<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2019 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2019 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลหนุนปกป้องกัญชาไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ม.ค. 2562 -นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง โพล สิทธิบัตรกัญชากรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพจำนวนทั้งสิ้น1,014ตัวอย่างโดยดำเนินโครงการระหว่าง วันที่15 - 19มกราคม พ.ศ. 2562ที่ผ่านมาพบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.2 เห็นด้วยต่อการยกเลิกคำขอให้รัฐคุ้มครองการถือสิทธิของชาวต่างชาติในกัญชาของไทย ในขณะที่ร้อยละ 26.8 ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ เมื่อถามถึง หน่วยงานที่ควรเป็นผู้ปลดล็อคกัญชาทางการแพทย์เพื่อคนไทย พบว่า หน่วยงานอันดับหนึ่ง ได้แก่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ร้อยละ 32.0 อันดับสองได้แก่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ร้อยละ 27.2 อันดับสามได้แก่ รัฐบาลและ คสช. โดยใช้มาตรา ๔๔ ได้ร้อยละ 20.6 และอันดับสุดท้าย ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ร้อยละ 20.2ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจ คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 78.4เห็นด้วยต่อ การป้องกันรักษากัญชาไทยไม่ให้ตกอยู่ในมือของชาวต่างชาติ ในขณะที่ร้อยละ 21.6ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ เมื่อถามถึงประเด็นข่าวที่ต้องการให้ สื่อมวลชนขุดคุ้ยเกาะติดต่อเนื่องเรื่องกัญชา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.9 ระบุ กรมทรัพย์สินทางปัญญาทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รองลงมาคือ ร้อยละ 77.5ระบุ ใครได้ประโยชน์จาก สิทธิบัตรกัญชาของบริษัทยักษ์ใหญ่ และ ร้อยละ 73.7ระบุ เจาะลึกเบื้องหลัง ต่างชาติขอสิทธิบัตรกัญชาและผลประโยชน์เกี่ยวเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27032</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดสิทธิบัตรกัญชา, ถือสิทธิของชาวต่างชาติ, นพดล กรรณิกา, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190120/image_big_5c43e49138c94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อภ.&quot;ไม่สนกรมทรัพย์สินทางปัญญา!!!เดินหน้าสกัดน้ำมันกัญชา ทุ่ม130 ล้าน ทำแปลงปลูกบนอาคารสำนักงานเล้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ธ.ค.องค์การเภสัชฯ &amp;nbsp;เดินหน้าสกัดน้ำมันกัญชาเต็มรูปแบบ ไม่สนกรมทรัพย์สินทางปัญญา และปัญหาสิทธิบัตร อนุมัติงบฯด่วน 130 ล้านทำแปลงเพาะปลูกกัญชาบนตึกอาคารอภ. รวมทั้งการบำรุงพันธุ์ หลังจากกัญชาที่ป.ป.ส.จับ ไม่สามารถสกัดได้เพราะปนเปื้อนสารเคมี &amp;nbsp; ที่ลั่นคนไทยต้องได้ใช้รักษาโรคพ.ค.62 ด้าน นักวิชาการเกษตร จี้ ออกกม.คุมจดสิทธิบัตรสารสังเคราะห์กัญชาในไทยที่จะกลายเป็นปัญหาในอนาคตหากทุกคนคิดว่ากัญชาไทยเราต้องรักษาไว้เพื่อคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นพ.