<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการ เคลียร์ชัด &#039;พระไลฟ์ขายขำ&#039; ปรับเปลี่ยนวิธีสอนธรรมะหรือด้อยค่าพระศาสนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.64 -&amp;nbsp;ดร.มงคล นาฏกระสูตร อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครร และอดีตผู้ชำนาญการสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีนายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา อ้างว่า ผู้วิจารณ์พระมหาไพรวัลย์และพระมหาสมปอง ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของพระรุ่นใหม่ การไลฟ์สอนธรรมะคือ การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย&amp;nbsp;หากดูตามระเบียบสงฆ์ก็ไม่ได้มีข้อห้ามเอาไว้ พระสงฆ์ใช้เทคโนโลยีเผยแผ่ศาสนาจึงเป็นสิ่งที่กระทำได้และไม่จำเป็นต้องสำรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ดร.มงคล วิเคราะห์ว่า สงฆ์ไลฟ์สด : #ขายขำขายศรัทธา เมื่อวันก่อนมีคนส่งคลิปคนที่เรียกตนว่าเป็นอาจารย์มาให้ดูว่า ทำไมชาวพุทธถึงรับไม่ได้กับวิธีเข้าถึงคนรุ่นใหม่ เป็นการปรับวิธีสอน เหมือนเอาน้ำตาลไปเคลือบยา วันนี้เชิญมาร่วมวิเคราะห์ด้วยกันว่าปรับเปลี่ยนตามที่ว่าจริงหรือไม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทศน์ขายขำ : วิธีการที่แสนโบราณ&amp;nbsp;การที่พระสองรูปขายขำไลฟ์สด เป็นที่วิธีการแสนโบราณ พระวิทยากรอบรมค่ายคุณธรรมเด็ก พูดขำกว่าสองรูปนี้หลายเท่านั้น และพระเทศน์มหาชาติ เทศน์แหล่สามารถพูดตลกให้คนขำจนตกเก้าอี้มีมามากมาย ทั้งภาคกลาง เหนือ อีสานใต้ &amp;nbsp;มีทุกที่ แต่เทศน์ให้กลุ่มคนเฉพาะงาน เฉพาะท้องถิ่น จึงดูไม่น่าเกลียด ไม่ใช่เผยแพร่ในสื่อที่สาธารณะรับรู้ เป็นวิธีที่เก่าแก่โบราณ มหาสมปองก็เลียนแบบมาจากสิ่งนี้ทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิ่งตามก้นชาวบ้าน : ทั้งช่องทางและวิธีการ ที่บอกว่าปรับเปลี่ยนวิธี ไม่เห็นปรับอะไร เลียนแบบรายการที่ชาวบ้านทำทั้งนั้น ทั้งช่องทางไลค์สดชาวบ้านแลก k ยอดไลค์คนดู เขาทำกันทั้งนั้น ยิ่งใช้ภาษาวัยรุ่นที่เด็กวัยรุ่นๆเขาพูด ก็ตามเด็กทั้งนั้น ไม่มีอะไรใหม่ พระที่วิ่งตามก้นชาวบ้านจนลืมสมณสารูปตัวเองว่าอยู่ในฐานะอะไร คุณปรับเปลี่ยนสิ่งใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอกสอนเด็ก : แต่รู้จักเด็กแค่ไหน&amp;nbsp;ผู้เขียนเฝ้าดูพฤติกรรมการเผยแพร่ธรรมะของสองรูปนี้มานาน ไม่ได้ช่วยเหลือเยาวชนของเราเท่าที่ควร เพราะไปเน้นแค่เสียงหัวเราะกับชื่อเสียงตนเท่านั้น ที่จริงปัญหาเยาวชนมีมากมาย เช่น เสพยา เรื่องเพศ บ้านแตก ไม่อยากเรียนหนังสือ ความรุนแรง หรือมีช่องว่างระหว่างพ่อแม่และครูอาจารย์ เป็นต้น และสิ่งที่พวกเขาอยากได้ เช่น เสรีภาพ ความท้าทายสิ่งใหม่ หรือพื้นที่ในการแสดงออก เป็นต้น &amp;nbsp;แทบจะไม่เห็นในการบรรยายให้ทางออกแก่เยาวชนเหล่านั้น ปัญหาวัยรุ่นจึงไม่เคยได้รับการแก้ไขจากการแสดงธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาธรรมะมาเร่ขาย = ด้อยค่าพระศาสนา พระพุทธศาสนามีคำสอนที่เป็นสัจจธรรมและมีความลึกซึ้งสุขุมคัมภีรภาพ ไม่ใช่เอามาล้อเล่นกันสนุกสนาน ศาสนาอื่นเขาเห็นจะพลอยดูถูกไปด้วย&amp;nbsp;ที่จริงสงฆ์ทั้งสองเพียงแค่ใช้รูปแบบการเทศนาและใช้รูปแบบของความเป็นพระมาใช้เท่านั้น หาได้ปลูกฝังอุดมการณ์แบบพุทธ ที่ต้องการให้พุทธศาสนิกชนพ้นจากทุกข์ไม่ เพียงเปลี่ยนจาก offline มาเป็น online เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังฆะเพื่อสังคม : แนวทางของสงฆ์รุ่นใหม่&amp;nbsp;ที่จริงในคณะสงฆ์มีทั้งตัวอย่างที่ไม่ดีและที่ดีมากมาย ที่ดีเช่น หลวงพ่อพุทธทาส หลวงพ่อปัญญานันทะหรือเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ล้วนเป็นแบบอย่างแห่งเผยแพร่ธรรมร่วมสมัยที่สังคมยอมรับและเคารพนับถือ และสงฆ์ต่างประเทศ เช่น องค์ดาไล ลามะ ท่านติช นัท ฮันท์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสงฆ์รุ่นใหม่บทบาทที่ชาวบ้านคาดหวังคือ สังฆะเพื่อสังคม เช่น การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การต่อต้านยาเสพติด การช่วยเหลือสาธารณะสงเคราะห์ เป็นต้น ยิ่งทำยิ่งมีคนสนับสนุน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่บอกว่าวิจารณ์ไร้เหตุผล คนพูดแบบนี้ก็เลอะเทอะเช่นกัน เพราะศรัทธาประชาชนเกิดจากการเห็นพระสำรวมในพระธรรมวินัยและเห็นอุดมการณ์การเผยแผ่แบบพุทธแท้ เมื่อพระไม่เป็นอย่างนนั้น วิจารณ์จะไร้เหตุผลได้อย่างไร การพูดเอามันให้ตนดูเด่นกว่าคนอื่น เพื่อหนุนพรรคพวกตน โดยไร้ภูมิรู้และภูมิธรรมที่แท้จริงในสื่อสาธารณะ ไม่ช่วยให้พระพุทธศาสนาให้ดีขึ้นในมิติใดๆเลย...ด้วยจิตคารวะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117046</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุรงค์ จงอาษา, ดร.มงคล นาฏกระสูตร, พระพุทธศาสนา, พระมหาสมปอง, พระมหาไพรวัลย์, พระไลฟ์เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61337776131cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการด้านพุทธ ฉะอำนาจรัฐแทรกแซงมหาเถรฯ ไล่จับเณร 3 นิ้วผิดวินัยสงฆ์-หมิ่นสังฆราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.64 - จากกรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มติให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า หรือ โฟล์ค&amp;nbsp;สมาชิกแนวร่วมราษฎรศาลายาฯ ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองกับม็อบราษฎรสามนิ้วอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งในระหว่างการชุมนุมยังแสดงพฤติกรรมละเมิดองค์แห่งพระวินัยปิฎก กล่าวติพระธรรม กล่าวติพระสงฆ์ มีความเห็นผิด ไม่เหมาะสมในสมณะแห่งพระพุทธศาสนา มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอามาตมาดร้ายสมเด็จพระสังฆราช ใส่ความคณะสงฆ์ให้เสื่อมเสียหรือแตกแยก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า ข้อสังเกตแปลกๆกรณีเณรโฟล์คถูกไล่ล่าเพราะชุมนุม 1.ทุกครั้งที่มีมติชั่วร้ายจากคดีการเมืองที่มีต่อพระสงฆ์&amp;nbsp;ผ่านมหาเถรสมาคม ฝ่าพระบาทองค์สมเด็จพระสังฆราชมักจะมิได้ทรงมาเป็นประธานในการประชุมในวาระนั้นๆ&amp;nbsp;ปล่อยให้ผู้น้อยกว่าเช่นสมเด็จพระวันรัต สมเด็จพระธีรญาณมุนี รับหน้าเสื่อเป็นประธานในการประชุมไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะกรณีเงินทอนวัด กรณีพุทธอิสระ&amp;nbsp;กรณีสิทธิการใส่จีวร กรณีเณรโฟล์คก็เช่นกันฝ่าพระบาทมักประทับอยู่ในที่ปลอดภัยเสมอ และปล่อยให้อำนาจรัฐแทรกแซงมหาเถรสมาคมผ่านสำนักพุทธฯเสมอมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เวลาแก๊งปลดแอก ยุวชนส้มหวานใช้พระใช้เจ้าเป็นเครื่องมือในการชุมนุม ก็เฮๆกันอย่างสนุกสนาน ทั้งที่สนามหลวง ทั้งราชดำเนิน ทั้งม.มหิดล แต่พอมวลชนตกต่ำ เห็นคนมาน้อย เห็นว่าพระเณรไม่มีประโยชน์อีกต่อไป แถมล่อเป้า ทั้งสำนักพุทธฯทั้งตำรวจ ทั้งมส. ตามล่าเณร พวกที่เฮๆกลับนิ่งเฉย
