<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง! พบเอสเอ็มอีเมินจดทะเบียนนิติบุคคลพรึ๊บอ้างหลอนถูกเรียกเก็บ-สอบภาษี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อึ้ง! พบเอสเอ็มอีไทยเมินจดทะเบียนนิติบุคคลสูงถึง 1.75 ล้านราย อ้างหลอนถูกเรียกเก็บ-ตรวจสอบภาษี ไม่มีเวลาไปจดทะเบียน ยุ่งยาก และได้รับข้อมูลที่ผิด พร้อมอ้อนรัฐบาลเร่งออกมาตรการปรับทัศนคติผู้ประกอบการรายเล็ก ขยายเวลานิรโทษกรรมตรวจภาษีย้อนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความคุ้มค่าของการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลว่า ปัจจุบันมีธุรกิจเอสเอ็มอีจดทะเบียนนิติบุคคลเพียง 7-8 แสนราย ซึ่งถือว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับเอสเอ็มอีทั้งหมดทั่วประเทศ 2.5 ล้านราย เพราะส่วนใหญ่อีก 1.75 ล้านราย หรือคิดเป็น 70% ยังไม่ยอมจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เนื่องจากความช่วยเหลือจากภาครัฐผ่านมาตรการต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 5 ปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการปฏิเสธไม่ยอมจดทะเบียนนิติบุคคล มาจากการกลัวเรื่องการถูกเก็บภาษีถึง 43% &amp;nbsp;รองลงมาเป็นไม่มีเวลาไปจดทะเบียน 40.5% &amp;nbsp;ได้รับการบอกเล่าที่ไม่ดีจากการจดทะเบียน 40.2% &amp;nbsp;การจดทะเบียนนิติบุคคลทำได้ยาก เอกสารเยอะ 38.4% และการเป็นนิติบุคคลจะถูกกรมสรรพากรตรวจสอบได้ละเอียด 38.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนใหญ่ที่เอสเอ็มอีไม่อยากเข้ามาจดทะเบียนนิติบุคคล มาจากเรื่องทัศนคติที่ยังมีความเชื่อเดิมๆ ว่าไม่ดี ทั้งที่จริงแล้วผลสำรวจทางวิชาการจากกลุ่มตัวอย่างเอสเอ็มอีทั่วประเทศ 1.25 พันตัวอย่างพบว่า การจดทะเบียนมีประโยชน์มากกว่าไม่จดทะเบียนถึง 76% ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 40.7% &amp;nbsp; กำไรดีขึ้น 32.7% ราคาสินค้าดีขึ้น 24.2% และสภาพคล่องของธุรกิจปรับตัวดีขึ้น 27.4% ขณะที่เอสเอ็มอีที่ไม่จดทะเบียนนิติบุคคล มีการเติบโตน้อยกว่า&amp;rdquo; นายธนวรรธน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่าธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลสามารถกู้เงินได้ง่ายกว่าธุรกิจที่ไม่จดทะเบียน 95.14% &amp;nbsp;มีต้นทุนในเรื่องดอกเบี้ยถูกกว่า &amp;nbsp;64.78% &amp;nbsp;มีภาระค่าใช้จ่ายภาษีน้อยกว่า &amp;nbsp;77.33% &amp;nbsp;ได้รับความช่วยเหลือจากนโยบายรัฐเร็วกว่า &amp;nbsp;78.54% &amp;nbsp;ได้รับความน่าเชื่อถือจากลูกค้ามากกว่า &amp;nbsp;91.87% และได้รับประโยชน์มากกว่าธุรกิจที่ไม่จดทะเบียนนิติบุคคลถึง 91.80% ตลอดจนขอสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น 65.18% คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยที่เปลี่ยนจากก่อนจดทะเบียน 1.36 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า ขอเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการปรับทัศนคติเอสเอ็มอีเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมให้เข้ามาจดทะเบียนนิติบุคคลได้เพิ่ม ได้แก่ การขยายเวลาไม่ตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง หรือนิรโทษกรรมออกไปจากเดิม นอกจากนี้ควรลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียน เมื่อเกิดวิกฤตธุรกิจต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ให้ความรู้ด้านบัญชีและการจดทะเบียน &amp;nbsp;ให้ความมั่นใจและความคุ้มค่ากับเจ้าของกิจการว่าหากจดทะเบียนแล้วจะได้รับประโยชน์อย่างไร รวมทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการจดทะเบียนให้เพิ่มมากขึ้น ลดความยุ่งยากของขั้นตอนการจดทะเบียนและขยายเวลาในการเก็บเอกสาร ลดหย่อนภาษีและดอกเบี้ย และอำนวยความสะดวกการติดต่อประสานงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนให้จดทะเบียนนิติบุคคลมาจากการที่รัฐบาลยกเว้นภาษีและลดหย่อนภาษีสำหรับผู้จดทะเบียนนิติบุคคล รองลงมาคือ ธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลจะจ่ายภาษีได้ถูกกว่าธุรกิจที่ไม่จดทะเบียน &amp;nbsp;ธุรกิจที่จดทะเบียนมีการทำบัญชีอย่างถูกต้อง และธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลหากมีความต้องการใช้สินเชื่อสามารถยื่นเรื่องกู้ได้ง่ายกว่าธุรกิจที่ไม่จดทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) หรือ ธพว. กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เอสเอ็มอีไม่สนใจจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นปัญหาจากทัศนคติเดิมซึ่งติดมาตั้งแต่ 50-60ปีที่แล้ว และต่อจากนี้มองว่าเอสเอ็มอีจะต้องปรับตัว เพราะอนาคตการกู้เงินจากสถาบันการเงินไทย จะต้องนำบัญชีที่ยื่นเสียภาษีกับกรมสรรพากรมาประกอบการพิจารณาปล่อยกู้ ซึ่งกระทบต่อผู้ประกอบการนอกระบบ ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารยังได้ออกมาตรการสินเชื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่จดทะเบียน เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ได้ง่าย และดอกเบี้ยต่ำพิเศษ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 สำหรับนิติบุคคล คิดดอกเบี้ย1% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 7 ปี ไม่ต้องใช้หลักประกัน ซึ่งถูกกว่าสินเชื่อทั่วไปสำหรับธุรกิจที่ไม่จดทะเบียนที่จะเสียมากกว่า 12% &amp;nbsp;ส่วนการปล่อยกู้ของธพว.ในครึ่งปีแรก ปล่อยกู้ผ่านสินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 ไป 2 พันล้านบาท และสินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว 1.8 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14097</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดทะเบียนนิติบุคคล, จดทะเบียนบริษัท, ธนวรรธน์ พลวิชัย, มงคล ลีลาธรรม, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1697d0dc47c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2018 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2018 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวเก็บค่าธรรมเนียมจะทะเบียนบริษัท1พันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.เห็นชอบกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเก็บค่าธรรมเนียมอัตราคงที่ &amp;nbsp;1,000 บาทจากเดืมม 1,000-5,000 บาทตามขนาดธุรกิจ เผยหวังลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ. 61- นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน การขอตรวจเอกสาร การขอสำเนา และค่าธรรมเนียมอื่นของห้างหุ้นส่วน และบริษัท ตามข้อเสนอกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากธนาคารโลก ได้แนะให้ไทยปรับปรุงค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด &amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจกับเอกชน จากเดิมกำหนดหลายอัตราตามขนาดบริษัทขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ หรือมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมแบบขึ้นบันได &amp;nbsp; แก้ไขให้เป็นอัตราเดียว เพื่อลดความยุ่งยากซับซ้อน &amp;nbsp;และหากจดทะเบียนหรือใช้บริการผ่านออนไลน์ลดราคา 30% เพื่อจูงใจให้คนให้มาใช้มากขึ้น โดยมีผลบังคับใช้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;quot;การจดทะเบียนตั้งบริษัทไม่ควรจะยุ่งยาก และ &amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายไม่ควรจะขึ้นอยู่กับขนาดของผู้ที่มาจดทะเบียน &amp;nbsp;ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ควรลดขั้นตอนและระยะเวลาให้กระชับมากขึ้น และควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง&amp;quot;นายณัฐพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจากเดิมจัดเก็บตามขนาดธุรกิจกำหนดค่าธรรมเนียม 1,000-5,000 บาทอัตราใหม่ 1,000 บาทคิดเป็นอัตราเดียว หากดำเนินการผ่านระบบออน ไลน์ลดราคาเหลือ 700 บาท ที่จะเห็นมีความแตกต่างที่ชัดเจนคือ ถ้าเป็นบริษัทจดทะเบียน จะอยู่ที่อัตรา 5,000-250,000 บาท แต่อัตราใหม่อยุ่ที่ &amp;nbsp;5,000 บาท

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3995</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดทะเบียนบริษัท, พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a955389c8dd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
