<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพชรบูรณ์ชาวบ้านช่วยกันจับจระเข้หลุดจากบ่อโผล่กลางทุ่งนา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.63-นางการ์นภัส ชูกา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งว่า มีคนพบจระเข้ขนาดใหญ่ ซ่อนตัวอยู่ในสระน้ำ กลางทุ่งนาของชาวบ้าน หมู่ 13 ตำบลหนองไผ่ จึงประสานให้ผู้ช่วยฯ และชาวบ้าน ราว 7-8 คน นำกำลังออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณสระน้ำกลางทุ่งนา ขนาดพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ พบมีน้ำอยู่ในสระประมาณครึ่งหนึ่ง และมีต้นไม้ ป่าหญ้า ขึ้นปกคลุม จึงเดินตรวจสอบดูโดยรอบ ก็พบร่องรอยของสัตว์ขนาดใหญ่อยู่ริมตลิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ก็ได้มีเจ้าของบ่อจระเข้แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสระของชาวบ้าน ราว 500 เมตร ก็ได้ออกติดตามหาจระเข้ที่หลุดจากบ่อเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;เมื่อทราบว่าจระเข้หลุดอยู่ในสระและซ่อนตัวอยู่ในน้ำ &amp;nbsp;จึงได้วางแผนร่วมกับชาวบ้าน โดยการใช้โครงไก่สด ผูกกับเชือก เพื่อล่อให้จระเข้เข้ามากินเหยื่อ ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นาน จระเข้หิวโซ ก็เข้ามางับเหยื่อทันที ชาวบ้านและเจ้าของ จึงได้ช่วยกันดึงจระเข้ขึ้นมาจากสระ พบว่ามีขนาดใหญ่ ความยาว ราว 2 เมตรเศษ จากนั้นได้ใช้เชือกมัดขา มัดหาง และนำเสื้อมามัดปากไว้อีกชั้นหนึ่ง พร้อมทั้งใช้แรงคนแบกถึง 4 คน เพื่อนำไปส่งที่บ่อเลี้ยง ได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม นายสังวาล อินดี อายุ 49 ปี &amp;nbsp;หนึ่งในชาวบ้านที่ร่วมจับจระเข้ เล่าว่า เมื่อช่วงเช้า ได้มีเพื่อนบ้าน ออกไปเอาท่อสูบน้ำที่สระลูกดังกล่าว ขณะที่กำลังดึงท่อสูบน้ำขึ้นจากสระ ก็ต้องตกใจแทบช๊อค เมื่อพบว่ามีจระเข้ซ่อนตัวอยู่ข้างกับท่อสูบน้ำ ด้วยความตกใจ จึงต่างคน ต่างหนี แล้วรีบกลับมาแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ และนำชาวบ้านออกไปช่วยค้นหา ซึ่งก็เจอกับเจ้าของบ่อพอดี จึงได้ช่วยกัน ใช้โครงไก่สดเป็นเหยื่อล่อจระเข้ กระทั่งสามารถจับตัวได้สำเร็จ แต่ก็ชุลมุนพอสมควร เพราะแต่ละคน ก็ไม่มีประสบการณ์ด้านการจับจระเข้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80175</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เพชรบูรณ์, จระเข้, ชาวบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82f7545a08f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชีวิตแสนสบาย สไตล์เมือง “พิจิตร”  ธรรมชาติสวย ชุมชนสงบงาม อาหารอร่อย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนที่ขับรถ โดยใช้เส้นทางผ่านจังหวัดนครสวรรค์มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ ก่อนจะถึงจังหวัดพิษณุโลก จะผ่านจังหวัด &amp;ldquo;พิจิตร&amp;rdquo; ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปจระเข้ตัวใหญ่ เพราะได้รับสมญาว่าเป็นเมืองชาละวัน อันเป็นชื่อของพญาจระเข้แห่งแม่น้ำน่าน ในวรรณคดีเรื่องไกรทอง และเป็นเมืองที่มีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ว่าเป็นถิ่นของพระเจ้าเสือ หรือ &amp;ldquo;พระศรีสรรเพชญ์ที่ 8&amp;rdquo; พระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งเป็นเมืองที่ให้กำเนิดพระโหราธิบดี บิดาของศรีปราชญ์อีกด้วย ขณะที่คนที่ชื่นชอบสายเกจิดังก็จะรู้กิตติศัพท์ชื่อเสียงของ &amp;ldquo;หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน&amp;rdquo; เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำว่า &amp;ldquo;พิจิตร&amp;rdquo; ยังมีความหมายว่า งดงามทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่สัมผัสได้ถึงวิถีแห่งความเรียบง่าย สุขสงบ เมืองนี้จึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่เหมาะกับคนที่ต้องการหลีกเร้นจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ไปพักผ่อน และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในวิถีเรียบง่าย แบบไทยๆ สไตล์เมืองเก่าในประวัติศาสตร์ ที่ความเจริญยังไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนมากนัก แต่ก็มีความสะดวกสบายครบครัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์ (รับผิดชอบพื้นที่นครสวรรค์และ พิจิตร) กล่าวว่า จังหวัดพิจิตรนับเป็นเมืองเล็กๆ อีกแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความน่ารัก ในมุมมองที่นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจจะยังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเรียบง่ายในวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่ทำให้สูดหายใจได้เต็มปอด พร้อมชมความสวยงามของนกนานาพันธุ์ และเติมพลังด้วยอาหารการกินในสไตล์วิถีถิ่น ซึ่งถือเป็นการพักผ่อนและเป็นทางเลือกในการใช้เวลาว่างกับกลุ่มเพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวอาจคุ้นเคยกับสมญานามของจังหวัดพิจิตร ที่กล่าวถึงเรื่องราวของจระเข้ อย่างพญาชาละวัน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ในส่วนของอำเภอเมืองเท่านั้น แต่ในชุมชนอื่นๆ ของจังหวัดพิจิตร ยังมีสถานที่และกิจกรรมของท้องถิ่นที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง เช่น &amp;ldquo;ย่านเก่าวังกรด ชุมชนเก่าเล่าเรื่อง&amp;rdquo; อยู่ที่ ต.วังกรด อ.เมืองฯ จ.พิจิตร ห่างจากตัวเมืองพิจิตรเพียง 6 กิโลเมตร อดีตเป็นย่านพาณิชยกรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัด และยังบอกเล่าความเป็นอดีต ทั้งวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน ผ่านอาคารบ้านเรือน สถาปัตยกรรม และการค้าขาย กลายเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เคยมาแล้ว ต่างอยากจะกลับมาเยือนอีก ทุกวันเสาร์มีตลาดนัดชุมชน มีการรำวงย้อนยุค การจำหน่ายอาหาร สินค้า ราคาย่อมเยา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ชุมชนเก่าแก่ตลาดท่าฬ่อ&amp;rdquo; เป็นชุมชนที่สะท้อนวิถีชีวิตเก่าๆ ของชาวจีน เนื่องจากเป็นศูนย์กลางด้านการค้าขาย การสัญจรด้วยล้อเกวียนและรถไฟ ด้วยความเก่าแก่คลาสสิกของอาคารบ้านเรือน และร่องรอยความเป็นอยู่ของผู้คนเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ทำให้นักท่องเที่ยวที่หลงใหลความสงบและหลีกหนีความวุ่นวายแวะเวียนมาเที่ยวที่นี่ ถ่ายรูปเก๋ๆ ที่สถานีรถไฟพิจิตร ด้วยสถาปัตยกรรมของตัวอาคารสไตล์ตะวันตกสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งถือเป็น 1 ใน 10 สถานีรถไฟที่สวยที่สุดในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ต่อด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ&amp;nbsp; คือ &amp;quot;บึงสีไฟ&amp;quot; แหล่งน้ำที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองพิจิตร มีสะพานไม้ทอดยาวพาดผ่านบึง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแห่งหนึ่ง และมีจุดท่องเที่ยวโดยรอบ เช่น บ่อจระเข้ รูปปั้นพญาชาละวัน ที่มีความยาวถึง 38 เมตร กว้าง 6 เมตร ปากยาว 4.5 เมตร สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจังหวัดพิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่ชอบธรรมชาติ อาจจะต่อด้วยการดูนกที่อำเภอตะพานหิน&amp;nbsp; ซึ่งนอกจากจะเป็นชุมทางค้าขายทางรถไฟในอดีตแล้ว ชุมชนบ้านป่าแดงของอำเภอตะพานหินที่อยู่ลึกเข้าไปยังเป็นสวรรค์ของนักดูนกอีกด้วย โดยในช่วงตุลาคม-มีนาคมของทุกๆ ปี จะมีนกอพยพหายากให้ได้เห็นกันด้วย อาทิ นกอินทรีหัวไหล่ขาว เหยี่ยวหูดำ นกกระสาดำ นกกระติ๊ดแดง เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ชอบทำบุญ ไหว้พระ เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต จังหวัดพิจิตร ยังมี 5 เส้นทางสายบุญที่ไม่ควรพลาด ได้แก่&amp;nbsp; 1.