<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อัดบิ๊กตู่พูดกลับไปกลับมา&#039;พท.&#039;ยกเครื่องดูดฝุ่นยังทำงานเสมอต้นเสมอปลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 61 - นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีระบุว่า ไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น ว่าอย่าเสียเวลาไปวิเคราะห์คำพูดของนายกรัฐมนตรี เพราะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นเครื่องดูดฝุ่นอย่างใดเลย เพราะเครื่องดูดฝุ่นทำงานเสมอต้นเสมอปลาย ดังนั้นคำพูดกลับไปกลับมา คงไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่นแน่นอน จะเทียบแบบนี้ก็คงไม่ใช่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำพรรคเพื่อไทยคนนี้ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ พูดมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ถ้าย้อนกลับไปพิจารณาดู แล้วถามว่า คำพูดเหล่านั้นน่าเชื่อถือขนาดไหน คนทั่วไปแม้ไม่ได้เป็นผู้บริหารระดับประเทศ ความเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากเราพูดอะไรไม่น่าเชื่อถือ ต่างชาติถือกันมากว่า เป็นคนไม่มีเครดิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น สิ่งที่คุณทำแล้วบอกไม่ได้ทำ ถือเป็นการโกหก และคนที่โกหกมักจะไม่มีอนาคต เพราะไม่มีใครเชื่อถือว่า คุณจะพูดความจริงเมื่อใด นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศก็เช่นกัน ถ้าผู้นำพูดไปแล้วว่า จะทำแบบนี้แล้วไม่ทำ เขาก็ไม่เชื่อมั่น ประเทศจะเป็นอย่างไรในอนาคต&amp;quot; นายพงษ์เทพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์เทพ กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ เอง หากดูพฤติกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จะเห็นได้ว่า สิ่งที่บอกว่าจะต้องยึดอำนาจด้วยเหตุนั้นเหตุนี้ ความจริงแล้วทำเพื่อส่วนร่วมหรือส่วนตัว ดังนั้น อย่าไปสนใจคำพูดประยุทธ์ อย่านำมีวิเคราะห์จะเสียเปล่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7848</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดหมายเปิดผนึกถึงพรรคเพื่อไทย, ดูดอดีตส.ส., บิ๊กตู่, พงษ์เทพ เทพกาญจนา, พล.อ.ประยุทธ์, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae0458c47377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยไม่กลัวกระแส&#039;ดูด&#039;ปูด&#039;พรรคพลังประชารัฐ&#039;เคลื่อนไหวหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61- &amp;nbsp; นายสมคิด เชื้อคง อดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุ อดีตส.ส.ของพรรคถูกติดต่อทาบทามจากบางขั้วการเมือง โดยมีการเสนอปัจจัยและตำแหน่งแลกเปลี่ยนว่า เข้าใจในสิ่งที่นายอภิสิทธิ์พูด คนที่จ้องจะดูด อาจจะมาจากฝ่ายที่เคยเป็นพวกกันมาก่อนอย่างกปปส.ก็เป็นได้ แต่เป็นเรื่องปกติทางการเมือง ใครจะโดนดูดไม่เป็นอะไร สำคัญที่นายอภิสิทธิ์ อย่าโดนดูดไปด้วยก็แล้วกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เคยพูด ไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนอก ขอให้มั่นคงกับสิ่งที่พูด อย่าเปลี่ยนจุดยืน พูดอะไรไว้รักษาคำพูดไม่ใช่พอหลังเลือกตั้งไปแล้วเป็นอีกแบบ ขอเตือนเอาไว้ก่อนด้วยความเป็นห่วง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนที่นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ออกมาระบุถึงเม็ดเงิน4หมื่นล้านบาท ในการทำพรรคจากบางขั้วในการดำเนินงานการเมืองนั้น เรื่องตัวเลขไม่ทราบ กระบวนการเหล่านี้หากมีการเสนอมา หนีไม่พ้นเรื่องเงิน เรื่องตำแหน่ง เป็นเหมือนการตีตราจองล่วงหน้า ส่วนตัวแปลกใจฝั่งผู้มีอำนาจมากกว่า ก่อนหน้าเคยบอกว่า รังเกียจนักการเมือง เป็นคนไม่ดี เป็นพวกโกงกิน แล้วทำไมตอนนี้พยายามทำให้พวกเขามาร่วมงานด้วย ที่พูดเอาไว้ก่อนยึดอำนาจในวันนั้น กับวันนี้ไม่เหมือนกันแล้ว แสดงว่าไม่ต้องการจะปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิดกล่าวว่า แม้ทุกวันนี้จะมีกระแสดูดส.