<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!โดดสระช่วยหมา เจ้าของจมน้ำเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สลด! อดีต ผอ.โรงเรียนวัย 76 ปี กระโดดลงสระน้ำช่วยชีวิต &amp;quot;มอมแมม&amp;quot; สุนัขคู่ใจพันธุ์ไทยเพศผู้ที่พลาดตกลงไปในบ่อ แต่รากไม้พันขาตัวเองจมน้ำดับ ขณะที่ภรรยาผู้ตายร้องขอความช่วยเหลือ แต่สายเกินการณ์ ภายหลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นฝั่ง เจ้ามอมแมมนอนเฝ้าศพเจ้านายไม่ห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ร.ต.อ.กวิน จุ้ยรอด รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งเหตุมีผู้จมน้ำเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 181 ซอยเทศบาล 10 ม.10 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบรุดตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นบ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ กว้าง-ยาวประมาณ 10 เมตร ระดับน้ำลึกเกือบ 2 เมตร โดยนายบุญเรือง จันทะดี อายุ 76 ปี อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านบางเสร่ เจ้าของบ้าน ได้จมน้ำเสียชีวิตอยู่ก้นบ่อ ใกล้กันพบเจ้ามอมแมม สุนัขคู่ใจพันธุ์ไทยเพศผู้ ซึ่งมีความแก่ชราและสายตาฝ้าฟาง กำลังตะเกียกตะกายหนีจากความตาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ดำลงใต้น้ำทำการแกะรากไม้ที่พันขาของทั้งคู่ไว้ ก่อนจะช่วยเหลือนำตัวขึ้นมาได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบถามนางณัฐฐาพร รัตนยา อายุ 56 ปี เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากนางสมหมาย จันทะดี อายุ 73 ปี ภรรยาผู้ตาย ให้มาช่วยสามีที่กำลังจมน้ำ หลังได้ลงไปช่วยชีวิตเจ้ามอมแมม สุนัขคู่ใจที่ผู้ตายเลี้ยงไว้ พลาดเดินพลัดตกลงไปในบ่อ ซึ่งขณะนั้นตัวภรรยาได้พยายามจะกระโดดลงไปช่วย แต่ได้ฉุดรั้งเอาไว้ เพราะเกรงจะเกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้ ก่อนจะตามเจ้าหน้าที่และผู้คนมาช่วยก็สายเกินการณ์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาบนฝั่ง เจ้ามอมแมมซึ่งเป็นสุนัขที่มีความรักความผูกพันกับเจ้าของอย่างมาก หลังถูกช่วยเหลือขึ้นมาแล้ว 1 ครั้ง แต่กลับกระโดดลงไปหาเจ้าของ เพราะคิดว่ายังอยู่ในบ่อ จนเกือบจมน้ำตาย โชคดีกู้ภัยกระโดดช่วยชีวิตไว้ได้ทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังนอนเฝ้าศพเจ้าของไม่ห่างไปไหน พร้อมส่งเสียงร้องเรียกโหยหวนตลอดเวลา เป็นภาพที่สุดสลดใจอย่างมาก เบื้องต้นตำรวจได้นำศพส่งชันสูตรก่อนให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศล ส่วนเจ้ามอมแมม ทางญาติหวั่นจะตรอมใจตายหากรู้ว่าเจ้าของที่เลี้ยงมันมาได้จากโลกนี้ไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102733</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระโดดลงสระน้ำช่วยชีวิตสุนัข, จมน้ำเสียชีวิต, พลาดตกลงไปในบ่อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609be5495f3b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มประมงพื้นบ้านเศร้าเล่าวินาทีชีวิต คลื่นซัดเรือล่มลอยคอพาเมียขึ้นฝั่งแต่ไม่รอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 - เมื่อเวลา 05.00 น. วันนี้&amp;nbsp;พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งเหตุเรือประมงขนาดเล็กเจอพายุฝนพัดกระหน่ำจนล่ม&amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ถูกนำมาไว้บนฝั่ง บริเวณริมหาดหมู่ 7 ตำบลนาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย สายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณแหลมคอกวางซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด เจ้าหน้าที่พบศพทราบชื่อ คือ นางสาวจุรีรัตน์ อ่ำศรี อายุ 38 ปี นอนคุมด้วยผ้าห่อศพอยู่บนโต๊ะสนาม โดยมีนายอุดม ธนบัตร อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านนา อ.