<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลาดนัดจตุจักรเปิดแล้ววันแรก &#039;กทม.&#039; งดเก็บค่าเช่า 3 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.63 -&amp;nbsp;เวลา 09.00 น. นางวัลยา วัฒนรัตน์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจมาตรการป้องกันโควิด - 19 ภายในตลาดนัดจตุจักร โดยมี นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผู้อำนวยการเขตจตุจักร พ.ต.อ.กฤษฎางค์ จิตตรีพล ผกก.สน.บางซื่อ ร.ท.ยุทธนา แต่งจันทร์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ กอ.รมน.กทม. คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการบริหารสำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองปลัดกทม. &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตลาดนัดจตุจักรกลับมาเปิดให้บริการหลังจากหยุดให้บริการชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา สำหรับตลาดนัดจตุจักรมีผู้ค้าทั้งหมด 10,334 ราย ในช่วงแรกของการเปิดให้บริการนั้นตลาดนัดเสาร์ - อาทิตย์ จะเปิดให้บริการเวลา 05.00 - 18.00 น. ส่วนพื้นที่ผู้ค้าลานเร่บริเวณหอนาฬิกาและตลาดกลางคืนยังไม่เปิดให้บริการเนื่องจากติดเวลาเคอร์ฟิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร (ตลาดนัดจตุจักร) ได้จัดเตรียมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด - 19) ในตลาดนัดจตุจักร ดังนี้ กำหนดทางเข้า-ออก จุดคัดกรอง จำนวน 6 จุด ได้แก่ 1. บริเวณประตู 1 ด้านถนนกำแพงเพชร 2 2. บริเวณประตู 2 ด้านถนนกำแพงเพชร 3 3. บริเวณประตู 3 ด้านถนนพหลโยธิน 4. บริเวณประตูทางเข้า - ออก สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (รฟม.) 5. บริเวณประตูทางเข้า-ออก ติดห้างมิกซ์ และ 6. บริเวณประตูทางเข้า - ออก ติดตลาดจตุจักรพลาซ่า (เจ เจมอลล์) โดยอนุญาตให้รถเข้า - ออกได้ทางประตู 1 - 3 เท่านั้น ส่วนคนเดินเท้าเข้า - ออกได้ทั้ง 6 ประตู ซึ่งบริเวณทางเข้า - ออก ทั้ง 6 จุด มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและจัดแอลกอฮอล์เจลฆ่าเชื้อโรค และอ่างล้างมือแบบเหยียบครบทุกจุด โดยผู้ค้าและประชาชนที่มาใช้บริการ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกคน รวมถึงมีการกวดขัน การทำความสะอาดห้องสุขาสาธารณะ จำนวน 8 แห่ง ภายในตลาดนัดทุกๆ 2 ชั่วโมง ตามที่กำหนดไว้ สำหรับผู้ค้าประเภทอาหาร ต้องปฏิบัติตามมาตรการ ที่กำหนดไว้ เช่น จัดหาฉากพลาสติกปิดกั้นอาหารปรุงสำเร็จ หรือภาชนะมีฝาปิด และจัดโต๊ะนั่งรับประทานพร้อมมีฉากกั้น เว้นระยะห่าง 1 - 2 เมตร สำหรับที่นั่ง และมีการกำหนดจำนวนบุคคลเข้าภายในร้าน อาทิ ร้านค้าขนาดเล็ก ให้เข้าครั้งละ 5 คน ร้านค้าขนาดใหญ่ เข้าครั้งละไม่เกิน 10 คน เป็นต้น ซึ่งหากมีการตรวจพบผู้ค้ากระทำการฝ่าฝืนจะมีการตักเตือนและทำหนังสือแจ้งเตือนไว้ และหากยังพบกระทำผิดซ้ำก็จะทำการปิดร้านค้าดังกล่าวทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้มีมาตรการสำหรับผู้ให้บริการ (ผู้ค้า) ประกอบด้วย 1. ผู้ค้าในตลาดนัดจตุจักรทุกคนต้องรวบผม ใส่หมวก ใส่ถุงมือ ใส่หน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย อย่างถูกวิธีโดยปิดทั้งจมูกและปาก 2. หากมีอาการไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบให้หยุดขายและไปพบแพทย์ทันที 3. กรณีขายอาหารปรุงสำเร็จ ให้ใส่ถุง หรือภาชนะมีฝาปิด หรือจัดทำอุปกรณ์ครอบหรือกันอาหาร 4. กรณีขายอาหารสด ประเภทเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ไม่ให้ลูกค้าสัมผัสอาหารสดนั้นโดยตรง 5. ทำความสะอาดแผงขายสินค้าด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ เช่น โซเดียมไฮโปคลอไรท์ (น้ำยาฟอกขาว) 0.1% ทุกวันก่อนปิดแผงค้า และ 6. เจ้าของต้องกำกับกิจการให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด อีกทั้งได้แนะนำผู้ให้บริการ (ผู้ค้า) ระมัดระวัง ไม่ให้มือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก และหมั่นลงมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ 70% สำหรับทำความสะอาดมือก่อน - หลังเข้ามาใช้บริการตลาด &amp;nbsp;และหลังจากการใช้ห้องน้ำ และห้องสุขาสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองปลัดกทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด - 19) ให้กับผู้ค้า เบื้องต้นกรุงเทพมหานครจึงได้งดเก็บค่าเช่าจากผู้ค้าในตลาดนัดจตุจักรเป็นเวลา 3 เดือน คือ เดือน มี.ค. - พ.ค. 63 ขณะนี้กรุงเทพมหานครได้ทำหนังสือถึงการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อขอให้การรถไฟงดเก็บค่าเช่าตลาดจากกรุงเทพมหานครเป็นเวลา 9 เดือน ตั้งแต่เดือน มี.ค. - พ.ย. 63 แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับจากการรถไฟแห่งประเทศไทย อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครขอความร่วมมือผู้ค้า และประชาชนที่จะมาเลือกซื้อสินค้าที่ตลาดนัดจตุจักรได้ปฏิบัติตามมาตรการและข้อกำหนดต่างๆ เพื่อความปลอดภัยจากเชื้อโควิด - 19 เพราะหากตรวจพบมีการฝ่าฝืนหรือพบการติดเชื้อในพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรอาจจะต้องมีการพิจารณาถึงการปิดพื้นที่หรือปิดตลาดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าวต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65452</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., จตุจักร, ตลาดนัด, วัลยา วัฒนรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200509/image_big_5eb63ae8d502a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2019 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2019 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พุทธิพงษ์ ยันพปชร.ไม่ก๊อบนโยบายใคร เชื่อคุณสมบัติ“พล.อ.ประยุทธ์”ผ่าน ตรวจสอบได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่สวนจตุจักร นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ถูกโจมตีก๊อปปี้นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ว่า เราพยายามหานโยบายที่ดีให้พี่น้องประชาชน แนวนโยบายของทุกพรรคจึงต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ คงลอกกันยาก เพราะประชาชนก็ดูอยู่ พรรค พปชร.มีนโยบายที่พูดแล้วทำได้จริง แม้จะเป็นนโยบายที่ไม่สวยหรู แต่เป็นนโยบายที่คนอยากได้ ซึ่งทำได้ทันที สามารถทำได้เลยหากได้เข้ามาเป็นรัฐบาล และเราพร้อมสานต่อนโยบายของรัฐบาลนี้ เช่น โครงการรถไฟฟ้า เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เป็นกฎตายตัวอยู่แล้ว ที่พรรคการเมืองซึ่งได้เสียงมากที่สุดในสภา จะต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราคิดว่าประชาชนมีความสำคัญในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง วันนี้เราไม่ได้สนใจว่าจะจับมือหรือฮั่วกับใคร แต่จะตั้งใจหาเสียงให้ได้มากที่สุด พรรคใดมีนโยบายใกล้เคียงกับเรา ต้องไปว่ากันหลังเลือกตั้ง จึงไม่ได้กังวลเรื่องนี้ เชื่อว่าคนไทยทุกคน ต้องการเปลี่ยนการเมืองให้เป็นแบบใหม่ เราจึงเสนอทางเลือกแบบใหม่ที่ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า พรรค พปชร.