<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 06:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 06:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษาศบค.แนะชาวโลกช่วยกันกดดันรัฐบาลประเทศรวยๆแบ่งปันขายวัคซีนให้ประเทศอื่นบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64-ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;
จริงๆใครจะด่ารัฐบาลไทยก็ด่าไปนะครับ แต่ถ้าพอมีเวลา ช่วยกันเรียกร้องกดดันรัฐบาลประเทศรวยๆต่างๆ ที่จองวัคซีนไปตั้งแต่แรก ให้ช่วยแบ่งปันหรือแลกวัคซีนให้ประเทศอื่นๆกันบ้าง เพราะประเทศพวกนี้ตอนแรกก็จองไว้แบบเยอะเกินพอดี เช่น แคนาดา ฉีดได้เฉลี่ยคนละ 8.7 โดส! (พี่จะฉีดไปกี่ปี) หรืออเมริกา ตอนนี้วัคซีนรอบแรกเหลือจนจะหมดอายุ เพราะคนไม่ยอมไปฉีด ต้องบังคับจนคนออกมาประท้วง (ตอนหลังก็เลยยอมบริจาค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการกวาดจองวัคซีนเพื่อประโยชน์ของชาติตัวเอง (Vaccine Nationalism) เกิดผลทำให้ทำให้ประเทศอื่นๆได้วัคซีนช้า จนเกิดสายพันธุ์ใหม่ๆขึ้นมาจากการระบาด เช่น อินเดีย เปรู แอฟริกา ซึ่งกลายเป็นทำให้วิกฤตโควิดมันลากยาวออกไปอีกทั่วโลกจากเดลต้าของอินเดีย รับผลกระทบกันไปทั่วโลก ทั้งประเทศที่ได้น้อย และประเทศที่กวาดจองเอง ก็ต้องมารับผลจากสายพันธุ์ใหม่อีก ซึ่งถ้ากระจายวัคซีนไปให้ทั่วๆกว่านี้ตั้งแต่รอบแรก อาจจะจบไปตั้งแต่สายพันธุ์อู่ฮั่นหรืออัลฟ่าไปแล้ว (รวมทั้งไทยด้วย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมตอนนี้พอกลับมาระบาด มี breakthrough infection ประเทศรวยก็กลับมาสต็อกฉีดเข็มสามกัน ทั้งที่ประชาชนค่อนโลกยังไม่ได้ฉีดเข็มแรก ไม่ได้จะขอฟรี แต่จะซื้อก็ซื้อไม่ได้ มันสมควรที่ชาวโลกจะช่วยกันกดดันเรียกร้องบ้างนะครับว่าให้เห็นแก่ส่วนรวมบ้าง อย่าเป็นพระเอกกู้โลกแค่ในหนัง นี่ของจริง คุณต้องแสดงสปิริตให้มากกว่านี้
แนะนำให้ดูคลิปนี้นะครับ
https://www.youtube.com/watch?v=2ty2J0s2W0c&amp;amp;t=2s (มีซับไทยด้วย)
https://www.news-medical.net/.../Vaccine-nationalism-may...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113913</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของโควิดทั่วโลก, จองวัคซีน, ที่ปรึกษาศบค., ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต, สายพันธุ์เดลต้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b572b3f08f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่จองฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มผ่าน  &#039;สาครรวมใจ&#039; ทะลัก 1 ล้านคน   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 กรกฎาคม พ.ศ.2564 &amp;nbsp;นายอุดมไกร วัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร และนาย อภิชาต โพธิ์ถนอม รองนายกอบจ. ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ถึงการเปิดให้จอง วัคซีนซิโนฟาร์ม ผ่านระบบสาครรวมใจว่า ในการลงทะเบียนผ่านเว็บไซด์ในวันนี้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเว็บไซด์ไม่ล่ม และได้นั่งดูกันเห็นว่าผ่านไปได้ไม่นานมีคนเข้ามาในระบบกว่า 1 ล้านคน ทำให้ระบบอาจจะช้าลงบ้าง แต่ทีมงานไอทีก็ได้ช่วยกันแก้ไขระบบกันตลอดจนผ่านมไปได้ด้วยดี โดยคาดว่าจะมีคนลงทะเบียนครบ 30000 คนในช่วงบ่ายของวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนที่มีการสอบถามกันมามากว่าหลังจากที่ได้ลงทะเบียนจองกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะจัดฉีดให้กับประชาชนที่ลงทะเบียนได้ในวันไหนนั้น ซึ่งทางอบจ.ขอเรียนว่าตามแผนนั้นทางเรา จะได้วัคซีนมาจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในเดือนสิงหาคมนี้ แน่นอนส่วนจะได้มาวันไหนได้มาแบบไหนแบบครั้งเดียวครบเลยหรืออาจจะทยอยมาเป็นล็อตๆนั้นทางอบจ.ก็พร้อมรับได้ไม่มีปัญหาอะไร และเมื่อวัคซีนมาถึง เราก็จะรีบฉีดให้กับประชาชนคนในจังหวัดสมุทรสาครในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111028</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองวัคซีน, ซิโนฟาร์ม, สาครร่วมใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fcf785119b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.