<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เปอร์’ควงหญิงเก่ง‘จีรพร’ทัวร์อาณาจักรแสนล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:-7.1pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เปอร์สเปกทิฟ&amp;rdquo; เปิดใจหญิงเก่ง &amp;ldquo;จรีพร จารุกรสกุล&amp;rdquo; แม่ทัพแห่งอาณาจักรแสนล้าน ผู้นำทางด้านธุรกิจลอจิสติกส์ ที่นิตยสารฟอบส์ (Forbes) ประเทศไทย จัดอันดับให้เป็นอภิมหาเศรษฐีอันดับที่ 48 ของประเทศ ที่ดูแลบริษัทดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดูแลธุรกิจลอจิสติกส์ นิคมอุตสหกรรม แพลตฟอร์มดิจิทัล รวมไปถึงสาธารณูปโภค ที่มีมูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท&amp;nbsp; งานนี้ &amp;ldquo;เปอร์&amp;rdquo; ล้วงลึกจากเด็กหญิงที่ครอบครัวที่ทำธุรกิจการ์เมนท์เล็กๆ ต่างจังหวัดสู่เจ้าของอาณาจักรลอจิสติกส์หมื่นล้าน พร้อมพาทัวร์คลังสินค้า เปิดมุมมองความคิดแบบหมดเปลือกในรายการ &amp;ldquo;เปอร์สเปกทิฟ&amp;rdquo; คืนวันอาทิตย์ ที่ 18 เมษายนนี้ ทางช่อง 9 MCOT HD&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:-7.1pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย &amp;ldquo;จรีพร จารุกรสกุล&amp;rdquo; ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;ต้องบอกว่าเราเป็นคนที่ชอบทำธุรกิจ ตั้งแต่เด็ก ไม่เคยคิดว่าโตขึ้น จะต้องไปทำงานบริษัท หรือไปเป็นลูกน้องใคร ก็คิดไว้ตั้งแต่เด็ก เพราะเราเป็นคนชอบเรียนรู้ และก็ชอบอ่านหนังสือมาก อ่านทุกอย่าง อ่านป้ายที่ติดตามบอร์ดต่างๆ เห็นอะไรก็อ่าน&amp;nbsp; อ่านแม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ที่โดนพับเป็นถุงกล้วยแขก อ่านสามก๊กตั้งแต่อยู่ป.4 อ่านจบไปสามรอบ ชอบอ่านทุกเรื่องเท่าที่เราจะอ่านได้ เป็นคนเก็บข้อมูลทุกอย่าง และเราก็ไม่ได้เรียนมาทางด้านวิศวกรรม แต่ทุกวันนี้ มายืนตรงจุดนี้ได้ เพราะเรามีลูกน้องเก่งทางด้านวิศวกรรม ซึ่งคนเก่งๆอยู่รอบตัวเราหมด เราเรียนรู้จากคนรอบข้าง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:-7.1pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสิ่งที่สำคัญเราคิดเสมอว่า ถ้ามีโอกาสดีดีเข้ามาในชีวิต&amp;nbsp; เราจะคว้ามันได้ไหม เช่นก่อนเราจะทำธุรกิจลอจิสติกส์ มันก็คือโอกาส ตอนที่เราเข้าไปหาลูกค้าคือเราได้โอกาสนั้นมา แต่ถ้าเกิดวันนั้นเราท้อแท้กับมัน เราไม่สนใจที่จะเดินไปหาลูกค้า หรือเราไม่ต่อสู้กับมัน คือเราปล่อยมันหายไป ถือว่าเราทิ้งโอกาสนั้นไป ต้องคิดเสมอว่าถ้ามีโอกาสเราต้องคว้ามาให้ได้ มันทำให้เราไปต่อได้เรื่อยๆ ที่สำคัญคือการขาย การขายที่ดีเราไม่ควรมาหมกมุ่นว่าเราขายอะไร แต่เราควรโฟกัสกับบุคคลที่เราต้องการจะขาย ว่าเรากำลังจะขายของใคร เราต้องเข้าใจก่อนว่าคนที่เราจะขายของ นั้นเขาต้องการอะไร เราจึงไปหาของมาขายเขา มันเป็นเคล็ดลับที่ทำให้เราประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:-7.1pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:-7.1pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:-7.1pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:-7.1pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:-7.1pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:-7.1pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:-7.1pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:-7.1pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99752</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรีพร จารุกรสกุล, เปอร์ สุวิกรม, เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์, เปอร์สเปกทิฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607a80f607e91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีอีซี เนื้อหอมดึงต่างชาติลงทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ที่ถามกันว่าบีโอไอบีปีที่แล้ว 