<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 23:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหตุจลาจลปล้นสะดมในแอฟริกาใต้ตายพุ่งเป็น337ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสาธารณรัฐแอฟริกาใต้แถลงข้อมูลล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผู้เสียชีวิตในเหตุจลาจลปล้นสะดมในประเทศตั้งแต่ต้นเดือนนี้มีมากถึง 337 ศพแล้ว เพิ่มจากยอดที่รายงานเมื่อวันก่อนหน้านี้ 61 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงควบคุมสถานการณ์ในจังหวัดเกาเตงเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 Ihsaan Haffejee/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของคุมบุดโซ นัตชาฟเฮนี รัฐมนตรีประจำทำเนียบประธานาธิบดี ว่าจำนวนที่ปรับเพิ่มขึ้นจากยอดเดิม 276 คน เป็น 337 คนในวันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม ได้จากข้อมูลที่ตำรวจปรับปรุงจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดเกาเตงเป็น 79 คน และควาซูลู-นาทาลเพิ่มเป็น 258 คน ผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมบางรายเสียชีวิตเพราะอาการบาดเจ็บที่ได้รับระหว่างเหตุจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การก่อจลาจลปล้นสะดมวางเพลิงธุรกิจร้านค้าเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หนึ่งวันหลังจากอดีตประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา เริ่มชดใช้โทษจำคุก 15 เดือนฐานปฏิเสธให้ความร่วมมือกับการไต่สวนข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงบานปลายเป็นการก่อความไม่สงบครั้งเลวร้ายที่สุดในแอฟริกาใต้นับแต่สิ้นสุดนโยบายถือผิว ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา กล่าวว่าเป็นความพยายาม &amp;quot;ก่อการกบฏ&amp;quot; โดยความเสียหายทางเศรษฐกิจถึงขณะนี้สูงราว 3,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 111,794 ล้านบาท).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110781</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลปล้นสะดม, จาค็อบ ซูมา, จำนวนผู้เสียชีวิต, แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ef0f1e23c2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 23:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 23:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประท้วงจำคุกอดีตปธน.แอฟริกาใต้ลามจลาจลปล้นสะดมดับแล้ว72 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดความไม่สงบในหลายเมืองของแอฟริกาใต้ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 นับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา โดนจำคุกแล้วผู้สนับสนุนประท้วงก่อความรุนแรง ก่อนบานปลายเป็นปล้นสะดมทำลายทรัพย์สิน ถึงวันพุธมีคนเสียชีวิตแล้ว 72 คน จลาจลกำลังกระทบการรับมือโควิด-19 และก่อความวิตกด้านการขาดแคลนอาหารและพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ความมั่นคงควบคุมสถานการณ์ในเมืองเคาเต็งเมื่อวันอังคาร (Ihsaan Haffejee/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 14 ก.ค. กล่าวว่า สถานการณ์ความไม่สงบในแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังเผชิญโควิด-19 ระลอกที่สามอย่างรุนแรง เริ่มต้นหลังจากอดีตประธานาธิบดีซูมา วัย 79 ปี เริ่มรับโทษจำคุก 15 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ตามคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ว่าเขาขัดคำสั่งศาลโดยไม่ยอมมอบหลักฐานแก่คณะกรรมการสอบสวนการคอร์รัปชันที่กล่าวหาว่ามีการทุจริตในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนาน 9 ปีถึงปี 2561 