<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบ!อย่าให้บานปลาย บิ๊กตู่ลั่นถวายสัตย์ครบตามรธน./ครม.ตั้งเทกระโถนล็อตใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; แจงถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งแรก บอกทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ขอให้จบอย่าให้เรื่องบานปลาย ถ้าไม่ดีก็ไปรอเลือกตั้งครั้งหน้าแล้วกัน &amp;ldquo;เสธ.อ้าย&amp;rdquo; ชี้ฝ่ายค้านอยากหาเรื่อง 7 พรรคยังรุมถล่มบอกเป็นเรื่องใหญ่ &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; อ้างเพื่อสร้างบรรทัดฐาน &amp;ldquo;ทวี&amp;rdquo; อัดขัดหลักนิติธรรม ทั่นเต้นท้าแน่จริงให้ ส.ส.ใหม่ปฏิญาณตนตามใจชอบในวันที่ 7 ส.ค.เลย พปชร.เตรียมส่งรายชื่อเทกระโถนชุดใหญ่ให้ ครม.เคาะ &amp;ldquo;ธนกร&amp;rdquo; ผงาดเก้าอี้คลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกถึงกรณี 7 พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความกรณี พล.อ.ประยุทธ์นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ในระหว่างเข้าร่วมพิธีวันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 132 ปี โดยระบุว่าทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการในการถวายสัตย์ต่อหน้าพระมหากษัตริย์ ซึ่ง ณ ตรงนั้นก็เสร็จไปแล้วว่าต้องทำอะไรในการดูแลประชาชน ข้อความต่างๆ ที่พูดไปแล้วถือว่าครอบคลุมทั้งหมด และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในการดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย ที่สำคัญที่สุดเป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งพระองค์ท่านมีรับสั่งมาให้ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งตรงกับรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรจบดีกว่าอย่าให้บานปลาย หลายคนในนั้นก็เป็นทหาร ขอร้องว่าเคยเป็นพี่น้องกันมา อย่าให้การเมืองมาทำให้ประเทศชาติปั่นป่วนไปทั้งหมด ถ้าจะดีหรือไม่ดีอย่างไรก็ให้รอเลือกตั้งคราวหน้าก็แล้วกัน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากังวลจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าไม่กังวลอะไรทั้งสิ้น จะกังวลไปทำไม เพราะมีเรื่องที่น่ากังวลมากกว่านี้อีกมาก การที่เป็นนายกฯ และเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีเรื่องหลายอย่างต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างมีตามรัฐธรรมนูญกำหนด โดยรัฐธรรมนูญได้เขียนแบบกว้างๆ เอาไว้ แต่ก็ไปทะเลาะกันแต่เรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องไปดูว่ากฎหมายลูกมีอะไรบ้าง เพราะเป็นส่วนที่จะทำให้การทำงานเดินหน้าต่อไปได้ ขณะที่รัฐธรรมนูญเป็นเพียงแค่กรอบกว้างจะไปทำอะไรได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องอาศัยกฎหมายลูกที่มีหลายพันหลายหมื่นฉบับ รวมถึงกฎกระทรวง
&amp;ldquo;ขอให้ทุกคนรักประเทศไทยมาก อย่าไปนำเสนอข่าวที่ขัดแย้งเพราะจะถอยกันทั้งประเทศ ผู้บัญชาการเหล่าทัพและทหารทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีใครอยากจะอยู่ตรงนี้ เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องทำ จะไปย้อนกลับทำไม ไม่มีอะไรจะให้เดินหน้าสักอัน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ในประเด็นกล่าวคำถวายสัตย์ว่า ยังไม่เห็นข่าว รู้ว่าจะมีแต่ไม่รู้รายละเอียด ส่วนรัฐบาลต้องเตรียมตัวอย่างไรนั้น ต้องให้รู้ก่อนว่าเขาทำอะไรค่อยเตรียมก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเช่นกันว่า การตั้งกระทู้หรือการทวงถามของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนั้นสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่จะทำด้วยเหตุผลและความเหมาะสมอะไรก็ขอให้ทำด้วยความรอบคอบ เพราะเชื่อว่าทุกคนไม่มีแนวคิดหรือเจตนาที่ไม่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารัฐบาลมีความชัดเจนหรือไม่ว่าเรื่องดังกล่าวตกลงเป็นอย่างไร นายพุทธิพงษ์ตอบว่า ขอให้ผู้ที่มีเหตุผลซึ่งสามารถชี้แจงได้เป็นผู้ชี้แจงจะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าความจริงเป็นอย่างไร ดังนั้นต้องรอให้ พล.