<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริษัทตั้งใหม่ก.พ.64เพิ่มขึ้น13%ธุรกิจปลูกข้าวเจ้ามาแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.2564 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า สถิติการจดทะเบียนนิติบุคคลเดือนก.พ.2564 มีจำนวน 7,265 ราย เมื่อเทียบกับเดือนม.ค.2564 ลดลง 0.3% เทียบกับก.พ.2563 เพิ่มขึ้น 13% มีทุนจดทะเบียน 19,717.90 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจปลูกข้าวเจ้า ซึ่งเป็นธุรกิจที่ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 3 หลังจากที่ไม่เคยติดอันดับมาก่อนหน้านี้ เป็นเพราะการสนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชนหันมาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยอดรวมบริษัทตั้งใหม่ 2 เดือนปี 2564 (ม.ค.-ก.พ.) มีจำนวน 14,548 ราย เพิ่มขึ้น 9% มีทุนจดทะเบียน 50,648.04 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่สูงเกิน 7,000 ราย 2 เดือนติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของการทำธุรกิจ เพราะคนมั่นใจเศรษฐกิจที่ขยายตัวดีขึ้น มั่นใจในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเริ่มมีการฉีดวัคซีน และยังมาตรสนับสนุนของรัฐบาลที่ให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอี รวมทั้งจะมีการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยว ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวฟื้นตัว&amp;rdquo;นายทศพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบริษัทเลิกกิจการในเดือนก.พ.2564 มีจำนวน 583 ราย เทียบกับม.ค.2564 ลดลง 47% เทียบกับก.พ.2563 ลดลง 28% มีทุนจดทะเบียนเลิก 6,366.74 ล้านบาท โดยธุรกิจ 3 อันดับที่เลิกมาก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร ส่วนยอดรวมเลิกกิจการ 2 เดือนปี 2564 มีจำนวน 1,688 ราย ลดลง 24% มีทุนจดทะเบียนเลิก 14,277.28 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กล่าวว่า แนวโน้มการจดทะเบียนในเดือนมี.ค.2564 จะยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง เพราะคนเริ่มมั่นใจในการลงทุนทำธุรกิจ คาดว่ายอดรวมจดทะเบียนตั้งใหม่ไตรมาสแรก จะอยู่ที่ระดับ 19,000-20,000 ราย ส่วนไตรมาสที่ 2 ก็จะยังดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และยอดรวมทั้งปี จะยังเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ที่ 64,000-65,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ล่าสุด ณ วันที่ 28 ก.พ.2564 มีธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 781,829 ราย มูลค่าทุน 19.26 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 190,849 ราย คิดเป็น 24.41% บริษัทจำกัด จำนวน 589,969 ราย คิดเป็น 75.43% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,284 ราย คิดเป็น 0.16%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97778</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, จดทะเบียนนิติบุคคล, ทศพล ทังสุบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603754a443173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง! พบเอสเอ็มอีเมินจดทะเบียนนิติบุคคลพรึ๊บอ้างหลอนถูกเรียกเก็บ-สอบภาษี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อึ้ง! พบเอสเอ็มอีไทยเมินจดทะเบียนนิติบุคคลสูงถึง 1.75 ล้านราย อ้างหลอนถูกเรียกเก็บ-ตรวจสอบภาษี ไม่มีเวลาไปจดทะเบียน ยุ่งยาก และได้รับข้อมูลที่ผิด พร้อมอ้อนรัฐบาลเร่งออกมาตรการปรับทัศนคติผู้ประกอบการรายเล็ก ขยายเวลานิรโทษกรรมตรวจภาษีย้อนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความคุ้มค่าของการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลว่า ปัจจุบันมีธุรกิจเอสเอ็มอีจดทะเบียนนิติบุคคลเพียง 7-8 แสนราย ซึ่งถือว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับเอสเอ็มอีทั้งหมดทั่วประเทศ 2.5 ล้านราย เพราะส่วนใหญ่อีก 1.75 ล้านราย หรือคิดเป็น 70% ยังไม่ยอมจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เนื่องจากความช่วยเหลือจากภาครัฐผ่านมาตรการต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 5 ปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการปฏิเสธไม่ยอมจดทะเบียนนิติบุคคล มาจากการกลัวเรื่องการถูกเก็บภาษีถึง 43% &amp;nbsp;รองลงมาเป็นไม่มีเวลาไปจดทะเบียน 40.5% &amp;nbsp;ได้รับการบอกเล่าที่ไม่ดีจากการจดทะเบียน 40.2% &amp;nbsp;การจดทะเบียนนิติบุคคลทำได้ยาก เอกสารเยอะ 38.4% และการเป็นนิติบุคคลจะถูกกรมสรรพากรตรวจสอบได้ละเอียด 38.