วัดท่าหลวง เป็นวัดสำคัญของจังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพิจิตร บนถนนบุษบา ติดกับที่ทำการไปรษณีย์พิจิตร วัดนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.2388 สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงามมาก หน้าตักกว้าง&amp;nbsp; 1.40 เมตร สูง 1.60&amp;nbsp; เมตร เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองพิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ตามประวัติเล่าว่า พระพิจิตรซึ่งเป็นเจ้าเมืองอยากได้พระประธานมาประดิษฐานที่เมืองพิจิตร ในโอกาสที่ทัพกรุงศรีอยุธยาเดินทางผ่านเมืองพิจิตรเพื่อไปปราบขบถจอมทองเมืองเชียงใหม่ พระพิจิตรจึงได้ขอร้องแม่ทัพว่า เมื่อปราบขบถเสร็จแล้วให้หาพระพุทธรูปมาฝาก ดังนั้น เมื่อเสร็จศึกแล้ว แม่ทัพจึงได้อาราธนาพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชรลงแพไม้ไผ่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าแพลูกบวบ ล่องมาทางแม่น้ำปิง โดยฝากเจ้าเมืองกำแพงเพชรไว้ ต่อมาย้ายมาประดิษฐานไว้ ณ พระอุโบสถวัดนครชุม เมืองพิจิตรเก่า หลังจากนั้นจึงย้ายมาประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จนถึงปัจจุบัน พระอุโบสถเปิดให้เข้านมัสการหลวงพ่อเพชรได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;2.วัดโพธิ์ประทับช้าง เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2242-2244 สมัยสมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี หรือพระพุทธเจ้าเสือ พระนามเดิมคือ ขุนหลวงสรศักดิ์ แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน เนื่องจากเป็นสถานที่ประสูติของพระองค์ วัดนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำพิจิตรเก่า หน้าวัดมีต้นตะเคียนซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี วัดโดยรอบได้ 7 เมตร 60 เซนติเมตร หรือประมาณ&amp;nbsp; 7 คนโอบ ภายในวัดมีพระวิหารสูงใหญ่ มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็นศิลปะแบบอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็น&amp;nbsp; โบราณสถานเมื่อ พ.ศ.2478 ปัจจุบันได้รับการบูรณะซ่อมแซมเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ ชาวอำเภอโพธิ์ประทับช้างได้สร้างอนุสาวรีย์พระพุทธเจ้าเสือไว้เป็นที่ระลึกข้างที่ว่าการอำเภอโพธิ์ประทับช้างอีกด้วย วัดนี้อยู่ห่างจากตัวเมือง&amp;nbsp; 27 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 1068 สายพิจิตร-วังจิก ตรงกิโลเมตรที่ 12-13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1300 ตรงไปสุดทางเลี้ยวซ้าย วัดโพธิ์ประทับช้างอยู่ทางขวามือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.วัดนครชุม เป็นวัดที่สร้างในสมัยสุโขทัย มีอายุราว 800 ปี ด้านตะวันออกมีพระอุโบสถเก่าแก่มาก ก่อสร้างด้วยอิฐฉาบปูน เครื่องบนเป็นไม้ ใช้สลักไม้แทนตะปู มีช่องระบายลมแทนหน้าต่าง พระอุโบสถหลังนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชรก่อนอัญเชิญไปวัดท่าหลวง ปัจจุบันประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ก่ออิฐและฉาบปูนทับ ศิลปะสุโขทัยซึ่งเป็นพระประธานในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยก่อน การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1068 สายพิจิตร-สามง่าม-วังจิก ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 9&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.