<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะเทือนใจ &#039;หนุ่มไรเดอร์&#039; จมน้ำพร้อมลูกสาว หลังพยายามช่วยน้องหมาตกน้ำ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น.ของวันที่ 21 สิงหาคม 2564 ร.ต.อ.จำรัส ศรีหาตา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำสูญหาย จำนวน 2 คน &amp;nbsp;บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เยื้องจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดจู่โจมทำลายใต้น้ำหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.),กู้ภัยศรีสัตตฯ,งานป้องกันฯเทศบาลเมืองนครพนม,ตำรวจน้ำ,รพ.นครพนม,กู้ภัยนครพนม,วีอาร์กู้ภัยลำโขงเฟรนด์ชิพฯ และกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนมจุดเมืองนครพนม รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยที่เกิดเหตุเป็นริมฝั่งน้ำโขง ระดับน้ำลึกไม่ต่ำกว่า 4&amp;ndash;5 เมตร บริเวณดังกล่าวมีโป๊ะแพเหล็กยื่นออกไปในน้ำ ซึ่งเป็นของกลุ่มชมรมนกเป็ดน้ำที่ใช้ในการออกกำลังกายทางน้ำ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันระดมค้นหาตามจุดที่มีชาวบ้านพบเห็น และข้อมูลเบื้องต้น ว่า มีชายหนุ่มและลูกสาวพร้อมสุนัขพันธุ์ทางเพศผู้ 2 ตัว แต่งกายด้วยชุดวอร์มเหมือนมาเดินออกกำลังกาย พอเดินมาตรงจุดดังกล่าวทั้งหมดก็กระโดดลงน้ำไป ทั้งนี้ร่าง 2 พ่อลูกได้จมน้ำหายไป ส่วนสุนัขสองตัวลอยคอตระเกียกตระกายขึ้นมาอยู่บนฝั่ง และวิ่งวนไปวนมาอยู่บริเวณนั้นตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาค้นหาร่างสองพ่อลูกนานนับชั่วโมง กระทั่งพบศพทั้งคู่อยู่ห่างชายฝั่งออกไปประมาณ 5 เมตร จึงรีบนำร่างขึ้นมาที่ริมฝั่ง ทราบต่อมาว่าชื่อ นายระฆังเงิน อินทรา หรือนัท อายุ 30 ปี อาชีพเป็นไรเดอร์รับส่งอาหาร มีบ้านเช่าอยู่ในชุมชนวัดโอกาส เทศบาลเมืองนครพนม สภาพศพสวมใส่ชุดวอร์มสีดำ &amp;nbsp; ส่วนลูกสาวชื่อภายหลัง ด.ญ.กุลนารถ อินทรา หรือน้องโม อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนเทศบาล 4 &amp;nbsp;สภาพศพสวมใส่ชุดกีฬาสีชมพู มีกระเป๋าสะพายไหล่ จากการชันสูตรไม่พบร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย โดยระหว่างชันสูตรของแพทย์สุนัขทั้งสองตัว นั่งอยู่ข้างศพสองพ่อลูกอยู่ไม่ห่าง ซึ่งเป็นภาพสุดรันทดแก่ผู้พบเห็นเป็นจำนวนมาก บางคนถึงกลั้นน้ำตาไม่ไหว &amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีหญิงคนหนึ่งอ้างเป็นอดีตภรรยา ได้เดินทางมาสภาพศพอดีตสามีรวมถึงลูกสาว เมื่อเห็นสภาพศพถึงกับเข่าอ่อนแทบช็อกและร้องไห้โฮ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่รับทราบจากพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ว่า นายนัทและน้องโมพร้อมด้วยสุนัขมาเดินออกกำลังกายด้วยกัน พอถึงจุดที่เกิดเหตุด้วยความซนของสุนัข จึงเดินลงไปเล่นที่โป๊ะเหล็กแล้วพลาดตกลงน้ำ น้องโมเห็นจึงวิ่งกระโดดลงไปช่วยทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น นายนัทเห็นลูกสาวเป็นเช่นนั้นจึงวิ่งโดดลงไปช่วย และร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ก่อนที่ร่างทั้งสองจะกอดกันจมน้ำหายไป