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนใหญ่ที่เอสเอ็มอีไม่อยากเข้ามาจดทะเบียนนิติบุคคล มาจากเรื่องทัศนคติที่ยังมีความเชื่อเดิมๆ ว่าไม่ดี ทั้งที่จริงแล้วผลสำรวจทางวิชาการจากกลุ่มตัวอย่างเอสเอ็มอีทั่วประเทศ 1.25 พันตัวอย่างพบว่า การจดทะเบียนมีประโยชน์มากกว่าไม่จดทะเบียนถึง 76% ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 40.7% &amp;nbsp; กำไรดีขึ้น 32.7% ราคาสินค้าดีขึ้น 24.2% และสภาพคล่องของธุรกิจปรับตัวดีขึ้น 27.4% ขณะที่เอสเอ็มอีที่ไม่จดทะเบียนนิติบุคคล มีการเติบโตน้อยกว่า&amp;rdquo; นายธนวรรธน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่าธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลสามารถกู้เงินได้ง่ายกว่าธุรกิจที่ไม่จดทะเบียน 95.14% &amp;nbsp;มีต้นทุนในเรื่องดอกเบี้ยถูกกว่า &amp;nbsp;64.78% &amp;nbsp;มีภาระค่าใช้จ่ายภาษีน้อยกว่า &amp;nbsp;77.33% &amp;nbsp;ได้รับความช่วยเหลือจากนโยบายรัฐเร็วกว่า &amp;nbsp;78.54% &amp;nbsp;ได้รับความน่าเชื่อถือจากลูกค้ามากกว่า &amp;nbsp;91.87% และได้รับประโยชน์มากกว่าธุรกิจที่ไม่จดทะเบียนนิติบุคคลถึง 91.80% ตลอดจนขอสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น 65.18% คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยที่เปลี่ยนจากก่อนจดทะเบียน 1.36 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า ขอเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการปรับทัศนคติเอสเอ็มอีเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมให้เข้ามาจดทะเบียนนิติบุคคลได้เพิ่ม ได้แก่ การขยายเวลาไม่ตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง หรือนิรโทษกรรมออกไปจากเดิม นอกจากนี้ควรลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียน เมื่อเกิดวิกฤตธุรกิจต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ให้ความรู้ด้านบัญชีและการจดทะเบียน &amp;nbsp;ให้ความมั่นใจและความคุ้มค่ากับเจ้าของกิจการว่าหากจดทะเบียนแล้วจะได้รับประโยชน์อย่างไร รวมทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการจดทะเบียนให้เพิ่มมากขึ้น ลดความยุ่งยากของขั้นตอนการจดทะเบียนและขยายเวลาในการเก็บเอกสาร ลดหย่อนภาษีและดอกเบี้ย และอำนวยความสะดวกการติดต่อประสานงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนให้จดทะเบียนนิติบุคคลมาจากการที่รัฐบาลยกเว้นภาษีและลดหย่อนภาษีสำหรับผู้จดทะเบียนนิติบุคคล รองลงมาคือ ธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลจะจ่ายภาษีได้ถูกกว่าธุรกิจที่ไม่จดทะเบียน &amp;nbsp;ธุรกิจที่จดทะเบียนมีการทำบัญชีอย่างถูกต้อง และธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลหากมีความต้องการใช้สินเชื่อสามารถยื่นเรื่องกู้ได้ง่ายกว่าธุรกิจที่ไม่จดทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) หรือ ธพว. กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เอสเอ็มอีไม่สนใจจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นปัญหาจากทัศนคติเดิมซึ่งติดมาตั้งแต่ 50-60ปีที่แล้ว และต่อจากนี้มองว่าเอสเอ็มอีจะต้องปรับตัว เพราะอนาคตการกู้เงินจากสถาบันการเงินไทย จะต้องนำบัญชีที่ยื่นเสียภาษีกับกรมสรรพากรมาประกอบการพิจารณาปล่อยกู้ ซึ่งกระทบต่อผู้ประกอบการนอกระบบ ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารยังได้ออกมาตรการสินเชื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่จดทะเบียน เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ได้ง่าย และดอกเบี้ยต่ำพิเศษ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 สำหรับนิติบุคคล คิดดอกเบี้ย1% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 7 ปี ไม่ต้องใช้หลักประกัน ซึ่งถูกกว่าสินเชื่อทั่วไปสำหรับธุรกิจที่ไม่จดทะเบียนที่จะเสียมากกว่า 12% &amp;nbsp;ส่วนการปล่อยกู้ของธพว.ในครึ่งปีแรก ปล่อยกู้ผ่านสินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 ไป 2 พันล้านบาท และสินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว 1.8 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14097</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดทะเบียนนิติบุคคล, จดทะเบียนบริษัท, ธนวรรธน์ พลวิชัย, มงคล ลีลาธรรม, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1697d0dc47c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