750,000 แสนล้านนั้น เป็นเพียงแค่คำขอแล้วมีการลงทุนจริงหรือไม่ เราบอกไม่ได้ต้องรอดูผลปีหน้า แต่ถ้าบอกว่าในส่วนของ WHA นั้น ลูกค้าที่ซื้อที่ดินของ WHA เร่งสร้างโรงงานทั้งนั้นไม่มีใครเก็บไว้เก็งกำไร ลูกค้าหลายรายเร่งสร้าง และเช่าโรงงานเพื่อผลิตรอโรงงานเสร็จ จะเห็นว่านี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และมีความตื่นตัวที่ต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมองว่าอีอีซียังไปต่อได้อีกเยอะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปัจจัยลบต่างๆ ที่ทำให้เกิดเศรษฐกิจเกิดภาวะซบเซาตั้งแต่ปี 2562 ได้ต่อเนื่องมาถึงปี 2563 ซึ่งตั้งแต่ต้นปีก็มีแต่ปัจจัยลบมาโดยตลอด ตั้งแต่ภัยแล้ง เงินบาทที่แข็งต่อเนื่องจากปีที่แล้ว งบประมาณปี 2563 ที่ล่าช้ามาร่วม 4 เดือน และล่าสุด ไวรัสโคโรนา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จากปัจจัยลบดังกล่าวนั้น ส่งผลให้ปี 2563 เป็นปีที่ค่อนข้างท้าทาย ซึ่งในแง่ของการเติบโตเศรษฐกิจโลกนั้น นักเศรษฐศาสตร์หลายๆ สำนักมองว่ามีการเติบโต แต่จะไม่มากนัก อาทิ ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ คาดว่าน่าจะโตประมาณ 2-3% โดยเศรษฐกิจของกลุ่มภาคตะวันตกจะเติบโตลดลง เช่น อียูจะเติบโตประมาณ 1% กว่าเท่านั้น และจะเห็นว่าเศรษฐกิจที่มีการเติบโตนั้นจะมาจากทวีปเอเชีย จีน และหลายคนมองว่าในปีนี้จีนน่าจะเติบโตน้อยที่สุดในรอบ 20 ปี แต่วันนี้ก็โต 5-6% แต่เศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลกก็ถือว่าโตมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับประเทศไทย ธปท.มองว่าปีนี้จะโตอิงกับเศรษฐกิจโลก และอีกประเทศก็คือเวียดนาม แต่ก็มีอีกหลายเหตุการณ์ ที่ต้องติดตาม ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ที่เชื่อว่าจะไม่จบง่ายๆ และยืดเยื้อต่อไป เทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยเฉพาะปัญหาน้ำแล้ง ยังมีเงินบาทแข็ง และล่าสุดก็โคโรนา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(จรีพร จารุกรสกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางสาวจรีพร จารุกรสกุล&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน จะยังคงยืดเยื้อ เพราะปัญหาจีนกับสหรัฐไม่ได้มีเรื่องปัญหาการค้า แต่ยังมีปัญหาความขัดแย้งทางเทคโนโลยีและความมั่นคง แต่ปัญหาสงครามการค้าที่เกิดขึ้นมีทั้งผลดีและผลเสีย ซึ่งในส่วนของผลดีนั้นทำให้ภาพของนิคมอุตสาหกรรมดีขึ้น ยอดขายที่ดินโต ส่วนหนึ่งมาจากจีนที่ย้ายฐานการผลิตมานอกประเทศ เพื่อสร้างการเติบโต ขณะที่ไทยภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทำให้ช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดังนั้น มองว่าในปีนี้อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง เช่น กลุ่มโลจิสติกส์ กลุ่มอีคอมเมิร์ซ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มยูทีนีตี้ จากปัญหาภัยแล้งที่ต้องการน้ำ กลุ่มพลังงาน แม้โรงไฟฟ้าไอพีพีในประเทศจะมีโอกาสน้อย แต่ก็ยังมีโอกาสออกไปขยายการลงทุนในต่างประเทศได้ โดยปีนี้ WHA ประเมินว่าจีดีพีไทยจะโต 3% จากปี 2562 และไม่กระทบต่อยอดขายที่ดินในนิคมฯ แม้ว่าเงินบาทแข็งค่าจะเป็นปัจจัยกดดัน แต่ลูกค้าจะต้องไปปรับแผนการลงทุนของบริษัทเองเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต เพราะการลงทุนตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเป็นการวางแผนทางธุรกิจในระยะยาว ปัญหาในระยะสั้นจึงไม่กระทบต่อแผนการลงทุนมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อีอีซีดึงลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางสาวจรีพรกล่าวว่า รัฐบาลจะต้องเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 และผลักดันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่อีอีซี