<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ขนกำลัง 9 กองร้อยรับมือม็อบ เตือน&#039;กลุ่มคาร์ม็อบ&#039;อาจถูกริบรถยนต์เป็นของกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ค.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดทำกิจกรรมขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีช่วงเย็นวันที่ 2 ก.ค.และวันที่ 3 ก.ค. ว่า วันที่ 2 ก.ค.มีการนัดหมายชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์เพื่อการชุมนุมและกลุ่มแนวร่วมราษฎรประกาศรวมตัวกันที่แยกอุรุพงษ์ จากนั้นมีการเคลื่อนตัวมาที่หน้าทำเนียบรับบาล เพื่อทำกิจกรรม &amp;quot;เปิดท้ายวันศุกร์รุกไล่เผด็จการ&amp;quot; กิจกรรมคล้ายการเปิดท้ายขายของ ส่วนวันที่ 3 ก.ค.มีการนัดหมายของกลุ่มประชาชนคนไทย นำโดยนายนิติธน ล้ำเหลือ นัดหมายเวลา 15.00 น.ที่แยกอุรุพงษ์ก่อนเดินมาหน้าทำเนียบรัฐบาล กลุ่มไทยไม่ทนนำโดยนายจตุพร พรมพันธุ์ นัดหมายกันที่แยกผ่านฟ้าเวลา 16.00 น.ก่อนเคลื่อขบวนมาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และกลุ่มคาร์ม็อบ นำโดยนายสมบัติ บุญนามอนงค์ นัดหมายรวมตวทำกิจกรรมเวลา 17.00 น.นัดรวมตัวไปตามถนนสายสำคัญต่างๆในพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดไฟกระพริบบีบแตรขับไล่รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมในวันที่ 2 ก.ค.ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์เพื่อการชุมนุมและกลุ่มแนวร่วมราษฏร เป็นลักษณะการเปิดท้ายคล้ายขายของตลาดนัดโดยอ้างว่าเพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนทพมาหากินในช่วงโควิด กรณีดังกล่าวเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากขณะนี้มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพ เมื่อวานนนี้ 1 ก.ค.เฉพาะในพื้นที่ กทม.มีผู้ติดเชื้อ 1,960 คน เสียชีวิต 32 คน การรวมตัวหรือการมั่วสุมไม่สามารถกระทำได้ตามกฎหมาย เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การจัดกิจกรรมที่เข้าร่วมเกิน 20 คน จึงเป็ความผิดตามกฎหมายทั้งแกนนำผู้เชิญชวน ผู้ชักชวนและผู้เข้าร่วมชุมนุมถือว่าเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้การรวมตัวขายสินค้าโดยปิดถนนสายสำคัญ ในพื้นที่ดังกลาวมีโรงเรียน โรงพยาบาล ชุมนุม และสถานที่ราชการ เป็นการซ้ำเติมให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น กองบัญชาการตำรวจนรบาล จะได้จัดเจ้าหน้าที่บันทึกภาพบันทึกเสียง ตลอดจนพฤติกรรมของผู้มาร่วมเปิดท้ายขายของ อาจจะต้องถูกดำเนินคดีด้วยส่วนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวันที่ 3 ก.ค.กลุ่มของนายสมบัติ ที่นัดทำกิจกรรมคาร์ม็อบ การดำเนินการเช่นนั้นทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก การจราจรติดขัดก่อให้เกิดเสียงดังอื้ออึงจากการบีบแตร สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และผู้สัญจรไปมา อีกทั้งการขับรถเป็นขบวนรวมตัวกันเป็นจำนในมากบนถนนหลวงอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชานผู้ใช้ถนนร่วมกัน การกระทำเช่นนั้นอาจเป็นการกระทำความผิดขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 อนุ8 ถ้ากระทำผิดเช่นนั้น รถยนต์ที่ใช้ในการชุมนุมหรือกระทำผิดถือว่าเป็นรถที่ใช้ในการกระทำผิดพนักงานสอบสวนอาจจะดำเนินการยึดรถเป็นของกลางเสนอศาลริบรถของกลางตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กองบัญชาการการตำรวจนครบาลเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ช่วงนี้การแพร่ระบาดยังอยู่ในระดับรุนแรง อยากให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจมีจิตสำนึกในการแก้ปัญหาโควิด-19 ไปพร้อมกัน ขอให้งดเว้นการมาร่วมชุมนุมดังกล่าว&amp;nbsp; ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ในการักษาความปลอดภัยในวันนี้ มีการเตรียมกำลังไว้&amp;nbsp; 6 กองร้อย ส่วนวันพรุ่งนี้ (3 ก.