ด้านนางสมคิด อินทรา อายุ 53 ปี แม่ของผู้ตาย รวมถึงญาติใกล้ชิดให้ข้อมูลว่า &amp;nbsp;ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้พาลูกสาวและสุนัขมาเดินวิ่งออกกำลังกายริมแม่น้ำโขง &amp;nbsp;เคยมีครอบครัวที่อบอุ่นกับภรรยาวัย 27 ปี &amp;nbsp;จนมีพยานรักด้วยกัน 2 คนเป็นหญิงทั้งคู่ คนโตคือน้องแตงโมอายุ 7 ขวบ ส่วนคนเล็กอายุ 4 ขวบ ก่อนหน้านี้ราว 2 ปีเศษได้ไปกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนค้าขายกว่าแสนบาท สุดท้ายเจอพิษโควิดทำให้ขาดทุนย่อยยับ จึงหันมาประกอบอาชีพเป็นไรเดอร์ขับรถจักรยานยนต์รับส่งอาหารในตัวเมืองนครพนม ภายหลังมีปากเสียงกับภรรยาบ่อยครั้งถึงขั้นเลิกรากันมาประมาณ 2 ปี แต่นายนัทก็รับภาระดูแลลูกสาวทั้งสองคนเพียงลำพัง ช่วงหลังมีปัญหาค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ จึงเกิดความเครียดซึมเศร้าเคยบ่นท้อใจกับแม่ รวมถึงญาติคนใกล้ชิดตลอด &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเมื่อเจ้าหน้าที่นำข้อมูลจากพยานที่เห็นเหตุการณ์มาประกอบแล้ว เชื่อว่าไม่น่าจะใช่การฆ่าตัวตาย แต่คาดว่าเกิดจากที่สุนัขดื้อซนตามประสาจนพลาดตกน้ำ น้องโมจึงโดดลงไปช่วยและนายนัทก็วิ่งไปช่วยอีกคน ก่อนที่ทั้งคู่จะจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว โดยทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการตายจึงขอนำศพสองพ่อลูกไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114105</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำ, ช่วยน้องหมาตกน้ำ, พร้อมลูกสาว, สภ.เมืองนครพนม, ไรเดอร์หนุ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121b1527becc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลดหนุ่มสุรินทร์งมหาหอยขมขาย สุดท้ายกลายเป็นศพในลำห้วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.64 - &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำมูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) นครศรีธรรมราชได้ร่วมกันเดินทางไปลงไปช่วยเหลืองมหาร่างผู้จมน้ำสูญหายในลำห้วยบ้านหนองหาร หมู่ 9 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยใช้เวลาลงงมหาร่างคนจมน้ำเป็นเวลาประมาณ 30นาทีก็พบร่างผู้เสียชีวิต แล้วจนท.ได้นำร่างขึ้นมาบนฝั่งสอบสวนทราบผู้เสียชีวิตชื่อนายผ่องสี &amp;nbsp; ผิวละออง อายุ 56ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 10 ต.สำเภาลูน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ โดยจนท.พบศพนายผ่องสี มีก้อนสาหร่ายติดที่ศีรษะจำนวนมากด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.เริงชัย &amp;nbsp; ขาวเรือง รองสว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ทุ่งสง ได้เดินทางไปทำการชันสูตรศพนายผ่องสี พบว่าสภาพศพขาดอากาศหายใจเพราะจมน้ำเสียชีวิต และจากการสอบสวนปากคำนส.รุ่งนภา &amp;nbsp; ชัยณรงค์ อายุ 42ปี ภรรยาผู้ตายให้การว่า สามีตนเป็นชาว จ.สุรินทร์ ได้มาอาศัยที่บ้านของตนเองหลายปีแล้ว และปกติจะลงไปหาหอยขมในลำห้วยดังกล่าวเป็นประจำเพื่อนำไปขายส่วนหนึ่งก็จะนำไปทำอาหารกินในครอบครัว โดยก่อนเกิดเหตุนายผ่องสีได้ขี่รถจยย.ฮอนด้าเวฟสีแดง ทะเบียน ขษษ-133 สงขลา ไปจอดริมลำห้วยแล้วลงไปหมหาหอยในลำห้วยดังกล่าว ปรากฏว่าขณะที่ลงงมหาหอยขมนายผ่องสีได้ดำผุดดำว่าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจมน้ำหายไป เพื่อนบ้านเห็นจมหายไปนานผิดปกติจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยงมหาร่างจนพบกลายเป็นศพจมน้ำเสียชีวิตอนาถดังกล่าว ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วได้มอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103918</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำ, สภ.