โสภณ เฆมธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม ในวาระพิเศษ ว่า ตามที่ องค์การเภสัชกรรมได้ดำเนินโครงการผลิตสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์เพื่อให้มีการใช้ยาสมุนไพรในประเทศ ลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 เป็นการวิจัยพัฒนาการสกัดและผลิตภัณฑ์จากกัญชาของกลาง แต่มีปัญหาว่าพบสารเคมีปนเปื้อน ไม่สามารถเอามาใช้ได้ จึงจะมีการปลูกกัญชาใช้เอง ล่าสุดที่ประชุมอนุมัติงบประมาณเร่งด่วนให้ 10 ล้านบาท ตอนนี้เดินหน้าติดตั้งระบบเพาะปลูก ชั้น 2 อาคารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ฝ่ายเภสัชเคมีภัณฑ์เพื่อให้ได้น้ำมันกัญชามาใช้ภายในเดือน พ.ค.2562 นอกจากนี้บอร์ด อภ.ยังได้อนุมัติให้ทำเรื่องของบกลาง 130 ล้านบาท สำหรับสำหรับปรับปรุงอาคารและติดตั้งระบบเพาะปลูกและปรับปรุงพันธุ์กัญชาทางการแพทย์ โดยจะทำเรื่องขอไปยังสภาพัฒน์ ภายในเดือน ธ.ค.นี้ ส่วน ระยะที่ 3 เป็นการขยายขนาดการปลูกและการผลิตสารสกัดกัญชาสู่ระดับอุตสาหกรรม โดยใช้พื้นที่ขององค์การเภสัชกรรม อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ซึ่งจะมีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการต่อไป หากจำเป็นต้องหาผู้ร่วมทุนขอยืนยันว่าต้องเป็นผู้ประกอบการไทยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมถึงตัดสินใจเดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบขนาดนี้ แสดงว่าเรื่องการขอสิทธิบัตรของต่างชาติไม่ได้ได้มีปัญหาอะไรหรือไม่ และทางกรมทรัพย์สินตอบรับกลับมาอย่างไรบ้าง นพ.โสภณ กล่าวว่า ยังไม่มีการตอบรับกลับมา แต่เราคงรอไม่ได้ การที่ตัดสินใจเดินหน้า คือ 1. &amp;nbsp;จะไม่มียาให้ประชาชนใช้ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบที่เราต้องสกัดกัญชาเป็นน้ำมันเพื่อให้ใช้ได้ 2. เมื่อดูตามกฎหมายสารสกัดจากธรรมชาติไม่มีใครสามารถจดทะเบียนได้ &amp;nbsp;เราเลยมั่นใจว่าหากดูตามกฎหมาย หากนำกัญชามาปลูก มาพัฒนาสายพันธ์ มาสกัดหากออกมาเป็นอย่างไรก็นำมาใช้อย่างนั้น &amp;nbsp;ไม่ได้ออกมาแล้วไปเลียนแบบใคร ซึ่งเราไม่ทราบว่าจะถูกหรือผิด หากมีการฟ้องขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผศ.ดร.วิเชียร กีรตินิจกาล อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เรื่องสารสกัดธรรมชาติกัญชาไม่น่ากังวลนักเพราะชัดเจนว่าไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ตามกฎหมาย แต่สิ่งที่ตนกังวลคือขณะนี้หลายประเทศ ได้มีการพัฒนาเรื่องสารสังเคราะห์จากกัญชา ซึ่งตอนนี้มี 90 ตัวแล้ว ซึ่งในอนาคตเขาสามารถทำยาถูก จนน่ากังวล เพราะฉะนั้นกรมทรัพย์สินทางปัญญาไทย ต้องเปลี่ยนแปลง กฎหมายด้วยซ้ำว่า หากสังเคราะห์แล้วเหมือนกับสารจากธรรมชาติก็ต้องไม่ให้ เพราะมีผลต่อความสงบเรียบร้อยในประเทศ ซึ่งในอนาคตจะมีสารสังเคราะห์มาจดสิทธิบัตร ซึ่งโดยทั่วไปตามกฎหมายสามารถจดได้ และเมื่อจดได้สารสังเคราะห์เหล่านี้จะถูกมากเพราะทำในห้องทดลองไม่ต้องปลูกพืช ตัวนี้ต่างหากที่จะกลายเป็นปัญหาในอนาคต ดังนั้นคิดว่าเราต้องมองกาลไกล หากทุกคนคิดว่ากัญชาไทยเราต้องรักษาไว้เพื่อคนไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24296</URL_LINK>
