<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีลังกาเคอร์ฟิวยาว จลาจลต้านมุสลิมดับแล้ว 1 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศรีลังกาประกาศเคอร์ฟิวยามวิกาลทั่วประเทศต่อเนื่องเป็นคืนที่ 2 เมื่อวันอังคาร ส่วนในจังหวัดตะวันตกเฉียงเหนือที่เหตุจลาจลต่อต้านมุสลิมทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นรายแรก ตำรวจบังคับใช้เคอร์ฟิวตลอดเวลาอย่างไม่มีกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารศรีลังกาลาดตระเวนใกล้มัสยิดจุมฮาในเมืองมินูวังโกดาภายหลังเกิดเหตุม็อบบุกโจมตีเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจศรีลังกาประกาศใช้เคอร์ฟิวยามวิกาลทั่วประเทศติดต่อกันเป็นคืนที่ 2 เมื่อวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 เริ่มตั้งแต่เวลา 21.00 น.&amp;nbsp; แต่ยกเว้นจังหวัดตะวันตกเฉียงเหนือ (เอ็นดับเบิลยูพี) ที่ประกาศใช้เคอร์ฟิวตลอดทั้งวัน ภายหลังชายชาวมุสลิมวัย 45 ปีโดนม็อบที่ใช้มีดดาบเป็นอาวุธรุมทำร้ายจนเสียชีวิตที่ร้านช่างไม้ของเขาเมื่อคืนวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้เป็นปฏิกิริยาตอบโต้เหตุมือระเบิดจากกลุ่มอิสลามิสต์ท้องถิ่น วางระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์และโรงแรมหลายแห่งในวันอีสเตอร์ 21 มิถุนายน ฆ่าคนตาย 258 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านสำรวจความเสียหายของร้านค้าที่โดนม็อบทำลาย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวกันว่า หลายพื้นที่ในจังหวัดนี้ ม็อบก่อเหตุวางเพลิงร้านค้าของมุสลิมหลายสิบแห่ง รวมถึงทำลายบ้านของมุสลิมและมัสยิดหลายแห่ง ตำรวจยิงปืนขึ้นฟ้าและใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายม็อบที่พยายามบุกโจมตีมัสยิดหลายแห่ง และที่เขตกัมพาฮา ม็อบทุบทำลายร้านอาหารมุสลิมหลายแห่งและโรงงานเสื้อผ้า 1 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูวาน คุนาเสเกระ โฆษกสำนักงานตำรวจศรีลังกา แถลงว่า จะไม่ยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวในจังหวัดเอ็นดับเบิลยูพีจนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป และส่งกองกำลังความมั่นคงไปช่วยเหลือตำรวจที่ได้รับคำสั่งให้ใช้กำลังขั้นสูงสุดยับยั้งความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ม็อบได้ขว้างปาก้อนหินใส่ร้านค้ามุสลิมหลายแห่งในเมืองชิลอว์ ห่างจากกรุงโคลัมโบไปทางเหนือราว 80 กิโลเมตร เนื่องจากโกรธแค้นข้อความที่เจ้าของร้านที่เป็นมุสลิมคนหนึ่งโพสต์ทางเฟซบุ๊ก ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการขู่ว่าจะเกิดเหตุโจมตีรอบใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35864</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลต้านมุสลิม, จังหวัดตะวันตกเฉียงเหนือ, ระเบิดวันอีสเตอร์, ศรีลังกา, เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdacacfe3da3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีลังกาบล็อกโซเชียลมีเดีย สกัดจลาจลต้านมุสลิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลศรีลังกาปิดกั้นการใช้เฟซบุ๊ก, วอตส์แอป และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ในวันจันทร์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายข่าวสุมไฟขัดแย้งในสังคม ภายหลังเกิดเหตุจลาจลต่อต้านชาวมุสลิมในหลายเมืองที่เป็นผลพวงจากมือระเบิดอิสลามิสต์โจมตีวันอีสเตอร์ ทำให้ล้มตายกว่า 250 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าจอโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ในกรุงโคลัมโบของศรีลังกาที่ไม่สามารถเชื่อมต่อเฟซบุ๊กได้เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ภายหลังรัฐบาลสั่งบล็อกโซเชียลมีเดีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่มือระเบิดฆ่าตัวตายหลายคนวางระเบิดโรงแรม 4 แห่งและโบสถ์คริสต์ 3 แห่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 สังหารผู้คนอย่างน้อย 258 ราย โดยกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุของกลุ่มอิสลามิสต์ท้องถิ่นในศรีลังกา รัฐบาลศรีลังกาได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ แต่ยังเกิดเหตุกลุ่มชาวคริสต์โจมตีทำลายร้านค้าและมัสยิดของชาวมุสลิมอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562 อ้างคำกล่าวของตำรวจว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ม็อบหลายสิบคนได้ขว้างปาก้อนหินใส่มัสยิดและร้านค้าของชาวมุสลิมในเมืองชิลอว์ เมืองชายฝั่งตะวันตกของประเทศ สืบเนื่องจากความโกรธแค้นที่เจ้าของร้านค้าที่เป็นชายมุสลิมโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;วันหนึ่งพวกแกจะร้องไห้&amp;quot; ซึ่งชาวคริสต์ในพื้นที่ตีความว่าเป็นคำขู่ก่อเหตุร้ายอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังฝ่ายความมั่นคงต้องยิงปืนขึ้นฟ้าสลายกลุ่มม็อบ และตำรวจได้จับกุมอับดุล ฮามิด โมหะเหม็ด ฮัสมาร์ วัย 38 ปี เจ้าของโพสต์นี้ แต่ความรุนแรงยังคงลุกลามไปยังเมืองใกล้เคียง ร้านค้าของชาวมุสลิมหลายร้านโดนโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองคูลิยาปิติยาซึ่งอยู่ใกล้กัน แก๊งจักรยานยนต์โจมตีธุรกิจร้านค้าของชาวมุสลิมในวันอาทิตย์ ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 4 ราย แต่กลุ่มคนหลายสิบคนในเมืองซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธแห่งนี้ ได้บุกโรงพักและกดดันให้ตำรวจปล่อยตัวพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการประกาศเคอร์ฟิวที่เมืองชิลอว์และพื้นที่ใกล้เคียงตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์ถึงย่ำรุ่งวันจันทร์ หลังจากนั้นอีกราว 10 ชั่วโมง รัฐบาลได้ประกาศใช้เคอร์ฟิวยามวิกาลอีกครั้งในหลายเมืองทางเหนือของกรุงโคลัมโบ เนื่องจากยังมีข่าวลือสร้างความตึงเครียด นอกจากนี้ รัฐบาลศรีลังกายังคงสั่งปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงรอบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทไดอะล็อกแอกเซียทา ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของศรีลังกา เผยทางทวิตเตอร์ว่า บริษัทได้รับคำสั่งให้บล็อกแอปพลิเคชันไวเบอร์, ไอเอ็มโอ, สแนปแช้ต, อินสตาแกรม และยูทูบ จนกว่าจะแจ้งเปลี่ยนแปลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35747</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลต้านมุสลิม, ชิลอว์, บล็อกโซเชียลมีเดีย, ระเบิดวันอีสเตอร์, ศรีลังกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd95727dc7ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