เมือง จ.ชุมพร ผุ้เป็นสามี นั่งกอดร่ำไห้ด้วยความเศร้าโศก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สอบปากคำ นายอุดม ธนบัตร สามีผู้ตายให้การว่าเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ตนเองพร้อมภรรยา ได้นำเรือไฟเบอร์ติดเครื่องยนต์แบบหางยาว ขนาดกว้าง 1 เมตรเศษ ยาว 5 เมตร ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ได้เพียง 3 วัน ออกไปหาตกหมึกและตกปลา โดยทอดสมออยู่บริเวณหน้าแหลมไทรย้อย ห่างจากฝั่งประมาณ 130 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเมื่อเวลา 03.30 น. ของวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักตามาด้วยลมพายุพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง ตนเองได้พยายามบังคับเรือหันหัวสู้คลื่นลมที่สูงกว่า 2 เมตร แต่ภรรยา ซึ่งไม่ค่อยได้ออกมาทะเลบ่อยเหมือนตนเองเกิดความกลัวร้องไห้ลั่นเรือและขอให้เอาเรือเข้าฝั่ง ด้วยความรักและสงสารภรรยา จึงถอนสมอขึ้นแล้วรีบขับไปหาเรือประมงอีกลำที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งจอดทอดสมอสู้ลมอยู่ไม่ห่างกันมากนัก แต่ไม่ทันจะถึงเรือได้ถูกคลื่นซัดจนล่มจมลงท้องทะเลเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุดมให้การต่อว่าตนเองได้ลอยพยุงตัวอยู่ในน้ำโดยอีกมือจับเสื้อภรรยาเอาไว้พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือจากเรือประมงลำดังกล่าว &amp;nbsp;ไต๋เรือลำดังกล่าวได้โยนแกลลอนน้ำมันให้ลอยมาหาตนและภรรยาเพื่อใช้เกาะลอยตัวแต่คลื่นได้ซัดแกลลอนออกไปกลางทะเล คลื่นได้ซัดกระหน่ำตลอดเวลาตนเองเลยตัดสินใจเฮือกสุดท้ายลอยพยุงพาภรรยาเข้าฝั่งให้ได้ จนมาถึงฝั่งภรรยาเกิดอาการสะอึกและอาเจียนออกมาเป็นเลือด แล้วก็แน่นิ่งไป ซึ่งด้วยความตกใจก็พยายามปั๊มหัวใจอยู่สักพักบนโขดหิน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ภรรยาหมดลมหายใจไปแล้ว จึงได้อุ้มร่างภรรยาเดินป่ายปีนโขดหินลัดเลาะมาที่ชายฝั่งจนถึงแหลมคอกวาง แล้วเดินไปขอให้เรือประม ที่จอดหลบลมอยู่ริมชายฝั่ง ได้แจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการชันสูตรศพของแพทย์พบกระดูกบริเวณก้านคอซีกขวาหัก ส่วนอวัยวะอื่นๆไม่พบร่องรอยบาดแผลแต่อย่างใด เบื้องต้นคาดจะถูกของแข็งขณะเรือล่มถูกพายุพัดกระหน่ำจะได้นำผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลเพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101957</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำเสียชีวิต, จังหวัดชุมพร, เรือล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093804bdc5be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตั้งกก.สอบครูฝึกลูกเสือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;คุณหญิงกัลยา&amp;quot; เสียใจเกิดเหตุ นร.ม.3 จมน้ำดับคาค่ายลูกเสือ กำชับโรงเรียน-ผู้สอนจัดกิจกรรมต้องดูแลเด็กให้มากกว่านี้ พลาดไม่ได้ ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ตั้ง กก.