<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า 4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;...ก่อนถึงช่วงเทศกาลหยุดยาวสงกรานต์สัปดาห์หน้า รัฐสภาจะมีการประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่ค้างการพิจารณามาจากการประชุมวิสามัญรอบที่แล้ว โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ พ.ศ. ... ที่จะประชุมกัน 7-8 เม.ย.นี้ ขณะเดียวกัน &amp;ldquo;พรรคพลังประชารัฐ&amp;rdquo; พรรคแกนนำรัฐบาล ก็จะเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรากันในช่วงดังกล่าวด้วย อันเป็นการเปิดเผยมาจาก &amp;quot;ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;quot; ที่เปิดเผยว่าพรรคพลังประชารัฐจะยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยจะยื่นต่อรัฐสภา 7 เม.ย.นี้ เป็นญัตติที่จะเสนอโดย ส.ส.พลังประชารัฐ พรรคเดียว โดยใช้เสียง ส.ส.ร้อยคนขึ้นไปยื่นแก้ไข ทั้งหมด 5 ประเด็น 13 มาตรา เป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายเห็นพ้อง เพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นผลสำเร็จ คาดว่ารัฐสภาจะพิจารณาแก้ไข และเห็นชอบในวาระ 3 ช่วงปลายเดือน ก.ค.นี้ โดยไม่ต้องทำประชามติ ซึ่งประเด็นที่แก้ไข เช่น 1.ระบบเลือกตั้งจากบัตรใบเดียว จะแก้ไขเป็นบัตร 2 ใบ คือ ประกอบด้วย ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน 2.มาตรา 29 เพิ่มสิทธิเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรมให้แก่ประชาชน และสิทธิชุมชนจะให้รัฐจัดให้มีทนายความในการต่อสู้คดีกับภาครัฐ 3.มาตรา 144 ปรับปรุงเกี่ยวกับการเข้าไปใช้งบประมาณของประเทศให้มีความยืนหยุ่นเพิ่มขึ้น โดยกลับไปใช้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ 50 4.มาตรา 185 ผ่อนคลายให้ ส.ส.สามารถเข้าไปติดตามข้าราชการและช่วยเหลือความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเพิ่มขึ้น และ 5.มาตรา 270 ในบทเฉพาะกาล แก้ไขให้รัฐสภา โดย ส.ส. ส.ว.เข้าไปติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ จากเดิมที่ให้ ส.ว.ดำเนินการเพียงลำพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...&amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ที่เป็นตัวเดินเกมสำคัญทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐมาหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา อย่างก่อนหน้านี้ก็เป็นตัวหลักในการรวบรวมรายชื่อ ส.ส.-ส.ว. ให้ที่ประชุมรัฐสภา มีมติส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การแก้ไข รธน.มาตรา 256 เพื่อตั้งสภาร่าง รธน.ยกร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับของ ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้านก่อนหน้านี้ขัด รธน.หรือไม่ จนนำมาสู่การล้มกระดานการแก้ไข รธน.ในวาระสาม ซึ่งสำหรับการยื่นแก้ไข รธน.รายมาตรารอบนี้ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; ย้ำว่า เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ จะตอบโจทย์ของปัญหาของประเทศร่วมกัน และสามารถแก้ไขให้ประชาชนได้จริง ใช้เวลาสั้น และไม่ต้องเสียงบประมาณทำประชามติ ส่วนประเด็นเรื่องการตัดอำนาจ ส.ว. อาทิ ยกเลิก ส.ว.สรรหา หรืออำนาจการเลือกนายกฯ พปชร.ยังไม่แก้ไข เพราะหากไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ทำให้เกิดความขัดแย้ง และไม่สามารถแก้ไขได้สำเร็จ... การเคลื่อนไหวการแก้ไข รธน.รายมาตรา หลังเปิดประชุมสภาเดือน พ.ค. จึงเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องจับตากันให้ดีว่า สุดท้ายจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ และที่แต่ละฝ่ายเสนอแก้ไข รธน. สุดท้ายแล้ว ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกับรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ก็มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้เช่นกัน โดยมีรายงานว่า &amp;ldquo;ปิยบุตร เเสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า&amp;rdquo; เตรียมเปิดแคมเปญรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในวันที่ 6 เม.ย.นี้ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ภายใต้สโลแกน &amp;quot;ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์&amp;quot; ตามข่าวบอกว่า ต่อจากนี้อีก 6 เดือน ปิยบุตรจะนำทัพคาราวานเดินสายทั่วทุกภาค ตั้งเป้าล่ารายชื่อ 1 ล้านรายชื่อ โดยจะชูประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อรื้อนั่งร้านระบอบสืบทอดอำนาจ อาทิ ยกเลิก ส.ว.ปฏิรูปที่มาศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือฝักฝ่ายการเมืองใช้จัดการฝ่ายตรงข้าม รวมถึงยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติและกฎหมายปฏิรูปประเทศ เป็นต้น โดยหลังจากเปิดตัวเเคมเปญที่ กทม.แล้ว นายปิยบุตรจะเริ่มเดินสายไปที่ 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น และปัตตานี และหากได้ครบ 1 ล้านรายชื่อตามเป้า ช่วงปลายปี 2564 นายปิยบุตรจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ารัฐสภาต่อไป... ถือเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ที่แต่ละฝ่ายก็เคลื่อนไหวทางการเมืองกันไป ภายใต้กรอบความคิด-ความเชื่อของตัวเอง บนหลักสำคัญคือต้องเคลื่อนไหวโดยสงบ รับฟังความเห็นที่แตกต่างเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ..ปิดท้ายที่สถานการณ์โควิดประจำวันที่ 1 เม.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 26 ราย โดยเป็นผู้ป่วยในประเทศ 21 ราย ได้แก่ จากการตรวจพบระบบเฝ้าระวังและบริการ 13 ราย ประกอบด้วย จ.กรุงเทพฯ 7 ราย สมุทรปราการ 3 ราย และสมุทรสาคร 3 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 8 ราย ใน จ.สมุทรสาคร และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 5 ราย ประกอบด้วย เมียนมา 1 ราย สวีเดน 1 ราย เลบานอน 1 ราย กาตาร์ 1 ราย และนอร์เวย์ 1 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 28,889 ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม 122 ราย รวมรักษาหายป่วยสะสม 27,548 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 1,247 ราย เสียชีวิตคงที่ 94 ราย ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อ 129,432,780 ราย เสียชีวิตรวม 2,827,106 ราย ..ก็ขอให้คนไทยเที่ยวสงกรานต์อย่างมีความสุขโดยต้องไม่ลืมว่าโควิดยังไม่หาย ทุกคนต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จระเข้ฟาดหาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98043</URL_LINK>
                <HASHTAG>จระเข้ฟาดหาง, บันทึกหน้า 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a15725d06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