มูลนิธิของเขากล่าวเมื่อวันอังคารว่า ความรุนแรงจะดำเนินต่อไปจนกว่าซูมาจะได้รับการปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์การค้าและโกดังสินค้าโดนปล้นสะดมและวางเพลิงในหลายเมือง ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดควาซูลู-นาตัล บ้านของซูมา และนครโจฮันเนสเบิร์ก ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเงิน กับจังหวัดเคาเตงโดยรอบ เมื่อคืนวันอังคาร ความวุ่นวายยังลามไปอีก 2 จังหวัด คืออึมพูมาลังกา ที่อยู่ทางตะวันออกของเคาเตง และนอร์เทิร์นเคป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการเผยว่า ถึงวันพุธ มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์วุ่นวายรวมแล้ว 72 คน และมีคนโดนจับกุม 1,200 คน ผู้ก่อความวุ่นวายยังคงออกปล้นสะดมในวันพุธ แม้ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา จะสั่งการให้ส่งทหาร 2,500 นาย ช่วยเหลือตำรวจที่มีกำลังพลไม่เพียงพอรับมือสถานการณ์ อย่างไรก็ดี จำนวนทหารที่รัฐบาลส่งไปช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยยังนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้ทหารมากกว่า 70,000 นายในการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์โควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพข่าวการปล้นสะดมในหลายเมืองที่สร้างความช็อกแก่ชาวแอฟริกาใต้จำนวนมาก เผยให้เห็นฝูงชนขโมยสินค้ากันอย่างสบายใจ ทั้งตู้เย็น, ทีวีขนาดใหญ่, เตาอบไมโครเวฟ, สินค้าแฟชัน และลังใส่อาหารและแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปล้นสะดมที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการคมนาคมในภูมิภาคโจฮันเนสเบิร์กและจังหวัดควาซูลู-นาตัลในภาคตะวันออกเฉียงใต้ กำลังส่งผลสะเทือนถึงสินค้าและบริการทั่วประเทศ ที่เมืองท่าเดอร์บัน ประชาชนจำนวนมากต่อแถวรอซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและรอเติมน้ำมันตั้งแต่ตี 4 ทันทีที่สิ้นเวลาเคอร์ฟิวคุมโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คืนก่อนหน้านั้น โรงกลั่นน้ำมัน SAPREF ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในแอฟริกาใต้ ประกาศปิดโรงกลั่นในเมืองเดอร์บันชั่วคราว เนื่องจาก &amp;quot;เหตุสุดวิสัย&amp;quot; สืบเนื่องจากการก่อความไม่สงบและการขัดขวางเส้นทางขนส่งน้ำมันทั้งภายในและนอกควาซูลู-นาตัล การปิดโรงกลั่นกระทบต่ออุปทานน้ำมันของประเทศราว 1 ใน 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรับมือกับโรคระบาดก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน แอฟริกาใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสมากที่สุดในทวีปนี้ที่ 2.2 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 65,142 คน เครือข่ายโรงพยาบาลแห่งชาติ (เอ็นเอชเอ็น) ที่เป็นตัวแทนของโรงพยาบาลรัฐ 241 แห่ง กล่าวว่า ออกซิเจนและยาใกล้จะหมดแล้ว เนื่องจากการยาและออกซิเจนส่วนใหญ่นำเข้าผ่านเมืองท่าเดอร์บัน ซึ่งรวมถึงอาหารด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคลากรทางการแพทย์ไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากบริการรถโดยสารและรถไฟถูกระงับเพราะเหตุการณ์รุนแรง องค์กรแพทย์ไร้พรมแดนเผยเมื่อวันพุธด้วยว่า แพทย์หลายคนไม่สามารถเข้าพื้นที่ที่เกิดความสงบขณะเดียวกัน ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์รุนแรงยิ่งเพิ่มภาระแก่ระบบสาธารณสุขที่ตึงเครียดอยู่แล้วด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109740</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลปล้นสะดม, จำคุกจาค็อบ ซูมา, อดีตประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา, แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ef0f1e23c2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งข้อหาตำรวจฆ่าอเมริกันผิวดำ ประท้วงลามทั่วสหรัฐ มินนิแอโพลิสเคอร์ฟิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เหตุการณ์ตำรวจฆ่า &amp;quot;จอร์จ ฟลอยด์&amp;quot; คนอเมริกันผิวดำกระตุ้นให้เกิดการประท้วงรุนแรงลามไปอีกหลายรัฐทั่วสหรัฐอเมริกาเมื่อวันศุกร์ รวมถึงด้านนอกทำเนียบขาว หน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสต้องล็อกดาวน์ เมืองมินนิแอโพลิสเคอร์ฟิว อัยการตั้งข้อหาตำรวจผิวขาวทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท แต่ถูกวิจารณ์ว่าข้อหาเบาไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชูป้ายข้อความว่า &amp;quot;ชีวิตคนดำมีความสำคัญ&amp;quot; ด้านหน้ารถตำรวจที่ถูกวางเพลิง ระหว่างการชุมนุมประท้วงที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาเผชิญการประท้วงก่อความวุ่นวายครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี ที่เมืองมินนิแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ผู้ประท้วงปะทะกันตำรวจติดต่อกันเป็นคืนที่ 4 เมื่อวันศุกร์ และมีรายงานการปะทะและก่อจลาจลในอีกหลายเมือง ตั้งแต่นครนิวยอร์กฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ไปจนถึงนครลอสแองเจลีสในฝั่งตะวันออก รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ที่เมืองแอตแลนตา รถตรวจการณ์ของตำรวจถูกโจมตีและวางเพลิง เมื่อการประท้วงบานปลายจนควบคุมไม่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผู้ประท้วงหลายร้อยคนชุมนุมที่สวนสาธารณะอีกฝั่งถนนตรงข้ามทำเนียบขาว และเกิดการเผชิญหน้ากับหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสหลายสิบนายที่วางกำลังรักษาการณ์ด้านนอกทำเนียบขาว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พำนักอยู่ภายในด้วยเวลานั้น ทำให้หน่วยอารักขาประธานาธิบดีตัดสินใจล็อกดาวน์ปิดทางเข้า-ออกของทำเนียบขาวชั่วคราว หลังจากนั้นผู้ประท้วงเคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่อาคารรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงพากันชูป้ายข้อความว่า &amp;quot;หยุดฆ่าเรา&amp;quot; หรือ &amp;quot;ชีวิตคนดำก็สำคัญ&amp;quot; และร้องตะโกนว่า &amp;quot;ฉันหายใจไม่ออก&amp;quot; ตามคำพูดของฟลอยด์ ระหว่างที่โดนตำรวจใช้เข่ากดคอเขานานเกือบ 9 นาที โดยที่ตัวเขาโดนจับใส่กุญแจมือไพล่หลังนอนราบกับพื้นและไร้อาวุธ จนเขาหมดสติและถูกประกาศว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เหตุการณ์เกิดขึ้นที่มินนิแอโพลิสเมื่อวันจันทร์และมีผู้เห็นเหตุการณ์ถ่ายวิดีโอไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีเร็ก โชวิน ตำรวจผิวขาวนายนี้ ถูกอัยการตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา และข้อหาทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท แต่ข้อหาของเขาถูกวิจารณ์ว่าเบาเกินไป ครอบครัวของฟลอยด์รวมถึงผู้ประท้วงต้องการให้ดำเนินคดีเขาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา และต้องการให้ตั้งข้อหากับตำรวจอีก 3 นายที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ตำรวจทั้ง 4 คนโดนไล่ออกแล้วตั้งแต่วันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการไมค์ ฟรีแมน ประจำมินนิแอโพลิส กล่าวว่า กรณีของตำรวจอีก 3 นายยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และเขากำลังพิจารณาข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนาที่อัยการเอาผิดกับตำรวจนายนี้เป็นไปตามผลการชันสูตรศพของฟลอยด์ ที่ระบุว่าถึงแม้ว่าโชวินจะใช้เข่ากดคอฟลอยด์นานเกือบ 9 นาที โดย 2 นาที 53 วินาทีสุดท้ายนั้นฟลอยด์แน่นิ่งไปแล้ว