                <HASHTAG>#องค์การค้าคุรุสภา, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, การทำน้ำมันกัญชา, จดสิทธิบัตรกัญชา, นพ.โสภณ นราธร, อภ.ทุ่ม130ล้านเดินหน้าสกัดน้ำมันกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181215/image_big_5c14b7c051749.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไบโอไทยชี้กรมทรัพย์สินฯ ถอนคำขอฉบับเดียว มีอีก 10 ต่างชาติเดินหน้าจดสิทธิบัตรกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 20 พ.ย. นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศแก้ปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาว่า การที่นายสนธิรัตน์ออกมาพูดมีการถอนสิทธิบัตรกัญชานั้น จริงๆ แค่เพิกถอน 1 ตัว โดยจากข้อมูลที่ทางเครือข่ายฯ ได้สืบค้นในฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่พอจะหาได้ พบว่าล่าสุดมีต่างชาติมายื่นขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา 13 คำขอ โดยมี 2 คำขอละทิ้ง จะเหลือ 11 คำขอ ปรากฏว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ถอนสิทธิบัตรกัญชาที่ขัด ม. 9(1) เรื่องสารธรรมชาติในกัญชาจดไม่ได้ ซึ่งมีแค่ 1 คำขอเท่านั้น แต่ที่เหลืออีก 10 คำขอยังเดินหน้าต่อไป ที่สำคัญตนพบว่า มี 2 คำขอที่กำลังจะได้สิทธิบัตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องลดอาการปวด และเป็นการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่องสารในกัญชาที่เรียกว่า THC
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์ กล่าวว่า อยากให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุให้ชัดว่า ที่มาขอจดนั้นไม่เกี่ยวกับสารในกัญชา ซึ่งเป็นสารในธรรมชาติจริงๆ เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจ และหากให้สิทธิบัตรแล้วจะกระทบต่อนักวิจัยที่พัฒนาสารสกัดกัญชาเพื่อทางการแพทย์หรือไม่ อีกทั้ง ที่เรากังวลคือ ที่ยังยื่นคำขออยู่นั้น ไม่ขัดกับ ม.9(1) และไม่ขัดต่อ ม.9(4) ที่ไม่ให้อ้างสรรพคุณด้วยหรือไม่ รวมไปถึงม.5 ของพ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ ระบุว่าต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ซึ่งหลายอย่างภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยมีการนำมาใช้อยู่แล้ว ตรงนี้กรมทรัพย์สินฯ ต้องชัดเจน อีกทั้ง ล่าสุดทราบข่าวมาว่า ทางคุณสนธิรัตน์ ต้องการหารือร่วมกับกลุ่มนั้นก็ยินดีรอแค่มีการติดต่อมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคประชาสังคมต้องเดินหน้าปกป้องสิทธิของคนไทย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นชัดเจนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีความพยายามในการปกป้องสิทธิของคนไทย นักวิจัยไทย ถ้าไม่มีการตรวจสอบ หรือพบเรื่องนี้ก็คงเลยตามเลยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายฯ และทางมหาวิทยาลัยรังสิต ได้ทำหนังสือส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) &amp;nbsp;เพื่อขอให้พิจารณาและปกป้องสิทธิคนไทย โดยปฏิรูปกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิบัตรกัญชาเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องสิทธิบัตรอื่นๆ รวมทั้งจะเสนอให้นายกฯ พิจารณาแก้ไขตัวร่างกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ที่กำลังผลักดันอยู่ ว่า เปิดโอกาสให้เอกชนคนไทยได้มีสิทธิวิจัยพัฒนาและผลิตเพื่อประโยชน์ของคนไทยได้ด้วย ไม่ควรให้มีการผูกขาดโดยรัฐ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22374</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, จดสิทธิบัตรกัญชา, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรุญ, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf3e3dd3dc9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