ส.เข้ามา พรรคเพื่อไทยไม่ได้ตกใจ ที่จะไปดูดคนนั้นคนนี้ยังเป็นเพียงแค่ข่าว ไม่มีใครออกมายอมรับ บรรยากาศแบบนี้คงใกล้เข้าหน้าเลือกตั้ง ฝ่ายกุมอำนาจต้องการดึงส.ส. ไปรวมเสียงให้ได้มากที่สุด เพื่อครองอำนาจต่อไป จะมาบอกว่าไม่ใช่การสืบทอดอำนาจคงไม่ใช่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าพื้นที่อุบลราชธานีที่มีความหลากหลายมีความเคลื่อนไหวอะไรที่น่าจับตาหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ได้ยินกระแสข่าวมาเหมือนกันว่า พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังชาติไทย พรรคเสรีรวมไทย เริ่มไปหาผู้คน เตรียมตัวทำกิจกรรมการเมือง เข้าหาคนในพื้นที่ทั้งในกลุ่มท้องถิ่น อบจ. กำลังเดินหาผู้คน ขุนพลทางการเมือง โดยเฉพาะพลังประชารัฐ มีการขับเคลื่อนมาก ประสานมาทางนักการเมืองชื่อดังบางคนที่เคยทำพรรคการเมืองมาก่อน ให้ช่วยประสานด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จังหวัดอุบลราชธานี มีความหลากหลายทางพื้นที่ มีส.ส.จากหลายพรรค หลายกลุ่ม แม้จะมีกระแสการดูด การเคลื่อนไหวอย่างหนัก แต่พวกเราไม่หวั่นไหว การเลือกตั้งอยู่ที่พี่น้องประชาชน เป็นผู้ตัดสินใจ พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่าหน้าที่เราคือต้องการป้องกันแชมป์ต่อไป แม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็จะป้องกัน ในวันนี้อดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ยังเหนียวแน่นกับพรรคเพื่อไทย ยังไม่มีใครออกไปไหน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7765</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดหมายเปิดผนึกถึงพรรคเพื่อไทย, ดูดส.ส., พรรคพลังประชารัฐ, สมคิด เชื้อคง, อย่าเปลี่ยนจุดยืน, อุบลราชธานี, เตือนอภิสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa61bbbe56cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิธิ&#039; ร่อนจดหมายจี้เพื่อไทยปลดแอกชินวัตร  เพ้อไม่มีครั้งไหนง่ายเท่าครั้งนี้อีกแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61 - นายนิธิ &amp;nbsp;เอียวศรีวงศ์ &amp;nbsp;นักวิชาการชื่ดดัง เขียนบทความเรื่อง&amp;quot;จดหมายเปิดผนึกถึงพรรคเพื่อไทย&amp;quot; เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันนี้ โดยมีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;ในฐานะผู้เคยลงคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทย และอาจจะลงคะแนนให้อีก จึงขอกราบเรียนความต่อไปนี้แก่พรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคคิดจะเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพรรคคิดว่านี่คือบทบาทสำคัญที่สุดของพรรคในตอนนี้ ขอให้เข้าใจด้วยว่า เป้าหมายทางการเมืองในช่วงนี้ไม่ใช่ชนะการเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ลิดรอนอำนาจของฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้งเช่นนี้ จะชนะเลือกตั้งไปทำไม การต่อสู้ของพรรคไม่อาจจำกัดอยู่ที่หีบบัตรเลือกตั้งได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ภายใต้อำนาจของคณะรัฐประหาร อาจมี ส.ส.ของพรรคจำนวนไม่ถึงนิ้วของมือเดียวที่ออกมารณรงค์ต่อต้านการรัฐประหารอย่างกล้าหาญ แต่พรรคไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากหาทางประนีประนอมด้วยการเชื่อฟังคำสั่งของคณะรัฐประหารอย่างเซื่องๆ นายทุนพรรคอาจเลือกนโยบายประนีประนอมเพื่อเป้าหมายส่วนตัวของเขา แต่พรรคไม่ได้มีหรือไม่ควรมีเป้าหมายเดียวกับนายทุน ภารกิจของพรรคที่ประสบความสำเร็จทางการเมืองอย่างท่วมท้นเช่นนี้ จะเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากพันธะที่มีต่อประชาชนจำนวนมหึมาที่สนับสนุนพรรค และด้วยเหตุดังนั้นจึงต้องเป็นแนวหน้าในการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองคิดดูเถิดว่า ในวันที่ 22 พ.ค.ของสี่ปีที่แล้ว หาก ส.ส.ของพรรคทุกคนที่ไม่ได้ถูกเชิญตัวไปเก็บไว้ในค่ายทหาร ออกมาชูสามนิ้วร่วมกับมวลชนทั่วประเทศ เราจะต้องทนอยู่กับอำนาจดิบของคณะทหารมาถึงสี่ปีเช่นวันนี้หรือ ส.ส.จำนวนมากอาจต้องลงเอยด้วยการติดคุกรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การเป็นนักการเมืองในประเทศที่ประชาธิปไตยยังไม่มั่นคง นั่นไม่ใช่หน้าที่ของนักการเมืองหรอกหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า การประนีประนอมมีความสำคัญอย่างขาดไม่ได้ในการเมืองของทุกสังคม แต่ในบางกรณี การประนีประนอมกลับทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง และหาทางออกได้ยากขึ้น ในกรณีเช่นนี้ การประนีประนอมจะทำให้เกิดผลเสียสองอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก การประนีประนอมทำให้ต้องสูญเสียบางส่วนของเป้าหมาย โดยมากส่วนที่ต้องเสียไปคือส่วนที่มีความสำคัญต่อประชาชน เช่น จะใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิทธิเสรีภาพที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็ต้องผ่านการอนุมัติของรัฐเสียก่อน เพราะผู้กำหนดว่าจะต้องเอาอะไรไปแลกกับอะไรไม่ใช่ประชาชน แต่เป็น &amp;quot;ผู้ใหญ่&amp;quot; ของพรรคเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ยิ่งการเจรจาเพื่อประนีประนอมทำกันอย่างไม่เปิดเผยมากเท่าไร ประชาชนก็ต้องเป็นฝ่ายสูญเสียมากเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง ด้วยเหตุดังนั้น การประนีประนอมจึงตอบสนองแก่ความประสงค์ของบุคคลที่แคบมาก และมีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกกลืนไปเป็นส่วนหนึ่งของความชั่วร้ายได้ง่าย ลองคิดดูเถิดว่า หากคุณทักษิณ ชินวัตร หรือคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหุ่นของ คสช. (ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้) ใครจะได้อะไร นอกจากคนในตระกูลชินวัตรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทยจึงควรประกาศอย่างชัดเจนหนักแน่นตั้งแต่ตอนนี้ว่า พรรคพร้อมจะเป็นพันธมิตรกับพรรคการเมืองฝ่ายก้าวหน้าทั้งหมด นับตั้งแต่พรรคเสรีรวมไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเกรียน, ฯลฯ ส่วนจะเป็นพันธมิตรในระดับใดและอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องเจรจาร่วมกัน แต่ต้องไม่ลืมด้วยว่า การเป็นพันธมิตรทางการเมือง ไม่ใช่เพื่อจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อทำให้โครงการเปลี่ยนประเทศไทยกลับสู่เส้นทางประชาธิปไตย มีพลังที่จะทำได้อย่างเป็นผลมากที่สุด ทั้งในฐานะที่ได้จัดตั้งรัฐบาล และไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภารกิจทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยและพันธมิตรของพรรคก็คือ ทำให้มาตรการทุกอย่างทั้งการบริหารและกฎหมาย ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างประเทศตกอยู่ภายใต้การรัฐประหาร ไม่มีผลลงทั้งหมด ต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับที่บังคับอยู่เวลานี้ลงโดยเร็ว นำเอารัฐธรรมนูญฉบับ 2540 กลับมาใช้พร้อมบทเฉพาะกาล ที่จะจัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ โดยกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใดว่า กลไกของรัฐไทยนั้นล้าหลังมาก รัฐไทยจึงไม่มีความสามารถจะนำชาติบ้านเมืองไปสู่ความเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยได้เพียงลำพัง ด้วยเหตุดังนั้นพรรคเพื่อไทยและพันธมิตรจะต้องผลักดัน &amp;quot;กติกา&amp;quot; ใหม่ ที่สังคมสามารถเข้ามามีบทบาทร่วมกับรัฐได้เต็มที่ ในฐานะผู้นำรัฐด้วย ไม่ใช่ผู้เสริมพลังของรัฐเท่านั้น สังคมต้องรับภาระการนำแทนรัฐล้าหลัง และการนำนี้ไม่ควรจำกัดอยู่แต่ในมือของพรรคการเมืองและนักการเมืองเท่านั้น แต่สังคมโดยรวมต้องเข้ามามีบทบาทโดยตรงด้วย เช่น สัดส่วนของกรรมการสภาพัฒน์ต้องประกอบด้วยบุคคลนอกภาครัฐด้วย (เพียงแต่ต้องคิดให้ดีว่า ทำอย่างไรจึงอาจเลือกตัวแทนของสังคมได้กว้างกว่านายทุนและนักวิชาการ ทั้งยังต้องคิดถึงการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายให้มากกว่าบุคคลที่เป็นกรรมการ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองเรื่องหลักที่ต้องลงทุนทำอย่างเต็มที่ (ไม่แต่เพียงเงินงบประมาณอย่างเดียว ควรนึกถึง &amp;quot;ทุน&amp;quot; ในรูปแบบอื่นๆ อีกมาก) คือการศึกษา, สาธารณสุข, และการกระจายอำนาจการปกครอง ไม่แต่เพียงรื้อฟื้นการเลือกตั้ง อปท.