ค.)ใช้ตำรวจ 9 กองร้อย พยายามป้องกันเหตุร้าย ป้องกันบุคคลที่สาม ส่วนเหตุความรุนแรงต้องถามผู้ชุมนุมเพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาตลอดตั้งแต่มีการชมนุมมาจนถึงวันนี้เป็นการกระทำของผู้ชุมนุมเป็นหลัก เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่การรักษาความสงบ ป้องกันเหตุร้ายก่อให้เกิดความเสียหายในภาพรวม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่มีการชุมนุมมา เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 223 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นส่งพนักงานอัยการแล้ว163 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 60 คดี ส่วนใหญ่จะเป็นความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร่วมกันก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และความผิดอื่นๆ การชุมนุมวันที่ 24 และ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา การเคลื่อนตัวจากอนุสาวรีประชาธิปไตย ในส่วนนนั้นพนักงานสอบสวน สน.สำราษราษฎร์ ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 19 คน ใความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ร.บ.ความสะอาด และ พ.ร.บ.เครื่องกระจายเสียง ในวันพรุ้งนี้ (3 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้ง 19 คน มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนการชุมนุมที่สกายวอร์ค แยกปทุมวัน สน.ปทุมวันได้บันทึกภาพและเสียงร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 11 คน ที่สามารถพิสูจน์ตัวได้ในความผิดเดียวกัว ส่วนการชุมนุมของกลุ่มนายจตุพรของพื้นที่ สน.นางเลิ้ง ดำเนินคดี 12 คน อย่างไรก็ตามถ้าพนักงานสอบสวนพิสูจน์ทราบได้ว่าใครกระทำผิดจะต้องถูกดำเนิคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108396</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, คาร์ม็อบ, จตุพร พรพมพันธุ์, พ.ร.บ.จราจรทางบก, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ม็อบไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60dec49758bd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อ่วม!ตร.จ่อดำเนินคดี 4 ข้อหา 3 ม็อบ ชุมนุมขับไล่นายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

25 มิ.ย.64- ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. แถลงผลการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยการชุมนุมทางการเมืองของหลายกลุ่มหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯว่า โดยกลุ่มที่ 1.หมู่บ้านทะลุฟ้าของนายจตุภัทร์ หรือไผ่ดาวดิน&amp;nbsp; กลุ่มคณะราษฎร นำโดยนายอานนท์ นำภา กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนำโดยนาย พริษฐ์ ชิวารักษ์ มีการจัดกิจกรรมตั้งแต่เวลา 05.30 น.บริเวณอนุสาวรีประชาธิปไตย จากนั้นได้เคลื่อนตัวไปทำกิจกรรมต่อเนื่องที่รัฐสภา ต่อมาเวลา 17.00 น.เคลื่อนตัวไปรวมตัวกันที่สกายวอร์ค แยกปทุมวัน จนถึงเวลา 20.30 น.ประกาศยุติการชุมนุม กลุ่มที่ 2.กลุ่มไทยไม่ทน นำโดยนายจตุพร พรมพันธ์ รวมตัวกันที่สะพานผ่านฟ้า จากนั้นเคลื่อนตัวมายังหน้าทำเนียบรัฐบาล บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษ กลุ่มที่ 3. เป็นกลุ่มของประชาชนคนไทย ที่นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา มีการรวมตัวกันที่แยกอุรุพงษ์ เคลื่อนตัวมาที่หน้าทำเนียบเชิงสะพานชมัยมรุเชษ หน้าทำเนียบรัฐบาล กระทั่งเวลา 20.00 ทั้ง 2 กลุ่มประกาศยุติการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จาการชุมนุมของทั้ง 3 กลุ่ม พนักงานสอบสวนของ สน.ต่างๆในเขตพื้นที่จะได้ดำเนินกับกลุ่มผู้ชุมนุม ผู้ชักชวน ผู้ให้การสนับสนุน รถเครื่องเสียง รถสุขา วันนี้ ทีมพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนคบาล นำโดย พล.