<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งจดสิทธิบัตร&#039;ยาฟาวิพิราเวียร์&#039;ให้ไทยเป็นฐานผลิตในภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระลอกนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการบริหารจัดการยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการกระจายไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศอย่างเพียงพอและทั่วถึงโดยกระทรวงสาธารณสุข มีระบบบริหารจัดการจากส่วนกลาง ซึ่งเป็นหน่วยสำรองยาระดับประเทศ และกระจายยาไปโรงพยาบาลในทุกจังหวัดที่รับผู้ป่วย พร้อมทั้งสำรองในโรงพยาบาลแม่ข่ายทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคทุกเขตสุขภาพมากกว่า 20 โรงพยาบาล เช่น ในกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย สังกัดกรุงเทพมหานครเป็นแม่ข่าย กระจายยาให้ทั้งภาครัฐและเอกชนทุกสังกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 -30 เมษายน 2564 มีการกระจายยาไปยังทุกจังหวัดที่มีผู้ป่วยทุกเขตสุขภาพแล้ว 765,600 เม็ด อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี 190,500 เม็ด โรงพยาบาลนครพิงค์ 48,000 เม็ด โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า 78,200 เม็ด โรงพยาบาลชลบุรี 70,000 เม็ด โรงพยาบาลหาดใหญ่ 18,500 เม็ด โรงเรียนแพทย์ แห่งละ 4,000 &amp;ndash; 6,000 เม็ด และโรงพยาบาลภาคเอกชนกว่าแสนเม็ด รวมทั้งมีการวางแผนจัดส่งยาฉุกเฉิน โดยองค์การเภสัชกรรม ผ่านทางสายการบินพาณิชย์ และรถโดยสารในจังหวัดที่ไม่มีสนามบินไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับยาฟาวิพิราเวียร์เป็นยาที่ให้ในผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการ ตามแนวทางการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงพร้อมกระจายยาและสำรองยาให้กับทุกโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนที่รับผู้ป่วยมีอาการอย่างทันท่วงที และเพียงพอกับความต้องการใช้ เพื่อลดความรุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า ในส่วนของนโยบายรัฐบาลที่จะให้ไทยเป็นฐานการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ในภูมิภาคนั้น ขณะนี้ได้ให้องค์การเภสัชกรรมเร่งดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเจรจากับผู้ขอรับสิทธิบัตร เพื่อให้ได้สิทธิผลิตยาชนิดนี้ในประเทศไทยได้เอง โดยองค์การเภสัชกรรมกำลังดำเนินการตามขั้นตอนการเพื่อให้ได้สิทธิยาฟาวิพิราเวียร์เข้ามาผลิตในประเทศ โดยการการพิจารณาคำขอรับสิทธิบัตรยาฟาวิพิราเวียร์นั้น รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของยาฟาวิพิราเวียร์ที่สามารถใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนโยบายในการจัดหายาให้เพียงพอต่อความจำเป็นอย่างทันท่วงที ซึ่งทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขอร่วมลงทุนผลิตยาฟาวิพิราเวียร์กับผู้ขอรับสิทธิบัตรในประเทศไทย เพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังมีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาตำรับยาขึ้นใหม่จากสารออกฤทธิ์หลักของยาฟาวิพิราเวียร์ที่ไม่มีสิทธิบัตรในประเทศไทย ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลการพิจารณาคำขอรับสิทธิบัตรในยาฟาวิพิราเวียร์รูปแบบยาเม็ด ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญายืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอน เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย และมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าโรงพยาบาลเอกชนนั้น ยังสามารถนำเข้ายาชนิดนี้ได้โดยรัฐไม่ได้มีการผูกขาดการนำเข้าแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101578</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ยาฟาวิพิราเวียร์, จดสิทธิบัตร, นายอนุชา