วัดท้ายน้ำ สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อเงินองค์ใหญ่ ตามประวัติเล่าว่าเป็นวัดเก่าที่หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เคยจำพรรษาอยู่ ก่อนจะไปที่วัดบางคลาน จึงมีคำต่อท้ายว่า วัดเก่าหลวงพ่อเงิน ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจศึกษามากมาย อาทิ พิพิธภัณฑ์เรือนไทย ซึ่งภายในมีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งจำลองของหลวงพ่อเงิน วิหารพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเงิน ตัวพิพิธภัณฑ์จะอยู่ด้านล่าง มีจิตรกรรมฝาผนัง มีเรืองราวประวัติของหลวงพ่อเงินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเดินทาง เดินทางจากถนนเส้นทางหลวง 117 เลี้ยวเข้าสี่แยกโพทะเล ใช้เส้นถนนหมายเลข 1067 เดินทางไปอีกประมาน 15 กิโลเมตร เจอป้ายวัดท้ายน้ำเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร วัดอยู่ด้านขวามือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.วัดสุขุมาราม ตั้งอยู่ในอำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร วัดนี้ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งมีความยาวถึง 55 เมตร ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ บนพื้นที่กว่า 40 ไร่ ที่มีการก่อสร้างอาคารด้วยประติมากรรมที่งดงามและสอดแทรกด้วยศิลปะร่วมสมัย เป็นที่ฝึกสมาธิ ปฏิบัติธรรม ฝึกกรรมฐาน บริเวณโดยรอบมีการปลูกต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิดร่มเย็น เพื่อให้เป็นลานปฏิบัติธรรมสำหรับชาวพุทธจากทั่วโลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างของวัดนี้คือ วิหารหลวงพ่อเขียน ธมมฺรักขิโต หรือ หลวงพ่อเขียน วัดสำนักขุนเณร ท่านเคยจำพรรษาและเป็น เจ้าอาวาสที่วัดสุขุมาราม วัดสุขุมารามจึงมีรูปหล่อเหมือนหลวงพ่อเขียนประดิษฐานอยู่มากมาย ทั้งยังมีวิหารหลวงพ่อเขียนอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีอาคารโบราณเก่าต่างๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ อุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ.2516, ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ.2506 เป็นต้น การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1609 เส้นบางมูลนาก-วังงิ้ว ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตรจากอำเภอบางมูลนาก ซึ่งวัดจะอยู่ทางขวามือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสายชิม จังหวัดพิจิตรถือเป็นเมืองเกษตรที่มีเรือกสวนไร่นาจำนวนไม่น้อย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน จะได้ชิมรสชาติผลไม้สดๆ หลายชนิด โดยเฉพาะมะม่วงและมะปราง คนที่สนใจแนะนำให้ไปที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สวนเกษตรวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของเกษตรกรในชุมชนปลูกมะม่วงในนาม &amp;ldquo;กลุ่มพัฒนาไม้ผลตำบลวังทับไทร&amp;rdquo; ผลิตส่งออกทั้งในฤดูกาลและนอกฤดูกาล มีทั้งมะม่วงสายพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง มะม่วงฟ้าลั่นเขียวเสวยและโชคอนันต์ นอกจากจะมีมะม่วงที่รสชาติขึ้นชื่อแล้ว ยังเป็นแหล่งปลูกมะปรางหวานและมะยงชิดอีกด้วย ใครที่สนใจอยากเดินทางไปชมสวนด้วยตนเอง ติดต่อได้ที่เบอร์ 08-6206-7206&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมืองชาละวัน ยังมีไฮไลต์สำคัญคือ ร้านอาหารการกินที่ขึ้นชื่อที่ได้รับการจัดเป็น &amp;ldquo;7 ร้านเด็ดต้อง...ห้ามพลาด&amp;ldquo; ดังนี้ 1.บะหมี่ลิ้นชัก อ.