<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 07:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บอร์ดอิสระฯกระตุ้นดันสถานศึกษาเป็นนิติบุคลรร.สามารถหารายได้เอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15พ.ค.62-บอร์ด อิสระฯ เตรียมจัดทำรายงานภารกิจเสนอ รัฐบาล ภายใน 2 สัปดาห์ &amp;nbsp;พร้อมเสนอให้อิสระสถานศึกษา ดำเนินรูปแบบนิติบุคคลให้เต็มที่ มีกฎหมายรองรับในการดำเนินการ และสามารถหารายได้ป้อนตัวเองได้ &amp;nbsp;รวมทั้งเสนอปรับโครงสร้างศธ.เน้นคลายอำนาจจากส่วนกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาผลการดำเนินงานด้านการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งทางคณะกรรมการอิสระฯ จะจัดทำรายงานภารกิจงานทั้งหมด หรือ commission report เพื่อจัดทำเป็นข้อสรุปชี้แจงการทำงานด้านการปฏิรูปการศึกษาทั้งหมดที่ผ่านมา เกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมด รวมถึง แนวทางการแก้ปัญหา เพื่อนำเสนอรัฐบาลเป็นข้อมูลต่อไป ซึ่งเรื่องนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา ไม่ใช่เรื่องของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า &amp;nbsp;แต่ปัญหาการศึกษาจะต้องลงลึกไปถึงต้นตอของปัญหา พร้อมกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ รวมถึงการจัดลำดับความสำคัญของการแก้ปัญหาการศึกษาให้ชัดเจน ส่วนกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ที่ถูกตกไปนั้น ตนไม่มีความเห็น เพราะคณะกรรมการอิสระฯ มีหน้าที่แค่เสนอให้รัฐบาลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้เสนอการดำเนินการเรื่อง ทำให้สถานศึกษามีความเป็นอิสระจริง โดยในด้านวิชาการ จะต้องมีการจัดตั้งสถาบันที่เข้ามาดูแลหลักสูตรต่างๆ และการเรียนรู้ มีช่องทางให้โรงเรียนสามารถพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับพื้นที่ได้ ด้านงบประมาณ ต้องเปิดช่องให้โรงเรียนมีอิสระในการหารายได้เอง รวมถึงจะต้องมีกฎหมายที่ทำให้เกิดการเป็นนิติบุคคลของโรงเรียนเป็นจริงในทางปฎิบัติ เพราะแม้ว่าในพ.ร.บ.การศึกษาชาติปี 2542 จะมีการกำหนดให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล แต่ก็ไม่มีกฎหมายอื่นมารองรับในการดำเนินการอีก &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;nbsp;ในส่วนของเรื่องการบริหารงานบุคคล &amp;nbsp;ควรจะต้องมีการจัดกลุ่มโรงเรียนตามความพร้อม เช่น กลุ่มที่มีความพร้อมน้อยที่สุด คือ โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดน โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล กลุ่มโรงเรียนที่มีความพร้อมที่สามารถยกระดับได้ คือ โรงเรียนขนาดกลาง โรงเรียนวัตถุประสงค์พิเศษ และกลุ่มโรงเรียนที่มีศักยภาพสูง เป็นต้น เพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อการบริหารงานแต่ละกลุ่มโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ที่ประชุมได้เสนอหลักคิดการปรับโครงการของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยต้องมีการถ่วงดุลอำนาจของระดับนโยบายและหน่วยปฏิบัติ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณและแผนการทำงาน รวมถึงแต่ละองค์กรหลัก ศธ.จะต้องลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน เช่น เรื่องฐานข้อมูล ที่สามารถจัดทำฐานข้อมูล Big Data กลางโดยไม่จำป็นต้องกลุ่มงานสารสนเทศในทุกองค์กรหลัก และมีซึ่งหลังจากนี้คงต้องผลักดันให้สภาการศึกษา (สกศ.) ช่วยวิเคราะห์เรื่องการจัดบทบาทหน้าที่ เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอในการปรับโครงสร้างศธ.ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว ให้เป็นแผนในการขับเคลื่อนต่อไป&amp;rdquo;ประธานคณะอนุฯ ปฏิรูปโครงสร้าง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35855</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเป็นอิสระสถานศึกษา, จรัส  สุวรรณเวลา, ชัยยุทธ์ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์, บอร์ดอิสระปฎิรูปการศึกษา, สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdab60b48c17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 07:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 07:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอิสระเสนอขยาย&quot;สช&quot;ให้ใหญ่ขึ้นจะได้หนุนรร.