ทุ่งสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa4671ba42f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค่ายลูกเสือฝึกโหด นร.15ปีจมน้ำดับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สลด! เด็กนักเรียน ม.3 วัย 15 ปีจมน้ำตายคาค่ายลูกเสือ เผยโรงเรียนจัดกิจกรรมเข้าค่ายฝึกสุดโหด ครูบังคับเข้าฐานหนีสงคราม หลบระเบิด มุดน้ำความลึกกว่า 3 เมตร โดยไม่มีอุปกรณ์เตรียมไว้ช่วยเหลือ ก่อนพบเป็นศพจมน้ำดับ แม่โวยบังคับลูกลงน้ำทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น จี้ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ตร.ลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ เรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. คืนวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อัศวิน หงส์โยธี ร้อยเวร สภ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ รับแจ้งมีเหตุนักเรียนหายตัวไประหว่างทำกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ คาดว่าน่าจะจมน้ำบริเวณหนองน้ำหลังวัดบ้านนาค้อ ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งจึงรายงานไปยัง พ.ต.อ.โสณกุญช์ ทรัพย์สมบัติ ผกก.สภ.ห้วยเม็ก พร้อมประสานไปยังนายพงศ์วริศ ทองเสน นายกสมาคมร่วมใจกาฬสินธุ์การกุศล พร้อมนำชุดค้นหาใต้น้ำกู้ภัยร่วมใจกาฬสินธุ์การกุศล และกู้ภัยร่วมใจ จุด อ.ห้วยเม็ก ลงพื้นที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหนองน้ำหลังวัดบ้านนาค้อ ใกล้เคียงกับโรงเรียนบ้านนาค้อ ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก มีชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก พบหนองน้ำลึกประมาณ 3 เมตร โดยหน่วยกู้ภัยชุดค้นหาใต้น้ำและทีมประดาน้ำใช้เวลาค้นหากว่า 4 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 23.30 น. จึงพบร่างผู้เสียชีวิต เป็นเพศชาย อายุประมาณ 15 ปี ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ช.ทองนพเก้า สีทา หรือน้องปอน อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านนาค้อ อยู่บ้านเลขที่ 280 หมู่ 11 ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ สภาพผู้เสียชีวิตใส่ชุดลูกเสือ เจ้าหน้าที่และแพทย์เวรจึงร่วมกันชันสูตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ กระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. ด.ช.ทองนพเก้าได้หายตัวไปในระหว่างที่เข้าฐานทางน้ำหรือฐานหนีสงครามของทางโรงเรียนจัดไว้แล้วหายตัวไป จนเวลาเลิกเรียนยังไม่เห็นกลับบ้าน ทำให้ผู้ปกครองเข้าแจ้งความกับตำรวจ และขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้านและหน่วยกู้ภัยช่วยกันออกตามหา กระทั่งมาพบว่าจมน้ำเสียชีวิตที่บริเวณดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้จากการสอบถามเพื่อน ด.ช.ทองนพเก้า ทราบว่า ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือแล้วพานักเรียนทำกิจกรรมเข้าฐาน โดยมีครูบังคับและฝึกนักเรียนทุกคนลงมุดหนองน้ำหลังวัดบ้านนาค้อ ใกล้เคียงกับโรงเรียน โดยอ้างว่าฐานนี้เป็นฐานหนีสงคราม ซึ่งให้นักเรียนทุกคนที่เป็นลูกเสือมุดน้ำที่มีความลึกกว่า 3 เมตร แล้วโยนก้อนหินสมมุติเป็นระเบิด ซึ่งไม่มีอุปกรณ์เตรียมไว้ช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ด.ช.