<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้าทุบรถเฮชนะคดี จอดขวาง-เจอคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้าทุบรถชนะคดีหญิงจอดรถขวางประตูบ้าน ศาลเชื่อจำเลยกระทำโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของผู้อื่น ทำให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญบนถนนสาธารณะ และเกินอำนาจพนักงานสอบสวนที่จะเปรียบเทียบปรับเพื่อให้เลิกแล้วต่อกัน เนื่องจากมีโทษหนักถึงจำคุก พิพากษาจำ 15 วัน ปรับ 5 พันบาท ปรานีโทษจำรอลงอาญา 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.1441/2561 ที่พนักงานอัยการโจทก์, น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ น.ส.มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ อายุ 61 ปี เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง น.ส.รชนีกร เลิศวาสนา อายุ 37 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกอาคารฯ และก่อความเดือดร้อนรำคาญฯ โดยในวันนี้ น.ส.รัตนฉัตร, น.ส.มณีรัตน์ โจทก์ เดินทางมาศาลพร้อมนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ รวมถึงจำเลยเดินทางมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นายอนันต์ชัยเปิดเผยว่า วันนี้ศาลจังหวัดพระโขนงพิพากษาว่า น.ส.รชนีกร จำเลย กระทำความผิดจริงตามฟ้อง โดยศาลวินิจฉัยในประเด็นสำคัญที่จำเลยอ้างว่า ใช้เวลาจอดรถซื้อของเพียง 15 นาทีนั้น ทางฝ่ายโจทก์อ้างตัวเองเบิกความเป็นพยานว่า น.ส.รชนีกร จำเลย จอดรถขวางหน้าบ้านไม่สามารถนำรถออกได้ จึงบีบแตรใช้เวลานานถึง 30 นาที หากจำเลยจอดรถใช้เวลาไม่นาน โจทก์คงไม่นำเสียมและขวานมาทุบกระจกรถของจำเลย จึงเชื่อว่าจำเลยจอดรถขวาง ใช้เวลาซื้อของตามความประสงค์ของตนเองโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของบุคคลอื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยเล็งเห็นผลต่อโจทก์ร่วมทั้งสอง อันเป็นการทำให้โจทก์ร่วมทั้งสองได้รับความเดือดร้อนรำคาญบนถนนสาธารณะ ซึ่งประชาชนชอบที่จะใช้สัญจรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน ทั้งเป็นการจอดรถตรงปากทางเข้า-ออกของอาคารและในลักษณะกีดขวางการจราจร การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 57 (10) (15), 148 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรคสอง ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ เป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั้น เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามมาตรา 90 พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เพื่อให้คดีเลิกกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคดีนี้พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจลงบันทึกประจำวันเปรียบเทียบปรับ เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งโทษหนักกว่าเลิกกันได้ จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรคสอง อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 397 วรรคสอง เป็นบทที่หนักที่สุด จำคุก 15 วัน และปรับ 5,000 บาท ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ปรากฏเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ชัยยังระบุอีกว่า ส่วนคดีหมายเลขดำ อ.3917/2561 ที่พนักงานอัยการศาลจังหวัดพระโขนงเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.มณีรัตน์ และ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ กรณีใช้ขวานและเหล็กยาวทุบทำลายรถยนต์นิสสัน รุ่นนาวารา สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎค 9297 กรุงเทพมหานคร ของ น.ส.รชนิกร ที่จอดขวางหน้าบ้านตัวเองนั้น ที่ผ่านมาศาลได้เคยนัดไกล่เกลี่ย แต่ไม่ลงตัว ซึ่งเราก็ได้ให้การปฏิเสธไป โดยป้าทั้งสองให้การยอมรับว่าได้ใช้ขวานและเสียมทุบรถจริง แต่ทำไปเพราะบันดาลโทสะ เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และผู้เสียหายมีส่วนในการกระทำความผิด ซึ่งศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 7 มี.ค.2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22847</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอดรถขวางประตูบ้าน, ป้าทุบรถ, รอลงอาญา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfc0365974e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