บูรพชัยศรี, สธ., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f66f182bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทุนแบร์ย&#039;จดสิทธิบัตรชื่อ-ฟรายเดย์ฟอร์ฟิวเจอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกรียตา ทุนแบร์ย เยาวชนนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมเผยเมื่อวันพุธว่า เธอจดสิทธิบัตรเครื่องหมายการค้าชื่อของเธอและการเคลื่อนไหว &amp;quot;ฟรายเดย์ฟอร์ฟิวเจอร์&amp;quot; เพื่อปกป้องไม่ให้มีผู้นำไปใช้ด้วยวัตถุประสงค์ที่ฉ้อฉล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ่นขี้ผึ้งเกรียตา ทุนแบร์ย เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่เมืองฮัมบวร์ก เยอรมนี เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกรียตา ทุนแบร์ย นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนอายุ 17 ปี โพสต์ที่บัญชีอินสตาแกรมของเธอเมื่อวันพุธที่ 29 มกราคมว่า &amp;quot;ชื่อของฉันและการเคลื่อนไหว #ฟรายเดย์ฟอร์ฟิวเจอร์ (วันศุกร์เพื่ออนาคต) ถูกนำไปใช้ด้วยวัตถุประสงค์ทางค้าอยู่ตลอดเวลาโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด คุณมั่นใจได้เลยว่าฉันและนักเรียนคนอื่นที่ออกมาชุมนุมเพื่อให้แก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ได้สนใจในเรื่องเครื่องหมายการค้าแต่อย่างใด แต่มีความจำเป็นต้องจดสิทธิบัตรในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุนแบร์ยโพสต์ร้องเรียนว่า มีบางคนที่พยายามเลียนแบบเธอหรืออ้างอย่างไม่เป็นความจริงว่าพวกเขาเป็นตัวแทนของเธอ เพื่อจะได้สื่อสารกับคนที่มีชื่อเสียง, นักการเมือง, สื่อมวลชน, ศิลปิน ฯลฯ และมีตัวอย่างของการนำชื่อของเธอและการเคลื่อนไหวฟรายเดย์ฟอร์ฟิวเจอร์ไปใช้ในการทำการตลาดสินค้า, การขายผลิตภัณฑ์, ใช้เพื่อเรี่ยไรเงิน นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอต้องยื่นจดสิทธิบัตรเครื่องหมายการค้าชื่อของเธอและการเคลื่อนไหว &amp;quot;ฟรายเดย์ฟอร์ฟิวเจอร์&amp;quot; โดยมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องการเคลื่อนไหวนี้และกิจกรรมที่ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุนแบร์ยเผยด้วยว่า ได้ก่อตั้งมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไรเพื่อจัดการด้านการเงินของการเคลื่อนไหว &amp;quot;ฟรายเดย์ฟอร์ฟิวเจอร์&amp;quot; เช่น ค่าลิขสิทธิ์หนังสือ, เงินที่ได้รับบริจาคมา และเงินที่เธอได้รับมาจากรางวัลต่างๆ โดยมูลนิธินี้จะดำเนินงานด้วยความโปร่งใสอย่างยิ่ง เช่นในเรื่องการจ่ายภาษี และจุดประสงค์ของมูลนิธินี้คือเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนด้านนิเวศวิทยา, ภูมิอากาศและสังคม รวมถึงเรื่องสุขภาพจิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55918</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฟรายเดย์ฟอร์ฟิวเจอร์, จดสิทธิบัตร, วันศุกร์เพื่ออนาคต, เกรียตา ทุนแบร์ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32e7e0521fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; ยันไม่ให้จดสิทธิบัตร เตรียมออกบทเฉพาะกาล 5 ปีใช้กัญชารักษาโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.61 - ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลการยื่นจดสิทธิบัตรสารสกัดกัญชาตามธรรมชาติของบริษัทต่างชาติในประเทศไทยว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)กำลังพิจารณา ซึ่งเขารู้ปัญหาอยู่ คงไม่ให้ดำเนินการ ซึ่งเรื่องดังกล่าวกำลังศึกษาอยู่ เป็นเรื่องของการรักษาโรค การจดสิทธิบัตรนั้นไม่ต้องเป็นห่วงยังไม่พิจารณา