ปล่อยพระเณรที่ไปร่วมชุมนุมสู้กับอำนาจรัฐตามลำพัง เวลาพระมอส (พระปัญญา สีสัน) โดนไล่ล่าจนต้องลี้ภัย ก็ไม่นำพาไม่ช่วยอะไร เงินก็ไม่ให้แถมนินทา เณรสหรัฐก็เช่นกัน เฮๆกันแทบตาย แค่พอมีข่าวว่ามีกำลังตำรวจมาดักรออุ้มเณรบ้าง&amp;nbsp;มีมติมส.โดยการชงจากสำนักพุทธฯบ้าง เณรต้องไปศาลบ้างกลับปล่อยเณรสู้ลำพัง ให้โยมสลิ่มบ้าง&amp;nbsp;พระควายแดงบ้าง ต้องยื่นมือเข้าช่วยเพราะเห็นแก่ความเป็นเณร แทนที่ชาวปลดแอก ส้มหวาน หรือ ไกล้กาว&amp;nbsp;
จะออกหน้าปกป้องเณรมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังใช้ เทคนิคทางกฎหมาย และ เทคนิคทางสังฆาธิการ เทคนิคทางการเมือง บี้เณรทุกวิถีทางเท่าที่ทำได้ ผมขอความกรุณานะครับ ให้โอกาสเณรปรับทัศนคติเณร สั่งสอนเณร อย่าเล่นงานเณรเหมือนเณรเป็นผู้ก่อการร้ายเลย ขนาดคอมมิวนิสต์ รัฐยังพาเขาออกจากป่ามาพัฒนาบ้านเมือง ขนาดโจรใต้ผู้หลงผิด รัฐยังพาเขากลับบ้าน แต่กับเณรตัวจ้อยแค่คนเดียวไม่มีอาวุธไม่มีกำลัง&amp;nbsp;รัฐต้องทำกับเณรขนาดนี้เลยหรือ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พระมหาไพรวัลย์ ได้คอมเม้นท์ในเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ได้โพสต์ชี้แจงกรณีการตรวจสอบสามเณรมีพฤติกรรมขัดต่อคำสั่งมหาเถรสมาคมว่า &amp;quot;ภูมิใจมากไหมจ๊ะ ที่ได้รังแกสามเณรที่มีแต่มือเปล่ารูปหนึ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94366</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุรงค์ จงอาษา, นักวิชาการด้านพุทธศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6038dbaca2207.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด! &#039;หนิง ปณิตา&#039; ทนไม่ไหวตอกกลับนักวิชาการด้านพุทธ โพสต์เหน็บ &#039;เข้ม หัสวีร์&#039; แอ๊บแมน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพระเอกหนุ่มช่อง 7 เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ที่กำลังมีผลงานสุดร้อนแรงในละครเรื่อง &amp;quot;โซ่เวรี&amp;quot; ออกมาเคลียร์ว่าเป็นพี่น้องกับ ดีเจมะตูม -เตชินท์ พลอยเพชร แต่ปรากฏว่าได้เกิดประเด็นดราม่าต่อเนื่อง หลังจากนายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา โพสต์เฟซบุ๊ก โดยแชร์ข่าว &amp;quot;เข้ม หัสวีร์ เคลียร์ชัดผมชอบผู้หญิง ส่วนดีเจมะตูมแค่พี่น้อง&amp;quot; พร้อมเขียนข้อความว่า น้องเข้มเค้าคงไม่รู้ว่า...อ.ยิ่งศักดิ์ก็ชอบผู้หญิง พี่ตุ่ม ชลิต ก็ชอบผู้หญิง พี่พอลลีนก็ชอบ เจ๊ไก่ วรายุฑก็ชอบ จตุเองก็ชอบชะนี แต่ไม่สร้างภาพปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ในวิถีอื่นๆนะแจ๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น นายจตุรงค์ ยังได้คอมเม้นท์อีกว่า&amp;nbsp;แอ๊บแอบเข้มๆแมนๆกันแทบตาย&amp;nbsp;สุดท้ายนังมะตูมต่างหากที่เป็นรุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ นักแสดงสาวและหนึ่งในผู้จัดละครเรื่อง &amp;quot;โซเวรี&amp;quot; ร่วมกับนีโน่-เมทนี บุรณศิริ ได้เข้ามาคอมเม้นท์ในโพสต์ดังกล่าวของนายจตุรงค์ว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษนะคะ ที่ต้องเข้ามาเม้นท์ในการโพสต์ส่วนตัว คือมีน้องแฟนคลับส่งมาให้ ในการจะวิพากษ์วิจารณ์ใครทำได้ไม่ผิดนะคะ แต่อยากจะรบกวนว่า น่าจะอยู่บนการให้เกียรติกับคนที่โดนด้วยนะคะ ใจเขาใจเราถ้าคุณโดนคนอื่นใช้คำแบบที่คุณใช้บ้าง คุณจะรู้สึกอย่างไรคะ และการที่เขียนถึงบุคคลอื่นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงนั้น แต่ทำให้คนอื่นเข้าใจบุคคลนั้นๆในทางที่เสื่อมเสีย สามารถฟ้องหมิ่นประมาทได้นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุรงค์ ตอบกลับว่า