ซึ่งต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ในปี 2562 ที่ผ่านมานั้น ถือว่าไทยได้ประโยชน์จากเทรดวอร์ เพราะมีการลงทุนจากจีนเข้ามาจำนวนมาก และส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยเฉพาะในด้านของแหล่งผลิตของภูมิภาค ซึ่งจะเห็นว่าในปีที่ผ่านมานั้นมียอดขายส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 750,000 ล้านบาทนั้น ซึ่ง 60% เป็นการลงทุนในอีอีซี และส่วนที่เหลือมาจาก 12 อุตสาหกรรมที่ภาครัฐสนับสนุน แสดงให้เห็นว่าอีอีซียังเป็นที่สนใจของกลุ่มนักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมามีคนถามมากมายว่าอีอีซีมีประโยชน์จริงหรือ ซึ่งในด้านเอสเคิร์ฟ มันใช่หรือไม่ ตัวเลขการลงทุนของปีที่แล้วเป็นตัวบ่งชี้ชัดเจนว่าอีอีซีนั้นใช่หรือเปล่า ซึ่งในปี 2563 นี้จะเห็นภาพชัดกว่านั้น ซึ่งถือว่าประเทศไทยมาถูกทางแล้ว และต้องยอมรับว่าถ้าไทยไม่มีอีอีซี เราจะเหนื่อย จะเห็นได้จากเมื่อก่อน ปี 2559 ไม่มีอีอีซี ประเทศไทยหลุดออกจากแผนที่การลงทุนของโลกไปแล้วทุกคนพุ่งเป้าไปที่ประเทศเพื่อนบ้านคือ เวียดนาม แต่พอมีอีอีซี ไทยก็กลับมาอยู่ในแผนที่การลงทุนอีกครั้ง&amp;quot; นางสาวจรีพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางสาวจรีพรกล่าวว่า ผลมาจากการที่เรามีอีอีซี มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับ โดยเฉพาะในด้านการบินที่กลุ่มผู้ประกอบการด้านการบินระดับโลกระบุอย่างชัดเจนว่าอุตสาหกรรมการบินมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในแถบเอเชีย ซึ่งที่โตมาคือกลุ่มโลว์คอสต์แอร์ไลน์ และธุรกิจการให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance, Repair and Overhaul หรือ MRO) ซึ่งทางแอร์บัสกับการบินไทยกำลังร่วมมือกัน จะทำให้เกิดแรงจูงใจที่จะเข้ามาลงทุนในอีอีซี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานอื่น ไม่ว่าจะเป็นไฮสปีดเทรน ท่าเรือมาบตาพุด แหลมฉบัง สนามบินอูตะเภา มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการเงินภาครัฐเพียง 20-30% เท่านั้น ที่เหลือเป็นการลงทุนจากภาคเอกชน รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ในด้านการลงทุน เพื่อดึงดูดนักลงทุน ทำให้มีการลงทุนและซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;ที่ถามกันว่าบีโอไอบีปีที่แล้ว 750,000 แสนล้านนั้น เป็นเพียงแค่คำขอแล้วมีการลงทุนจริงหรือไม่ เราบอกไม่ได้ต้องรอดูผลปีหน้า แต่ถ้าบอกว่าในส่วนของ WHA นั้น ลูกค้าที่ซื้อที่ดินของ WHA เร่งสร้างโรงงานทั้งนั้น ไม่มีใครเก็บไว้เก็งกำไร ลูกค้าหลายรายเร่งสร้าง และเช่าโรงงานเพื่อผลิตรอโรงงานเสร็จ จะเห็นว่านี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และมีความตื่นตัวที่ต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมองว่าอีอีซียังไปต่อได้อีกเยอะ&amp;quot; นางจรีพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;5กลยุทธ์มุ่งสู่ความเป็นหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางสาวจรีพรกล่าวว่า แม้ว่าในปีที่ผ่านมาจะต้องเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่ผลการดำเนินงานของ WHA สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอัตรา 22% ในขณะเดียวกัน WHA พร้อมเตรียมงบลงทุนในช่วง 5 ปี ระหว่างปี 2563-2567 ไว้ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าจะรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่มีภาระดอกเบี้ย IBD/E ที่ 1 เท่า และมีแผนออกหุ้นกู้ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ราว 7.5 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับปี 2563 WHA ได้กำหนดทิศทางกลยุทธ์ไว้ 5 ข้อ โดยมุ่งสู่ความเป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจหลักๆ ของบริษัท ขยายธุรกิจในต่างประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้น