ต.ต.สุคุณ พรมายน รอง ผบช.น.จะได้ประชุมสรุปผลการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 3 กลุ่ม เบื้องต้นผู้ชุมนุเป็นความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ความผิด พ.ร.บ.โรคติดต่อ ความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.ความสะอาด ที่ทางนครบาลได้แจ้งเตือนไว้ ส่วนความผิดอื่นในการปราศัย การจัดกิจกรรมหรือการดำเนินการ วันนี้ทีมพนักงานสอบสวนจะมีการแบ่งงานถอดเทปตรวจสอบภาพบันทึกทั้งหมดทั้ง 3 กลุ่ม ทุกๆกิจกรรมว่าผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายอื่นหรือไม่ รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวว่า กลุ่มนั้นทำผิดเงื่อนไขการประกันตัวหรือไม่ หากมีข้อมูลปรากฎว่ากลุ่มที่กล่าวมามีการรกะทำผิดเงื่อนไขเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของนครบาลจะรวบรวมส่งให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีส่งศาลพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการชุมนุมเมื่อวานนนี้ยังมี 2 กลุ่ม คือกลุ่มไทยไม่ทนของ นายจตุพร และกลุ่มประชาชนคนไทย โดยนายนิติธร ได้มีการประกาศให้มีการชุมนุมในวันพรุ้งนี้ (26 มิ.ย.) สถานที่เดิมของแต่ละกลุ่ม ก่อนจะเคลื่อตัวมาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในส่วนนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลเตือนว่า ช่วงนี้พื้นที่กรุงเทพฯ มีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การกระทำดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผู้ชักชวน เชิญชวนผ่านโซเชียลหรือประการหนึ่งประการใด ผู้ร่วมชุมนุม หรืแผู้สนับสนุนจะมีความผิดฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ได้รับโทษตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า ในภาพรวมทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนการตั้งสิ่งกีดขวางการในการชุมนุมวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ขึ้นอยู่กับการข่าว อย่างที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.ได้บอกว่าจะใช้เท่าที่จำเป็นตามพฤติกรรมและการข่าว ให้มีผลกระทบประชาชนน้อยที่สุด แต่ถ้ามีการข่าวพฤติกรรมของผู้ชุมนุมมีความเสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อยทางตำรวจนครบาลก็มีความจำเป็นในการตั้งสิ่งกีดขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบของการชุมนุมพื้นที่ต่างจังวหัดคู่ขนานกับกรุงเทพฯ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีความเป็นห่วงต่อสถานการณืปัจจุบัน แต่ท่านเห็นว่าการชุมนุมเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลแต่สิทธิ์อยากให้คำนึงถึงคือการเข้าโหมดสร้างภูมิคุ้มกันหมู่การฉีดวัคซีนป้องการการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ฐานะประชาชนคนไทยที่ช่วยกันขับเคลื่อนผ่านวิกฤติไปได้ต้องร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย ปฏิบัติตามประกาศของแต่ละจังหวัดมากกว่า ส่วนการดำเนินคดีมีขั้นตอนของผู้รับผืดชอบ เราผ่านเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองมาหลายปี จะนำเหตุการณ์แต่ละปีมาเป็นบทเรียนตัวตั้งให้การปฏิบัติหน้าที่ตำรวจเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ยึดหลักมนุษยชนที่จะต้องตอบคำถามกับสังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ทนายนกเขา พยายามให้รถเครื่องเสียงฝ่าแนวกั้นตำรวจ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เล็งอาวุธปืนกระสุนยางไปที่แกนนำบนรถการปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่&amp;nbsp; พล.ต.ต.