ส่งหมายศาลมานะคะ คุณหนิง ถ้าคิดว่าการเขียนข้อความดังกล่าวผิดนะคะ อย่ามาทำสันดานแบบนี้ ทั้งระรานพระ ระรานโยม คุณหนิงคิดว่าตนเองวิเศษมาจากไหนคะ&amp;nbsp;#มารยาทค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นได้มีผู้เข้ามาตอบโต้นายจตุรงค์แทนหนิง ปณิตา แต่กลับถูกนายจตุรงค์ ด่ากลับไปเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76981</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุรงค์ จงอาษา, ดราม่า, หนิง ปณิตา, เข้ม หัสวีร์, โซ่เวรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58de6bca75c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกรุก ‘ป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ’ ภาพสะท้อนรัฐไม่ใส่ใจฟื้นฟูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ FPT15 อดีตเขียวขจีปัจจุบันกลายเป็นป่าเขาหัวโล้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ 102 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 31 เมื่อเทียบกับพื้นที่ป่าโดยรวมทั้งประเทศถือว่ายังน้อย และยังห่างไกลจากเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ.2560-2575 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่รัฐบาลวางแผนจะเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ด้วยการผนวกพื้นที่อนุรักษ์จากพื้นที่ป่าสงวนฯ ส่งเสริมชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ให้ปลูกป่าตามโครงการในพื้นที่ทำกินประมาณ 4 ล้านไร่ เช่น โครงการป่าสร้างรายได้ รวมทั้งจัดตั้งป่าชุมชน ป่าคงสภาพ ป่าสงวน ส่งเสริมปลูกสวนป่าเอกชน ทั้งในที่ ส.ป.ก. และเอกชน อีกทั้งจะเร่งฟื้นฟูพื้นที่บุกรุก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีพื้นที่ป่ารั้งท้ายในอาเซียน การฟื้นฟูสภาพป่าทำได้ล่าช้า ส่งผลให้การสูญเสียพื้นที่ป่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อระบบนิเวศและเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน ซึ่งต้องอนุรักษ์ผืนป่าที่มีอยู่ให้อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตอาหาร ช่วยประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่วนปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อทำกิน รวมทั้งทำรีสอร์ต ก็ยังมีข่าวให้ได้ยินเป็นระยะๆ แม้รัฐบาลเองออกมาตรการห้ามตัดไม้ทำลายป่าอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สภาพแปลงปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ FPT15 นครราชสีมา ถูกแผ้วถางบุกรุกทำลายจนเหี้ยน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุด ได้รับสัญญาณที่ไม่ดีและบั่นทอนความหวังในการฟื้นฟูและรักษาป่าไม้ เครือข่ายพุทธศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสังคม (INEB) ได้เสนอรายงานถึงองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) องค์กรระดับโลกด้านการอนุรักษ์ กรณีตรวจพบว่า โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 9 ในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 ที่ป่าเคยเขียวขจีอุดมสมบูรณ์จากการปลูกป่าฟื้นฟู วันนี้กลายเป็นเขาหัวโล้น อีกทั้งสถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤติขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสะสางปัญหาดังกล่าว เพราะผิดวัตถุประสงค์โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงห่วงใยทรัพยากรป่าไม้ของชาติ พระราชทานโครงการพระราชดำรินี้ป้องกันการบุกรุกทำลายป่าและเพิ่มผืนป่าให้ไทย