สร้างพอร์ตโฟลิโอของบริษัทให้เติบโตมากขึ้นด้วยโซลูชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับลูกค้า ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ผสานกำลังธุรกิจทุกภาคส่วนของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ให้มากยิ่งขึ้น และเดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่องค์กรดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้และส่วนแบ่งกำไรปี 2563 เติบโต 15% และคาดว่ากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA Margin) อยู่ที่ 40% ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินงานผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ธุรกิจโลจิสติกส์ จะมองหาโอกาสผนึกกำลังกับพันธมิตรในระยะยาว โดยเฉพาะในด้านอีคอมเมิร์ซ โดยจะเน้นไปที่สินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆ ซึ่งในปี 2563 ตั้งเป้ายอดเช่าอาคารไว้ที่ 250,000 ตารางเมตร ทำให้ดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์ มีพื้นที่คลังสินค้าเพิ่มขึ้นเป็น 2,560,000 ตารางเมตร และยังมองหาโอกาสการขยายธุรกิจเพิ่มเติมในเวียดนามด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม บริษัทมีแผนที่จะสร้างนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 11 ของกลุ่ม (นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36) ในช่วงปลายปี 2563 และขยายนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 4 และพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่อีก 3 แห่ง ภายในปี 2566 พร้อมทั้งนำระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้กับทุกบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ส่วนในเวียดนาม ยังพยายามเร่งยอดขายดึงดูดนักลงทุนมายังเขตประกอบอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1-เหงะอาน ในภาคเหนือของเวียดนาม ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตจากรัฐบาลเวียดนาม ในพื้นที่ส่วนที่เหลือของเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1-เหงะอาน เฟส 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน แบ่งเป็น ด้านสาธารณูปโภค จะขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้านอกนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม และจะให้บริการโซลูชั่นทรัพยากรน้ำหลากหลายรูปแบบ ทั้งการบำบัดน้ำเสียและปรับปรุงคุณภาพน้ำ และการนำน้ำทะเลมาผลิตเป็นน้ำจืด รวมถึงมองหาโอกาสลงทุนเพิ่ม ด้านพลังงาน คาดปี 2563 กำลังการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มเป็น 591 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 560 เมกะวัตต์ รวมไปถึงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่เริ่ม COD ในปี 2563 และปีนี้คาดจะเซ็นสัญญาโซลาร์บนหลังคาเพิ่มอีก 15 เมกะวัตต์ โดยจะเริ่มเซ็นสัญญาช่วงไตรมาส 1/2563 ราว 5 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;และ ธุรกิจดิจิทัล แพลตฟอร์ม ตั้งเป้าสนับสนุนการดำเนินงานทุกรูปแบบในทุกฮับของกลุ่ม ช่วงปลายปี 2563 จะมีการติดตั้งไฟเบอร์ออฟติก (FTTx) ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนในนิคมอุตสาหกรรม 9 แห่ง จากทั้งหมด 10 แห่งในประเทศไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพการเชื่อมต่อด้านดิจิทัลภายในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ยิ่งไปกว่านั้น อาศัยจากฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ดับบลิวเอชเอ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม จะส่งผลดีกับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56156</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรีพร จารุกรสกุล, บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e37d3e9b5034.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