สอบครูฝึก คาด 7 วันรู้ผล พ่อเด็กชี้ตอนลูกหาย ครูไม่สนใจช่วยตามหา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณี &amp;quot;น้องปอน&amp;quot; เด็กชายอายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านนาค้อ ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ จมน้ำเสียชีวิตระหว่างร่วมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือขณะเข้าฐาน &amp;ldquo;หนีสงคราม หลบระเบิด&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการฝึกให้เด็กมุดน้ำที่ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้า วันที่ 18 มี.ค. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รักษาราชการ รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนขอแสดงความเสียใจต่อผู้ปกครองของนักเรียนชั้น ม.3 ที่เสียชีวิตระหว่างร่วมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือบริเวณหนองน้ำ จ.กาฬสินธุ์ ที่ผ่านมา ศธ.กำชับเรื่องการจัดกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนมาตลอดว่าควรระมัดระวัง กิจกรรมใดที่สุ่มเสี่ยงก็ไม่ควรจะจัด เพราะจะเกิดอันตรายต่อเด็กได้ เนื่องจากเด็กบางคนมีสุขภาพไม่ดี และไม่มีทักษะว่ายน้ำหรือการเอาตัวรอด ดังนั้น การจัดกิจกรรมลูกเสือขอให้ครูผู้สอนให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กทุกคนให้มากกว่านี้ เพราะเรื่องธรรมชาติ หากพลาดนิดเดียวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าขาดทักษะการเอาตัวรอด อีกทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ ควรจะประเมินให้สอดคล้องกับจำนวนนักเรียนด้วย เพื่อจะทำให้การดูแลเด็กทุกคนสามารถทำได้อย่างทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรเชษฐ์ พละเอ็น ผู้อำนวยการ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 สั่งตั้งกรรมการสอบครูจัดกิจกรรมค่ายลูกเสือฝึกโหด ให้นักเรียนมุดน้ำเข้าฐานหลบระเบิดก่อนจมน้ำเสียชีวิต คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 7 วันจึงทราบผลสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ &amp;ldquo;น้องปอน&amp;rdquo; ซึ่งมีเพื่อนบ้านและเพื่อนนักเรียนเดินทางมาร่วมงานศพและให้กำลังใจนายสมภาร อายุ 54 ปี นางบัวรื่น อายุ 48 ปี พ่อและแม่ของ &amp;ldquo;น้องปอน&amp;rdquo; ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติ ซึ่งญาติทุกคนต่างติดใจการเสียชีวิตครั้งนี้ และทำใจไม่ได้กับการจากไปอย่างกะทันหัน หลายคนมองว่าการเข้าค่ายลูกเสือไม่ควรจะฝึกเด็กหนัก โดยเฉพาะให้ดำน้ำโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันและช่วยเหลือจนจมน้ำเสียชีวิต รวมถึงยังติดใจการช่วยค้นหาเด็ก ญาติหลายคนแสดงท่าทีไม่พอใจครูในโรงเรียน แต่ไม่ได้ห้ามเข้ามาช่วยงานศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมภาร อายุ 54 ปี พ่อเลี้ยงน้องปอนผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขณะนี้ตนและภรรยายังอยู่ในอาการช็อกและรู้สึกโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังรู้สึกน้อยใจกับปฏิกิริยาของคณะครู ในตอนที่ไปติดตามและสอบถามหาลูกชาย เมื่อช่วงค่ำวานนี้ คือวันที่ 16 มีนาคม 2564 ด้วยความร้อนใจ หลังจากเห็นว่ามืดค่ำแล้วและไม่เห็นลูกชายกลับเข้าบ้าน เพราะทุกวันที่ผ่านมาไม่เคยกลับผิดเวลา แต่กลุ่มครูในโรงเรียนที่ตนเข้าสอบถามกลับไม่มีความกระตือรือร้นที่จะช่วยติดตามหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมภารกล่าวอีกว่า น้องปอนด์เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของภรรยา แม้จะเป็นลูกเลี้ยง