ไม่ได้ลงพื้นที่ตามหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เป็นความบังเอิญที่การลงพื้นที่แต่ละครั้งถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นว่าเราใช้ความได้เปรียบเสียเปรียบ กับชื่อคนที่เราเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเราได้เตรียมตัวและระมัดระวังอย่างดี อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าความนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราชนะเลือกตั้ง เพราะสิ่งสำคัญคือ ในวันนี้มีความสงบเรียบร้อย หากประชาชนไม่มีความสุข ก็ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องของการแก้ไขปัญหาอื่นๆเลย เชื่อว่าความเป็นผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้ประเทศไทยมีความเชื่อมั่นเกิดความไว้วางใจ ว่าประเทศจะเดินไปด้วยความสงบเรียบร้อย การแก้ไขปัญหาอื่น ก็ต้องเร่งดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าถ้าพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ถูกยุบจะทำให้พรรคพลัง พปชร.มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เราไม่ได้มองเรื่องนั้น เพราะคิดว่าพรรคไทยรักษาชาติ ก็เป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่งที่อาสาตัวเข้ามา &amp;nbsp;เราก็ทำหน้าที่ของเรา พรรคเราไม่มีนโยบายไปซ้ำเติมพรรค หรือใช้โอกาสนี้สร้างความได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมือง ทุกพรรคเป็นเพื่อนเรา เพราะอาสาตัวเข้ามาทำงานการเมือง สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาเขาต้องรับผิดชอบตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ กระทบต่อการหาเสียงของพรรคหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ตามระบอบประชาธิปไตยการตรวจสอบเป็นสิ่งที่ดี เราทุกคนเห็นด้วย เมื่อเข้าสู่การตรวจสอบแล้ว เราจะต้องเชื่อถือและเชื่อมั่นในการตรวจสอบนั้น ไม่ใช่ว่าตรวจสอบแล้ว ออกมาไม่เป็นดั่งใจ ก็ดำเนินการอื่นๆอีก แบบไม่จบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าแต่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เคยให้คุณให้โทษแก่องค์กรอิสระ ผมถึงการปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ออกจากกรรมการ กกต.ทำให้การตรวจสอบน่าเชื่อถือหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่ใช้มาตรา 44 ก็เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ไม่เคยใช้เพื่อช่วยเหลือพรรคพวกเพื่อนฝูง ทั้งนี้ กกต.มีสิทธิ์ตรวจสอบในฐานะองค์กรอิสระอยู่แล้ว ส่วนของนายสมชายนั้น ถือเป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่มีเหตุต้องออกคำสั่งให้ปลดออกไป วันนี้เป็นการทำงานของ กกต.ชุดใหม่ ซึ่งยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่ ไม่ได้เข้าข้างใครเป็นพิเศษ เราต้องเชื่อมั่นในองค์กรอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถรวมดีเบตกับแคนดิเดตพรรคการเมืองอื่นได้หรือไม่นั้น เราตรวจสอบแล้วพบว่าไม่สามารถขึ้นเวทีปราศรัยและเดินหาเสียงกับผู้สมัครได้ อะไรที่เราเห็นว่าจะขัดต่อกฎหมาย เราต้องละเว้น เราไม่ดื้อและต้องเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ยังวางตัวเป็นกลาง ไม่เคยมาช่วยพรรคหาเสียง เพียงแต่ขึ้นรูปคู่กับผู้สมัครเท่านั้น ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ค่อนข้างบ่อยในช่วงนี้ จนถูกมองว่าช่วยพรรคหาเสียงทางอ้อมนั้น ขอให้ดูว่าการลงพื้นที่ดังกล่าวให้คุณให้โทษกับพรรคหรือไม่ ตนไม่เห็นว่าเป็นการให้คุณให้โทษแต่อย่างใด เพราะถือเป็นการตรวจราชการ พรรคไม่เคยได้รับประโยชน์ใดๆจากการลงพื้นที่เหล่านั้น เราควรแยกให้ชัด ระหว่างการทำงานงานราชการแผ่นดิน กับพรรค พปชร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ ยังกล่าวถึงพรรคอนาคตใหม่ว่า ที่มีพรรคการเมืองบางพรรควิจารณ์ว่าพรรค พปชร.