อ.ประยุทธ์ให้ข้อเท็จจริงต่อกรณีที่เกิดขึ้น แต่การถวายสัตย์ปฏิญาณถือว่าสมบูรณ์ตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญแล้วและ ครม.สามารถทำหน้าที่ได้ ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านยกเป็นประเด็นและเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นประเด็นทางการเมืองเท่านั้น จะไม่เป็นปัญหาบานปลายหรือกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งหากผู้ใดยังติดใจต้องใช้กระบวนการวินิจฉัยชี้ขาดจากศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ทราบว่าเมื่อมีคนยื่นเรื่องแล้วศาลจะรับไว้วินิจฉัยหรือไม่
ซัดฝ่ายค้านหาเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ประธานนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 1 อดีตประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนนั้นไม่ใช่ ไม่จริง &amp;nbsp;เช่นเดียวกับทหารเมื่อไปรายงานตัวจะผิดหรือถูกก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา หากผิดก็ต้องสั่งให้พูดใหม่ แต่ท่านพระราชทานพระบรมราโชวาทก็จบแล้ว ก็ว่ากันไปเรื่อย ฝ่ายค้านก็ต้องหาเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.บุญเลิศยังกล่าวถึงอายุของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ว่า เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ยาวเพราะตั้งใจอยู่แล้ว จะมาอยู่ประเดี๋ยวประด๋าวได้อย่างไร เพราะเพิ่งเลือกตั้งมา แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือพวกเดียวกัน และรัฐบาลต้องทำให้ดี ถ้าทำดีอยู่ยาว ส่วนคะแนนนายกฯ ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลนั้นได้คะแนนมากอยู่แล้ว 9.5 ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่านายกฯ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้นั้น เห็นว่าเป็นคาแรกเตอร์ เกลือก็ต้องเค็ม น้ำตาลก็ต้องหวาน ถ้าใจดีสุขุมไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านเป็นตัวของตัวเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเห็นของซีกฝ่ายค้านนั้น นายชัยเกษม นิติสิริ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;(พท.) ในฐานะประธานด้านการตรวจสอบกระบวนการยุติธรรมและอำนาจรัฐ ได้แสดงความเห็นหลัง &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ขอให้เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณจบได้แล้วว่า ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบเลยหรือจะจบเห่ทั้ง ครม. เพราะท่านยังไม่ได้ทำอะไรให้ชัดเจนเลยในสิ่งที่ท่านทำผิดไป ที่บอกว่าไม่ควรพูดถึงท่านก็ไม่ได้บอกไม่ควรพูดถึงเพราะอะไร ไม่ได้อธิบาย ต่อมาบอกให้จบ ก็ยังไม่ได้ทำอะไรให้กระจ่างเลย ทางจบของเรื่องนี้คือท่านต้องหาทางแก้ไขการกระทำนั้นเสีย ไม่ว่าจะทำไปโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ท่านไม่ควรปล่อยให้เกิดเป็นความกังขาของพี่น้องประชาชนแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรค พท.กล่าวเช่นกันว่า ถือเป็นการเลี่ยงหรือเพิกเฉยต่อสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ เพราะสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมานั้นเป็นการกระทำที่ขัดกับหลักรัฐธรรมนูญชัดเจน เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่กล่าวถือเป็นการจงใจกระทำการขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสาระสำคัญจะบอกว่าจบแล้วไม่ได้ เพราะสังคมตั้งคำถามว่าหากรัฐบาลนี้ทำได้ แล้วรัฐบาลอื่นจะทำได้หรือไม่ มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานในอนาคต เพราะการกระทำของ พล.อ.ประยุทธ์และ ครม.ในกรณีเดียวกัน หากรัฐบาลหรือพรรคการเมืองอื่นดำเนินการเช่นเดียวกันจะมีความผิดถึงขั้นต้องยุบคณะรัฐบาลหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากปล่อยไปจะส่งผลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะข้าราชการต้องทำงานกับ ครม.ชุดนี้ จะมีความผิดตามหรือไม่ หากรัฐบาลผิดมาตั้งแต่ต้น ประหนึ่งกลัดกระดุมเม็ดแรกผิดมันก็จะผิดทั้งหมด&amp;rdquo;พล.ท.ภราดรระบุ