ทองนพเก้านั้นไม่อยากลงไปในน้ำ เนื่องจากว่ายน้ำไม่เป็นและพยายามหลบเลี่ยงไม่เข้าทำกิจกรรมฐานนี้ ซึ่งขณะเกิดเหตุคาดว่าครูน่าจะให้ลงไปฝึกมุดน้ำเหมือนคนอื่นๆ แต่ไม่มีใครเห็นจึงจมน้ำเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.โสณกุญช์ ทรัพย์สมบัติ ผกก.สภ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.อัศวิน หงษ์โยธี พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยเม็ก เจ้าของคดี ได้เรียกกลุ่มเพื่อนนักเรียนของ ด.ช.ทองนพเก้า พร้อมด้วยนายสมภาร ภูศรีทอง อายุ 54 ปี นางบัวชื่น สีทา อายุ 48 ปี พ่อและแม่ของ ด.ช.ทองนพเก้า เข้ามาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องต้น รวมทั้งผู้บริหารและคณะครูของเรียนมาสอบปากคำเพื่อสาเหตุการเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุรเชษฐ์ พละเอ็น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเข้าตรวจสอบบริเวณหนองน้ำจุดเกิดเหตุ รวมทั้งสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนายสุนทรา กุลาสา ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครูโรงเรียนบ้านนาค้อวิทยาคม พร้อมเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุนทรา กุลาสา กล่าวว่า วันเกิดเหตุทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ โดยใช้สถานที่สาธารณะหมู่บ้าน ซึ่งมีสระน้ำสาธารณะห่างอยู่ด้านข้างทิศเหนือ มีถนนคั่นกลางจากโรงเรียนประมาณ 20 เมตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมค่ายลูกเสือทุกปี โดยในการจัดกิจกรรมได้ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกัน กลุ่มละ 13-15 คน เข้าร่วมกิจกรรมฐานต่างๆ รวม 6 ฐาน ประกอบด้วย ฐานลำเลียงน้ำ ฐานบัวตูมบัวบาน ฐานท่องกฎและคำปฏิญาณ ฐานเงื่อน ฐานปิดตาไต่เขา และฐานหลบระเบิด แต่ละฐานจะมีครูผู้ควบคุมดูแล 2 คน ซึ่งฐานที่เกิดเหตุเด็กนักเรียนจมน้ำนั้นเป็นฐานที่ 6 ฐานสุดท้าย ได้ให้นักเรียนลงไปในน้ำเพื่อล้างเนื้อล้างตัว ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุทางคณะครูก็ได้มีการเฝ้าระวังและเช็กจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุนทรากล่าวว่า ส่วนกรณี ด.ช.ทองนพเก้า คาดว่าไม่มีใครสังเกตเห็น เนื่องจากก่อนเกิดเหตุมีเด็กนักเรียนคนหนึ่งไม่ได้มาร่วมกิจกรรมในช่วงเช้า แต่กลับมาเข้าร่วมในช่วงบ่าย ซึ่งทางคณะครูผู้ควบคุมได้เช็กจำนวนนักเรียนหลังจากทุกคนขึ้นมาจากหนองน้ำ ก็พบว่าครบจึงไม่ได้เอะใจ กระทั่งมาทราบทีหลังว่าหายตัวไปและจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งทางโรงเรียนและคณะครูก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก ซึ่งพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ และยืนยันว่าฐานค่ายลูกเสือที่ลงไปในน้ำไม่ได้บังคับให้ลงไปทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศงานศพของ ด.ช.ทองนพเก้า ญาติได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 280 หมู่ 11 ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและญาติ ซึ่งทุกคนต่างติดใจการเสียชีวิตของลูกชายในครั้งนี้ โดยระบุว่าเหตุสลดที่เกิดขึ้นเกิดจากความประมาทของครูผู้ควบคุมกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางบัวชื่น สีทา อายุ 48 ปี แม่ของ ด.ช.