<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเมืองหลังเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร? เมื่อกองทัพปรับสมดุลย์ในรอบทศวรรษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.61- จากกรณี เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ 260 ตำแหน่ง ซึ่งพบว่า สาย &amp;quot;วงศ์เทวัญ&amp;quot; ขยับคุมกำลังในตำแหน่งหลักยกแผง หากย้อนหลังไปนับแต่หลังการรัฐประหาร &amp;nbsp;กันยายน 2549 &amp;nbsp;โค่นรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร แล้ว ขั้วอำนาจในกองทัพถูกเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มเตรียมทหาร 10 (ตท.10) มาสู่กลุ่ม &amp;quot;บูรพาพยัคฆ์&amp;quot; (กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์) และกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี) ที่มีฐานอยู่ภาคตะวันออกมากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกองทัพมีการแบ่งสายแบ่งรุ่นไม่ได้เพิ่งเกิดในปัจจุบัน หากย้อนกลับไปในอดีต พบว่า นายทหารจรป.5 กับจปร.7 สร้างประวัติศาสตร์ทางการเมือง เป็นที่จดจำมาจนถึงปัจจุบันนี้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ระหว่างพล.อ.สุจินดา คราประยูร กับพล.ต.จำลอง ศรีเมือง และยุคหลังเป็นยุคของวงศ์เทวัญ และ บูรพาพยัคฆ์ แต่มิได้ต่อสู้กันดุเดือดเท่า รุ่นพี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จปร.5 (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 5) สมาชิกในกลุ่มนี้อาทิ พลโท สุจินดา คราประยูร พลโท อิสระพงศ์ หนุนภักดี พลอากาศโท เกษตร โรจนนิล และ พลเรือโท ประพัฒน์ กฤษณจันทร์ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการปราบ กบฏทหารนอกราชการ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2528 ต่อมานายทหารกลุ่มนี้เป็นแกนนำสำคัญในการรัฐประหารรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ในนาม คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. ต่อมา พลเอกสุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทำให้ประชาชนไม่พอใจจนกลายเป็น พฤษภาทมิฬ ในเวลาต่อมา ปัจจุบันนายทหารกลุ่ม จปร.5 ได้ยุติบทบาททางการเมืองไปแล้วภายหลังเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จปร.7 หรือ กลุ่มยังเติร์ก (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 7) ซึ่งเป็นกลุ่มนายทหารหนุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการเมืองสมัยรัฐบาลพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ โดยสนับสนุนให้เขาดำรงตำแหน่งในปี 2520 แต่ในปี 2523 กดดันให้เขาลาออก จนสนับสนุนพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา สมาชิกในกลุ่ม อาทิ พลตรี มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภาและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์, พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) รวมถึงพลตรี จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มนี้พยายามรัฐประหาร 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จทั้ง 2 ครั้ง คือ กบฏเมษาฮาวาย ในปี 2524 และ กบฏ 9 กันยา ในปี 2528 ด้วยในช่วงเวลานั้นหลายคนมีตำแหน่งคุมกำลังพล และหลายคนได้ผ่านสงครามครั้งสำคัญ ๆ มามาก เช่น สงครามเกาหลี, สงครามเวียดนาม, สงครามลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พล.ต.จำลอง เป็นแกนนหลักของ จปร.7 &amp;nbsp;มีกลุ่มเพื่อนรัก เพื่อนตาย &amp;nbsp;พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี &amp;nbsp; เสธ.หมึก พลโทพิรัช สวามิวัศดุ์ ช่วยสนับสนุนอยู้ข้างหลัง พบว่าทั้งจปร.5 จปร. 7 เดินเกมทั้งใต้ดินบนดิน จนนำไปสู่การสังหารประชาชน ในวันที่ 17-24 พฤษภาคม 2535&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมทหาร 10 (ตท.10, โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10) รุ่นเดียวกับทักษิณ ชินวัตร (เดิมยศ พันตำรวจโท) นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 บุคคลสำคัญอื่นในรุ่นนี้ เช่น พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและอดีตผู้บัญชาการทหารบก, พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พลเอก ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงศ์เทวัญ ใช้เรียกทหารบกที่รับราชการในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.) ซึ่งมีฐานอำนาจที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อมาจะได้เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยระดับคุมกำลังพลที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บูรพาพยัคฆ์ ใช้เรียกกลุ่มทหารกองทัพบกที่รับราชการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 และ พ.ศ. 2557 รวมทั้งยังถือเป็นขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาลในระหว่างการรัฐประหารทั้งสองครั้งดังกล่าว บุคคลสำคัญของกลุ่มที่มีสื่อมวลชนมักกล่าวถึงในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองต่อมาถึงรัฐประหาร พ.ศ. 2557 ได้แก่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารครั้งล่าสุดนี้ เริ่มมองเห็นว่า กองทัพกลับมาเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา จึงเป็นที่น่าจับตาว่า การเลือกตั้ง และการเมือง หลังจากนั้นจะมีความมั่งคงขนาดไหน ในขณะที่ความขัดแย้งในกองทัพถูกปรับสมดุลย์จนมีความมั่นคงมากที่สุด อย่างน้อยก็ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5053</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, จปร5-จปร7, บูรพาพยัคฆ์, วงศ์เทวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aa9e9552f862.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