แต่ก็รักเหมือนลูก เลี้ยงดูแลตั้งแต่ยังเล็ก ตอนนี้เรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนกับบ้านห่างกันประมาณ 100 เมตร ปกติหลังเลิกเรียนน้องปอนจะรีบกลับเข้าบ้าน ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านและทำการบ้าน จะไม่ไปหาเที่ยวเล่นหรือสุงสิงกับเพื่อน การหายตัวของน้องปอนวันนั้นนำความร้อนใจมาให้พ่อกับแม่อย่างมาก แต่จากท่าทีของคณะครูที่ตนกับภรรยาและญาติไปสอบถามตามหาถึง 4-5 ครั้ง ไม่มีความคืบหน้า จึงไปแจ้งความคนหายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก และไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านช่วยประกาศหาลูกชาย ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากกู้ภัยงมหาในบ่อน้ำและพบศพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96525</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาฬสินธุ์, จมน้ำเสียชีวิต, ฝึกให้เด็กมุดน้ำ, สพป.กาฬสินธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เข้าค่ายลูกเสือ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6053552b9ab1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคราชวิกฤติ! น้ำป่าทับลาน-เขาใหญ่ไหลเชี่ยวกรากถล่ม อ.วังน้ำเขียว พบชายวัย 15 จมน้ำดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมาทำเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมข้ามถนนช่วง บ้าน บุไทร ก่อนถึงคำชโนด 2 อำเภอวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ในที่เกิดเหตุ มวลน้ำไหลแรง และเร็วมาก ทำให้รถจักรยานยนต์และผู้ขับขี่ หายไปกับสายน้ำ ในจากนั้นหน่วยกู้ภัย ฮุก31 จุดไทยสามัคคี(ขอบคุณภาพ) ได้ระดมกำลังช่วยกันค้นหา โดยใช้เวลาไม่นาน จึงพบผู้ขับขี่ รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปติดอยู่บนต้นไม้ อยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุ ในขณะนี้ ยังไม่สามารถช่วยเหลือนำตัวออกมาได้ เนื่องจาก กระเเสน้ำไหลเชี่ยวกราด และรุนแรง รวมทั้งที่บ้านซับ ต.วังน้ำเขียวฯ และสะพานข้ามห้วยใหญ่ใต้ หมู่ 6 กระแสน้ำหลากท่วมจนพังเสียหาย และไร่สวนบ้านคลองทราย ต.วังน้ำเขียวฯ , บ้านอุดมทรัพย์พัฒนา และที่บ้านด่าน ต.อุดมทรัพย์ฯ ชาวบ้านต้องใช้รถไถมาบรรทุกพี่น้องประชาชนอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย น้ำท่วมสูง 80 ซม. - 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน บริเวณบ้านวังหมี มีมวลน้ำ ไหลผ่านด้วยความรุนแรงเช่นกัน ในจุดนี้มีประชาชน ถูกน้ำพัดหายไปอีก 1 ราย เป็นชายชื่อ นายธิติพงศ์ คำดี อายุ 15 ปีอยู่บ้านเลขที่ 189/258 ม.3 ต.ในบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้น้ำป่ายังไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและรีสอร์ทหลายแห่ง รวมถึงโรงเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนบ้านหนองโสมง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และรีสอร์วีโรน่า ถูกน้ำท่วมสูงล่าสุดทางอุทยาแห่งชาติทับลานแจ้งปิดสถานที่ท่องเที่ยวผาเก็บตะวันและปิดถนนเส้นทาง304 ช่วงวังน้ำเขียว -กบินทร์บุรี &amp;nbsp;เนื่องจากอุโมงค์ทางลอดทับลานถูกน้ำท่วมสูงรถไม่สามารถสัญจรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา(31ต.ค.63) ได้รับรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และโดยเฉพาะในเขตอ.วังน้ำเขียว โดยในพื้นที่ ต.ไทยสามัคคี ฝนตกมากถึง200 มม. ต.วังหมีตก 100 มม.ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากช่วงกลางดึกซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยถูกน้ำท่วมมาก่อนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายขณะกลับมาจากงานลอยกระทง ส่วนผู้สญหาย 8-10 คนได้พบตัวทั้งหมดแล้วทุกคนปลอดภัย ขณะนี้อยู่ระหว่างการช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายของทางอำเภอ และทางจังหวัดได้ขอให้อำเภอในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำลำพระเพลิง ลำตะคอง ลำเชียงไกรและลำน้ำมูล โดยเฉพาะพื้นที่ที่เพิ่งประสบปัญหาน้ำท่วมและกำลังท่วมอยู่ ให้แจ้งเตือนประชาชนด่วน หน่วยงาน ส่วนราชการ อำเภอและ อปท.ให้เตรียมการช่วยเหลือประชาชนให้พร้อมที่สุดให้รายงานสถานการณ์เรื่องนี้ในพื้นที่ให้ทราบทุกระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในรายผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. มีฝนตกหนัก บริเวณกว้างในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว นครราชสีมา และเกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมทางเข้าโรงเรียนบ้านหนองโสมง อ.วังน้ำเขียว ช่วงน้ำตกธารท่าลี่ น้ำป่าไหลหลากท่วมถนน และไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนหลายจุด อยู่ในระหว่างสำรวจความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 01.58 น. &amp;nbsp;ได้รับแจ้งน้ำป่าไหลพัดคนขับรถจักรยานยนต์ขับรถข้ามฝายน้ำบ้านยุบอีปูน หมู่ที่ 4 ต.วังหมี เบื้องต้นมาด้วยกัน 2 คน เป็นผู้ชายคนขับทราบชื่อนายธิติพงศ์ คำดี อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189/258 หมู่ที่3 ต.ในบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ผู้หญิงคนซ้อน ชื่อนางสาวจุฑามาศ ศรีลาพรม อายุ 22 ปี 80 หมู่ที่ 4 ต.วังหมี ตกไปในน้ำ ผู้หญิงสามารถช่วยตนเองขึ้นจากน้ำได้ ผู้ชายสูญหาย ชาวบ้านและหน่วยกู้ภัย &amp;nbsp;ช่วยกันค้นหา จนถึงเวลาประมาณ 07.00 น. ได้พบศพจมอยู่ในน้ำ จึงแจ้งพนักงานสอบสวนเวรและแพทย์ร่วมกันชันสูตรศพต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82464</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำเสียชีวิต, จังหวัดนครราชสีมา, น้ำท่วมโคราช, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201101/image_big_5f9e4a3617e65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2019 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2019 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!เด็กน้อยวัย 3 ขวบจมน้ำเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค. 62 - ช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุข อ.เขาพนม เข้าตรวจสอบเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิต หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่า ได้มีเด็กหายไป ซึ่งคาดว่าน่าจะลงไปเล่นน้ำในสระแล้วจมน้ำ จึงไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบว่าชาวบ้านได้ช่วยกันงมนำร่างของเด็กขึ้นมาในสภาพเสียชีวิตแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบชื่อเด็กชายสันติภาพ ศรีจันทน์ อายุ 3 ปี อยู่บ้านเลขที่ 361 หมู่ 3 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ บิดาเป็นข้าราชการครู ในอำเภอเขาพนม สภาพของสระน้ำใช้ในสวนปาล์ม ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 8 เมตร ลึก 3-4 เมตร &amp;nbsp;อยู่ห่างจากบ้าน 50 เมตร