ทองนพเก้า กล่าวว่า วันเกิดเหตุทราบว่าทางโรงเรียนจะมีการจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ แต่ไม่ได้แจ้งว่าจะมีการให้เด็กนักเรียนลงไปมุดน้ำ กระทั่งช่วงเย็นไม่เห็นลูกชายกลับบ้าน ซึ่งปกติจะกลับบ้านตรงเวลา ด้วยความเป็นห่วงจึงไปตามหาลูกชาย และสอบถามผู้อำนวยการและครูหลายครั้ง ซึ่งทุกคนก็บอกว่าไม่เห็น อีกทั้งยังไม่ค่อยสนใจ ก่อนที่ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านจะประกาศออกช่วยกันตามหา แต่ก็ไม่พบ จึงเข้าแจ้งความ และสอบถามเพื่อนของลูกชาย หลายคนเห็นครั้งสุดท้ายตอนที่ลงไปในสระน้ำร่วมกิจกรรมค่ายลูกเสือ เบื้องต้นคาดว่าลูกชายน่าจะจมน้ำ จึงประสานเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ กระทั่งพบว่าลูกชายจมน้ำเสียชีวิตจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางบัวชื่นกล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้น การเข้าค่ายลูกเสือไม่ควรที่จะต้องไปลงน้ำ มุดน้ำ โดยเฉพาะคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นอย่างเช่นลูกชายของตน แต่ถูกบังคับให้ลงน้ำและมุดน้ำทั้งๆ ที่ว่ายไม่เป็น อีกทั้งเท่าที่ทราบการเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์การให้ความช่วยเหลือเด็กก็ไม่มี ซึ่งตนและครอบครัวรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ลูกต้องมาเสียชีวิตอย่างกะทันหันอย่างนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและให้ดำเนินการอย่างถึงที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับลูกชายของตนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องของคดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็กได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบถามเด็กนักเรียน พบว่าการจัดกิจกรรมค่ายลูกเสือ โดยเฉพาะฐานหลบระเบิดที่เป็นจุดเกิดเหตุ เป็นสระน้ำขนาดใหญ่กว้างเท่ากับสนามฟุตบอล หลายจุดที่มีความลึกนั้นไม่มีอุปกรณ์ป้องกันและช่วยเหลือจมน้ำ เช่น เสื้อชูชีพ หรือห่วงยาง รวมทั้งไม่มีการกั้นแนวเขตน้ำตื้นและน้ำลึก ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำอย่างละเอียด รวมทั้งเด็กนักเรียน ซึ่งต้องสอบร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อหาสาเหตุว่าการจมน้ำเสียชีวิตในครั้งนี้เกิดจากความประมาทหรืออุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับครูฝึกชายและหญิง 2 คน ที่เป็นครูฝึกและผู้ควบคุมฐานที่เกิดเหตุนั้น เบื้องต้นปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล เนื่องจากครูทุกคนยังอยู่ในอาการเสียใจและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งยังไม่พร้อมให้ข้อมูล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96405</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ, ค่ายลูกเสือ, จมน้ำ, ว่ายน้ำไม่เป็น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือ, ไม่มีอุปกรณ์เตรียมไว้ช่วยเหลือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_60520b712fa6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวใจแม่สลาย!หนุ่มตรังกลับมาเยี่ยมบ้านได้วันเดียวกลายเป็นศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.63- เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.ท.เมธี ภิญโญประการ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุพบศพมีผู้เสียชีวิตอยู่ในน้ำไม่ทราบสาเหตุ พื้นที่ หมู่ 6 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง หลังจากรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ ก่อนจะเดินทางไปตรวจพร้อมด้วย สายตรวจตำบล ฝ่ายสืบสวน แพทย์เวร รพ.