แต่ฟลอยด์ไม่ได้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจหรือถูกบีบรัดจนหายใจไม่ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า รายงานของเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพระบุว่า ฟลอยด์มีอาการทางหัวใจอยู่ก่อน เมื่อรวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจึงอาจส่งผลร้ายต่อระบบร่างกายของเขา และการถูกตำรวจควบคุมตัว &amp;quot;น่าจะเป็นสาเหตุนำไปสู่การเสียชีวิต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประท้วงก่อจลาจล ปล้นสะดม วางเพลิงและทำลายทรัพย์สินติดต่อกัน 3 คืน&amp;nbsp; ทางการมินนิแอโพลิสและเมืองเซนต์พอลประกาศเคอร์ฟิวในเมืองคู่แฝดทั้งสอง ตั้งแต่เวลา 20.00-06.00 น.วันศุกร์และวันเสาร์ แต่ผู้ประท้วงท้าทายคำสั่งเคอร์ฟิวและออกมาชุมนุมกันตามท้องถนน บางครั้งโดนตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ มีอาคารหลายหลังและรถยนต์หลายคันถูกเผาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศตั้งข้อหาตำรวจนายนี้มีออกมาในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาเรียกกำลังทหารหน่วยพิทักษ์ชาติหรือเนชันแนลการ์ด 500 นาย มาช่วยตำรวจท้องถิ่นรักษาความปลอดภัยในเมืองมินนิแอโพลิสและเซนต์พอล ซึ่งสถานีตำรวจเขต 3 ต้นสังกัดของตำรวจเหล่านี้เพิ่งโดนวางเพลิงไปเมื่อคืนวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์ ที่เมืองโอ๊กเดล ชานเมืองมินนิแอโพลิส ผู้ประท้วงไปรวมตัวกันด้านนอกบ้านของโชวินที่โดนโจมตีทำลายทรัพย์สิน โดยชูป้ายข้อความประท้วงและร้องตะโกนชื่อของฟลอยด์ ผู้ประท้วงชื่อทารา บาเรียน อายุ 39 ปีบอกกันเอเอฟพีว่า เธอทำได้แต่ร้องไห้ ต้องใช้เวลานานขนาดนี้ผู้คนจึงตระหนักว่าชีวิตคนดำมีความสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสหรัฐวางกำลังตำรวจปราบจลาจลในหลายเมืองเมื่อวันศุกร์ เพื่อป้องกันเหตุการณ์รุนแรงและการปล้นสะดม แต่หลายเมืองก็ยังมีผู้คนออกมาชุมนุมประท้วง เช่นที่บอสตัน, ดัลลัส, เดนเวอร์, ดิมอยน์, ฮุสตัน, ลาสเวกัส, เมมฟิส และพอร์ตแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งทวีตประณาม &amp;quot;พวกอันธพาล&amp;quot; ที่ก่อปล้นสะดม และขู่จะส่งทหารของส่วนกลางเข้าไปจัดการ โดยบอกว่า &amp;quot;เมื่อการปล้นสะดมเริ่มขึ้น การยิงก็เริ่มขึ้น&amp;quot; ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทวิตเตอร์ซ่อนข้อความนี้ของทรัมป์ โดยอ้างว่าขัดต่อข้อบังคับเรื่องการเชิดชูความรุนแรง แต่ในวันศุกร์ ทรัมป์เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นโอนอ่อนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ได้พูดคุยกับครอบครัวของฟลอยด์เมื่อวันศุกร์เพื่อแสดงความเศร้าใจ ทรัมป์กล่าวว่าเขาเข้าใจความเจ็บปวด ครอบครัวนี้สมควรได้รับความยุติธรรม และชาวมินนิโซตาควรได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวในแถลงการณ์ว่า เขาร่วมแบ่งปัน &amp;quot;ความเจ็บปวดรวดร้าว&amp;quot; กับชาวอเมริกันหลายล้านคนต่อการเสียชีวิตของฟลอยด์ &amp;quot;สิ่งนี้ไม่ควรเป็น &amp;#39;เรื่องปกติ&amp;#39; ในอเมริกา 2020&amp;quot; ส่วนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่เป็นคู่แข่งของทรัมป์ในการเลือกตั้งปลายปีนี้ กล่าวเรียกร้องความยุติธรรม และว่า ถึงเวลาต้องรักษา &amp;quot;แผลเปิด&amp;quot; ของการเหยียดผิวอย่างเป็นระบบในสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67361</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลปล้นสะดม, จอร์จ ฟลอยด์, ประท้วงตำรวจฆ่าผิวสี, สหรัฐอเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed20ef74072a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