รามาฯเปิดจองวัคซีน&#039;โมเดอร์นา&#039;แล้ว! เข็มละ1.5พันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 64 - เพจ&amp;quot;คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า เปิดให้ประชาชนสั่งจองวัคซีนโควิด - 19 ทางเลือก ยี่ห้อโมเดอร์นา (Moderna ) ในวันนี้ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับค่าวัคซีน+ค่าบริการฉีด ราคา 1,500 บาทต่อโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีจำนวนจำกัด การสั่งจองเพียงสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเข้าจองผ่านแอปพลิเคชัน https://www3.ra.mahidol.ac.th/moderna&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจองในนามองค์กรจำนวนตั้งแต่ 100 โดสเป็นต้นไป โปรดติดต่อศูนย์สุขภาพแนวหน้ารามาธิบดี อีเมล์ vipatavee@gmail.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108628</URL_LINK>
                <HASHTAG>1.5พันต่อโดส, จองวัคซีน, รพ.รามาธิบดี, โมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e263aa51e8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รีวิวขั้นตอนการชำระเงินวัคซีนโมเดอร์นา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - หลังจากหลายโรงพยาบาลได้ให้ประชาชนได้จับจองวัคซีนทางเลือก(โมเดอร์นา)มาระยะหนึ่งแล้วนั้น ก็มีโรงพยาบาลบางแห่งได้เริ่มให้ผู้ที่สนใจจองวัคซีนทางเลือกได้ชำระเงินกันแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับเครือรพ.พริ้นซ์ เองก็ได้เปิดลงทะเบียนจองวัคซีนทางเลือก(โมเดอร์นา) ผ่าน Line Official Account: @Dr.PRINC &amp;nbsp;จากนั้นให้เลือกลงทะเบียนจองวัคซีนทางเลือกหรือคลิก https://register.princhealth.com ซึ่งสามารถเลือกโรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์ฯทุกแห่ง หรือคลินิกใกล้บ้านใกล้ใจทั้ง 12 แห่งทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเช้าวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 รพ.พริ้นซ์ ได้ทำการส่งข้อความแก่ผู้ที่เคยยืนยันจำนวนวัคซีนที่ต้องการจองไปก่อนหน้า เพื่อให้สามารถชะระเงินผ่าน Lazada ได้แล้ว ในราคา 1,700 บาทต่อเข็ม ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะรับ 1 เข็ม (Booster Dose) หรือ 2 เข็ม (Full Doses) ในราคา 3,400 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขั้นตอนการชำระเงินก็ง่ายๆ คือ 1. สำหรับผู้ที่ได้รับข้อความเพียงกดเข้าไปในลิงค์ของ Lazada แล้วเลือกจำนวน Dose ที่ต้องการลงตระกร้า 2. เลือกชำระเงินผ่านช่องทางต่างๆ 3.เสร็จสิ้นการชำระเงิน 4.ลงทะเบียนยืนยันการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดที่แจ้งไว้ใน&amp;quot;รายละเอียด&amp;quot; (เลื่อนลงมาด้านล่างจากหน้าที่โชว์สินค้า) หรือคลิ๊ก &amp;nbsp;https://rebrand.ly/ckvisqq&amp;nbsp;5. รอรับเอสเอ็มเอสจากโรงพยาบาลตามที่ปรากฏหลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น ซึ่งจากนั้นสามารถดูคูปองของตัวเองได้ จะมีรหัสและคิวอาร์โค้ดสำหรับนำไปแสดงตอนเข้าใช้บริการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108283</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองวัคซีน, บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) (PRINC), วัคซีนโมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd6b828c887.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PRINCเปิดจองวัคซีนโมเดอร์นาเข็มละ1,700บาทดีเดย์ 5 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย. 64 - นายธานี มณีนุตร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านพัฒนาธุรกิจ บมจ. พริ้นซิเพิล แคปิตอล หรือ PRINC ระบุถึงความคืบหน้าในการเร่งให้บริการวัคซีนทางเลือก (โมเดอร์นา) ว่า ล่าสุดเครือรพ.พริ้นซ์ได้เปิดลงทะเบียนจองวัคซีนทางเลือก(โมเดอร์นา) ผ่าน Line Official Account: @Dr.PRINC &amp;gt; เลือกลงทะเบียนจองวัคซีนทางเลือก หรือคลิก https://register.princhealth.com ซึ่งสามารถเลือกโรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์ฯทุกแห่ง หรือคลินิกใกล้บ้านใกล้ใจทั้ง 12 แห่งทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ยังเปิดให้ชำระเงินค่าวัคซีนทางเลือก (โมเดอร์นา) นับตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2564 นี้เป็นต้นไป ในราคา 1,700 บาทต่อเข็ม ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะรับ 1 (Booster Dose) หรือ 2 เข็ม (Full Doses) ขณะเดียวกันการจัดสรรวัคซีนจะพิจารณาจากลำดับการจองเป็นสำคัญ ยังคงคำแนะนำการรับวัคซีนโควิด-19 ภาครัฐเป็นลำดับแรก เพื่อลดโอกาสเกิดผลกระทบรุนแรงในกรณีที่ได้รับเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่ระบาดสูง ทั้งนี้คาดว่าวัคซีนทางเลือก (โมเดอร์นา) จะพร้อมให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 27 มิ.