ศูนย์ตรัง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุ ภายในสวนปาล์มน้ำมัน พบชาวบ้านจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์อยู่ ภายในน้ำ ซึ่งเป็นน้ำขังอยู่ภายในร่องสวนปาล์ม เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน ติดกับกำแพงโรงทำขนม พบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายสมศักดิ์ สินไชย อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79/2 หมู่ 5 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง นอนหงายหน้าจมน้ำ ลึกประมาณระดับหัวเข่า หรือประมาณ 45 ซม. สวมเสื้อกีฬาสีดำแดง กางเกงกีฬาขาสั้นสีเทา รองเท้าบูท ติดกับร่างพบถุงข้าวสารชนิด 5 กก.สำหรับใส่ของและไฟฉายคาดศีรษะลอยอยู่ในน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้นำร่างขึ้นมาก่อนจะตรวจสอบภายในถุงข้าวสารบรรจุของ พบทรัพย์สินของผู้ตายไม่ได้สูญหาย เป็นกระเป๋าสะพายข้าง 1 ใบ มีเอกสารติดตัว เงินสดจำนวน 718 บาท และใบจากยาเส้น ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้าย หรือการต่อสู้แต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า 6 ชม. ท่ามกลาง นางสมจิตร สินชัย อายุ 46 ปี ผู้เป็นแม่ และบรรดาญาติร้องไห้ปริ่มขาดใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม นางเรียง จันทร์ด้วง อายุ 70 ปี ผู้เป็นย่า กล่าวว่า ผู้ตายไม่มีครอบครัว ปกติไปอยู่อาศัยกับผู้เป็นอา ที่ จ.พังงา โดยไปช่วยตัดปาล์มน้ำมัน และช่วยถางป่า ก่อนจะเดินทางกลับมาบ้านใน จ.ตรัง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบศพไปประมาณ 1 กม.เพื่อมาเยี่ยมผู้เป็นแม่ คือนางสมจิตร สินชัย และมาซื้อชุดขาวเพื่อไปใส่ในเทศกาลกินเจ ใน จ.พังงา โดยจะมาหาปลาในบริเวณดังกล่าวเป็นประจำหากกลับมา กระทั่งเมื่อคืนนี้ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 1 ทุ่ม ได้ออกมาหาปลาเพียงลำพัง และกลับไปบ้านก่อนจะออกมาหาปลาอีกครั้ง จนกระทั่งไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งญาติออกตามหาและมาพบเป็นศพดังกล่าว ทั้งนี้ที่ผ่านมาผู้ตายไม่เคยมีโรคประจำตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางจำปา จันทร์ด้วง 46 ปี ผู้เป็นอา กล่าวว่า ปกติผู้ตายก็นอนพักผ่อนเพียงพอ แต่ก่อนที่จะกลับมาบ้าน ใน จ.ตรัง ขณะยังอยู่ที่ จ.พังงา ผู้ตายได้ไปหาปลามาก่อนแล้ว 1 คืน จนกระทั่งเวลา 03.00 น.เมื่อวานนี้ 10 ต.ค. หลังจากเสร็จจากหาปลาก็ได้เดินทางมา จ.ตรัง และได้ลงหาปลาต่อ คิดว่าน่าจะเป็นลมเนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ตายไม่ได้มีศัตรูหรืออริ อย่างไรก็ตามทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต แต่ได้ให้เจ้าหน้าที่นำร่างไปชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งที่ รพ.ศูนย์ตรัง อีกครั้ง ก่อนจะนำร่างไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80145</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำ, สภ.เมืองตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82adb87f362.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลดพบศพคุณตาขายของเก่าวัย82หลังจมน้ำในสระนานนับเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.63- เมื่อเวลา 13.30 น. ร.ต.อ.ชัยศิลป์ รัตนวงศ์ษา รอง สว.(สอบสวน)สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากนายธวัชชัย ครองพวก อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 198 บ.