อ้างเพื่อสร้างบรรทัดฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พท.โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ว่า รัฐบาลกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องใหญ่ขนาดนี้ฝ่ายผู้มีอำนาจตอบประชาชนด้วยคำพูดสั้นๆ ว่ามันจบและผ่านไปแล้ว หลักนิติธรรม หลักนิติรัฐของประเทศจะดำรงอยู่ได้อย่างไร หากผู้มีอำนาจและผู้นำรัฐบาลฝ่าฝืนและขัดขืนต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศเสียเองอย่างเนืองนิจ หรือยังคิดว่ารัฐบาลของตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ที่มีอำนาจอยู่เหนือ 3 อำนาจของประเทศแบบ 5 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ซึ่งเป็นผู้จุดประเด็นเรื่องนี้ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาหลายๆ พรรคช่วยกันพูดมาตลอด ท้ายที่สุดก็ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด คาดว่าในช่วงสัปดาห์นี้ที่สภาเปิดประชุมอาจต้องใช้กลไกในการซักถาม เพราะพรรค &amp;nbsp;อนค.รวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านเองไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย มีเพียงเจตนาให้หาวิธีแก้ไขให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ บรรทัดฐานจะได้เกิดขึ้น หากปล่อยไปมันจะกลายเป็นบรรทัดฐาน ต่อไปก็ไม่ต้องกล่าวให้ครบหรือ มันไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะถามในรูปแบบกระทู้สดหรือยื่นญัตติ นายปิยบุตรกล่าวว่า ในวันอังคารที่ 6 ส.ค.จะมีการประชุมวิปของ 7 พรรคฝ่ายค้านต้องรอหารือก่อน ส่วนจะยื่นต่อประธานสภาหรือไม่ ฝ่ายค้านอยู่ระหว่างศึกษากันอยู่ว่าจะดำเนินการต่างๆ อย่างไร แต่องค์กรที่มีอำนาจในการตีความ คือตัว ครม.อย่างน้อยที่สุดหากประเมินแล้วว่ากล่าวไม่ครบต้องหาทางแก้ไข ขอแก้ไขใหม่หรืออย่างไรก็ว่าไปให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าหากยังยืดเยื้อต่อไปมองว่าท้ายสุดคงต้องให้องค์กรอิสระวินิจฉัยออกมาให้ได้ว่า สุดท้ายบรรทัดฐานและความถูกต้องควรเป็นแบบไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากฝากถึงรัฐบาลว่าไม่มีใครรู้ถ้ามีมติ ครม.ออกมา แล้วเกิดมีผู้เสียหายไปฟ้องเพื่อถอนมติ ครม. โดยอ้างว่ามตินั้นมิชอบ เนื่องจากการที่นายกฯ นำถวายสัตย์ไม่ครบ เกิดเรื่องนี้คงวุ่นวายแน่นอน&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า ไม่มีกฎหมายยกเว้นนายกฯ กระทำผิดรัฐธรรมนูญแล้วให้รอเลือกตั้งคราวหน้า รวมทั้งที่บอกว่าอย่าให้เรื่องนี้บานปลาย จะดีไม่ดีอย่างไรก็ไปรอเลือกตั้งคราวหน้านั้น ถือว่าเป็นการพูดแบบไม่รับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำไปไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่กลับใช้อำนาจตามอำเภอใจอยู่เหนือรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เป็นการกระทำที่ขัดหลักนิติธรรม&amp;nbsp;
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเรื่องใหญ่ พูดไม่ตรงตามรัฐธรรมนูญแล้วก็ให้จบๆ ไปตามปากนายวิษณุไม่ได้ คนในรัฐบาลต้องเลิกอ้างตามกันเป็นนกแก้วนกขุนทอง การระบุซ้ำๆ ว่าครบทุกขั้นตอนแล้วไม่มีปัญหาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทั้งที่กรณีนี้เป็นความรับผิดชอบของนายกฯ โดยตรงคนเดียว ในวันนั้นที่ต้องทราบว่ารัฐธรรมนูญบัญญัติให้กล่าวคำถวายสัตย์ว่าอย่างไร และต้องอ่านให้ถูกต้องทุกตัวอักษร
แน่จริง 7 ส.ค.ปฏิญาณตามใจ
