียู) และอินเดีย &amp;quot;นายทศพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4885</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, จดทะเบียน, มาตรฐาน, ละมุดบ้านใหม่, ลิ้นจี่บางขุนเทียน, สินค้า, สินค้าจีไอ, ส้มบางมด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7931172093.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2018 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนมิจฉาชีพสวมรอยนำบัตรประชาชนตั้งบริษัท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พาณิชย์ เตือนประชาชน ระวังถูกมิจฉาชีพสวมรอยนำบัตรประชาชน ไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยไม่รู้ตัว &amp;nbsp;สั่งกำชับนายทะเบียนให้เพิ่มความรอบคอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชนย์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กรมขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังการถูกนำบัตรประจำตัวประชาชน และข้อมูลในบัตรไปสวมรอยจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลโดยไม่รู้ตัว หรือนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย หลังจากมีผู้ร้องเรียนว่าไม่เคยจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล แต่มีชื่อเป็นกรรมการของบริษัทจำกัด ซึ่ง กรมฯ ได้กำชับนายทะเบียนที่พิจารณาการจดทะเบียนนิติบุคคลให้ตรวจสอบเอกสาร การยื่นขอจดทะเบียนด้วยความรอบคอบ หากเกิดข้อสงสัยให้เชิญกรรมการผู้ขอจดทะเบียนมายืนยันตัวตนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเตือนประชาชนในการนำบัตรประจำตัวประชาชนและข้อมูลในบัตรมอบให้แก่ผู้อื่น เพื่อนำไปใช้ในกิจธุระต่างๆ ให้มีความระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการแทนสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็ต้องทราบเหตุผลของการนำบัตรไปใช้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและได้รับความเดือดร้อนได้ในภายหลัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนสงสัยหรือกังวลว่าจะถูกหลอก ในการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล โดยมีกลุ่มบุคคลหรือนายหน้ามาขอบัตรประจำตัวประชาชน หรือข้อมูลบัตรไป หรือได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าว ให้รีบติดต่อกรมฯ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกแห่งโดยด่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3760</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดทะเบียน, บัตรประชาชน, มิจฉาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8ffd6335f5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