ปิยะ ตอบบว่า การรหยุดรถเครื่องเสียงว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร บางกรณีการจับกุมหน้างานก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกข้อมูลผู้กระทำผิดไว้แล้ว จะเป็นพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวนการสอบสวนดำเนินคดีกับผูที่เกี่ยวข้องทั้งหมด การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ส่วนที่มีการบิดเบือนทางโซเชี่ยลการสลายการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลระดับหนึ่งต้องทำการตรวจสอบว่าการนำเข้าข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์เป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร ถ้าเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พนักงานสอบสวนต้องพิจารณาความผิดผู้นำเข้าและผู้ส่งต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107586</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรพมพันธุ์, นิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ม็อบไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d56ac1ca70a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไม่ทนไล่ประยุทธ์ไปก่อนโควิด &#039;จตุพร&#039; จับสัญญาณยุบสภา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 64 - ที่ร้านห้องประชุมไทยไม่ทน สถานีพีซทีวี กทม. คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดเวทีอภิปรายออนไลน์ ขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามายึดอำนาจรักษาความสงบ ปัจจุบันเข้ามาเพื่อรักษาโควิด ทั้งที่ความบกพร่องทั้งหมดเกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ แถลงการณ์นอกจากพูดไม่ได้เรื่องยังทำไม่ได้เรื่อง บัดนี้ยังไม่สามารถบริหารจัดการวัคซีนได้ พล.อ.ประยุทธ์สามารถจัดการได้ง่ายที่สุด เพราะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยึดอำนาจจากรัฐมนตรีมาอยู่ที่นายกฯ เหตุที่วัคซีนไม่เพียงพอเกิดจากประเมินสถานการณ์ผิด สะท้อนความบกพร่องต้องแสดงความรับผิดชอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ระหว่างไล่ พล.อ.ประยุทธ์ กับโควิดหาย ต้องไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนโควิดจะหาย เพราะประยุทธ์อับจนปัญญาแก้โควิดไม่ได้ ทุกสัญญาไม่เคยเป็นจริงเป็นรูปธรรม ยังมีหน้ามาถามไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จะเอาใคร ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ แก้ปัญหาไม่ได้ ขนาดอ่านภาษาอังกฤษยังอ่านไม่รู้เรื่อง โควิดระบาดถึงรอบสาม วันนี้สองพันกว่าคน รัฐบาลบริหารท่ามกลางความตื่นตระหนก ไม่มีใครไปตรวจสอบ เราไม่เห็นความรับผิดชอบ เชื่อว่ารัฐบาลไปไม่รอด จะมีการยุบสภาก่อนวันเปิดสภา และอาจปรับทีมเศรษฐกิจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายจตุพร กล่าวอีกว่า ตนเคยบอกสิ่งที่น่าห่วงสุดคือการระบาดระลอกสาม ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข จะกลับมาอีกรอบไม่มีวัน ประชาชนเข็ดขยาด พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประโยชน์จากการแบ่งแยกแล้วปกครอง เวทีไทยไม่ทนมาเพื่อบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นศูนย์กลางปัญหา รับปากไม่เคยทำเป็นรูปธรรม ขนาด พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯ ตระบัดสัตย์ครั้งเดียวยังไม่ได้โอกาส พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีศักยภาพแก้ไขปัญหาชาติยังได้รับโอกาส ระบอบประยุทธ์คือการปกครองของประยุทธ์ โดยประยุทธ์ เพื่อประยุทธ์ และไม่รู้จะไปเมื่อไหร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100578</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรพมพันธุ์, ประชาชนสามัคคี, พีซทีวี, ไทยไม่ทน, ไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_608407e1ad7b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เดือดแน่!&#039;เสกสกล&#039;ขยี้&#039;ตู่-เต้น&#039;เคลื่อนไหวเพื่อใคร ขู่หากไม่หยุดจะแฉพฤติกรรมเป็นระยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