&amp;ldquo;ไม่ได้หวังเอาเป็นเอาตาย ไม่ได้คิดใช้เรื่องนี้ล้มรัฐบาล เบื้องต้นเพียงต้องการให้ยอมรับว่าผิดพลาด แล้วมีกระบวนการที่แสดงออกว่าสำนึกและเคารพความหมายความสำคัญของพิธีนี้ จากนั้นจะบริหารประเทศก็ว่าไปตามบทบาทหน้าที่ ดีกว่าที่กำลังตะแบงซึ่งถือเป็นการปู้ยี่ปู้ยำรัฐธรรมนูญ และทำลายประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดกันมายาวนาน สถานการณ์ก็จะยิ่งบานปลาย ถ้าจะยืนยันว่าทำได้ไม่มีปัญหา ในวันที่ 7ส.ค.จะมีการประชุมสภา ซึ่งมีวาระสำคัญคือให้ ส.ส.ใหม่ 4 คนจากพรรครัฐบาลปฏิญาณตนก่อนทำหน้าที่ พรรคพลังประชารัฐควรให้ลูกพรรคลุกขึ้นปฏิญาณตามข้อความที่แต่ละคนเห็นว่าสมควร แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำและนายวิษณุบอกว่าได้ จะเอากันแบบนี้ไหม&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์นำกล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน จะด้วยจงใจหรือไม่เจตนาที่ไม่กล่าวถ้อยคำในบรรทัดสุดท้าย เท่ากับเป็นการไม่ให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญที่ตนเองเคยเป็นผู้ทำคลอดมาสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงถือได้ว่าเป็นละเมิดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากปล่อยไว้ในอนาคตนายกฯ หรือบุคคลที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ ก็อาจจะเสริมเติมแต่งหรือใช้ถ้อยคำอื่นที่กฎหมายไม่ได้กำหนดได้ เพราะเห็นว่ากฎหมายไม่ได้กำหนดบทลงโทษไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายวิษณุระบุในทำนองชี้นำว่าเรื่องดังกล่าวจบไปแล้ว นายศรีสุวรรณกล่าวว่า คนที่ทำหน้าที่ตัดสินไม่ใช่นายวิษณุ และการที่นายวิษณุกล่าวเช่นนี้ถือว่าทำให้หลักกฎหมายของประเทศเสียหาย ออกมาพูดในลักษณะชี้นำเบี่ยงเบนประเด็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิด รับไม่ได้เพราะทุกคนต้องยึดตามกฎหมาย และนายวิษณุถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงกับเรื่องนี้ โดยเป็นนักกฎหมายของรัฐบาล เคยเขียนตำรากฎหมายมาก็มาก ก็ควรให้คำปรึกษาในทางที่ถูกต้องรักษาหลักกฎหมายของบ้านเมือง ไม่ใช่แปลความกฎหมายเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;quot;การกระทำดังกล่าวทั้งนายวิษณุและ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเข่าข่ายผิดมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งก็จะยื่นร้องสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) ต่อไปในต้นสัปดาห์หน้า&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าวและว่า เรื่องนี้จึงต้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองวินิจฉัย และหากศาลวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็จะถือว่าการบริหารงานของนายกฯ หรือ ครม.เป็นโมฆะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 14.00 น. นายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ (อปพส.) ซึ่งเคยเป็นศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย พร้อมคณะได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเช่นกัน พร้อมระบุว่าหลังจากนี้จะไปยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุด, สตช. และ ผบ.ทบ.ให้ตรวจสอบในกรณีเดียวกัน เพราะการกระทำของนายกฯ และ ครม.หมิ่นเหม่กระทบจิตใจประชาชนคนไทยที่เคารพสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำที่แสดงต่อหน้าพระพักตร์ต้องตั้งใจกระทำด้วยความเคารพและยึดความถูกต้องของกฎหมายเป็นสำคัญ ซึ่งการแสดงออกที่ต้องยึดถือความถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ส่งชื่อเทกระโถนให้ ครม.เคาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าในการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองนั้น นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า รายชื่อทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่าในส่วนของพรรคจะทยอยส่งรายชื่อให้ ครม.พิจารณาเป็นรายกระทรวง โดยในส่วนของกระทรวงการคลังยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีของนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร.ที่มีกระแสข่าวว่าปฏิเสธไม่รับตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แต่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองในส่วนของกระทรวงการคลัง นายอุตตมกล่าวว่าก็ดีนะ และได้พูดคุยเบื้องต้นแล้ว
นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 6 ส.ค.นี้ ในส่วนของพรรค พปชร.จะเสนอ ครม.แต่งตั้งเลขานุการรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งอื่นๆ เช่น ผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี จะเสนอที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาในครั้งต่อไป ทั้งนี้ในที่ประชุมประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.เมื่อวันที่ 2 ส.ค.เห็นว่า รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ด้วยนั้นไม่จำเป็นต้องลาออก เพราะเห็นว่าจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ระหว่างรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราจะพยายามมาประชุมที่สภาให้ได้ เพราะรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ทั้ง 5 คนเห็นตรงกันว่าไม่จำเป็นต้องลาออก เราคิดตรงกันไม่ใช่ต่างคนต่างคิด เมื่อปฏิบัติอย่างไรต้องปฏิบัติด้วยกัน เชื่อว่ารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ลงมติในสภาได้อยู่แล้ว ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ จะลงมติได้หรือไม่นั้นคงต้องถามนายวิษณุ&amp;rdquo; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่านายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เสนอชื่อนายอนุรุทธิ์ นาคาศัย รองประธานสโมสรและผู้จัดการทีมชัยนาท ฮอร์นบิล น้องชายนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาทเป็นเลขานุการ ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เสนชื่อนายธนสาร ธรรมสอน ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 52 เป็นที่ปรึกษา และนายภูผา ลิกค์ น้องชายนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เป็นเลขานุการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคได้กำหนดนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในวันที่ 6 ส.ค. เวลา 17.00 น. โดยวาระสำคัญคือการพิจารณาคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยหลังจากผ่านที่ประชุม กก.บห.แล้ว พรรคก็จะประชุมร่วมกันระหว่าง กก.บห.และ ส.ส.ของพรรคต่อในเวลา 17.30 น.เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดอบรมการส่งเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการเงินและบัญชีของพรรคการเมืองให้ผู้แทนพรรคการเมือง ผู้บริหาร พนักงานของสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยนายแสวง บุญมี&amp;nbsp;รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า &amp;nbsp;ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปต้องใช้กฎหมายพรรคการเมืองเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการทำไพรมารีโหวต &amp;nbsp;เพราะที่ผ่านมามีคำสั่ง คสช.ช่วยจึงทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่&amp;nbsp;24 มี.ค.ผ่านไปโดยไม่ต้องทำไพรมารีโหวตเต็มรูปแบบ แต่ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปจากนี้อีก 3 ปี 8 เดือน พรรคการเมืองต้องเร่งเตรียมพร้อม โดยเฉพาะเรื่องของสมาชิกพรรค&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การจัดตั้งสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ที่ผ่านมามีสาขาพรรคการเมืองโดยรวมแค่กว่า 300 สาขา จาก 86 พรรคการเมืองที่มีสมาชิกรวมกว่า 8 แสนคน ซึ่งหาก 86 พรรคการเมืองจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งครั้งต่อไปต้องมีสาขาครบ 4 ภาค หากจะส่งผู้สมัครครบทุกเขตต้องมีสมาชิก 4-15 ล้าน การหาสมาชิกและการตั้งสาขาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 เดือน ดังนั้นพรรคการเมืองต่างๆ ต้องเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพราะที่ผ่านมามีการร้องเรียนเกี่ยวกับพรรคการเมืองเป็นจำนวนมาก&amp;rdquo; นายแสวงกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42800</URL_LINK>
                <HASHTAG>จบอย่าให้บานปลาย, ถวายสัตย์ตามรธน., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d48413139b6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
