<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุรุสภา รับลูก “รมว.ศธ.” รุกกระตุ้นจิตวิญญาณครู หวังเรียกศรัทธาวิชาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30เม.ย.64-นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายเร่งด่วนต้องการทำให้โรงเรียนทุกแห่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับนักเรียน และดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิดต่อนักเรียน เนื่องจากมีข่าวในเชิงลบของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเกิดขึ้นบ่อยครั้งนั้น ในส่วนของคุรุสภาซึ่งกำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ทำงานเชิงรุกเพื่อเรียกศรัทธากลับคืนมา เช่น การกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดของครูที่ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง ไล่ออก หรือปลดออก จะต้องส่งข้อมูลมาให้คุรุสภา เพื่อดำเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ โดยเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) หาก กมว.มีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว &amp;nbsp;ก็จะบันทึกลงในฐานข้อมูลเสมือนการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เพื่อป้องกันการกลับเข้าสู่วิชาชีพ แม้เปลี่ยนชื่อสกุลก็สามารถตรวจสอบได้จากหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งจะทำให้สังคมเกิดความมั่นใจในผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษามากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยเฉพาะความผิดทางเพศ การทุจริต และพัวพันยาเสพติด ก็สามารถแจ้งกล่าวโทษมาได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดิศกุล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาคุรุสภายังได้ปรับปรุงข้อบังคับต่างๆ เช่น ลดกระบวนการสอบสวนทางจรรยาบรรณให้เสร็จจากภายใน 180 วัน เป็น 90 วัน หรือการพักใช้ใบอนุญาตจากเดิมที่พักได้แค่ 60 วัน ก็ให้พักไว้จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมและพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณอีกหลากหลาย เช่น การสร้างความร่วมมือกับสถาบันผลิตครูเข้าร่วมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณของวิชาชีพผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Ethics in Professional Learning Community) หรือ E-PLC ซึ่งเป็นกระบวนการที่ส่งเสริมให้นิสิต/นักศึกษาครูได้เรียนรู้การเป็นครูที่ดีจากครูพี่เลี้ยงครูต้นแบบในระหว่างการฝึกสอนทั้งการออกแบบการเรียนรู้และจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งตั้งแต่ปี 2560 มีผู้ผ่านการพัฒนาไปแล้วกว่า 60,000 คน รวมถึงการผลิตสื่อส่งเสริมจรรยาบรรณในรูปแบบคลิปวิดีโอและภาพยนตร์สั้นมากกว่า 40 ชิ้น เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์คุรุสภา ช่องยูทูปคุรุสภา เฟซบุ๊กแฟนเพจคุรุสภา เพจครูดี 360 องศา และเพจ Trainflix และยังจัดทำ 9 บทเรียนจรรยาบรรณวิชาชีพออนไลน์ ซึ่งมีสถาบันผลิตครูและสถานศึกษาจำนวนมากนำไปใช้ และเมื่อปี 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ก็ให้ความสนใจขอนำบทเรียนไปใช้ประกอบการจัดกิจกรรมเสริมสร้างหลักสูตรเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่นิสิต/นักศึกษาครูในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 3,099 คน และในอนาคตยังจะเปิดให้ผู้สนใจทั่วไปเข้ามาเรียนออนไลน์ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังมีการจัดหลักสูตรผู้นำจรรยาบรรณให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ไปกว่า 1 หมื่นคนแล้ว และยังมีกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ อีกอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ตระหนักถึงการเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ศิษย์และสังคม และในอนาคตยังอาจจะมีรายการทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือรายการโทรทัศน์เพื่อนำข่าวเชิงบวกออกไปสู้กับข่าวเชิงลบ &amp;nbsp; และเป็นเวทีกลางให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกสังกัด ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อช่วยกันพัฒนาและส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพให้ปรากฎผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกำลังสำคัญหลักในการพัฒนาประเทศได้ต่อไปในอนาคต&amp;rdquo;เลขาฯ คุรุสภา กล่าว
------------------------