ย. 64) เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ฯ หลายแห่งร่วมกระจายวัคซีนโควิด-19 ภาครัฐแล้วจำนวน 10,600 โดส ส่วนวัคซีนตัวเลือก(ซิโนฟาร์ม) เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ฯ ทุกแห่งขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับเลือกให้บริการวัคซีนตัวเลือก (ซิโนฟาร์ม) นับตั้งแต่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา เริ่มฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มองค์กรที่ได้รับการจัดสรรจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ระยะที่ 1 และยอดรวมล่าสุด องค์กรทั่วประเทศเลือกโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ฯ ไม่ต่ำกว่า 16,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับศักยภาพของโรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์ มีศักยภาพรองรับกระจายวัคซีนโควิด-19 รวมเฉลี่ย 500-800 เคสต่อวันสำหรับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และ 200-300 เคสต่อวันสำหรับโรงพยาบาลขนาดกลางและเล็ก นอกจากนี้ยังร่วมมือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ นำร่องศูนย์ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกสถานพยาบาล &amp;ldquo;ศูนย์การค้าเมกาบางนา-รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ&amp;rdquo; รองรับได้สูงสุด 1,500 ถึง 2,000 เคสต่อวัน ล่าสุด (29 มิ.ย.) ระดมฉีดให้กับบุคลากรครูของจังหวัดสมุทรปราการไม่ต่ำกว่า 2,000 คน หากให้บริการเต็มศักยภาพกระจายวัคซีนโควิด-19 ทั้งหมดทั่วประเทศ เฉลี่ย 8,000 โดสต่อวัน หรือกว่า&amp;nbsp; 240,000 โดสต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี โรงพยาบาลในเครือ PRINC ทั่วประเทศ 10 แห่งใน 10 จังหวัด ได้แก่ รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ, รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ, รพ.พริ้นซ์ อุทัยธานี, รพ.พริ้นซ์ ลำพูน, รพ.พริ้นซ์ ศรีสะเกษ, รพ.พริ้นซ์ อุบลราชธานี, รพ.วิรัชศิลป์, รพ.พิษณุเวช พิษณุโลก, รพ.พิษณุเวช อุตรดิตถ์ และรพ.พิษณุเวช พิจิตร กำลังเร่งดำเนินการให้บริการวัคซีนโควิด-19 การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ควบคู่การขยายเตียง เพื่อแบ่งเบาภาครัฐในการรับมือสถานการณ์ระบาดและยืนหยัดอยู่เคียงข้างคนไทยในสถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108163</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองวัคซีน, บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) (PRINC), วัคซีนทางเลือก, วัคซีนโมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc145d66e3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.วางเป้า2565จองวัคซีน150ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.เปิดไทม์ไลน์จัดสรรวัคซีนละเอียดยิบ อัดวัคซีนเพิ่มเป็น 150ล้านโดสในปี 65 ครอบคลุมทุกความต้องการทุกกรณี ด้านจุฬาฯ เผยผลวิจัยซิโนแวคเข็ม 2 การันตีผลกระตุ้นภูมิคุ้มกันโควิด ขณะที่ &amp;quot;หมอยง&amp;quot; ขออาสาสมัครทดลองฉีดวัคซีนสลับชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธาน ว่าสำหรับเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนของแต่ละจังหวัดในเดือน ก.ค. โดยกำหนดเป้าหมายไว้ 10 ล้านโดส ซึ่งจะพิจารณาจัดสรรให้ผู้ที่จองวัคซีนล่วงหน้าในระบบหมอพร้อมสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง และพิจารณาให้ กทม.ได้รับการจัดสรรวัคซีนอย่างน้อย 5 ล้านโดสภายในเดือน ก.ค. และจะพิจารณาให้ จ.ภูเก็ตได้รับวัคซีนเข็มที่สองอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายใน ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ระบุด้วยว่า ทั้งนี้ สำหรับวัคซีน 10 ล้านโดสในเดือน ก.ค. จะมีการจัดสรรให้จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด ร้อยละ 30 ได้แก่ กทม. (รวม ทปอ.และประกันสังคม) 2.5 ล้านโดส, สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี 6 แสนโดส และจังหวัดที่มีแผนเปิดท่องเที่ยวได้แก่ จ.ภูเก็ต 2 แสนโดส, จังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือมีความเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภายหลังการระบาด ร้อยละ 25 หรือ 2.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 1 แสนโดส โดยมี 23 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก หนองคาย สระแก้ว ระนอง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) พังงา และกระบี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ระบุด้วยว่า ส่วนที่เหลืออีก 49 จังหวัด จะได้รับการจัดสรรร้อยละ 35 หรือ 3.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 7 หมื่นโดส โดยจะมีการเก็บไว้เป็นส่วนกลาง องค์กรภาครัฐและสำรองส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาดอีกร้อยละ 10 หรือ 1 ล้านโดส ซึ่งการจัดสรรขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่บริษัทผู้ผลิตส่งมอบและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์การระบาดของโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มกรอบการจัดสรรวัคซีนจาก 100 ล้านโดสภายในปี 64 เป็น 150 ล้านโดสภายในปี 65 เพื่อรองรับกรณีที่ต้องมีการเพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซีน เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย เพื่อกระตุ้น ภูมิคุ้มกันโรค หรือกรณีอื่นใดที่ต้องมีการใช้วัคซีนเพิ่มเติม ขณะนี้ประเทศไทยมีการจัดหาและดำเนินการจองวัคซีนแล้ว 105.5 ล้านโดส ดังนั้น จึงต้องเตรียมงบประมาณสำหรับจัดหาจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมให้ครบ 150 ล้านโดส โดยให้ภาครัฐจัดหาวัคซีนวัคซีนดังต่อไปนี้ ซิโนแวค 28 ล้านโดส วัคซีนโควิดอื่นๆ ประมาณ 22 ล้านโดส ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนและสถานการณ์ของเชื้อกลาย&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันเดียวกันนี้นายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์พูดคุยกับ นายหยาง ซิน อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อเจรจาซื้อวัคซีนเพิ่มเติม ทั้งนี้ นายกฯ ได้แจ้งต่อที่ประชุม ศบค.ว่า อุปทูตจีนยืนยันว่าจะส่งมอบวัคซีนเพิ่มเติมจากยอดที่ได้จองซื้อไว้ก่อนหน้านี้ในเดือน มิ.ย. ประกอบไปด้วย วัคซีนยี่ห้อซิโนแวค จำนวน 2,000,000 โดส และซิโนฟาร์มอีก 1,000,000 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้ส่งถึงแล้ว 1 ล้านโดส อยู่ระหว่างตรวจรับรองรุ่นการผลิต เตรียมกระจายในบ่ายนี้ หรืออย่างช้าสุดวันที่ 19&amp;nbsp; มิ.ย. ไปในพื้นที่ตามโควตาของ ศบค. โดยในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมตั้งเป้าฉีดในผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เชื่อไม่กระทบต่อภาพรวมการฉีดวัคซีนและในสัปดาห์หน้าซิโนแวคจะเข้ามาเพิ่มอีก 2 ล้านโดสในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ส่วนแอสตร้าฯ ยืนยันทยอยเข้าทุกสัปดาห์ แต่ไม่ขอระบุจำนวนว่ามาเท่าไหร่ ไม่น้อยกว่าเดิม แต่เป็นไปตามข้อตกลงที่วางไว้ ระหว่างบริษัท แอสตร้าฯ และกรมควบคุมโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โดยกรอบเดิมของวัคซีนแอสตร้าฯ กำหนดที่ 6 ล้านโดสในเดือนมิถุนายน จากนั้นทยอยเดือนละ 10 ล้านโดส แต่เป้าหมายของการฉีดวัคซีนยังต้องจัดเพิ่มให้ได้ 150 ล้านโดส ตอนนี้จากการเจรจามีวัคซีนแล้ว 105 ล้านโดส ต้อง การเพิ่มอีกประมาณ 45 ล้านโดส เพื่อให้การฉีดวัคซีนครอบคลุมถึงปีหน้า&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ผลการวิจัยในคนไทย หลังฉีดวัคซีน Sinovac โดยศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (ฝ่ายสหรัฐ) ได้ทำการทดสอบเลือดของผู้ได้รับวัคซีน Sinovac 2 เข็ม ต่อการยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส SARS-CoV-2 ในห้องทดลอง พบว่าภูมิคุ้มกันจากวัคซีน Sinovac ที่ฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ มีผลช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสที่ SARS-CoV-2 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการวิจัยพบว่า ร้อยละ 95 ของผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 2 มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส จากการตรวจภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนของไวรัส (วิธี ELISA) จากจำนวนทั้งหมด 186 คน จึงมั่นใจได้ว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้นกัน นอกจากนี้ ในการทดสอบเลือดของผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวคกับเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่มีชีวิต หลังการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 นาน 2 สัปดาห์ จำนวน 171 คน พบว่ามากกว่าร้อยละ 70 มีภูมิในระดับที่ยับยั้งเชื้อได้ดีในห้องทดลอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หรือหมอยง หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุใจความว่า ต้องการอาสาสมัครรับวัคซีนโควิด-19 สลับชนิดกัน ในปัจจุบันการให้วัคซีนโควิด-19 ยังแนะนำให้วัคซีนชนิดเดียวกันทั้งเข็มที่หนึ่งและสอง ด้วยเหตุผลบางคนฉีดแข็มแรกแล้วแพ้ จำเป็นต้องฉีดเข็มที่สองต่างชนิดกันเช่น เข็มแรกฉีด Sinovac เข็มที่สองฉีดเป็น AstraZeneca &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การให้วัคซีน 2 เข็มต่างชนิดกันจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่วัคซีนขาดแคลน และต้องการฉีดเข็มแรกให้มากที่สุด ไม่ต้องเก็บวัคซีนไว้เข็มที่สอง และเมื่อมีวัคซีนเข็มที่สอง อาจจะใช้ต่างชนิดกันได้ ดังนั้นการสลับเปลี่ยนวัคซีนจึงต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดก่อนที่จะนำไปใช้จริง โดยผู้ที่สนใจเป็นอาสาสมัครสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์เชี่ยวชาญต้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร 0-2256-5324 และ 0-2256-4909&amp;rdquo; นพ.ยงระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีตำรวจนางเลิ้ง น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความจากกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งความดำเนินคดีในข้อหากระทำผิดนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยคาดว่าน่าจะมาจากกรณีที่ได้ทวีตภาพข่าวของสำนักข่าวไทยพีบีเอสที่ระบุว่า &amp;ldquo;เศรษฐีอินเดียแห่บินหนีโควิด-19 บางลำบินเข้าไทย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106849</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ขออาสาสมัครทดลองฉีดวัคซีนสลับชนิด, ครอบคลุมทุกความต้อง, จองวัคซีน, จัดสรรวัคซีน, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc94d698ab6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตจว.จองวัคซีน14มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปลัด สธ.ยันทุกจังหวัดซ้อมระบบฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมาย ดีเดย์ฉีดพร้อมกันทั่วประเทศ 7 มิ.ย.แน่นอน ส่วนการลงทะเบียนรับวัคซีนสำหรับประชาชนทั่วไป 76 จังหวัด ไม่รวม กทม. เริ่ม 14 มิ.ย. ทางไลน์ แอปพลิเคชันหมอพร้อม แอปพลิเคชันของจังหวัด อสม. และ รพ.สต. หรือติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้าน กรมอนามัย เผยมติประชุม คกก.อนามัยแม่และเด็กแห่งชาติ หญิงท้อง-หญิงให้นมลูกฉีดวัคซีนโควิดได้ พิจารณาตามความเสี่ยง มีโรคประจำตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2564 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค,&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง, นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานจัดบริการวัคซีนโควิด-19 เตรียมความพร้อมสำหรับการฉีดให้ประชาชนในเดือนมิถุนายน 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ในการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ขณะนี้ ทุกจังหวัดได้มีการซักซ้อมระบบและฉีดได้ตามเป้าหมาย ก่อนที่จะฉีดพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 7 มิถุนายน โดยกระทรวงสาธารณสุขจะกระจายวัคซีนไปยัง 76 จังหวัดตามแผนการจัดสรรของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาการฉีดในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ และให้ทุกจังหวัดจดบันทึกข้อมูลการให้บริการ และจำนวนคงคลังในระบบ MOPH Immunization Center (MOHP IC) ให้ครบ เตรียมความพร้อมในการออกเอกสารรับรองในผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม สำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ โดยจะมอบอำนาจให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลระดับจังหวัด ในการออกเอกสารรับรองตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ย้ำให้ทุกจังหวัดเน้นการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มครู บุคลากรทางการศึกษา รองรับการเปิดภาคการศึกษา สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ที่ลงทะเบียนมาแล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ จะได้รับวัคซีนในวันที่ 7 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการลงทะเบียนรับวัคซีนสำหรับประชาชนทั่วไปในต่างจังหวัด (76 จังหวัด ไม่รวม กทม.) มีหลากหลายช่องทาง เริ่มลงทะเบียนวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ได้แก่ ไลน์ แอปพลิเคชันหมอพร้อม แอปพลิเคชันของจังหวัด ผ่าน อสม. และ รพ.สต. หรือติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้าน เมื่อได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะสู่ระบบฐานข้อมูล MOHP IC และหมอพร้อมจะติดตามอาการ นัดหมายฉีดครั้งที่ 2 รวมทั้งออกเอกสารการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาสกล่าวว่า ได้ประชุมทำความเข้าใจเรื่องการกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ทุกจังหวัด ซึ่งตามนโยบายของ ศบค. มีเป้าหมายฉีดวัคซีนโควิด- 19 เข็มแรก จำนวน 50 ล้านโดสให้เสร็จภายในเดือนกันยายน 2564 กำหนดเริ่มฉีดวัคซีนอย่างเป็นทางการวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ยืนยันว่าทุกจังหวัดจะมีวัคซีนฉีดแน่นอน วัคซีนที่รัฐบาลจัดหาทั้งวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวค สามารถฉีดได้ในกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไปเหมือนกัน โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาฉีดให้ โดยยึดหลักวิชาการทางการแพทย์
ส่งวัคซีนเป็นรายสัปดาห์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการกระจายวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทาง ศบค.จะเป็นผู้กำหนดในการจัดส่งให้แต่ละจังหวัด กระทรวงสาธารณสุขจึงจัดส่งวัคซีนไปตามนั้น คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาการฉีดในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ โดยพิจารณาทั้งจากจำนวนประชากร, สถานการณ์การระบาด, กลุ่มเป้าหมาย, พื้นที่นโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เช่น จ.ภูเก็ต ที่จะเปิดเรื่องท่องเที่ยวเดือนกรกฎาคมนี้ จึงต้องฉีดให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน เป็นต้น, กลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรังที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมที่ต้องพิจารณาฉีดให้เป็นกลุ่มแรกๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดส่งวัคซีนจากเดิมที่ส่งให้จังหวัดเป็นรายเดือนจะเปลี่ยนเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว และมีการติดตามผลการฉีดว่าเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ โดยขอให้รายงานจำนวนการฉีดและสต๊อกวัคซีนที่เหลือ หากฉีดได้ตามเป้าหมายจะจัดส่งวัคซีนไปเพิ่มเติม สำหรับการจัดสรรวัคซีนในกลุ่มประชากรของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคมและ กทม. เมื่อรับวัคซีนแล้วจะไปดำเนินการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนเอง&amp;rdquo; นายแพทย์โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสให้สัมภาษณ์ กรณีสื่อมวลชนเสนอข่าวมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเพื่อนหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวคประมาณ 2 สัปดาห์ว่า กระทรวงสาธารณสุขขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับรายงานเบื้องต้นว่า ขณะนี้ศูนย์ประสานงาน AEFI ของโรงพยาบาลหาดใหญ่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ประวัติการรักษา เพื่อเสนอต่อคณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเหตุการณ์การไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดสงขลากำหนดประชุมร่วมกันในวันที่ 30 พ.