ใช้ความได้เปรียบพรรคอื่นในการหาเสียงนั้น มองว่าการเมืองใหม่ ต้องยึดถือและยึดโยงกับความเป็นจริงในระเบียบกฎหมายและรัฐธรรมนูญ วันนี้ หลายคนพูดถึงการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ยกเลิกกิจกรรมไหว้ครู ซึ่งการยกเลิกเหล่านี้ควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ว่าประเพณีปฏิบัติของเรานั้นเป็นอย่างไร พรรค พปชร.ก็มีคนรุ่นใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก มีหลายแนวคิดที่เป็นความคิดใหม่ ในเมื่อทำไม่ได้และฝืนกับวัฒนธรรม ธรรมเนียมของคนไทยเราก็เลี่ยง ขอให้ประชาชนคำนึงให้มาก เพราะสิ่งที่หาเสียงต้องทำได้จริง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29303</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุจักร, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.), พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดพังงา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190217/image_big_5c692b5be1279.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.เปิดเดินรถ2เส้นทางดีเดย์1มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บขส. เปิดให้บริการ 2 เส้นทางลงใต้จากหมอชิต 2 ไปอำเภอหลังสวนและจังหวัดชุมพร ดีเดย์ 1 มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.61-นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า บขส. ได้เพิ่มแผนอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ บขส. ที่พักอาศัยอยู่ในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเปิดเส้นทางเดินรถ ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ไปยังจังหวัดชุมพร ด้วยรถมาตรฐาน 1 (ข) ระยะทาง 468 กิโลเมตร อัตราค่าโดยสาร 328 บาท รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต 2 เวลา 08.30 น. และเที่ยวกลับออกจากสถานีเดินรถชุมพร เวลา 20.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนเส้นทางอำเภอหลังสวน ระยะทาง 575 กิโลเมตร อัตราค่าโดยสาร 374 บาท รถออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 เวลา 20.00 น. เที่ยวกลับออกจากสถานีเดินรถหลังสวน เวลา 20.00 น. โดยจะเปิดให้บริการเที่ยวปฐมฤกษ์ในวันที่ 1 มิถุนายน ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเพิ่มจุดรับ-ส่งผู้โดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือ หมอชิต 2 เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนตามนโยบายกระทรวงคมนาคม โดยลูกค้าที่ต้องการเดินทางไปจังหวัดชุมพร สามารถมาขึ้นรถ บขส. ได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวก ประหยัดเวลาในการเดินทาง ให้แก่ลูกค้า ร่วมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้สามารถเดินทางต่อรถไปยังจังหวัดชุมพรได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไปต่อรถที่สถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้ใหม่ (ถนนบรมราชชนนี) อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10328</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพ, ขนส่ง, จตุจักร, ชุมพร, บขส., หมอชิต, หลังสวน, เดินรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e6ff292b2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2018 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2018 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันหยุดไม่รู้ไปไหน...