สภาพโล่งเตียนและสระน้ำไม่มีรั้วกั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามจากคุณตาของเด็กบอกว่า &amp;nbsp;เด็กชอบเล่นน้ำ ระหว่างการเกิดเหตุนั้น พ่อแม่และตา อยู่กันหน้าบ้าน ส่วนเด็กอยู่ในบ้าน จากนั้นได้มีการถามหาเด็กว่าอยู่ไหน จึงเข้าไปดูในบ้านไม่พบ แต่พบประตูหลังบ้านเปิดอยู่ ก็เลยรีบช่วยกันออกตามหา จนไปพบรองเท้าถูกถอดไว้ที่ขอบบ่อปลา จากนั้นพ่อแม่และญาติได้รีบลงไปดำน้ำค้นหาและพบว่าจมน้ำเสียชีวิตแล้ว ท่ามกลางความเสียใจของพ่อแม่และญาติๆ &amp;nbsp;ซึ่งเบื้องต้นญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26402</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำเสียชีวิต, สันติภาพ ศรีจันทน์, อ.เขาพนม จ.กระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190112/image_big_5c39ccf92be4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!อดีตยอดมวยดัง &#039;สลักจิต เทียนหิรัญ&#039; ถูกกระแสน้ำซัดจมหาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายว่าเวลาประมาณ 01.30 น. คืนที่ผ่านมาเกิดเหตุคนจมน้ำสูญหาย บริเวณฝายยางลำน้ำยม หมู่ 4 ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ทราบชื่อคือ นายกรี &amp;nbsp;สังข์บัวแก้ว หรือ &amp;ldquo;สลักจิต &amp;nbsp;เทียนหิรัญ&amp;rdquo; อายุ 62 ปี ชาว ต.คลองกระจง ซึ่งเป็นอดีตนักมวยไทยชื่อดังของช่อง 7 เมื่อหลายสิบปีก่อน ฉายา &amp;ldquo;ไอ้ใบ้จอมศอกกลับ&amp;rdquo; ต้นตำรับไหว้ครูท่าทอดแห&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยชาวบ้านบอกว่า ก่อนเกิดเหตุ นายกรี หรือ &amp;ldquo;สลักจิต &amp;nbsp;เทียนหิรัญ&amp;rdquo; ได้มายืนเหวี่ยงแหจับปลาในบริเวณดังกล่าวร่วมกับเพื่อนบ้าน แล้วแหไปติดอยู่ในน้ำ นายกรีจึงดำน้ำลงไปดึง แต่แหยังไม่หลุด จึงดำลงไปอีกครั้ง ครั้งที่สองดำน้ำนานเกือบ 1 นาที ก่อนจะโผล่ขึ้นมาและร้องเสียงดัง แล้วร่างก็ไหลไปตามกระแสน้ำ ไหลลงมาตรงฝายยางแล้วก็จมหาย โผล่อีกทีกลางแม่น้ำยม เพื่อนบ้านพยายามส่งไม้ไผ่ให้จับแล้ว ก่อนเขาจะหมดแรงจมหายไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ทั้งชาวบ้าน ตำรวจ และกู้ภัยฯ ต่างก็ได้ช่วยกันเฝ้าดูและค้นหา ส่วนชุดประดาน้ำทีมกู้ภัยสุโขทัยก็ได้ดำน้ำค้นหานาน 4 ชั่วโมง แต่ก็ยังไม่พบร่างผู้เสียชีวิต และต้องยุติภารกิจ เนื่องจากมีกระแสน้ำไหลแรง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13811</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรี  สังข์บัวแก้ว, จมน้ำเสียชีวิต, สลักจิต  เทียนหิรัญ, สุโขทัย, อดีตยอดมวยดัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180721/image_big_5b528100a5a33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครูสอนเด็กเล็กหายไปทั้งคืน เจออีกทีเป็นศพลอยน้ำ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61 - &amp;nbsp;เวลา 07.45 น. ร.ต.อ.จำรัส ศรีหาตา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งจาก นายพิทักษ์ บ้านกลาง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 บ้านหนองจันทร์ ต.ท่าค้อ อ.เมืองฯ ว่า พบศพลูกบ้านตนเองลอยน้ำอยู่ในห้วยฮองฮอ บ้านหนองจันทร์ หมู่ 1 ต.ท่าค้อ จึงเดินทางไปพร้อมกับ นพ.นรินทร์ มณีรัตน์ แพทย์เวร ร.พ.