หวังเกิดประโยชน์ต่อทรัพยากรธรรมชาติและพสกนิกรของพระองค์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการพิเศษเครือข่ายพุทธศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสังคม (INEB) กล่าวว่า INEB มีภารกิจสำคัญในการรณรงค์แก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อนผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยสนับสนุนกลุ่มศาสนา พระสงฆ์ และกลุ่มพลเมืองได้มีส่วนร่วมในต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งปัญหาการบุกรุกและตัดไม้ทำลายป่า เป็นตัวการสำคัญในการก่อภาวะโลกร้อน สำหรับงานที่ INEB ติดตามและเร่งดำเนินการแก้ปัญหาขณะนี้ คือ การบุกรุกทำลายป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 9 ในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 กรณีโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ FPT ที่ 15 อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นผืนป่าพื้นที่ 2,700 ไร่ ปตท.เข้ามาฟื้นฟูตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 จนป่าฟื้นตัว ความสมบูรณ์ของป่าและมีสัตว์ป่าเข้ามาหากินและอยู่อาศัย และที่สำคัญแปลงปลูกป่า FPT 15 ยังเป็นส่วนหนึ่งของป่าต้นน้ำลำตะคอง และป่าสัก ต้นไม้ที่ปลูกในแปลงปลูกป่า FPT 15 เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งการสนองพระราชดำริในหลวง ร.9 และราชินีใน ร.9 ด้านการอนุรักษ์ แต่เป็นที่น่าสลดใจ ป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ไม่มีใครดูแล ปัจจุบันแปลงปลูกป่า FPT 15 ถูกบุกรุกอย่างน่าเกลียด ไถป่าแผ้วถางทำไร่มันสำปะหลังเกือบ 1,000 ไร่ ขณะที่รัฐบาลไม่สนใจ จัดอีเวนต์ปลูกป่า วนเวียนเปิดงาน ถ่ายรูปว่าปลูกป่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ทำไมผืนป่าหลายพันไร่ที่เคยได้ชื่อป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ถวายให้ในหลวง ร.9 และพระราชินี ร.9 เพื่อทำการอนุรักษ์ โดนทำลาย ส่งผลให้สูญเสียพื้นที่ป่าไป ช่องโหว่เกิดจากความเกี่ยงงอนในการทำงานดูแลรักษาพื้นที่ป่าของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ เพราะปี 2545-2555 ได้รับงบประมาณของโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ในการดูแลป่า เมื่อหมดงบ ไม่มีใครรับผิดชอบ ต้นมัน ป่ามัน เหมือนเมื่อ 30 ปีก่อนกลับมา ไร่ข้าวโพดปลูกในแปลงป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ เป็นเรื่องเศร้า ป่าเคยหัวโล้น ช่วยกันอนุรักษ์มาเกือบ 20 ปี จนเขียวขจี เมื่อไม่มีเจ้าภาพดูแล 8 ปีที่ผ่านมา จึงมีชาวไร่ ชาวนา นายทุนและกลุ่มผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น เข้าไปแผ้วถาง ทำไร่เลื่อนลอย อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาสำรวจสภาพป่าที่แท้จริงขณะนี้เป็นอย่างไร และพื้นที่ถูกยึดครอบครองเท่าไหร่ แม้กระทั่งภาคประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมติดตามตรวจสอบการรุกป่ากรณีนี้ &amp;quot; นายจตุรงค์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แปลงปลูกป่า FPT15&amp;nbsp; ที่ยังไม่มีการส่งมอบพื้นที่ ขาดการดูแล พบถูกบุกรุก สูญเสียป่าที่ฟื้นกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายจตุรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาบุกรุกแปลงป่า FPT 15 แล้ว INEB มีแนวทางในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า โดยร่วมกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) สำนักงานภูมิภาคเอเชีย