ตะพานหิน ฟังแค่ชื่อก็แปลก แต่รสชาติไม่แปลกแน่นอน เพราะเปิดมานานถึง 30 ปีแล้ว สานต่อสูตรมาจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความสดใหม่ของเส้นบะหมี่ที่ทางร้านทำเองทุกวัน เมนูที่แนะนำก็คือ ยำแห้ง ราดหน้าเกี๊ยว และเกาเหลาไก่ตุ๋น เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp; 10.00-16.00 น. พิกัด : อำเภอตะพานหิน อยู่ระหว่างวัดตะพานหินกับการประปาตะพานหิน (ถนนเส้นใน) สอบถามโทร.&amp;nbsp; 08-9634-9011&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านที่ 2 &amp;ldquo;สุกี้ อ.สากเหล็ก&amp;rdquo; ร้านสุกี้ที่ไม่ได้อร่อยแค่สุกี้ ด้วยรสชาติของน้ำจิ้มสุกี้สูตรเต้าเจี้ยวที่เข้มข้น ราดบนผักกาดขาวพร้อมเนื้อหมูนุ่มๆ ทำให้หลายคนติดใจกับรสชาติอันถูกปากนี้ แต่นอกจากสุกี้ที่เป็นเมนูเด็ดของร้าน ยังมีผัดพริกแกงหมู ที่ผัดกากหมูลงไปด้วย และผัดกะเพราหอมฉุย ที่ใครมาถึงร้านอดที่จะสั่งไม่ได้เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น. พิกัด : ตั้งอยู่บนถนนเส้น 11 ใกล้สี่แยกสากเหล็ก สอบถามโทร. 0-5669-9277&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ร้าน &amp;ldquo;เจ๊แป๊ด&amp;rdquo; ก๋วยเตี๋ยวไทยต้มยำโบราณ เส้นบะหมี่ไข่&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ ด้วยเครื่องปรุงกับส่วนผสมที่เข้มข้นถึงใจ ที่เด็ดสุดคือเส้นบะหมี่ที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ เพราะเป็นเส้นบะหมี่ที่ทำจากไข่ และไม่ใส่สี จัดจ้านด้วยเครื่องต้มยำสูตรเด็ดของทางร้าน โปะท้ายด้วยไข่ต้มยางมะตูม เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 07.00-15.00 น. พิกัด : ตั้งอยู่ตรงร้านโมนาลิซ่า เวดดิ้ง เส้นถนนหน้าบึงสีไฟ อ.เมืองพิจิตร สอบถามโทร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; 08-1173-2237&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านที่ 4 &amp;ldquo;เตี๋ยวปิ่นโต ต่ายฮะ&amp;rdquo; อีกหนึ่งเสน่ห์ของร้านสไตล์เมนูเส้น ที่เสิร์ฟพร้อมชามปิ่นโต และคงความอร่อยของรสชาติดั้งเดิม มีทั้งเมนูก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกสดสูตรดั้งเดิม และต้มพริกเผา เน้นรสชาติอร่อยราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นที่ชามละ 25 บาท เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 10.00-15.00 น. พิกัด : ตลาดเก่าวังกรดอยู่ที่หลังสถานีรถไฟวังกรด อำเภอเมืองพิจิตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนชอบแนวผัดไทย ต้องแวะไปร้านที่&amp;nbsp; 5 &amp;ldquo;ผัดไทยป้าพร อ.บางมูลนาก&amp;rdquo; ว่ากันว่าใครมาที่อำเภอบางมูลนากแล้วไม่ได้ทาน แสดงว่ายังมาไม่ถึง เพราะเป็นร้านเก่าแก่ ขายมานานกว่า 40 ปี&amp;nbsp; ความอร่อยคงที่ ผัดด้วยเตาถ่าน บวกกับความหอมของการใช้ไข่เป็ดในการคลุกเคล้าเส้นก๋วยเตี๋ยว เพิ่มถั่วป่นนิด บีบมะนาวอีกหน่อย เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 10.00-15.00 น. พิกัด : อำเภอบางมูลนาก ฝั่งตรงข้ามธนาคารออมสิน สาขาบางมูลนาก สอบถามโทร.&amp;nbsp; 0-5663-3729&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผัดไทยขึ้นชื่ออีกร้านคือ ร้านที่ 6 &amp;ldquo;ผัดไทยป้าวุ้น&amp;rdquo; หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า &amp;ldquo;ผัดไทยโรงไฟฟ้า&amp;rdquo; เปิดขายมานานกว่า 40 ปีแล้วเช่นกัน มีทั้งเมนูผัดไทยเส้นบะหมี่ ผัดไทยเส้นใหญ่ ผัดซีอิ๊ว ความอร่อยอยู่ที่การใช้ไข่เป็ดคลุกเคล้ากับเส้นหมี่ หมูแดง ถั่วฝักยาว เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 09.00-15.30 น. พิกัด : ใกล้กับโรงพยาบาลพิจิตร อำเภอเมือง สอบถามโทร : 08-6935-0888&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านสุดท้าย หมายเลข 7 ชื่อ &amp;ldquo;ร้านกินเส้น&amp;rdquo; ร้านอร่อยอีกหนึ่งร้านใจกลางเมืองพิจิตร เมนูเด็ดสุดของร้าน ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห้ง ซึ่งพิถีพิถันปรุงชามต่อชาม เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 09.00- 16.00 น. พิกัด : อยู่เยื้องกับหน้าโรงพยาบาลสหเวช อำเภอเมืองพิจิตร สอบถามโทร. 