หนองเบ็ญ ม. 3 ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ว่าพบศพคนเสียชีวิตอยู่ภายในสระน้ำข้างบ้าน หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เข้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุที่บ้านเลขที่ 198 ซึ่งเป็นบ้านของผู้แจ้ง ถัดไปพบบ้านอีกหลัง มีของเก่าอยู่ภายในบ้านจำนวนมาก โดยข้างบ้านหลังดังกล่าว เป็นสระน้ำพบศพนายสุทิน วิสูงเล อายุ 82 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 ม. 16 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น นอนเสียชีวิตริมสระน้ำ สวมเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีดำ สภาศพเปื่อยยุ่ย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ช่วยกับนำร่างขึ้นจากสระ พร้อมค้นหาเอกสาร และประสานหาญาติพี่น้องมารับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย ครองพวก อายุ 27 ปี &amp;nbsp;กล่าวว่า ครอบครัวจะมาพักผ่อนที่บ้านสวนหลังนี้ในวันหยุด นานๆมาที โดยที่ไม่ได้อยู่ประจำเพราะมีบ้านอยู่ในเมืองขอนแก่นอีกหลัง ซึ่งบ้านของคุณตาสุทินนั้น อยู่ถัดไปเล็กน้อย ซึ่งเดิมทีคุณตาขอเช่าอยู่แต่เนื่องจากว่าคุณตาฐานะยากจน ครอบครัวจึงให้คุณตาอาศัยอยู่ทำมาหากินมานานกว่า 20 ปี เพราะถือว่าเป็นการช่วยเหลือคุณตาให้คุณตาช่วยสอดส่องดูแลบ้านไปในตัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ไม่พบคุณตามานานกว่า 1 เดือนแล้ว ซึ่งชาวบ้านก็ไม่มีใครพบเห็นด้วยเช่นกัน เพราะปกติคุณตาจะออกไปทำงานเก็บของเก่าทุกวันก่อนจะหายตัวไป จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พบร่องรอยสุนัขที่เลี้ยง 2 ตัว ลงไปข้างสระ จึงได้มองดูตามรอย ก็พบศพคุณตาสุทิน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78036</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำ, สภ.เวฬุวัน ขอนแก่น, เก็บของเก่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f6715db98514.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กู้ภัยปั้มหัวใจยื้อชีวิตหนุ่มขอนแก่นจมน้ำชายหาดชลบุรีรอดตายหวุดหวิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.63-ร.ต.อ.อุดม ศรีมาตย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวจมน้ำ บริเวณชายหาดสมประสงค์ บ้านอำเภอ ม.3 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ร่วมตรวจสอบพบภายในศาลาพักผ่อนบนชายหาดมีร่าง นายเดชวัฒน์ แก้วจำปา อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น อาชีพรับจ้าง สภาพหมดสติไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ตามร่างกายมีกลิ่นสุรา โดยนายธนวัฒน์ กระแสเทพ อายุ 37 ปี เพื่อนได้ช่วยเหลือนำตัวขึ้นมาบนฝั่ง ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่จะมาถึง เบื้องต้นหน่วยกู้ภัยได้ทำการปั้มหัวใจยื้อชีวิต ก่อนเร่งนำตัวส่งรักษาห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลวัดญาณสังวรารามฯ ล่าสุดแพทย์ช่วยเหลือพ้นขีดอันตรายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามนายธนวัฒน์ เล่าว่า ได้รวมตัวกัน 4 คน พากันมานั่งตั้งวงดื่มสุราบริเวณชายหาด ช่วงวันหยุดพักผ่อน แต่หลังจาก นายเดชวัฒน์ ได้ไปได้ 3-4 แก้ว ก็ได้ขอตัวลงไปเล่นน้ำทะเล จนเกิดมีอาการชักเกร็ง จมไปในน้ำที่ระดับความลึกประมาณสะเอว โชคดีที่เห็นเหตุการณ์พอดี จึงรีบลงไปช่วยเพื่อนขึ้นมาได้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นคงจมน้ำเสียชีวิต ส่วนสาเหตุคาดว่า มาจากการดื่มสุรา และโรคประจำตัวกำเริบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71915</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูภัย, จ.