<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบแบบสะบักสะบอม ต่อไปก็สมานแผล-อุดรูรั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เก้าอี้นายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงมั่นคงต่อไป หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อ 18 ก.ย. ว่าการเป็น หัวหน้า คสช. ในช่วงที่พลเอกประยุทธ์ลงสมัครชิงนายกฯ ในนามพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่การเป็น เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ จึงไม่เป็นการขาดคุณสมบัติ จนต้องทำให้ต้องหลุดจากการเป็นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ข้อกังวลใจเรื่องเสถียรภาพรัฐบาล เสียงปริ่มน้ำ อย่างน้อยในช่วงปิดสมัยประชุมสภา ร่วม 2 เดือน ก็ทำให้พลเอกประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐคลายกังวลใจในเรื่องนี้ไปได้ระยะ เพียงแต่จะมีฉากกั้นก่อนเปิดสภาเดือน พ.ย. ที่รัฐบาลจะพลาดไม่ได้ นั่นก็คือ การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ 17-19 ตุลาคม เพื่อพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งการที่รัฐบาลมีเสียง ส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาลเวลานี้ แค่ประมาณ 251 เสียง หลังมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และพิเชษฐ์ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ถอนตัวออกไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ซึ่งหากช่วงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ มีปัญหาการตีรวนเกิดขึ้นในพรรคร่วมรัฐบาลจนร่าง พ.ร.บ.งบฯ ไม่ผ่าน ถูกคว่ำกลางสภา รัฐบาลก็อาจต้องลาออกหรือยุบสภา แม้จะเป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะจะส่งผลกระทบต่อเรื่องการบริหารงบประมาณของหน่วยราชการต่างๆ ที่จะรวนไปหมด ฝ่ายค้านอาจไม่หวังล้มรัฐบาลด้วยวิธีการนี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลก็ประมาทไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ช่วงปิดสภาสองเดือน ก่อนจะถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ กลางเดือนตุลาคม และตามด้วยการเปิดสภารอบหน้าเดือน พ.ย. ที่เชื่อว่าฝ่ายค้านจะ ยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ถึงขั้นล้มนายกฯ และรัฐบาลได้ จึงเป็นงานหนักของพลเอกประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐ ในการรับมือกับศึกหนักที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะต้องหาวิธีการอุดรูรั่ว-ช่องโหว่ที่มีอยู่ ไม่ให้เสถียรภาพรัฐบาลที่คนในรัฐบาลเรียกว่าเป็นรัฐบาลเรือเหล็ก ถูกเจาะจนเรือล่มได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ถึงตอนนี้พลเอกประยุทธ์คงรู้ถึงรสชาติทางการเมืองในยามที่มีสภาเต็มรูปแบบ มีฝ่ายค้านคอยทิ่มทะลวง ตรวจสอบทุกฝีก้าว แล้วว่า การที่จะยืนอยู่ได้ ต้องอึดและห้ามพลาดทุกกรณี ไม่เช่นนั้นคางเหลือง สะบักสะบอมได้ทุกเมื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประสบการณ์การถูกฝ่ายค้านรุมกระหน่ำรุกไล่อย่างหนักกลางห้องประชุมสภา ในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เมื่อวันพุธที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสิ้นสุดลงในช่วง 18.13 น. จึงเป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่งทางการเมืองสำหรับบิ๊กตู่ต่อจากนี้  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการอภิปรายที่ผ่านพ้นไป ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดก็อย่างที่ได้รับยินรับฟัง นั่นก็คือเรื่อง ปมถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ที่สุดท้าย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ก็ไม่ได้ลุกขึ้นชี้แจงเรื่องราวดังกล่าวต่อที่ประชุมสภา โดยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ Solo ยาวไป ที่ก็ต้องยอมรับว่า ลีลา-เนื้อหาการอภิปรายของฝ่ายค้านบางราย เข้มข้น-ดุดันยิ่งนัก โดยเฉพาะสองแกนนำฝ่ายค้าน ที่เวลานี้ ต้องถือว่าเป็น ดาวสภา-แม่ทัพหลักของฝ่ายค้าน ไปเรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน จากพรรคเพื่อไทย และปิยบุตร แสงกนกกุล จากอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเช่นการอภิปรายของ สุทิน ที่หลายคนฟังแล้ว ก็ยังอดหวั่นใจแทนไม่ได้ เพราะเนื้อหาลีลาการอภิปราย แม้จะอภิปรายด้วยท่าทีแบบซอฟต์ๆ แต่รุนแรงด้วยถ้อยคำการอภิปราย ชนิดแทงเข้าขั้วหัวใจพลเอกประยุทธ์ได้เลยทีเดียว กับการยกถ้อยคำบางคำมาเอ่ยอ้างในห้องประชุมสภา ถึงขั้นบอกว่า ท่าทีของพลเอกประยุทธ์และการตอบของวิษณุ เครืองาม เสมือนกับการ ดึงฟ้าต่ำ และระบุว่ายังมี ไม้เด็ด ที่จะมาขย่มพลเอกประยุทธ์และวิษณุอีก กับการมีเอกสารของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ให้คำแนะนำต่อนายกฯ และรัฐมนตรี ในวันที่เดินทางเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ที่จะมีการแถลงข่าวต่อสื่อในวันที่ 19 ก.ย.นี้ เรียกได้ว่า แม้ศึกในสภาจบแล้ว แต่ฝ่ายค้านยังไม่ยอมจบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วันนี้ท่านนายกฯ และนายวิษณุได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่อง เอาตามแต่ที่สะดวก สาระไม่จำเป็น นายกฯ ทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ ฝากเรื่องใหญ่ไว้เป็นแผลใจ เพราะคนก็บอกกันว่า รัฐบาลชุดนี้ทำอะไรก็ไม่ผิด คนข้างๆ กระซิบบอกผม ดึงฟ้าต่ำ มาปกป้องตัวเอง สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และประวัติศาสตร์นั่น จะลงมาถึงทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิธีกรรมที่เคยศักดิ์สิทธิ์ต่อไปนี้ไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว เราเตือนท่าน ท่านก็ไปทำให้ความศักดิ์สิทธิ์กลับคืนมา การอยู่เฉยๆ เท่ากับลดทอนลง เรื่องแค่นี้ทำไมแสดงออกไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่การรับหน้าเสื่อของวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในการชี้แจงแทนพลเอกประยุทธ์ สรุปสาระสำคัญได้ว่า วันที่ 16 ก.ค. นายกฯ ได้นำ ครม.เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ฯ โดยนายกฯ ล้วงหยิบเอาบัตรแข็งออกมาจากมากระเป๋า เป็นวิธีปฏิบัติเดียวเหมือนกับนายกฯ ทุกคนในอดีต ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้จัดเตรียม เช่นเดียวกับที่เตรียมไว้ให้กับนายกฯ ทุกคนในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; แจกแจงว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในหนังสือของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งบอกถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแต่ละมาตรา รวมถึงมาตรา 161 ด้วย คือ การถวายสัตย์ปฏิญาณนั้นเป็นเรื่องที่ต้องการยืนยันต่อองค์ผู้ใช้อำนาจอธิปไตย คือ พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญเขียนมาแบบนี้หลายฉบับ ใช้คำว่ายืนยันเพื่อให้เกิดความไว้วางใจในตัวผู้กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ใครเป็นคนไว้วางใจ คือ พระมหากษัตริย์ ไว้วางใจในตัวใคร คือ ผู้ถวายสัตย์ ซึ่งคือ ครม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเป็นไปตามคาดที่ วิษณุ-มือกฎหมายรัฐบาล ใช้คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่รับคำร้องเรื่องดังกล่าวของผู้ตรวจการแผ่นดินมาเป็นหลักอ้างอิงเพื่อหวังทำให้เรื่องนี้จบได้แล้ว ตั้งแต่การอภิปรายสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่ใช่คำวินิจฉัย โดยเป็นคำสั่งไม่รับคำร้อง บอกว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณจึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด และองค์กรตามรัฐธรรมนูญใด สภาก็เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แม้ศึกอภิปรายจะจบไปแล้ว แต่เชื่อว่าคงจะยังมีควันหลงออกมาให้เห็นอีกสัก 2-3 ฉาก จากนั้นเรื่องคงมาร้อนแรงอีกครั้ง หากฝ่ายค้านนำเรื่องนี้ไปเป็นอีกหนึ่งประเด็นในการยื่นซักฟอกนายกฯ หลังเปิดสภา ขณะเดียวกัน พลเอกประยุทธ์คงใช้เวลาช่วงต่อจากนี้ แก้ไขปิดช่องโหว่-จุดอ่อนต่างๆ ของรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อรับศึกหนักการเมืองต่อไปหลังสภาเปิด.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46092</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จบแบบสะบักสะบอม ต่อไปก็สมานแผล-อุดรูรั่ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d82475968e72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