นครพนม กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม ที่พบศพต้องเดินเท้าเข้าประมาณ 3 กม. เป็นห้วยมีความลึก &amp;nbsp;2 เมตรเศษ สองฟากฝั่งเป็นป่าไผ่กะซะ ที่ชาวบ้านหลายหมู่บ้าน มาหาหน่อไม้กัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศพของผู้ตายเป็นหญิง ทราบต่อมาว่าชื่อ นางรจนา ครุธแสง หรือครูเล็ก อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 68 หมู่ 14 บ้านหนองจันทร์ สภาพคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ ผมมัดเป็นจุก ท่อนบนสวมเพียงเสื้อยกทรงตัวเดียว กางเกงยีนส์ และถุงเท้าแดง ส่วนบนฝั่งด้านทิศตะวันตกมีรองเท้าบูทด้านซ้ายตกอยู่หนึ่งข้าง ด้านทิศตะวันออกไม่ห่างจากศพนัก มีถุงกล้วยปิ้งที่ผู้ตายนำติดตัวมาแขวนไว้กับกิ่งไม้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้นผู้ตายเป็นครูสอนเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ประจำศูนย์เด็กเล็กวัดศรีทาวาส บ้านหนองจันทร์ ส่วนนายวิเชียร ครุธแสง อายุ 53 ปี ผู้เป็นสามี ทำงานเป็นพนักงานขับรถ โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย เขตเทศบาลเมืองนครพนม ก่อนเกิดเหตุวันที่ 8 เม.ย.เวลาประมาณ 14.00 น. ครูเล็กผู้ตายได้ชักชวนนางน้อยเพื่อนบ้านออกไปหาหน่อไม้ไผ่กะซะ โดยซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปด้วยกัน จนเวลาเย็นนางน้อยตะโกนชวนครูเล็กกลับบ้าน แต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงนึกว่าแอบกลับบ้านก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นถึงบ้านก็ถามหาปรากฏว่าครูเล็กยังไม่กลับถึงเรือน จึงชวนกันออกตามหาริมฝั่งห้วยฮองฮอ และนายวิเชียรได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันว่าภรรยาตนเองหาไปไว้เป็นหลักฐาน ทางด้านนายพิทักษ์ผู้ใหญ่บ้านได้ประกาศเสียงตามสาย ให้ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านออกมาช่วยกันค้นหาตลอดทั้งคืน ซึ่งมีเพื่อนบ้านพร้อมใจกันช่วยตามตัวครูเล็กทั้งหมู่บ้าน เบื้องต้นพากันสันนิษฐานว่าครูเล็กอาจเป็นลมอยู่ที่ใดสักแห่งหนึ่งในบริเวณป่าไผ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งรุ่งเช้าวันใหม่ ทีมค้นหายังไม่ลดความพยายาม ยังคงติดตามหาตัวครูเล็ก ด้วยการตะโกนเรียกชื่อตลอดเส้นทาง นายอนุพงศ์ แก้วลา อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 53 หมู่ 1 บ้านหนองจันทร์ เป็นอีกคนหนึ่งในการค้นหา เดินเลียบฝั่งห้วยฮองฮอด้านทิศตะวันตก ก็ต้องตกใจสุดขีดเพราะเบื้องหน้าในน้ำ มีร่างของครูเล็กนอนคว่ำหน้าอยู่ จึงตะโกนร้องเรียกให้เพื่อนๆทราบว่าเจอแล้ว นายพิทักษ์ผู้ใหญ่บ้านจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการชันสูตรพลิกศพไม่พบร่องรอยการต่อสู้ อวัยวะเพศของผู้ตายก็ไม่พบการล่วงละเมิด แพทย์สันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากการจมน้ำตาย เนื่องจากครูเล็กสวมเสื้อผ้าคลุมตัวถึง 3 ชั้น สวมหมวกไหมพรมปิดบังแดดส่องหน้า คาดว่าผู้ตายข้ามไปหาหน่อไม้ด้านฝั่งทิศตะวันตก แล้วจะลอยน้ำกลับมาที่ฝั่งทิศตะวันออก แต่น้ำมีความลึกกว่า 2 เมตร ประกอบกับผู้ตายสวมใส่เสื้อที่อมน้ำ จึงทำให้ร่างกายหนักกว่าปกติ พยายามถอดเสื้อผ้าสลัดออกจากร่าง และโยนรองเท้าบูทขึ้นฝั่ง แต่คงจะหมดแรงพยุงตัวเองทำให้จมน้ำเสียชีวิต ภายหลังชันสูตรศพประดาน้ำลงงมหาเสื้อผ้า พบจมอยู่ก้นห้วยฮองฮอนั่นเอง ญาติได้รับฟังคำชี้แจงจากแพทย์จึงไม่ได้ใจในสาเหตุการตาย นำศพของครูเล็กไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6749</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำเสียชีวิต, ร.ต.อ.จำรัส ศรีหาตา, รจนา ครุธแสง, สภ.เมืองนครพนม, โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb238f395ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