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97771</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุรุสภา, จรรยาบรรณครู, ดิศกุล เกษมสวัสดิ์, รมว.ศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062e0582b143.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดคุรุสภา หารือมาตรฐานจรรยาบรรณครู ชี้เชื่อมโยงกับเบ้าหลอมการผลิตครู  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4มี.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ในที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ได้มีการหารือถึงเรื่องมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพครู ซึ่งตนเห็นว่าการขอและต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจะต้องเชื่อมโยงกับมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพครู รวมถึงเชื่อมต่อกับสถาบันผลิตครูด้วย โดยปลายเดือนมีนาคมนี้ คุรุสภาจะหารือร่วมกับสถาบันผลิตครู ในการวางแผนการผลิตพัฒนาครูให้ตรงกับความต้องการ พร้อมกับตั้งเป้าคุณสมบัติครูผู้สอนที่คาดหวังในอนาคตว่าจะต้องมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีสารสนเทศ และทักษะดิจิทัล เพราะสิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ตนคิดว่าโจทย์ที่มอบให้สถาบันผลิตครูที่จะต้องไปดำเนินการนั้นคือ หลักสูตรการเรียนการสอนของนักศึกษา ซึ่งเรื่องจิตวิญญาณครูไม่ได้เป็นอุปสรรคของการเป็นครู แต่ขณะนี้ความรู้ความสามารถที่ครูยุคใหม่จะต้องมีและต้องเรียนรู้ คือ การเปลี่ยนแปลงของโลกมากกว่า เพราะหากครูยังจัดการเรียนการสอนแบบเดิมๆก็จะส่งผลให้มีข้อจำกัดของผู้เรียน เนื่องจากเด็กจะไม่รู้จักการปรับตัวกับโลกภายนอกว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือเรื่องหลักเกณฑ์การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่จะเริ่มใช้กับนิสิต นักศึกษา สาขาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ปีการศึกษา 2562 ด้วย ซึ่งตนก็ได้เน้นย้ำเรื่องความชัดเจนของการทดสอบในกรณีของครูต่างชาติ ที่จะต้องมาสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพใช้สำหรับสอนวิชาภาษาอังกฤษ ว่าจะต้องมีการดำเนินการอย่างไร หรือจะมีแนวทางที่จะอำนวยความสะดวกได้อย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58866</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรรยาบรรณครู, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e54a40e9f2d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กมว.&quot;ชงเลิก&quot;ป.บัณฑิต&quot;หาหลักสูตรอื่นทดแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5พ.ย.62-กมว. ชง บอร์ด คุรุสภา ยกเลิก ป.บัณฑิต หาหลักสูตรอื่น ทดแทน &amp;ldquo;เอกชัย&amp;rdquo; มีเรื่องร้องเรียนปัญหาการกระทำผิดทางจรรยาบรรณกว่า 800 เรื่อง ลั่น ความผิดเรื่องทำอนาจาร หรือความผิดทางเพศ ถึงเกษียณแล้ว ก็โดนถอน &amp;ldquo;ตั๋วครู&amp;rdquo;

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุม กมว. ที่ประชุมได้มีหารือถึงการยกเลิกหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) โดยใช้หลักสูตรใหม่เข้ามาทดแทน จะมีเนื้อหาและโครงสร้างไม่ได้แตกต่างจากหลักสูตร ป.บัณฑิตเพียงแต่เปลี่ยนวิธีจัดการเรียนการสอนใหม่ เน้นวิชาที่เกี่ยวข้องกับความเป็นครู อีกทั้งผู้ที่เรียนในหลักสูตรใหม่ เมื่อจบแล้วจะบรรจุและสอนตามวิชาเอกที่ตนเองเรียนจบมา ซึ่งจะต่างจากหลักสูตรป.บัณฑิตที่ครูบางคนเรียนจบแล้ว แต่ไม่ได้สอนตามวิชาเอก เพราะที่ประชุมเห็นว่าจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ครู ว่า กลุ่มครูที่ไม่ได้จบครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เมื่อมาเรียนในหลักสูตรใหม่นี้แล้ว จะต้องสอบผ่านวิชาครู จึงจะสามารถไปสอนได้ ทั้งนี้เมื่อทำการสอนครบ 1 ปีแล้ว จึงจะมีสิทธิสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ทั้งนี้คาดว่าในการประชุม กมว.ครั้งหน้าจะเห็นชอบการยกเลิกหลักสูตร ป.บัณฑิต ก่อนที่จะเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภาพิจารณา นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือการทบทวนเรื่องการปรับปรุงมาตรฐานจรรยาบรรณของวิชาชีพครู ที่จะต้องเร่งทำให้แล้วเสร็จด้วย เพราะขณะนี้มีเรื่องการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการกระทำผิดทางจรรยาบรรณที่ต้องได้รับการพิจารณากว่า 700-800 เรื่อง

ประธานกมว.ให้รายละเอียดอีกว่า ตั้งแต่ ปี 2561-2562 หนึ่งปีที่ผ่านมา กมว.ได้ดำเนินการ ยุติเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับมาตรฐานจรรยาบรรณไปแล้ว 38 เรื่อง ยกข้อกล่าวหา 12 ราย พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 10 รายเพิกถอนใบอนุญาต 8 ราย และภาคทัณฑ์ 7 ราย สำหรับสาเหตุการถูกภาคทัณฑ์และการถูกตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร มากที่สุด คือ การตีเด็ก ให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเกินกว่าเหตุ การมีพฤติกรรมเสื่อมเสียต่อวิชาชีพ ส่วนการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มาจากสาเหตุ ล่วงละมิดทางเพศ และสุดท้ายการพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มาจาก การลงโทษเด็กที่เข้าข่ายการทำร้ายร่างกาย หรือจิตใจเด็ก กรณีชู้สาว และความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกรณีที่ค้างการพิจารณาอยู่ หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำอนาจาร หรือความผิดทางเพศ แม้ว่าผู้กระทำความผิดจะเกษียณอายุราชการแล้ว ก็ยังต้องรับความผิด เช่น การถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตลอดชีวิต เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49559</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมว., จรรยาบรรณครู, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, ป.บัณฑิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5e42d7cffa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