ดำเนินโครงการ &amp;quot;แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่เชื่อมต่อระบบนิเวศ (Ecological Corridor) กลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว กับกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่&amp;quot; เป็นแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ ความยาวของแนวป่านี้มีสำนักสงฆ์เขาโป่งนก สาขาวัดระฆังโฆษิตาราม ซึ่งร่วมโครงการพุทธอุทยานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สำนักสงฆ์ภูแสนดาว ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงพญาเย็น ต่อเนื่องมาถึงแปลง FPT 15 แนวทางการทำงานจะใช้เครือข่ายสำนักสงฆ์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเทือกเขาร่วมกันดูแลรักษาและฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อให้เป็นแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศธรรมที่ต่อกันด้วยตระหนักคุณค่าป่าดงพญาเย็น ถือเป็นป่าต้นน้ำลำตะคองและป่าสัก พื้นที่โดยทั่วไปเป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้สำคัญ คือ ไม้แดง ประดู่ มะค่าโมง มะเกลือ และไม้ไผ่ซางขึ้นอยู่ทั่วพื้นที่ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ขณะนี้กำลังเร่งยกร่างโครงการ จากนั้น INEB&amp;nbsp;และภาคีจะหารือกับกรมอุทยานฯ ต่อไป แนวทางเหล่านี้จะรักษาป่าต้นน้ำ ช่วยบรรเทาวิกฤติขาดแคลนน้ำ และควบคุมอุณหภูมิของโลกไม่ให้สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายประทีป มีคติธรรม เจ้าหน้าที่ IUCN แผนงานประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันผืนป่าบริเวณนี้กลายเป็นไร่และบ้านเรือนประชาชน ป่าถูกแบ่งแยกเป็นส่วนกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายของสัตว์ป่าน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่มช้าง เสือ ต้องใช้ป่าขนาดใหญ่ เหตุนี้ IUCN ร่วมขับเคลื่อนโครงการแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศป่าภูเขียว-น้ำหนาว กับป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (Ecological Corridor) มีการประเมินว่ามีศักยภาพเป็นเส้นทางเดินของสัตว์ป่า&amp;nbsp; ภูมิประเทศก็โดดเด่น เพราะเป็นขอบของที่ราบสูงโคราช&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากจะทำ &amp;#39;คอริดอร์&amp;rsquo; เชื่อมความยาวของแนวป่านี้ จะมี 2 ส่วน ส่วนแรก ระยะแรก 36 กิโลเมตร เนื้อที่ 27,312 ไร่ ส่วนที่สอง 23 กม. เนื้อที่ 15,625 ไร่ ส่วนนี้สภาพพื้นที่มีสำนักสงฆ์ 2 แห่ง และแปลงปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ FPT 15 ที่ปัจจุบันเสี่ยงต่อการบุกรุกทำลายป่าอย่างมาก มีราษฎรเข้าไปครอบครองและเหลือผืนป่าบางส่วน หากทำได้จะมีแนวป่าสมบูรณ์พื้นที่ถึง 4.3 หมื่นไร่ ตนคิดว่าการอนุรักษ์ป่า ภาครัฐมักจะมองนโยบายทวงคืนผืนป่าเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่ใช่ แนวทางจะต้องรักษาสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ให้คงอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศกลุ่มภูเขียว-น้ำหนาวกับดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มรดกโลก จะผนวกพื้นที่ป่าถาวร FPT15 อีกแนวทางอนุรักษ์ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายประทีป กล่าวว่า การอนุรักษ์ผืนป่าผ่านโครงการนี้จะผลักดันไปสู่การบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีทางเลือก 3 รูปแบบ คือ 1.