เอกชนได้เต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2พ.ค.บอร์ด อิสระฯ เสนอ ปรับ บทบาท สช. ให้บทบาทกว้างและใหญ่ขึ้น เพื่อสนับสนุนส่งเสริม รร.เอกชน ที่มีส่วนช่วบจัดการศึกษา 20% &amp;nbsp;พร้อมจัดทำข้อเสนอ คัดร.ร.ขนาดเล็ก&amp;nbsp; 1พันแห่ง ให้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่นวัตกรรม เชื่อเป็นกลไกลดความเหลื่อมล้ำ

นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ได้พิจารณาสรุปบทบาทของภาคเอกชนในการจัดการศึกษา พร้อมข้อเสนอเพื่อนำประกอบในรายงานของคณะกรรมการอิสระฯ เพื่อที่จะนำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อที่จะให้แสดงความสำคัญและบทบาทของภาคเอกชนในการจัดการศึกษา เพราะจากข้อมูลพบว่าเอกชนเข้ามามีส่วนในการจัดการศึกษาไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 โดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสัดส่วน และมีรูปแบบในการจัดการศึกษาเพิ่มมากขึ้น ทั้งการศึกษาตลอดชีวิต การศึกษาทางเลือก การศึกษาที่ไม่มุ่งคุณวุฒิ ซึ่งภาคเอกชนมีความคล่องตัวในการจัดการศึกษา ลงทุนน้อยกว่าและบางส่วนมีคุณภาพดี ที่สำคัญสามารถพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าภาครัฐที่ปรับตัวได้ช้า คณะกรรมการอิสระฯ จึงจะมีข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการของภาคเอกชนต่อรัฐบาล เช่น การปรับเปลี่ยนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่มองว่ายังเล็กและแคบไปไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุม จำเป็นต้องปรับเพื่อให้สามารถสนับสนุนส่งเสริม และกำกับดูแลได้ตามความหลากหลายและแตกต่างตามสภาพ

นพ.จรัส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาข้อเสนอแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 15,000 โรง จากโรงเรียนทั้งสิ้น 33,000 โรง และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเด็กเกิดน้อยลง การคมนาคมดีขึ้นเด็กสามารถไปเรียนโรงเรียนใหญ่ที่มีคุณภาพ ซึ่งปัญหาทั้งคุณภาพและความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นในโรงเรียนขนาดเล็กเป็นหลัก ซึ่งธนาคารโลกก็ระบุว่า ประเทศไทยลงทุนในโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก แต่ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นต่ำจำเป็นต้องแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการอิสระฯ ได้พิจารณาข้อดีของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีโอกาสจะพัฒนาให้มีคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีกฏเกณฑ์หลายอย่างที่เป็นอุปสรรค ดังนั้นที่ประชุมจึงมีข้อเสนอในการจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อให้มีคุณภาพกว่า 10 ข้อ เช่น การปรับเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวให้เพียงพอและเหมาะสมกับพื้นที่ ปรับแก้เกณฑ์จำนวนครูต่อนักเรียนให้เหมาะสม ทั้งยังต้องให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะชุมชนเข้าไปมีบทบาทช่วยเหลือ เป็นต้น

&amp;ldquo;รูปแบบที่จะนำเสนอคือ จะให้โรงเรียนขนาดเล็กประมาณ 1,000 โรง มาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่นวัตกรรมเพื่อทำการพัฒนาทดลอง โดยคัดเลือกจำนวน 1 ใน 4 ของโรงเรียนในที่ห่างไกลและบนเกาะ และ 1 ใน 10 ของโรงเรียนที่เหลือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมและคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมจังหวัด ที่จะคัดเลือกโรงเรียนให้ได้รับการพัฒนาสนับสนุนเป็นพิเศษ เพื่อเป็นตัวอย่างในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก&amp;rdquo;ประธาน คกก.อิสระฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34909</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช, #รร.