08-4050-1369&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่จังหวัดพิจิตรก็นับว่าครบเครื่องทั้งเรื่องท่องเที่ยวและเรื่องอาหารการกิน และถิ่นที่อันเป็นสิริมงคล เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหลีกเร้นความวุ่นวายมาใช้ชีวิตสบายๆ ในบรรยากาศเรียบง่าย เดินทางสะดวก มาได้ทุกวัน เพื่อเป็นการเติมพลังดีๆ ให้ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานนครสวรรค์ โทร. 0-5622-1811-2 หรือติดตามข่าวสารข้อมูลได้ที่ Facebook: TAT Nakhonsawan.Phichit&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59754</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, จระเข้, ชีวิตแสนสบาย สไตล์เมือง “พิจิตร”  ธรรมชาติสวย ชุมชนสงบงาม อาหารอร่อย, ททท., พิจิตร, เมืองชาละวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6cca21250c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2018 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดแถลงใหญ่!จับจระเข้ภูเก็ตได้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.2561 - นายนรภัทร ปลอดทอง &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;พร้อมด้วย พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, นายโกวิทย์ &amp;nbsp;เก้าเอี้ยน ประมงจังหวัดภูเก็ต และนายนิคมสุขสวัสดิ์ หัวหน้าชุดไกรทอง ลุ่มน้ำตาปีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี แถลงข่าวผลการจับจระเข้ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5(ภูเก็ต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรภัทรกล่าวว่า ตามที่ได้มีผู้พบเห็นจระเข้ในทะเลภูเก็ตบริเวณหาดยะนุ้ย ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. &amp;nbsp;ทางจังหวัดได้ดำเนินการจัดตั้งชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ พร้อมติดป้ายแจ้งเตือนประชาชนและจัดเจ้าหน้าที่ลาดตะเวนรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว &amp;nbsp; ตลอดเวลา 12 วันที่ผ่านมาชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ ได้ดำเนินการค้นหาจระเข้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ &amp;nbsp;28 ก.ค.ปฏิบัติการค้นหาจระเข้ เดินเท้ามาตลอดทั้งคืน บริเวณปลายแหลมเกาะทะ หาดลายัน จนกระทั่งในเวลาประมาณ 04.00 น. ได้เห็นดวงตาของจระเข้ ทีมปฏิบัติการจึงวางแผนจับโดยใช้วิธีการอวนล้อม 2 ชั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จระเข้ตัวนี้น่าที่จะมาจากการเลี้ยง โดยมีข้อมูลที่ชัดเจนคือมีตะไคร้น้ำบนหลังของจระเข้ ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าน่าจะอยู่ในที่ที่มีน้ำขังเป็นเวลานาน ประกอบกับหากเป็นจระเข้ตามธรรมชาติจะจับยากมาก ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้จะใช้โดรนมาเป็นตัวในการตรวจสอบพิกัดทั้งนี้อุปสรรคที่สำคัญอย่างยิ่งในการจับจระเข้คือคลื่นลม โดยการดำเนินงานทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความอดทนความพยายามในการเกาะติดเพื่อติดตามโดยตลอดซึ่งใช้เวลาถึง 12 วันและขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทั้งทัพเรือภาคที่ 3 ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,สำนักงานประมงจังหวัดทีมประมงพื้นบ้าน จนทำให้การปฏิบัติภารกิจสำเร็จ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.