02 เม.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เตรียมเคลื่อนไหวชุมนุมในวันที่ 4 เม.ย.ว่า ที่จริงมีการพูดคุยกันมาตลอดถึงการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งนายจตุพร เคยพูดตอนออกจากเรือนจำว่าถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลืออะไร อยู่ในคุกเหมือนการอยู่ในนรกของคนเป็น ตนจึงต่อสายให้ได้คุยกับผู้ใหญ่ให้ทราบถึงความเดือดร้อนและการสนับสนุนช่วยเหลือ และที่ผ่านมาเตือนตลอดว่าหมดเวลาเป็นแกนนำเสื้อแดงเพราะในที่สุดเราก็ถูกทอดทิ้ง และการกลับมาประกาศชุมนุมต้องถามว่าที่ผ่านมาสู้เพื่อใคร สู้เพื่อตัวเองหรือสู้เพื่อใคร สู้เพื่อตัวเองเพื่อจะได้มีตำแหน่งเป็นส.ส.เป็นรัฐมนตรี และสู้แล้วรวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่เคยบอกว่านปช.มีจุดยืนอยู่ตรงกลางเพื่อประชาชน แต่สุดท้ายก็สู้เพื่อตัวเองให้คนนามสกุลชินวิตรกลับมามีอำนาจ ไม่ได้สู้เพื่อประชาชน คือสิ่งที่สะท้อนให้เสื้อแดงได้รับรู้ว่าใครที่หลอกลวงพาประชาชนไปตายไม่ได้เป็นการปกป้องประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และคนที่เคยออกมาเคลื่อนไหวบอกว่าเพื่อประชาธิปไตย มีใครออกมารับผิดชอบหรือไม่ ผมจึงต้องเอาความจริงมาแฉให้หมด และจะแฉต่อไป หากนายจตุพร รวมถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ประกาศยืนข้างนักศึกษา ม็อบคณะราษฎรหรือนักศึกษาแนวร่วมธรรมศาสตร์ ซึ่งจิตใจของคนพวกนี้ไม่มีสำนักในความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ประเทศชาติ และประชาชน ออกมาเคลื่อนไหว &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวว่า ที่นายจตุพร กล่าวว่า อย่ามาบอกว่าออกมาจากเรือนจำ จะจงรักภักดีและปกป้องสถาบัน แต่พอถึงเวลาอาจถูกใครชักจูงหรือให้งบประมาณ ซึ่งตนก็ไม่ทราบ แต่เมื่อจงรักภักดีต่อสถาบันจะมาเคลื่อนไหวโดยอ้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่าไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างนี้ไม่ได้ เพราะพล.อ.ประยุทย์ ไม่เคยสั่งการอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ แต่การมากล่าวหาว่าเป็นตัวขัดขวางกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นข้อเท็จจริง ถามว่าถ้านายจตุพรและนายณัฐวุฒิ ไล่พล.อ.ประยุทธ์ จะให้ใครขึ้มาเป็นนายกรัฐมนตรี จะให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือ ทั้งที่คนเล่านี้โดนมาตรา112 และต้องการที่จะเข้าล่วงจาบจ้วงสถาบัน อย่างไรก็ตามถ้ายังไม่หยุดเคลื่อนไหวตนจะออกมาแฉพฤติกรรมของทั้งคู่เป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98085</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรพมพันธุ์, ชุมนุมไล่นายกฯ, ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ, เสกสกล อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_60669ad340db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;เตือน&#039;จตุพร&#039;อย่าลงถนนระวังเป็นเครื่องมือพวกจาบจ้วงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.64-นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. เตรียมเคลื่อนไหวขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมว่า ด้วยมิตรภาพที่ดีตนอยากจะเตือนสตินายจตุพรอย่างหวังดีอย่าสร้างปัญหาให้กับประเทศอีกเลย ที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์มาแล้ว มีการชุมนุมเผาบ้านเผาเมืองเสียหาย เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ อย่าหวนกลับไปสู่จุดนั้นอีกเลย ขอให้เห็นแก่ประเทศชาติและประชาชน ยิ่งช่วงนี้ประเทศกำลังประสบปัญหาโควิด-19 ประชาชนกำลังลำบากอย่าซ้ำเติมประเทศเลย ที่สำคัญการชุมนุมต่างๆ เสี่ยงกับการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องที่นายจตุพรบอกพล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวปัญหามาตรา112 นั้นก็ไม่เป็นความจริง พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาแก้ปัญหามากกว่า ใครทำผิดมาตรา112 ก็ต้องรับโทษ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฏหมายเดียวกัน ผมผิดหวังกับนายจตุพรมาก ที่ผ่านมาดูเหมือนนายจตุพรจะคิดได้แล้ว แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาตลอด แต่ทำไมจะออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มที่ต้องการแก้มาตรา112 อยากให้นายจตุพรคิดใหม่ เพราะคนเหล่านี้จาบจ้วงสถาบันที่คนไทยรักและศรัทธา&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97527</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุม, จตุพร พรพมพันธุ์, จาบจ้วงสถาบัน, ธนกร  วังบุญคงชนะ, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_60136f9b074a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039; โอด &#039;เหลือง-แดง-กปปส.&#039; ถูก &#039;ประยุทธ์&#039; หลอกปรองดอง นัด 4 เม.ย.ที่สวนสันติพร หาทางไล่รัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64 - ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในการเสวนา &amp;quot;ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย&amp;quot;&amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานนปช. กล่าวสรุปสัมนาตอนหนึ่ง ว่า ปัญหาหลักอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องมาตรา112 คนที่จุดชนวน ทำให้เกิดความเสียหายคือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเคยให้สัมภาษณ์ว่า มาตรานี้ จะไม่เอาโทษ และพูดเกี่ยวกับมาตรานี้อีก สรุปคือ สถาบันได้รับผลกระทบเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ พูดเปิดประตู พอมีการเอาโทษก็ไปกระทบสถาบัน คนที่ทั้งเปิดประตู ปิดประตูคือ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่า ไปแก้มา แก้ให้ได้ก็แล้วกัน แต่ตนขอสรุปว่า แก้ให้ได้ต้องไล่ประยุทธ์ ส่วนเรื่องดาบสุดท้าย ในสมรภูมินี้ แม้ไม่ได้ชักดาบคนแรก แต่ขอเก็บดาบคนสุดท้าย จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วน เราสู้เผด็จการประยุทธ์ ไม่ง่ายเหมือน เผด็จการสุจินดา ประยุทธ์ พูดอย่าง ทำอย่าง พูดซ้ายไปขวา พูดขวาไปซ้าย เป็นเผด็จการพันธุ์พิเศษ พร้อมทำทุกอย่างที่จะรักษาอำนาจ เหตุที่เราไม่พรวดพราด เพราะต้องการจัดการประยุทธ์
&amp;nbsp;
&amp;quot;เวลานี้ประชาชนทุกฝ่าย ที่ถูกปล่อยเหยื่อสร้างปรองดอง ไม่ว่าจะเสื้อเหลือง เสื้อแดง กปปส. ต่างถูกหลอกถ้วนหน้า เห็นได้อย่างชัดเจน ไม่อาจปล่อยให้ประยุทธ์ ทำกับประเทศไทยในลักษณะอย่างนี้ต่อไปได้ ในห้วงเวลาจากนี้ไป ต้องขอความร่วมมือ พบปะพูดคุย คู่ขัดแย้งในช่วง15ปีนี้ มากขึ้นตามลำดับ การรบประยุทธ์ ไม่ว่าสีใด สีหนึ่งไม่ชนะ จึงต้องสามัคคีประชาชน ถ้าประชาชนสามัคคี ประยุทธ์ไม่มีวันพ้นมือประชาชนไปได้ อาทิตย์4เม.ย. สวนสันติพร เวลา 16.00น. เป็นต้นไป จะมีการไปจัดงานอีกครั้ง&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า &amp;nbsp;ประยุทธ์พร้อมใช้อำนาจทุกรูปแบบ หลังจาก 4เม.ย. เราจะกำหนดมาตรการ เชิญผู้คนมาร่วมมากขึ้น หากส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาล ถอนตัวออก เราก็ไม่จำเป็นต้องลงถนน ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ใช้วิธีโดยไม่รบ ชนะโดยไม่รบ ดีที่สุด วันหนึ่งถ้าคู่ขัดแย้ง ประเทศไทยมาร่วมนั่งแถลง ให้ออกไป ถ้าออกไปก็ดี ถ้าไม่มีหนทางก็ต้องมาร่วมขับไล่ ในแต่ละภาคส่วน ไม่มีการกระทบกัน เราเข้าใจคนหนุ่มสาว คนที่อึดอัด เราไม่ขัดแย้งกับใคร เราจะสามัคคีเปิดหนทางให้ประเทศไทย เดินไปสู่วันข้างหน้าได้ เราพร้อมจึงจะรบ เรารู้ว่า โดยพฤติการณ์ประยุทธ์ ไม่เหมือนในสิ่งที่เราเคยเห็นเหมือนเผด็จการในอดีต ขอนัดหมายกันอีกครั้งวันที่ 4เม.