ชลบุรี, จมน้ำ, ชายทะเล, ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f14257bf2753.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นชมทีมกู้ภัย-พยายาล!ทำงานแข่งเวลาชีวิตช่วยแม่ลูกจมน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.63- สมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด ได้รับแจ้งมีคนจมน้ำที่บ่อดินแห่งหนึ่งในหมู่บ้านเนินดินแดง ม.9 ต.เนินทราย อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ใกล้เคียงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่านายพรชัย แซ่เล้า อายุ 38 ปี และชาวบ้านได้ช่วยเหลือ นางสาวทิพวรรณ สงวนหงส์ อายุ 23 ปี (แม่เลี้ยง) ด.ญ.ศิริพร แซ่เล้า อายุ 10 ปี หรือน้องแตน ลูกสาวนายพรชัย โดยพบว่าทั้งคู่ไม่มีชีพจร ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำการปั๊มหัวใจทันที พร้อมประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพตราดและโรงพยาบาลตราดเพื่อเข้าช่วยเหลือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำรถเข้าไปได้ ทำให้ต้องวิ่งเข้าไปยังจุดเกิดเหตุราว 100 เมตร เพื่อช่วยเหลือ พร้อมเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกมาอย่างเร่งด่วน มาขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านนอก เพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลตราดทันที ท่ามกลางประชาชนที่ยืนมุงดูเหตุการณ์บริเวณด้านนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวกลมพันธ์ เทียรถิน อาสาสมัครกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด เขตห้วยแร้ง หนึ่งในผู้ที่ช่วยปั๊มหัวใจให้ นางสาวทิพวรรณ และ ด.ญ.ศิริพร ระบุว่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว พบว่า ทั้งสองชีพจรเต้นอ่อน โดยตนเองเข้าช่วยเหลือผู้เป็นแม่เลี้ยงก่อน และอีกทีมเข้าช่วยเหลือเด็ก จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวแม่เลี้ยงส่งต่อให้กับรถโรงพยาบาลกรุงเทพตราดแล้ว ได้เข้ามาช่วยเหลือน้องแตนร่วมกับอาสาอีกทีม ด้วยการปั๊มหัวใจทั้งหมด 6 ยก หรือ 12 นาที ก่อนที่รถโรงพยาบาลตราดจะเดินทางมารับนำไปรักษาต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุของการจมน้ำนั้น นายพรชัย บอกว่า ภรรยาและลูก ลงได้เล่นน้ำในบ่อดิน ซึ่งเป็นบ่อดินเก่า ขณะที่ตนเองกำลังปลูกแตงกวาในบริเวณนั้น แต่ผิดสังเกตที่ภรรยาและลูกหายไป และเห็นมีรองเท้าลอยน้ำอยู่จึงกระโดนไปช่วยพร้อมกับเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นางสาวทิพวรรณ สงวนหงส์ และ ด.ญ.ศิริพร แซ่เล้า ทั้งคู่กลับมามีชีพจรเต้นอีกครั้งแล้ว หลังทีมแพทย์โรงพยาบาลตราด โรงพยาบาลกรุงเทพตราดและอาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด ปั๊มหัวใจช่วยเหลือนานกว่า 1 ชั่วโมง และเวลา 14.00 น. นางสาวทิพวรรณ สงวนหงส์ เสียชีวิตแล้วหลังแพทย์พยายามปั๊มชีวิตช่วยเหลืออยู่หลายครั้ง. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69297</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำ, สมาคมกู้ภัยสว่างบุญจังหวัดตราด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eef13d5a5800.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