ทุกระดับกลับคืนมา แต่ต้องทำให้ อปท.แต่ละระดับมีอำนาจบริหารในมือของตนเองที่อิสระ รวมทั้งกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลของประชาชนในพื้นที่ (ไม่ใช่ของกระทรวงมหาดไทย) อปท.ต้องเข้ามารับผิดชอบด้านสุขภาพอนามัยและการศึกษาในท้องถิ่นมากกว่าที่เป็นอยู่อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคิดเรื่องกระจายอำนาจด้วยการตั้งองค์กรขนาดใหญ่ที่เป็นองค์กรอิสระจากรัฐ (เช่น สสส.) ไม่ใช่การกระจายอำนาจจริง เป็นแต่เพียงการถ่ายโอนอำนาจรัฐให้ไปอยู่ในมือของกลุ่มคนที่อ้างความเป็น &amp;quot;มืออาชีพ&amp;quot; ขึ้นมาเสวยผลประโยชน์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องชัดเจนมาแต่ต้นว่า เป้าหมายทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยในการลงสมัครรับเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เพื่อกระจายความคิดในการเปลี่ยนประเทศไทยให้หลุดพ้นจากอำนาจรัฐประหารโดยเร็ว และจะเปิดพื้นที่ให้สังคมเข้ามานำความเปลี่ยนแปลง แทนข้าราชการที่ยังคงล้าหลังเหมือนเดิมตลอดมา พรรคต้องกล้าชี้ให้ประชาชนเห็นความบกพร่องของตัวรัฐธรรมนูญและระบบการเมือง, เศรษฐกิจ, ฯลฯ ที่คณะรัฐประหารได้จัดวางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่ากลัวว่าพรรคจะถูกสั่งปิดหรือล้มเลิกไป สถานการณ์ในปัจจุบันกับ 2549 แตกต่างกันมาก และถึงถูกสั่งปิด นักการเมืองของพรรคก็ยังสามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ ในฐานะบุคคลธรรมดา (ความเป็นนักการเมืองไม่ได้อยู่ที่การรับรองของ กกต. แต่อยู่ที่ทรรศนะของประชาชน) พรรคเองก็ยังอาจดำรงอยู่ได้ในฐานะองค์กรทางการเมือง ที่ไม่ลงไปแข่งขันทางการเมืองในระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสุดท้ายที่มีความสำคัญเหมือนกันก็คือ การเป็นผู้สมัครของพรรคที่เสนอทางเลือกอย่างชัดเจนดังกล่าวข้างต้น หากจะได้รับเลือกในเขตของท่าน ก็จะได้รับเลือก หากจะไม่ได้รับเลือกก็จะไม่ได้รับเลือก ไม่ว่าจะมีนายทุนพรรคเป็นใคร ไม่มีครั้งไหนที่พรรคเพื่อไทยจะสามารถปลดแอกจากตระกูลชินวัตรได้ง่ายเหมือนครั้งนี้ พรรคไม่อาจชูใครในตระกูลชินวัตรขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกแล้ว อีกทั้งงบหาเสียงก็มีความสำคัญน้อยลง เพราะมันชัด อย่างไม่เคยชัดเท่าการเลือกตั้งครั้งไหนเลยว่า จะเลือกใครไปทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกตั้งครั้งนี้คือการต่อสู้เชิงอุดมการณ์ หากพรรคเพื่อไทยยังพยายามรักษาความจืดของพรรคไว้เพื่อหวังจะได้เกี้ยเซี้ย นอกจากพรรคจะไม่มีโอกาส เกี้ยเซี้ยแล้ว ประชาชนก็จะเริ่มตื่นรู้ว่า ไม่อาจใช้พรรคเพื่อไทยเป็นเครื่องมือทางการเมืองของเขาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์นั้นมีจริง แต่ไม่ใช่เพียงเพราะชื่อเพื่อไทยก็จะเป็นข้อได้เปรียบโดยอัตโนมัติ ประชาชนจำนวนมากรู้ว่า ความสะใจที่ได้จากการเอาชนะคณะรัฐประหารนั้น ไม่เพียงพอจะช่วยประเทศไทยให้หลุดจากหลุมดำที่ทหารบางกลุ่ม, นายทุนบางกลุ่ม, เนติบริกร และนักวิชาการบางกลุ่มได้เฝ้าเพียรขุดฝังบ้านเมืองให้มืดมิดตลอดไปได้พรรคเพื่อไทยพร้อมหรือยัง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6727</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดหมายเปิดผนึกถึงพรรคเพื่อไทย, นิธิ เอียวศรีวงศ์, ปลดแอกชินวัตร, เพื่อไทย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa73a51e289c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
