<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>’อานนท์’ขอเทปวงจรปิดแดน2ยืนยันเนื้อหาจดหมายน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค. 2564 - ที่ศาลอาญา นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์หลังการไต่สวนของศาลช่วงเช้ากรณีนายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร ยื่นจดหมายคำร้องต่อศาลบรรยายเหตุการณ์เกรงจะถูกทำร้ายในเรือนจำ ว่าศาลไต่สวนนายอานนท์โดยละเอียดถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วงบ่ายศาลจะให้ตัวแทนของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งน่าจะเป็นนายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ ที่ปรากฏในคำแถลงของกรมราชทัณฑ์ให้มาไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายอานนท์ได้ขอให้ทนายความไปขอเทปกล้องวงจรปิดในเรือนจำแดน 2 ทั้งหมด และห้องขังขณะเกิดเหตุ ตอนนี้กรมราชทัณฑ์ยังไม่จัดส่งให้ เราขอให้ศาลพิจารณาเรียกภาพกล้องวงจรปิด เพราะเรากังวลว่าอาจมีการทำลาย ลบทิ้ง หรือทำให้เสื่อมค่าไป นายอานนท์ยืนยันต่อศาลขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งหมดซึ่งเป็นนักโทษการเมืองเกรงจะได้รับอันตรายถึงชีวิต จึงพยายามไปยืนหน้ากล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ ดังนั้นภาพในกล้องวงจรปิดเห็นแน่นอน ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนขอสอบถามศาลเกี่ยวกับการไม่อนุญาตให้สื่อเข้าห้องพิจารณาคดีนั้น ไม่ใช่การพิจารณาคดีลับ แต่ศาลจำกัดจำนวนผู้เข้าฟัง ให้เฉพาะทนายความ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ มารดาและภรรยาของจำเลย ตอนนี้ยังพิจารณาไม่ให้สื่อเข้าอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎางค์ กล่าวเพิ่มเติมถึงเหตุที่นายอานนท์รู้สึกไม่ปลอดภัยว่า นายอานนท์เบิกความต่อศาลว่ามีคำเตือนมาก่อนแล้วว่ามีบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งนายอานนท์เอ่ยเป็นชื่อเล่นในห้องพิจารณา ว่าเขาจะส่งคนมาจัดการนายอานนท์และคนอื่นๆ ที่เรือนจำ นายอานนท์ยังยกตัวอย่างผู้ต้องหาคดีการเมืองหลายคนที่เสียชีวิต ขอให้ศาลได้โปรดคุ้มครองเพราะมีตัวอย่าง นอกจากนี้ในวันจันทร์ที่ 22 มี.ค. นี้ ศาลจะไต่สวนนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำราษฎร ในเรื่องนี้ด้วย เพราะอยู่ในบรรยากาศนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงความคาดหวังในมาตรการคุ้มครองความปลอดภัย นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า จำเลยคงทำอะไรไม่ได้ นายอานนท์แถลงขอให้ศาลช่วยชีวิต เนื่องจากเป็นผู้ถูกคุมขังตามหมายศาล ศาลก็พูดชัดเจนดูแลเหมือนกันทุกคน เห็นความจำเป็นก็ไต่สวนเพื่อปกป้องดูแล ศาลกังวลถึงความปลอดภัยของผู้ต้องขังหรือจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่ากรณีอย่างนี้เคยมีตัวอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ว่าจะคุ้มครองดูแลอย่างไร นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ตนนึกไม่ออก ท่านจะมีมาตรการดำเนินการหลังจากฟังแล้ว ไม่เคยมีตัวอย่าง ส่วนใหญ่มักจะตายก่อนที่ศาลจะทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีเรือนจำอ้างเป็นการตรวจไวรัสโควิด นายอานนท์เบิกความอย่างไร นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ตอนเวลา 21.30 น. ไม่มีการพูดว่าจะตรวจโควิด แต่จะแยกไมค์กับไผ่ไปขังไว้ที่อื่น ตอนเวลา 23.30 น. เจ้าหน้าที่จึงบอกจะมาตรวจโควิด นายอานนท์บอกจริงๆ ไม่เคยมีการตรวจโควิดเลย เพราะนายอานนท์เข้าออกศาลหลายครั้ง เนื่องจากเป็นทนายและจำเลยในคดีอื่น จะถูกกักในแดนกักโรค ตรวจอุณหภูมิ กักครบ 14 วัน ตรวจโควิดแล้วแยกไปแดนอื่น ไม่เคยมีการตรวจกลางคืน