สมนึกกล่าวว่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ทัพเรือภาคที่ 3 ได้ร่วมปฏิบัติการกับชุดไกรทองตลอดเวลาเพื่อเป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันหากเกิดเหตุการณ์ในขั้นต้นทางทัพเรือภาคที่ 3 จะได้ดำเนินการป้องกันได้ ทั้งนี้จากการเฝ้าสังเกตนักท่องเที่ยวปรากฏว่านักท่องเที่ยวไม่กังวลจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเล่นน้ำ ตามปกติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14300</URL_LINK>
                <HASHTAG>จระเข้, นรภัทร ปลอดทอง, ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, ผู้ว่าราชการ, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5d382178014.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบอินโดนีเซียฆ่าจระเข้เกือบ 300 ตัว ล้างแค้นให้ชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ม็อบในจังหวัดปาปัวของอินโดนีเซียสังหารจระเข้เกือบ 300 ตัว เพื่อแก้แค้นให้ชาวบ้านคนหนึ่งที่โดนจระเข้ฆ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2561 ภายหลังกลุ่มม็อบฆ่าจระเข้เกือบ 300 ตัว ที่เมืองโซรอง ของอินโดนีเซีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจและเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ธรรมชาติจังหวัดปาปัวของอินโดนีเซียเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคมว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุม็อบชาวบ้านฆ่าจระเข้เกือบ 300 ตัวในเขตโซรอง จังหวัดปาปัว เพื่อแก้แค้นให้กับซูกิโตวัย 48 ปี ที่โดนจระเข้ฆ่าตายขณะไปหาหญ้ามาให้กับปศุสัตว์ของเขาในฟาร์มจระเข้แห่งหนึ่งแล้วโดนจระเข้ตัวหนึ่งในฟาร์มกัดขาและใช้หางฟาดเขาจนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตและชาวบ้านในย่านนั้นโกรธแค้นมากที่ฟาร์มจระเข้แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนจนทำให้เกิดเหตุสลดครั้งนี้ขึ้น จึงเดินทางไปที่สถานีตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัสซาร์ มานูลัง หัวหน้าหน่วยงานอนุรักษ์ท้องถิ่นเผยว่า เจ้าของฟาร์มตกลงที่จะจ่ายเงินชดเชยให้กับครอบครัวของชายที่เป็นเหยื่อจระเข้และแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของชายคนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่เผยว่า ม็อบชาวบ้านหลายร้อยคนยังไม่พอใจ บุกไปยังฟาร์มจระเข้ที่เกิดเหตุพร้อมด้วยมีด, มีดสปาร์ตาและพลั่ว ที่พวกเขาใช้เป็นอาวุธสังหารจระเข้ในฟาร์มแห่งนี้ราว 292 ตัว ซึ่งมีทั้งลูกจระเข้ที่ตัวยาวเพียง 4 นิ้ว และจระเข้โตเต็มวัยขนาด 2 เมตร ขณะที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ที่มีจำนวนน้อยกว่าม็อบ เข้าไปขัดขวางม็อบไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเผยว่ากำลังสอบสวนการสังหารหมู่จระเข้ครั้งนี้ และอาจตั้งข้อหาคดีอาญากับชาวบ้านที่ก่อเหตุ เดวา มาเดอ ซีดาน ซูตราห์นา หัวหน้าตำรวจเขตโซรองเผยว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังซักถามพยานที่เห็นเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียเป็นถิ่นที่อยู่ของจระเข้หลายพันธุ์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเกิดเหตุจระเข้ความยาว 6 เมตรบนเกาะบอร์เนียวของอินโดนีเซีย กลืนคนงานไร่ปาล์มเข้าไป จนเจ้าหน้าที่ต้องยิงจระเข้ตาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13534</URL_LINK>
                <HASHTAG>จระเข้, ม็อบชาวบ้าน, ล้างแค้น, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4cb14cc7c14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