ยกระดับให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า อนุรักษ์ไว้ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ซึ่งต้องทำการสำรวจชนิดของสัตว์และพันธุ์พืช 2.วนอุทยาน เพราะสภาพพื้นที่มีธรรมชาติที่สวยงามเหมาะสงวนรักษาไว้เป็นแหล่งคุ้มครองธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติของประชาชน และ 3.ป่าชุมชน รูปแบบนี้ลดปัญหาข้อโตแย้งกับชุมชน หากขอจัดตั้งเป็นเขตห้ามล่าหรือวนอุทยาน โดยชุมชนดำเนินการยื่นคำขอจัดตั้งเป็นป่าชุมชนตาม พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ.2562 ตั้งคณะกรรมการป่าชุมชน และทำแผนจัดการป่าชุมชน แบ่งเขตอนุรักษ์ เขตใช้ประโยชน์ และเขตฟื้นฟู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่ง ทาง IUCN และ INEB&amp;nbsp;จะจัดทำเป็นโครงการเพื่อเสนอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (โคราช) โดยเราจะทำการศึกษาและสำรวจข้อมูลเบื้องต้น กำหนดขอบเขตพื้นที่เป้าหมาย ลักษณะภูมิประเทศ ธรณีวิทยา คุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศ เช่น สภาพป่าไม้ ชนิดพันธุ์สำคัญทั้งสัตว์ป่าและพืชพันธุ์ ข้อมูลชุมชน จัดประชุมหารือ อปท. ชุมชนที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นวิเคราะห์ ประเมินแนวทางรูปแบบจัดการพื้นที่ที่เหมาะสม ก่อนจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์เสนอกรมอุทยานฯ คาดว่าจะใช้เวลาทำงาน 1 ปี นอกจากช่วยฟื้นฟูป่า ยังลดความขัดแย้งในพื้นที่อีกด้วย&amp;quot; นายประทีป กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พื้นที่เหมาะสมผลักดันทำ&amp;#39;คอริดอร์&amp;#39;เชื่อมสองกลุ่มป่า สภาพธรรมชาติสวยงาม และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นายสุรพล ดวงแข นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้มีช่องว่างระหว่างการส่งมอบพื้นที่แปลงปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ กรณีแปลง FPT 15 มีปัญหาความคาบเกี่ยวระหว่างสองหน่วยงาน คือ กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ กอปรกับความล่าช้าในการส่งมอบผืนป่า เพราะหากรับมอบคืนแล้ว หน่วยงานรัฐต้องตั้งงบและกำลังคนดูแลจัดการพื้นที่ ช่องว่างตรงนี้ทำให้มีการบุกรุกพื้นที่ แม้จะมีพลังการอนุรักษ์จากพระของสำนักสงฆ์ในพื้นที่ป่าต้านทานการทำลายป่า แต่เริ่มสู้กลุ่มผู้บุกรุกไม่ไหว นำมาสู่การพูดคุยหารือทางออกร่วมกันในการประชุม IUCN ประเทศไทย เพื่อหยุดยั้งการทำลายป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ อีกทั้งตนเห็นด้วยกับการจัดทำโครงการแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ ถือเป็นคอริดอร์แรกในสองกลุ่มป่า อีกทั้งเสริมศักยภาพของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ผืนป่ามรดกโลกอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์ แต่ต้องทบทวน แก้ไขข้อผิดพลาดของโครงการที่ผ่านมา ตรวจสอบทุกแปลงอย่างจริงจัง&amp;nbsp; เมื่อส่งมอบแล้วต้องพร้อมรับ เพราะต้องมีงบประมาณและกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลบริหารจัดการพื้นที่ อีกหัวใจสำคัญต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลรักษาป่าด้วย เช่น ปตท. เคยมีโครงการหมู่บ้าน ปตท.