<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>3909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2018 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2018 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิมแจ้งตร.รถจอดขวางหน้าบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.61-เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งจาก นางอุรชา อ่อนลมัย อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/14 หมู่ที่ 2 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ว่ามีรถจอดขวางทางเข้าออกบ้าน บริเวณซอยขุนแผนภายในหมู่บ้านการเคหะ 1 หมู่ที่ 2 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งตำรวจสายตรวจเดินทางไปตรวจสอบพบ นางอุรชา อ่อนลมัย เจ้าของบ้าน และมีรถกระบะ มาสด้า บีที 50 สีดำ หมายเลขทะเบียน กต 3972 จันทบุรี จอดขวางทางเข้าออกบ้านนางอุรชา พยายามเรียกถามแล้วไม่มีใครออกมา รวมทั้งเบรกมือก็ถูกล็อก ไม่สามารถที่จะเข็นไปได้และไม่ทราบเป็นรถของใคร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ที่ล๊อกล้อ และออกใบสั่งติดหน้ารถไว้ ก่อนติดตามเจ้าของรถมาแจ้งให้ขยับรถออกไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3909</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอดรถขวางหน้าบ้าน, จันทบุรี, ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93a4d690626.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผบช.น.ลั่นต่อไปบ้านเจอจอดขวางโทร 191 ภายใน 10 นาทีตำรวจต้องไปถึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณี น.ส.บุญศรี &amp;nbsp;แสงหยกตระการ เจ้าของบ้านเลขที่ 37/208 ซอยศรีนครินทร์ 55 แขวงบางบอน เขตประเวศ กทม. ที่ตกเป็นข่าวได้รับความเดือดร้อนมีตลาดนัดล้อมรอบบ้าน และมีรถมาจอดปิดทางเข้า-ออก จนกลายเป็นข่าวดังเมื่อเจ้าของบ้านทนไม่ไหว ใช้ขวาน เสียม ทุบรถกระบะคันหนึ่งที่มาจอดขวางจนกลายเป็นคดีความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีนี้ว่าน.ส.บุญศรี ระบุว่าปัญหารถจอดขวางหน้าบ้าน เคยโทร.แจ้ง 191 แต่เจ้าหน้าที่ไม่ค่อยมา จึงต้องตรวจสอบว่ามีการแจ้งบ่อยแค่ไหน และข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีดังกล่าวเมื่อตำรวจได้รับแจ้งต้องไปดู อย่างช้า 10 นาทีต้องถึงหากสน.ใดไม่ดำเนินการอำนวยความสะดวก ขอให้แจ้งมาที่บช.น.จะแก้ปัญหาให้ ซึ่งหากต้องใช้รถยก เจ้าของรถที่จอดขวางนอกจากจะเสียค่าปรับแล้ว จะต้องจ่ายค่ารถยกเองด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3652</URL_LINK>
                <HASHTAG>10นาที, 191, จอดรถขวางหน้าบ้าน, ป้าทุบรถ, ผบช.น., พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, สายด่วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e290328fe8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ตำหนิจอดรถขวางหน้าบ้านไม่เคารพสิทธิคนอื่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 61 - ที่สหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างพบปะประชาชนในพื้นที่ว่าปัญหาของประเทศไทยตอนนี้คือเราไม่มีระเบียบวินัย ไปจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น ทำอย่างนี้ได้อย่างไร เห็นอยู่แล้วว่าเป็นบ้านคน เป็นที่อยู่อาศัย ยังมาจอดรถขวาง ก็เลยเกิดกรณีขัดแย้ง และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และมีความเสียหายเกี่ยวโยงกับอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องตลาด การลงทุน ปัญหาสังคม สาเหตุก็มาจากความไม่เป็นระเบียบวินัย ไม่เคารพสิทธิผู้อื่น ก็เห็นใจทั้งสองฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องมาต่อสู้กันด้วยกฎหมาย ซึ่งถ้าเข้าใจกฎหมายตั้งแต่แรก ไม่มีการละเมิดสิทธิก็ไม่เกิดปัญหา ทุกวันนี้มีปัญหาไปหมด ไม่ว่าจะการละเมิดสิทธิ การเล่นแชร์ ปัญหาการจราจร การขายของบนที่สาธารณะ การโกงเงินสหกรณ์ และที่ตนไม่เข้าใจว่าโลกปัจจุบันยังเกิดเรื่องการตกทอง ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรไปใส่ใจมาก อย่างหวย 30 ล้านบาท เปิดมาก็เจอทุกวัน และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นของใคร ก็อย่าไปใส่ใจมากนักเลยเพราะบางเรื่องก็ไม่เกี่ยวกับเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดั้งนั้นเราต้องพยายามสร้างความเข้าใจเรื่องกฎหมายให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมไม่ให้คนบางคนได้ประโยชน์จากกฎหมายเพียงฝ่ายเดียว&amp;quot;นายกฯ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3599</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอดรถขวางหน้าบ้าน, ตำหนิ, นายกฯ, บิ๊กตู่, ประยุทธ์, ไม่เคารพสิทธิผู้อื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d47abb198a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังคิดจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่นกันอีกมั๊ย!กฎหมายอาญาปรับ5พันพ.ร.บ.จราจรปรับ500 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.61- หลัง น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี และ น.ส.ราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี เจ้าของบ้านบริเวณตลาดสวนหลวง ซ.ศรีนครินทร์ 55 ใช้ขวาน และพลั่วทุบรถกระบะจอดรถขวางหน้าบ้านพักของตนเอง &amp;nbsp; มีข้อสงสัยว่าการจอดรถหน้าบ้านผู้อื่นมีความผิดหรือไม่ และผิดอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่สามารถอธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่างได้นั่นคือ ฎีกาที่ 1908/2518 นายปรีชา ธนศิลป์ โจทก์ ร้อยตำรวจโทสุทธี กันตะเพ็ง ที่ 1 นางสุนีย์ กันตะเพ็ง ที่ 2 จำเลยป.อ. มาตรา 1(3), 310, 397
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญแม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดขวางถนนซอยเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถนำรถยนต์ออกไปจากซอยได้ เป็นการหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภายในร่างกาย และเป็นการรังแกข่มเหงและก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310, 397 และ 83&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ให้จำคุกจำเลยคนละ 15 วัน และปรับคนละ 500 บาท โทษจำคุกให้ยกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุนั้น โจทก์ไม่ได้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพในร่างกายแต่อย่างใด โจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยนั้นได้ จำเลยเพียงแต่ขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ดังโจทก์ฎีกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยไม่ทราบว่าโจทก์จะถอยรถออกไปจำเลยมิได้มีเจตนาจะปิดกั้นไม่ให้โจทก์เอารถออก ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ยอมถอยรถให้โจทก์ออกเป็นการรังแกข่มเหงโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะเป็นซอยในที่ดินของนางสวรรค์ สุวรรณเนตร ซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้านอยู่อาศัย แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในที่ดินในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 พิพากษายืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้มาตรา 397 ระบุว่าผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการ กระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำ นัลหรือเป็นการกระทำอันมีลักษณะส่อไปใน ทางที่จะล่วงเกินทางเพศต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นการ กระทำโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำอันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชานายจ้างหรือผู้มีอำนาจเหนือประการอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 37 วรรค 10 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคารหรือทางเดินรถ หรือในระยะห้าเมตรจากปากทางเดินรถ ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้แบบนี้แล้วยังมักง่ายจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่นหรือปากซอยกันอีกหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความผิด, จอดรถขวางหน้าบ้าน, ทุบรถ, มาตรา397</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8c12e910b16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