ค.2564 เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิต ตามระบบการเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (Adverse Events Following Immunization :&amp;nbsp; AEFI) ที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม จะต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมตามแนวทางปฏิบัติการการเฝ้าระวัง AEFI กรณีที่มีผู้เสียชีวิต โดยประสานขออนุญาตครอบครัวทำการพิสูจน์ศพ หรือการตรวจศพ โดยการเอกซเรย์และเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต รวมทั้งติดตามผู้รับวัคซีนในล็อตเดียวกัน โดยเฉพาะหญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยข้อสรุปจากคณะกรรมการ AEFI จังหวัด จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ AEFI ระดับประเทศ ที่ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณา เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจกับครอบครัว สังคมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า จากการสอบสวนโรคของทีมสอบสวนควบคุมโรคระบาดวิทยา รพ.หาดใหญ่ ผู้เสียชีวิตเป็นหญิง อายุ 32 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 1 เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ หลังฉีดสังเกตอาการ 30 นาทีไม่มีอาการผิดปกติ ไลน์หมอพร้อมติดตามอาการวันที่ 1 มีอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ วันที่ 7 หลังฉีด มีอาการปวดศีรษะ เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เช้าวันที่ 27 พ.ค. หมดสติ รถพยาบาลส่งห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ แพทย์ประเมินอาการแรกรับ มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ได้ช่วยฟื้นคืนชีพ และผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์วินิจฉัยมีภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดเฉียบพลัน
หญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ในการเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายแข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการป่วย ดื่มน้ำให้เพียงพอ และแจ้งประวัติการแพ้ยาหรือวัคซีน โรคประจำตัว ให้แพทย์ทราบ สำหรับอาการไม่พึงประสงค์ ส่วนใหญ่เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปหลังการฉีดวัคซีน เช่น เจ็บ บวม มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ส่วนอาการแพ้วัคซีนรุนแรง จะเหมือนคนแพ้อาหารทะเล ไรฝุ่น โปรตีนในนมวัว มีอาการตั้งแต่แพ้ไม่มาก มีผื่น จนถึงความดันตกรุนแรงได้ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดศีรษะรุนแรง ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง มักพบหลังการฉีด 15 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะนี้พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน กลุ่มหญิงตั้งครรภ์จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสจะเกิด อาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อโควิด-19 ได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ จึงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยจากการสำรวจของกรมอนามัยตั้งแต่ 1 ธ.ค.2563 ถึง 27 พ.ค.2564 พบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 288 ราย ซึ่งแม้ว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 70 จะไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย แต่ก็พบหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตจากภาวะปอดอักเสบที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อโควิด-19 แล้ว จำนวน 6 ราย ทารกเสียชีวิตในครรภ์ จำนวน 1 ราย อัตราคลอดก่อนกำหนด ร้อยละ 18 เด็กทารกคลอดออกมาแล้วติดเชื้อจำนวน 17 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากผลการประชุมคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็กแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2564 โดยมี นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมนั้น ที่ประชุมซึ่งประกอบด้วยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เลขาธิการแพทยสภา ผู้แทนจากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีมติเห็นชอบให้หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมลูกสามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ แต่ต้องพิจารณาจัดลำดับตามความเสี่ยงในรายที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ หอบหืด ปอด ไทรอยด์ หรืออ้วน รวมถึงในรายที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อ ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดสูง แนะนำให้ได้รับการฉีดวัคซีนหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ซึ่งหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมลูกจะต้องได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ ผลข้างเคียงของวัคซีน ความเสี่ยงที่จะติดโรคโควิด-19 และความรุนแรงของโรคก่อนการตัดสินใจ โดยสามารถรับบริการฉีดวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ทั้งภาครัฐและเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังการฉีดวัคซีนหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมลูกยังคงต้องปฏิบัติตนตามมาตรการ DMHTTA อย่างเคร่งครัด ด้วยการเว้นระยะห่างจากบุคคลใกล้ชิด สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือเป็นประจำ งดออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น งดใช้ของส่วนตัวร่วมกันกับคนในบ้าน และประเมินความเสี่ยงตนเองผ่าน &amp;ldquo;ไทยเซฟไทย&amp;rdquo; สำหรับสมาชิกในบ้านควรให้ความสำคัญในการช่วยปกป้องหญิงตั้งครรภ์จากการสัมผัสเชื้อ โดยให้คิดไว้เสมอว่าหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเปราะบางและมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัยกล่าว
&amp;quot;อนุทิน&amp;quot;ยันวัคซีนไม่ขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชลบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นพ.เกียรติภูมิ&amp;nbsp; วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ได้เยี่ยมให้กำลังใจตัวแทน อสม.ในจังหวัดชลบุรีที่มุ่งมั่นเสียสละทำงานเพื่อประชาชน โดยฝากให้ อสม.เป็นกำลังสำคัญนำประชาชนในพื้นที่มาฉีดวัคซีนให้ได้จำนวนมากเพื่อความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้วัคซีนที่ประเทศไทยใช้อยู่ มี 2 ยี่ห้อคือ ซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งมีคุณสมบัติเท่ากัน คือป้องกันการป่วยที่รุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคโควิด-?19 และไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ ยกเว้นข้อจำกัดด้านกายภาพ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ในการเลือกใช้ นอกจากนี้ ขอให้เน้นในกลุ่มที่มีความจำเป็น เช่น ต้องสัมผัสกับคนจำนวนมาก ให้ได้รับการฉีดโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้มั่นใจว่าวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาและทำการฉีดให้กับประชาชนตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป มีความพร้อมไม่ขาดตามที่เป็นข่าว วันนี้จึงได้มาตรวจความพร้อมในการจัดสถานที่ฉีดวัคซีนให้มีความสะดวกในการให้บริการ รวมถึงจัดกระบวนการให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้ฉีดได้ทั้งในโรงพยาบาลและนอกโรงพยาบาล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขพร้อมจะเปิดรับภาคเอกชน เช่น ศูนย์แสดงสินค้า ห้างสรรพสินค้า สนับสนุนพื้นที่จัดตั้งเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนจะทำให้การฉีดวัคซีนมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสาธิตกล่าวว่า ขอให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานในการควบคุมโรคในพื้นที่ ดูแลผู้ติดเชื้อ ทั้งในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม จากนี้ให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มความสามารถในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ให้เกิดความครอบคลุมมากที่สุดและเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ภาพรวมที่ผ่านมา เขตสุขภาพที่ 6 ซึ่งมี 8 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ จันทบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ตราด สระแก้ว และปราจีนบุรี ได้รับการจัดสรรวัคซีนไปแล้ว รวม 318,960 โดส ฉีดให้กับประชาชนไปแล้ว 318,572 โดส นอกจากนี้ยังมีการฉีดวัคซีนในพื้นที่พิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยได้ฉีดให้กับบุคลากรที่ปฏิบัติงานในท่าอากาศยาน จำนวน 38,061 คน ภาพรวมมีการบริหารจัดการที่ดี ดำเนินการได้รวดเร็วตามเป้าหมายที่วางไว้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104615</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จองวัคซีน, ฉีดวัคซีน, ดีเดย์ฉีดพร้อมกันทั่วประเทศ, รลงทะเบียนรับวัคซีน, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b1e0deb3ecd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