เอกชน, คณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, จรัส  สุวรรณเวลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc93e8a0abe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอิสระฯ ชง 8 ประเด็น เสนอรัฐบาล สะท้อนความห่วงใย&quot;การปฎิรูปการศึกษา&quot; ต้องได้รับการใส่ใจ สานต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23เม.ย.62-นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการอิสระฯ ได้ดำเนินงานด้านการปฏิรูปการศึกษามาเป็นระยะเวลา 2 ปีแล้วนั้น ขณะนี้ที่ประชุมได้จัดทำรายงานข้อมูลการดำเนินงานต่างๆ อีกจำนวนหนึ่งที่คิดว่าควรจะบันทึกไว้ สำหรับใช้ประโยชน์ในการปฏิรูปการศึกษาต่อไป และคณะกรรมการอิสระฯ จะจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อเสนอไปยังรัฐบาล ประมาณ 8 ข้อ &amp;nbsp;คือ 1.การสร้างความตระหนักในสังคมทุกภาคส่วนให้เห็นถึงความจำเป็นของการปฏิรูปการศึกษา และให้นความสำคัญเรื่องการมีส่วนร่วม ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล 2.ให้มีการดำเนินการผลักดันให้เกิดคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลไกหลักของการปฏิรูปการศึกษา รวมถึงให้มีสำนักคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ตลอดจนองค์ประกอบต่างๆ เช่น กรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา &amp;nbsp;3.ให้ปรับปรุงงานของการศึกษาแห่งชาติ รวมทั้งโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้เป็นไปตามแนวทางและเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งไม่ได้บอกว่าจะปรับอย่างไร แต่โครงสร้าง ศธ. จำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อจะได้รองรับการทำงานในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 4.ให้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ เกิดผลลดและแก้ไขความเหลื่อมล้ำได้ โดยมีการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ 5.ให้เน้นการปรับเปลี่ยนโรงเรียนในระบบการศึกษาให้เกิดประสิทธิผล ให้ผู้เรียนที่มีคุณภาพระดับสากล สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตัวเอง เป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ 6.เร่งรัดพัฒนาเด็กปฐมวัยตาม พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องดูแลเรื่องมาตรฐาน บุคคลที่จะมาดูแลเด็ก ดูแลผู้ที่เข้ามารับผิดชอบโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ดูแลเด็กปฐมวัยที่มีอยู่หลายล้านคนกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยที่ประชุมได้เสนอเพิ่มเติม คือ เรื่องการดูแลผู้พิการทางสมอง และพิการทางร่างกาย ต้องมีการเน้นให้เพิ่มเป็นพิเศษ เพราะปัจจุบันเราดูแลคนกลุ่มนี้ด้วยระบบและงบประมาณที่ใช้ตามปกติ ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ 7.ข้อเสนอแนะต่อสังคม ที่ทุกภาคส่วนต้องมีการตระหนักกับปัญหาการศึกษาและมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษา &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปกครอง ชุมชุน และต้องส่งเสริมเจตคติ ค่านิยมที่ดีในสังคม เพราะค่านิยมที่ดีถือเป็นคุณภาพที่แท้จริงของการศึกษา ไม่ใช่ใบปริญญาหรือใบรับรอง และการจัดการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของรัฐทั้งหมด แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะมีส่วนร่วม เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และสุดท้าย 8.ข้อเสนอต่อสื่อมวลชนให้สร้างความตระหนัก ความรับผิดชอบ และบทบาทในการศึกษา รวมถึงใช้การเสนอของสื่อให้มีการเพิ่มความรู้ความเข้า เจตคติ และสติปัญญหาให้แก่สังคม พร้อมกับดูแลไม่ให้เกิดผลลบของสื่อกับสังคม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34289</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, จรัส  สุวรรณเวลา, ชง8ข้อการปฎิรูปการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbee1dda4685.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