ก็คงยังไม่ให้จดสิทธิบัตร อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวน่าจะออกมาเป็นบทเฉพาะกาลระยะ 5 ปี เพื่อใช้ในการศึกษาและรักษาโรค ซึ่งขณะนี้ยังไม่จดสิทธิบัตรเลยจะผิดกฎหมายได้อย่างไร ทั้งนี้รัฐบาลมองในระยะยาวว่าควรจะมีการผ่อนปรน เพื่อใช้ในการรักษาโรค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22009</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, จดสิทธิบัตร, บิ๊กป้อม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สารสกัดกัญชา, สิทธิบัตรกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5becdc2e6ec3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่ากังวล พาณิชย์ยัน ไม่ได้จดทะเบียนสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;ยืนยันไทยยังไม่ได้จดทะเบียนสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา ตามที่มีผู้ยื่นคำขอเอาไว้ตั้งแต่ปี 53 แต่อย่างใด ย้ำสารสกัดจากพืช ไม่อาจรับจดทะเบียนได้ ขอให้ประชาชนและนักวิจัยอย่างได้กังวล พร้อมระบุในการรับจด ยังมีขั้นตอนอีกมาก จะพิจารณาอย่างรอบคอบ และทำตามเงื่อนไขกฎหมายอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวในสื่อว่า ขณะนี้บริษัทยาต่างประเทศได้จดทะเบียนสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชาในไทยแล้วตั้งแต่ปี 2553 ว่า ข้อเท็จจริงมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากยังไม่มีการจดทะเบียนสิทธิบัตรตามข่าวแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา พบว่า คำขอดังกล่าวมีผู้ยื่นไว้เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2553 โดยยังไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบการประดิษฐ์ (substaintive examination) ตามเงื่อนไขกฎหมายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามกฎหมายสิทธิบัตร มาตรา 9 การประดิษฐ์ที่จะได้รับความคุ้มครองสิทธิบัตรได้นั้น จะต้องไม่เป็นการประดิษฐ์ที่ต้องห้าม เช่น สารสกัดจากพืช วิธีการบำบัดรักษาโรคมนุษย์หรือสัตว์ เป็นต้น และยังต้องเป็นไปตามเงื่อนไขอื่นๆ ตามที่กฎหมายระบุ ได้แก่ เป็นการประดิษฐ์ใหม่ เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น และสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทางอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สารสกัดจากพืชตามข่าวที่มีการเผยแพร่ออกมานั้น ย่อมไม่อาจรับจดทะเบียนสิทธิบัตรได้ จึงขอให้ประชาชนและนักวิจัยอย่ากังวลในเรื่องนี้ และการจะจดสิทธิบัตรแต่ละฉบับยังมีขั้นตอนต้องพิจารณาอีกมาก เรื่องนี้ได้กำชับกรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วว่าให้พิจารณาอย่างรอบคอบ เฝ้าระวัง และดำเนินการตามเงื่อนไขของกฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักการของการจดสิทธิบัตรของไทย สิ่งที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ เช่น สัตว์ พืช หรือสารสกัดจากสัตว์หรือพืช ไม่สามารถขอรับความคุ้มครองได้ และไม่เปิดโอกาสให้บุคคลใดอ้างสิทธิเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว ขณะเดียวกัน กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะมีการดำเนินการตรวจสอบสิทธิบัตรตามกฎหมายสิทธิบัตร และปฏิบัติตามคู่มือการตรวจสอบสิทธิบัตร ซึ่งได้มีการจัดทำโดยรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ซึ่งจะไม่ทำให้ประเทศชาติเสียผลประโยชน์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10943</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, กัญชา, จดสิทธิบัตร, สกัดกัญชาทำยา, สารสกัดกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac471e09ee91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