หลังเวลา 18.00 น. ความจริงต้องใส่กุญแจนอนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงต้องการจัดคนดูแลเป็นพิเศษเป็นคุกวีไอพีหรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ไม่มี เราไม่เรียกร้อง ขอให้เป็นมาตรการปกติ อยู่สงบสุขเท่ากับคนอื่น อย่าหาคนมาทำร้าย เป็นหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ อยู่แล้ว มีหน้าที่คุ้มครองดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงล่าสุดทุกคนที่ถูกคุมขังเป็นอย่างไร นายกฤษฎางค์ ระบุทุกคนกังวลเรื่องการถูกทำร้าย ส่วนนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ก็อ่อนแรงจากการประท้วงอดอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าจะขอศาลไต่สวนโรงพยาบาลราชทัณฑ์หรือไม่ นายกฤษฎางค์ ตอบว่าอยู่ที่ศาล เพราะศาลเริ่มไต่สวนเพื่อป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถามถึงการประกันตัวทั้งหมดจะมีเงื่อนไขได้ประกันแล้วไม่ออกมาชุมนุมอีกได้หรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ศาลไม่มีเงื่อนไขนี้มา ขอให้มีเงื่อนไขออกมาก่อน ขณะนี้ติดเรื่องเดียวคือกลัวกระทำซ้ำอีกกับที่ถูกกล่าวหา เช่นชุมนุมอีก หรือถูกกล่าวหาว่าผิด ป.อาญา ม.112 ก็ไปปราศรัยอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96349</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดหมาย, ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นายกฤษฎางค์ นุตจรัส, นายอานนท์ นำภา, แกนนำราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_60519f08b9f40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพนกวิน&#039;นำทีมร้องให้กห.ตัดงบเพื่อนำเงินไปเยียวยาโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2563 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีกลุ่มนักศีกษาจากสภาพนิสิตนักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนท.) นำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวินเดินทางไปยื่นจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกร้องตัดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม เพื่อให้นำงบดังกล่าวไปเยียวยาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อกลุ่มดังกล่าวเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ทหารได้เชิญให้เข้าไปยังห้องรับรองด้านหลังกระทรวงฯ โดยได้แลกบัตร และเข้ามายังห้องรับรอง จากนั้นทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือกับ พ.ท.หญิงศรัญญา อาจหาญ เจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ต่อมากลุ่มต้องการแถลงข่าว แต่เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปพูดคุยเจรจาให้กลุ่มได้ออกไปแถลงข่าวด้านนอกกระทรวง บริเวณทางเท้าฝั่งตรงข้ามหระทรวงกลาโหม บริเวณหัวมุมกรมแผนที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมากลุ่มได้อ่านแถลงการณ์ โดยได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงข้อเสนอให้ทางกระทรวงกลาโหม ตัดลดงบประมาณที่จะนำไปจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ลง แล้วนำเงินงบประมาณดังกล่าว ไปช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์ ไวรัสโควิด-19 เพราะมาตรการเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อนรายละ 5,000 บาท ที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการที่ผ่านมานั้น เต็มไปด้วยความผิดพลาด จึงเห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าว ควรปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหมลง และควรระงับโครงการที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65809</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, จดหมาย, นายกรัฐมนตรี, พริษฐ์ ชิวารักษ์, เพนกวิน, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb86e265b37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2019 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดจม.ฉบับเต็มพลเอกสมเจตน์&#039;ทำไมนายกจึงต้องเป็นพลเอกประยุทธ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.62-นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสนช. โพสต์เฟสบุ๊ค&amp;quot;สมชาย แสวงการ&amp;quot;เปิดจดหมายฉบับเต็มจากพลเอกสมเจตน์ บุญถนอม เรื่อง&amp;quot;ทำไมนายกจึงต้องเป็นพลเอกประยุทธ์&amp;quot; เนื้อหาระบุว่า &amp;quot;ถ้าผมเป็นพล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ผมจะวางมือลงจากหลังเสือ ไปพักผ่อนอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข ไม่ต้องมาตากหน้าให้คนบางกลุ่มด่า ตำหนิติเตียนอย่างสาดเสียเทเสียเหมือนเป็นคนทำลายชาติแบบนี้ ทั้งๆที่เมื่อย้อนไป พค.57 ถ้าพล.อ.ประยุทธ ไม่เสียสละ ออกมายึดอำนาจ ก็ไม่รู้ว่าวันนี้ทิศทางของประเทศจะเป็นเช่นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทำไมพล.อ.ประยุทธ จึงวางมือไม่ได้ เหมือนยังอยากมีอำนาจอยู่ ถ้าพล.อ.ประยุทธ วางมือ ปล่อยให้ประชาธิปไตยเดินไปตามครรลองของมัน ลองนึกดูภาพทางการเมืองว่า จะเป็นอย่างไร ก็จะมีพรรคใหญ่ 2 พรรคแข่งขันกัน คือ เพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ผลการเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์ไม่สามารถต่อสู้กับเพื่อไทยได้แน่นอน
ในที่สุด เพื่อไทยก็จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีเป้าหมายสำคัญนำทักษินผู้เป็นเจ้าของพรรคกลับบ้านอย่างเท่ๆ โดยไม่มีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ก็จะชุมนุมขัดขวาง ประเทศชาติวุ่นวาย กลับไปสู่วังวนเก่าเช่นเดียวกับการจัดตั้งรัฐบาลและเหตุการณ์ ภายหลังการยึดอำนาจเมื่อปี 2549 เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการยึดอำนาจเมื่อ พค.57 ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ จะต้องเป็นนายกฯเอง จะให้คนอื่นเป็นไม่ได้ เนื่องจากเป็นผู้รู้ปัญหาของประเทศชาติ เมื่อยึดอำนาจมาแล้ว ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัญหาของประเทศชาติมีมากมาย หลายปัญหาในช่วงปชต.ถูกซุกไว้ใต้พรม ไม่ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะขยัน จะเหน็ดเหนื่อยปานใด ก็แก้ไขไม่หมดซ้ำมองไปข้างหน้า วิกฤติทางการเมืองต้องกลับมาอีกภายหลังการเลือกตั้ง
ถ้าผมเป็นพล.อ.ประยุทธ ผมควรทำอย่างไร ผมควรวางมือแล้วปล่อยให้ ปชต. เดินไปตามทิศทางของมัน
หรือต้องเข้ามาช่วยประคองสถานการณ์ เพื่อยึดระยะเวลาให้มีพรรคการเมืองที่ดี มีความเข้มแข็งมากขึ้น มานำพาประเทศชาติให้เดินไปข้างหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอดีต ผมมองว่าพล.อ.ประยุทธควรวางมือทางการเมืองได้แล้ว ปล่อยให้บรรดานักการเมืองเขาบริหารประเทศไปเอง อย่าคิดว่าพล.อ.ประยุทธ เป็นอัศวินม้าขาว ถ้าไม่มีพล.อ.ประยุทธ แล้วจะแก้ไขปัญหาไม่ได้
แต่วันนี้ผมมองไปข้างหน้าแล้ว มองไม่เห็นว่า ในภาวะเช่นนี้ใครควรจะมาเป็นนายกฯเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประเทศชาติ หากปล่อยให้การเมืองเดินไปตามครรลองของมัน เพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง ประเทศชาติกลับมาวิกฤติอีก ผมไม่ต้องการเห็นประเทศชาติเดินไปในทิศทางเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผมจึงเห็นว่า ในภาวะเช่นนี้ พล.อ.