ย. ตั้งแต่เวลา16.00น. ที่สวนสันติพร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97394</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความสามัคคีปรองดอง, จตุพร พรพมพันธุ์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แกนนำเสื้อสี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dcdde49f33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ขึ้นศาลคดีบุกบ้านสี่เสาฯสำนวน2 ปมอัยการฟ้องไม่ครบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางมาตามที่ศาลนัดพร้อมคู่ความคดีชุมนุมบ้านสี่เสาเทเวศร์ สำนวนที่ 2 โดยนายจตุพร เปิดเผยว่า วันนี้ศาลนัดทางอัยการชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่ปล่อยให้คดีขาดอายุความ 5 คน จากจำนวน 7 คนในคดีนี้ ส่วนข้อเท็จจริงตนได้แถลงต่อศาลว่า มีบุคคลจากจำนวน 7 คน ซึ่งอยู่ต่างประเทศเพียงแค่ 2 คน ที่จะต้องเป็นหน้าที่ของอัยการในการทำตามขั้นตอน และอีก 5 คนอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอดีตอธิบดีศาลอาญา นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ก็อยู่บ้าน ซึ่งวันนี้คดีก็ขาดอายุความไป 5 คน และสั่งฟ้อง ในสำนวนที่ 2 เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในทางปฏิบัติ คดีนี้เดิมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งฟ้อง แต่อัยการแผนกคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้อง และต่อมาตำรวจได้มีความเห็นแย้ง จึงให้อัยการสูงสุดในขณะนั้นคือนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นผู้ชี้ขาด ให้สั่งฟ้องทั้งจำนวน 15 คน และทั้ง 15 คน ไม่ได้มีการร้องขอให้มีการแยกสำนวนคดีเป็น 2 สำนวน แต่พนักงานอัยการได้แยกสำนวน ซึ่งมีหน้าที่อย่างเดียวคือการสั่งฟ้องทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่พนักงานอัยการได้ปล่อยให้ทั้ง 5 คนขาดอายุความ ส่วนตัวไม่มีความประสงค์จะให้ใครต้องไปถูกดำเนินคดีอะไร แต่ชี้ให้เห็นว่า บ้านเมืองก็ต้องมีหลักเช่นกัน ดังนั้น วันนี้ทางศาลจึงให้อัยการมาชี้แจง ส่วนตัวได้มีโอกาสเจอกับนายมานิตย์ โดยยืนยันว่าอยู่ที่บ้านไม่ได้ไปไหน และหากอัยการฟ้องวันไหนก็จะฟ้องอัยการกลับในวันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ยืนยันว่า ไม่มีความหวั่นวิตกว่าจะต้องไปติดคุก เพราะผ่านมาแล้ว 4 ครั้ง เพียงแต่การดำเนินคดี ของพนักงานอัยการจะต้องมีความยุติธรรมและมีความเสมอภาค ไม่เช่นนั้นการเลือกจะดำเนินคดีกับใครก็เลือกตามความพึงพอใจ ทั้งที่มีคำสั่งฟ้อง แต่กลับปล่อยให้คดีขาดอายุความถึง 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จะร้องขอความเป็นธรรมกับศาลว่า ถูกคำวินิจฉัยที่เป็นปัญหามาหลายครั้ง ตั้งแต่คดีทางแพ่ง ที่ระบุให้ไปชดใช้ค่าเสียหาย คำพิพากษาศาลฎีการะบุว่าตนพูดเหมือน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ยกฟ้องนายทักษิณ แต่สั่งให้นายจตุพรชดใช้ เพราะนายจตุพรเป็นประธาน นปช. ทั้งที่ตอนนั้นตนไม่ได้เป็นประธาน นปช. ได้เป็นหลังจากนั้นอีก 4 ปี เหล่านี้เป็นต้น รวมกระทั่งคดีอื่นๆ อีกมาก ดังนั้นในคดีนี้ตนจะไม่ยอมให้พนักงานอัยการใช้วิธีการอย่างนี้กับตน พร้อมยืนยันว่านี่ไม่ใช่เป็นการประวิงเวลา แต่นี่คือความอัปยศที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เป็นการเลือกปฏิบัติ ขนาดพวกตนยังโดนขนาดนี้ แล้วประชาชนจะอยู่ในสภาพใด โดยหวังว่าวันนี้ศาลจะได้หาช่องทางออก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96849</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบุกบ้านป๋าเปรม, จตุพร พรพมพันธุ์, ศาล, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_60581015e2a90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