นี่เลย&#039;ทุ่งคอสมอส&#039;แลนด์มาร์คกลางกรุงที่สวนรถไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4 มี.ค.61- ทุ่งคอสมอส หรือดอกดาวกระจาย สวนวชิรเบญจทัศ หรือ สวนรถไฟ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ซึ่งเปิดตั้งแต่วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา วันนี้ดอกดาวกระจายเบ่นบาน มีสีสันสวยงามกว่าช่วงที่เปิดให้เข้าชมช่วงแรกๆ &amp;nbsp;เหมาะสำหรับชาวกรุง ในการเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูปดอกไม้ไม่ควรพลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุ่งคอสมอส &amp;nbsp;บนพื้นที่ 6.5 ไร่ จำนวน 295,000 ต้น ทางกรุงเทพมหานคร ปลูกเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างจุดสนใจใหม่ๆ ภายใต้เเนวคิด &amp;quot;เที่ยวสวนรถไฟทั้งปี มีดีทุก 3 เดือน&amp;quot; กติกาเข้าชมง่ายๆอย่าหยิบ จับ แกะ รื้อ ดอกไม้ &amp;nbsp;เพื่อให้ดอกไม้คงสภาพความสวยงามในสวนรถไฟให้นานที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4237</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุจักร, ดอกดาวกระจาย, ทุ่งคอสมอส, สวนรถไฟ, สวนวชิรเบญจทัศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9b4b626f010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท. โต้ผู้ค้าจตุจักร ยืนยันค่าเช่าแผงมีราคาเหมาะสม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.ยืนยันค่าเช่าแผงตลาดนัดจตุจักรเหมาะสม มีความชอบธรรมบริหารและมีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เร่งแก้ปัญหาเช่าช่วงหลังค่าเช่าบางแผงสูงถึงหลักแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.-นายศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพัฒนาที่ดิน การรถไฟแห่ง ประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยถึงกรณีมีผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรออกมาร้องเรียนค่าเช่าแผงแพง หลัง รฟท.เข้ามาบริหารพื้นที่แทน กทม.และอยากให้ กทม.กลับมาบริหารพื้นที่ ว่า รฟท.ขอชี้แจงว่าปัจจุบันพื้นที่เช่าของผู้ประกอบการในตลาดนัดจตุจักรที่มีกว่า 10,000 &amp;nbsp;ร้าน บนเนื้อที่ 70 ไร่ แบ่งออกเป็น 30 โครงการ โดย รฟท.เก็บค่าเช่ารวมกับค่าบริหารจัดการ 3,157 บาทต่อล็อคต่อเดือน ตามข้อเท็จจริงเป็นค่าเช่าพื้นที่ในวงเงินดังกล่าว 890 บาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าสาธารณูปโภคทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มีต้นทุนเดือนละ 5.3 ล้านบาท ค่าจ้างจัดการเกี่ยวกับขยะอีกเดือนละ 4.3 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าค่าเช่าดังกล่าวมีเหมาะสม เนื่องจากค่าเช่าที่ กทม.เคยจัดเก็บในอดีต 600 บาทต่อล็อคต่อเดือนนั้น เป็นค่าเช่าที่เคยทำสัญญาเช่ากับ รฟท.จ่ายค่าเช่าเพียงปีละ 1.6 ล้านบาท และในช่วงที่มีการขอพื้นที่คืนจาก กทม. รฟท.จึงยื่นข้อเสนอว่าหาก กทม.มีความประสงค์บริหารพื้นที่ต่อก็ต้องเสียค่าเช่าให้ รฟท.ตามผลการศึกษาทางวิชาการที่มาจากสภาพทำเลปีละกว่า 400 ล้านบาท แต่ กทม.ต่อรองขอเช่าราคา 79 ล้านบาท หาก กทม.เป็นผู้บริหารปัจจุบันตามต้นทุนคาเช่าที่ กทม.จ่ายเพิ่มจากปีละ 1.6 เป็น 79 ล้านบาท ก็ต้องปรับค่าเช่าขึ้นอยู่ดี&amp;rdquo;นายศิริพงศ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1731</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ค่าเช่า, จตุจักร, ตลาดนัด, รฟท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a697ed5d9aa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