ประยุทธ เท่านั้นที่เหมาะสมมาเป็นนายกฯอีกต่อไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ไม่ใช่ประจบสอพลอ เพราะคนเช่นผมไม่เคยประจบสอพลอใคร คิดเห็นเช่นไรเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ก็จะพูดเช่นนั้น แม้พล.อ.ประยุทธจะขอเวลาไม่นานนัก ใน5 ปีที่ผ่านมา ท่านได้แก้ไขปัญหาประเทศชาติไปมากมายหลายอย่างแล้วก็ตาม แต่ก็ยังแก้ไขปัญหาไม่จบทั้งหมด ที่สำคัญ ท่านยังไม่สามารถแก้ไขปัญหา ทำให้พรรคการเมืองที่เชื่อว่าดีที่สุด มีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะต่อสู้กับพรรคการเมืองภายใต้การครอบงำของทักษินได้นักการเมืองอิ่นถือว่าการเป็นนายกฯนั้น เป็นเกียรติประวัติ เป็นตำแหน่งที่มีอำนาจวาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สำหรับพล.อ.ประยุทธ นั้นมิได้เป็นเพื่อเกียรติประวัติ หรือสืบทอดอำนาจ แต่ท่านจะต้องเสียสละ มาเป็นนายกฯอีก เพื่อประคับประคองประเทศชาติ ให้มีระยะเวลา ที่จะได้พรรคการเมืองที่ดี มีความเข้มแข็งเพียงพอ สามารถต่อสู้พรรคการเมืองภายใต้การครอบงำของทักษิน แล้วมารับมอบประชาธิปไตยให้เดินไปข้างหน้า ได้
ผมต้องการเห็นประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ภายใต้พรรคการเมืองที่ดี ผมจึงสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ เป็นนายกฯอีก และผมถือว่า &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ คือ เผด็จการ ผู้สร้างประชาธิปไตย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31596</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดหมาย, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอกสมเจตน์ บุญถนอม, สมชาย แสวงการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190314/image_big_5c89d4f15577d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 22:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัมมิตสิงคโปร์คืบ &#039;คิม จองอึน&#039; ส่ง จม.ถึง &#039;โดนัลด์ ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; เขียนจดหมายฝากนายพลมือขวานำส่งถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตัน ขณะการเตรียมการสำหรับซัมมิตระหว่างทั้งสองที่สิงคโปร์เดินหน้าจริงจัง สื่อเปียงยางยืนยันคิมตั้งใจปลดอาวุธนิวเคลียร์ตามที่ลั่นวาจาไว้ อีกด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือและใต้หารือรอบใหม่ที่ปันมุนจอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงแรมและรีสอร์ตมารินาเบย์แซนด์สในสิงคโปร์มองจากสะพานจูบิลี ห้องพักโรงแรมในสิงคโปร์กำลังถูกจับจอง ตำรวจตระเตรียมปิดเกาะแห่งนี้สำหรับซัมมิตครั้งประวัติศาสตร์ที่จะดึงดูดนักข่าวจากทั่วโลก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานในวันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน 2561 ว่า นายพลคิม ยองช็อล มือขวาของคิม จองอึน มีกำหนดเดินทางออกจากนครนิวยอร์กมายังกรุงวอชิงตันในวันศุกร์ โดยเขาจะส่งมอบจดหมายของผู้นำเกาหลีเหนือ ต่อประธานาธิบดีสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพลคิมซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของเกาหลีเหนือที่เยือนสหรัฐในรอบ 18 ปี อยู่นิวยอร์กนาน 2 วัน เพื่อเจรจากับไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ โดยปอมเปโอกล่าวถึงผลการพูดคุยของพวกเขาว่ามีความคืบหน้าอย่างแท้จริงที่จะนำไปสู่การจัดซัมมิตที่สิงคโปร์ วันที่ 12 มิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงเปียงยางก็มีความคืบหน้าในทิศทางบวกเช่นกัน เมื่อคิม จองอึน ได้แสดงถึงความตั้งใจของเขาที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเปียงยางรายงานว่า คิมได้พบกับเซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย เมื่อวันพฤหัสบดี โดยคิมกล่าวว่า เจตจำนงของเขายังไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ยังไม่มีความแจ่มชัดว่าวิสัยทัศน์ของเกาหลีเหนือเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อแลกกับการรับประกันด้านความมั่นคงและผ่อนคลายการคว่ำบาตรนั้น จะตรงกับเงื่อนไขของสหรัฐที่ต้องการให้เกาหลีเหนือยุติโครงการนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง, ตรวจสอบได้ และไม่อาจกลับคืนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สังเกตการณ์ที่เชี่ยวชาญหลายคนคาดว่า คิมซึ่งอาจได้รับการหนุนหลังจากจีนอย่างเงียบๆ จะเรียกร้องให้สหรัฐลดกำลังทางทหารในเกาหลีใต้ และผ่อนคลายการรับประกันด้านความมั่นคงต่อญี่ปุ่น ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรภายใต้สนธิสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปอมเปโอชี้ว่า สิ่งต่างๆ กำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ตัวเขาและประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อว่า คิมเป็นผู้นำที่สามารถตัดสินใจเรื่องสำคัญแบบนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิม ยองช็อล รองประธานคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ มือขวาของคิม จองอึน พบกับไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีสหรัฐ ที่นิวยอร์ก เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กำลังเฝ้ารอจดหมายของคิมอย่างกระตือรือร้น แต่ปอมเปโอเตือนว่า ข้อความในจดหมายของคิมอาจจะไม่ได้แก้ไขประเด็นปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดซัมมิตได้ทั้งหมดในคราเดียว เขาย้ำด้วยว่าปัญหาท้าทายเหล่านี้เป็นเรื่องยากมากๆ และยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก รวมถึงการเจรจาที่ยังดำเนินอยู่ทั้งที่สิงคโปร์ และในเขตปลอดทหารบนคาบสมุทรเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอได้พบกับคิมที่เกาหลีเหนือมาแล้วถึง 2 ครั้ง และได้ประชุมกับคิม ยองช็อล 3 ครั้ง เขากล่าวว่า หลังจากการประชุมเหล่านี้ เขาเชื่อว่าอย่างน้อยเกาหลีเหนือก็พร้อมจะพิจารณาข้อเรียกร้องของสหรัฐเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐกำลังคาดหวังให้ซัมมิตที่สิงคโปร์เดินหน้าตามแผน หลังจากเกิดวิกฤติช่วงสั้นๆ เมื่อทรัมป์ส่งจดหมายถึงคิมประกาศยกเลิกการซัมมิต แต่แล้วทรัมป์ก็เปลี่ยนใจในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง แต่สหรัฐยังต้องการให้เกาหลีเหนือยอมรับว่าการปลดอาวุธนิวเคลียร์เป็นหัวใจของการหารือ และเตือนว่า สหรัฐจะไม่ยกเลิกการคว่ำบาตรทางการค้า หากเกาหลีเหนือไม่ยอมตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คาบสมุทรเกาหลี สถานการณ์ก็เริ่มผ่อนคลายเช่นกัน เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ 2 ฝ่ายจัดเจรจากันอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ ที่หมู่บ้านปันมุนจอม เพื่อหารือเดินหน้าปรับปรุงความสัมพันธ์กันต่อไป สืบสานการซัมมิตระหว่างคิม และประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ที่เกิดขึ้น 2 ครั้งในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดย 2 ฝ่ายเห็นพ้องจะประชุมกันอีกตลอดเดือนนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ โช มยองกย็อน (ซ้าย) รัฐมนตรีรวมชาติ จับมือกับรี ซอนกวอน ประธานคณะกรรมาธิการเพื่อการรวมชาติอย่างสันติของเกาหลีเหนือ ระหว่างประชุมกันที่ปันมุนจอม เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10499</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, คิม ยองช็อล, จดหมาย, ซัมมิต, ทรัมป์, มือขวาคิม, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b115c10bddad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