พัฒนา หลังฟื้นฟูป่าแล้ว ทำงานกับชุมชนโดยรอบ ส่งเสริมอาชีพในครัวเรือน ส่งเสริมความตระหนักคุณค่าของผืนป่า ทำให้คนรักและหวงแหน ชุมชนกลายเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังป่า ป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ หลายแปลงปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ก็ประสบความสำเร็จฟื้นป่าจนเขียว ทำให้สัตว์ป่ากลับคืนมา&amp;nbsp; อีกทั้งป้องกันไฟป่าและมีคุณค่าเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้ประเทศ ถึงเวลาสำรวจแปลงปลูกป่าถาวรฯ&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานรัฐไม่มีความพร้อมในการดูแล ก็ยังมีแนวทางให้ภาคเอกชนสนับสนุนการบริหารจัดการต่อไป ผมคิดว่า เป็นอีกทางออกที่น่าสนใจ&amp;quot; นายสุรพลกล่าว ทิ้งท้ายฝากรัฐบาลต้องใส่ใจรักษาผืนป่าของไทยและตรวจสอบโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ อย่างมีคุณภาพ เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้บ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70526</URL_LINK>
                <HASHTAG>INEB, IUCN, กรมป่าไม้, กรมอุทยานฯ, จตุรงค์ จงอาษา, บุกรุกป่าไม้, ป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ, แปลงปลูกป่า FPT15</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200704/image_big_5f0095ee11430.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด! &#039;นักวิชาการ&#039; ด่ากราด &#039;ผู้บรรยายธรรม&#039; หน้าด้าน ปมวิจารณ์พระเรียน ป.เอก ไม่ลดละกิเลส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 -&amp;nbsp;จากกรณี&amp;nbsp;อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์ นักบรรยายธรรม มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา (มศพ.) ได้นำเสนอประเด็นเรื่อง &amp;quot;พระ ดร. พระเรียนหนังสือทางโลก บวชทำไม&amp;quot; ผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;ชมรมบ้านธัมมะ มศพ.&amp;nbsp;มีเนื้อหาว่า&amp;nbsp;ก่อนอื่นต้องรู้จักคำว่า บวช บวชทำไม บวชเพื่อสละ ละขัดเกลากิเลสเพื่อรู้แจ้งอริยสัจธรรม นี่คือจุดประสงค์ของการบวช แต่บวชแล้วไปเรียนวิชาทางโลก แล้วบวชทำไม แล้วใครต้องการเป็น ดร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ที่เพิ่งสมัครเรียนออนไลน์ในระดับปริญญาเอก สาขาวิชาสันติศึกษา รุ่นที่ 5 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กออกมาตอบโต้ อ.สุจินต์ ว่า&amp;nbsp;&amp;quot;อาตมาออกจะรังเกียจคำว่า บวชทำไม บวชทำไม ของโยมยายสุจินต์อยู่มากเหมือนกันนะ เพราะมันฟังดูแล้วเหมือนเป็นคำพูดของคนที่ใจแคบโลกแคบเหลือเกิน&amp;quot; และ &amp;quot;อาตมาเห็นว่า โยมยายสุจินต์ อายุมากแล้ว และอาจจะถึงแก่มรณกาลในอีกไม่นานนี้ นี่พูดแบบธรรมะนะ ไม่ได้แช่งหรืออะไร พวกเราทุกคนล้วนถูกมรณภัยคุกคามอยู่ตลอดเวลา อาตมาอยากให้โยมยายสุจินต์มีความใจกว้าง อยากให้โยมยายมองโลกด้วยเมตตาธรรมมากขึ้นอีกหน่อย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา คู่หูพระมหาไพรวัลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp;Jaturong Mantaso Jongarsa&amp;nbsp;กล่าวถึง อ.สุจินต์ ว่า&amp;nbsp;ด่าพระเรียนปริญญาเอก แต่ตนเองกลับหน้าด้านมารับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยสงฆ์ จากมือพระ ถ้ากูเป็นกรรมการสภามมร.นะ กูเพิกถอนปริญญามึงไปแล้ว ไม่ให้มึงเอามาอวดอ้างถอนหงอกพระหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70299</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุรงค์ จงอาษา, พระมหาไพรวัลย์, อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd4a0dd54ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
