<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าด้วยคอมมิวนิสต์รักษาพระองค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่รู้ว่าบรรดาม็อบๆ ของพวกเด็กๆ เขา...ไปถึงไหนต่อถึงไหนกันมั่งแล้ว!!! เพราะหลังๆ ไม่ค่อยได้คิดจะติดตามมากมายซักเท่าไหร่ คือหลังจากที่ออกไปทางพอร์นฮ้ง พอร์นฮับ ขายนาผืนน้อย ขายควายโดยเสรี ฯลฯ ก็เลยตัดสินใจเลิก อัพเดต ซะดื้อๆ เพราะคิดว่าคงไม่ไปไหน หรือไม่น่าจะไปไกล หนักไปทางวนมา-วนไปอยู่แถวๆ ตีนโรง ตีนศาล หรือไม่ก็เฉียดคุก เฉียดตะราง กันไปตามสภาพ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่าที่ฟังๆ จาก ป๋าเปลว ท่านว่า...เห็นว่าชักออกไปทาง ค้อน-เคียว หรือชักเริ่มไป ขุดศพ ท่านปรมาจารย์ มาร์กซ์-เลนิน ออกมาใช้ประโยชน์ หลังจากที่ศพ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ไม่ได้ช่วยให้เกิดความแปลก ความใหม่ ความเก๋ ความเท่ อะไรได้มากมาย อย่างที่อภิมหาการ์ตูนนิสต์ มือวางอันดับหนึ่งแห่งประเทศไทย คุณพี่ บัญชา คามิน ท่านอุปมา-อุปไมย เอาไว้ในภาพการ์ตูนของเว็บไซต์ ผู้จัดการ หรือไม่ อย่างไร ก็คงต้องหาคำตอบ คำอธิบาย กันเอาเอง ซึ่งถ้าหากเป็นไปในรูปนั้น...บรรดา ชาวคอมมิวนิสต์ ทั้งหลาย คงต้องระวังเอาไว้ให้จงหนัก เพราะอาจเกิดรายการเสียคน เสียสุนัข เสียรังวัด ตามมา ก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เอาเลย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะอะไรก็ตามที่พวกเด็กๆ เขาพยายามดึงมาเกี่ยวข้อง พัวพัน กับจุดยืน-ทัศนะ-วิธีการ หรือกับความเคลื่อนไหวต่างๆ ในแต่ละระลอก ย่อมมีสิทธิ์ เละ...กับ...เละ ไปโดยปริยายได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ แม้แต่พวก เลียตูดเด็ก ทั้งหลายก็ตาม หลังๆ นี้...ชักทำท่าว่าเลียไม่ค่อยจะออก ทั้ง ลิ้นสึก ทั้ง ขนติดปาก กันไปมิใช่น้อย แค่เฉพาะคุณน้อง ธนาธร รายเดียว ก็พอสะท้อนให้เห็นเป็นแบบอย่างได้ค่อนข้างชัดเจน ถึงการ คบเด็กสร้างบ้าน-คบหัวล้านสร้างเมือง อย่างที่คุณทวด ไซรรงค์ ท่านได้เคยออกเตือนๆ เอาไว้แล้วนั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือสำหรับบรรดาชาวคอมมิวนิสต์ หรืออดีตพลพรรค พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ในช่วงนี้...คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า มีอยู่จำนวนไม่น้อยที่ได้กลายสภาพไปเป็น คอมมิวนิสต์รักษาพระองค์ กันเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์ ซึ่งไม่ได้ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาด หรือแปลกแต่จริง อะไรมากมาย เพราะเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป ว่าด้วยพื้นฐานของบรรดาชาวคอมมิวนิสต์ทั้งหลาย การฮึดสู้ การลุกขึ้นสู้ ถึงขั้นต้องจับมีด จับไม้ จับปืน จับอาวุธ ในช่วงอดีตที่ผ่านมานั้น ก็มีที่มาจากความปรารถนาต้องการที่จะเห็น ความเป็นธรรม นั่นเอง ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนมากมายเกินไปกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคอมมิวนิสต์ไทย คอมมิวนิสต์ลาว คอมมิวนิสต์เวียดนาม หรือแม้แต่กระทั่งคอมมิวนิสต์จีน ฯลฯ เอาเลยด้วยซ้ำ....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องของแนวคิด ทฤษฎี ที่แตกฉาน ซ่านเซ็น กันจนหารูป หาทรง แทบไม่ได้ มีทั้งคอมมิวนิสต์แบบมาร์กซ์ แบบเลนิน แบบทรอตสกี แบบสตาลิน แบบเหมา แบบหลิวส้าวฉี แบบเติ้ง ฯลฯ หรือหลังๆ ยังมีแบบกรัมช่ง กรัมชี่ อะไรไปโน่น ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ใครอยาก บวดหัว คงต้องไปตีความ แปลความ ให้ บวดหาย กันเอาเอง แต่โดยรวมๆ แล้ว...ล้วนมีพื้นฐานมาจากความเป็นธรรมในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าความรักชาติ รักประเทศ รักประชาชน ไปจนถึงความรักในคุณธรรม ศีลธรรม มโนธรรม และจริยธรรม ฯลฯ ทั้งหลายนั่นเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น...เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งที่บรรดาสิ่งเหล่านี้ ย่อมสามารถทำความเข้าใจระหว่างกันและกันได้ไม่ยาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เกิดและเติบโตขึ้นมาภายในแผ่นดินเดียวกัน สังคมเดียวกัน โดยไม่ได้มีแรงกดดัน แทรกแซง จาก ต่างชาติ ที่เป็นไปอย่างหนักหนา สาหัส มาโดยตลอด โอกาสที่บรรดาชาวคอมมิวนิสต์หลายต่อหลายราย จะกลายมาเป็น คอมมิวนิสต์รักษาพระองค์ จึงย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ต่างไปจากการไหลมารวมกันของแม่น้ำแต่ละสายนั่นแหละ โดยมี ธรรมะขั้นพื้นฐาน เป็นตัวชักนำ ให้เป็นไปตามธรรมชาติ เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของสรรพสิ่ง ที่ล้วนแต่มี ธรรม กำกับ ไปด้วยกันทั้งสิ้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพของบรรดาชาวคอมมิวนิสต์จำนวนหนึ่ง ที่ยกขบวนไปเข้าเฝ้าฯ รัชกาลที่ 10 จึงเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงบางสิ่ง บางอย่าง ที่ออกจะสำคัญมิใช่น้อย หรือทำให้ประเทศไทย สังคมไทย แผ่นดินไทย สามารถเรียกขานว่า ดินแดนแห่งการประนีประนอม ได้แบบเต็มปาก เต็มคำ รวมทั้งทำให้คำว่า ความเป็นไทย ยิ่งมีความหมายกว้างขวาง ลึกซึ้ง ยิ่งไปกว่าการพูดกันไป-พูดกันมาแบบนกแก้ว-นกขุนทองทั้งหลาย อันเนื่องมาจากการทำให้ภาพเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้ เป็นจริง เป็นจัง ขึ้นมาได้ ก็มีแต่ต้องอาศัย ธรรม นั่นแหละเป็นพื้นฐาน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในเมื่อบรรดาม็อบเด็กๆ...เขายังไม่คิดจะเอา ธรรม นำหน้า ยังพร้อมชู 3 นิ้วเพื่อเพรียกหาเสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพตามแบบฉบับนกแก้ว-นกขุนทอง ตลอดไปจนเพรียกหาพอร์นฮ้ง พอร์นฮับ ขายควาย ขายนาโดยเสรี ฯลฯ ไปตามเรื่อง-ตามราว ก็มีแต่ต้องปล่อยให้เขา บ้า...ก็...บ้าวะ กันไปตามสภาพ หรือคงต้องรอจนกว่าเขาจะ โต ได้ที่ โตพอที่จะเกิด วุฒิภาวะ จนสามารถเข้าถึง-เข้าใจ ต่อสิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ หรือความถูกต้อง-เป็นธรรมได้อย่างชัดเจน เพราะแม้แต่ความเป็นคอมมิวนิสต์ที่ถูกนำมาใช้เป็นประโยชน์ เป็นเครื่องมือ เป็นสัญญลักษณ์ โลโก้ หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ก็ยังต้องอาศัย ธรรมะ เป็นพื้นฐานรองรับเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ได้ชื่อว่า ของจริง-ของแท้ ไม่ใช่ ของปลอม ที่เอาไว้ หลอกเด็ก ไปวันๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก &amp;ldquo;Sanskrit saying&amp;rdquo;... &amp;ldquo;When thou go away from here, no one will follow thee. Only thy good and thy evil deeds, they will follow thee wherever thou go. - เมื่อท่านลาจากโลกนี้ไป ไม่มีผู้ใดจะไปกับท่าน มีแต่กรรมดีและกรรมชั่วเท่านั้น ที่จะติดตามไปทุกหนทุกแห่ง...&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-90.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86436</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอมพล ป. พิบูลสงคราม, ท่านขุนน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb5a961108f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบท้าทายสถาบัน ปักหมุดคณะราษฎรที่2/ชงเลิกใช้&#039;ธนาคารไทยพาณิชย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม็อบท้าทายสถาบัน แกนนำเปลี่ยนแผนไม่บุกทำเนียบฯ อ้างไม่อยากปะทะ แต่ยื่นหนังสือผ่านประธานองคมนตรี ผบช.น.รับแทน ยังเหิมเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อ &amp;nbsp;พร้อมประกาศแนวทางต่อสู้อีก 8 ข้อ พิลึก! ทำพิธีกรรมไสยศาสตร์เชิญดวงวิญญาณแกนนำคณะราษฎร-เทพยดาเป็นสักขีพยานปักหมุด &amp;quot;คณะราษฎร&amp;rdquo; หมุดที่ 2 กลางสนามลวง &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; ฟุ้งประสบความสำเร็จมหาศาล นายกฯ ขอบคุณเจ้าหน้าที่และประชาชนทุกคนที่ช่วยกันทำให้สถานการณ์เรียบร้อย &amp;quot;จตุพร&amp;quot; สอนรุ่นน้อง นปช.คนมามากกว่านี้หลายเท่า ก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นักวิชาการเย้ยปัดหมุดฝาถังเกรอะโถส้วมวันอัปมงคล จะย้อนกลับมาแก่ผู้กระทำพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม &amp;nbsp; บริเวณท้องสนามหลวง ได้ยุติลงแล้วเมื่อช่วงสายของวันที่ 20 กันยายน หลังปักหลักชุมนุมเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนจะนัดชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 24 ก.ย.นี้ที่รัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบรรยากาศช่วงเช้า เวลา 06.00 น. ที่ท้องสนามหลวง ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมได้เริ่มทำกิจกรรมวันที่สอง และมีการแจกจ่ายหนังสือ &amp;quot;ปกแดง&amp;quot; ปรากฏการณ์สะท้านฟ้า 10 ข้อเรียกร้องว่าด้วยสถาบันกษัตริย์ นอกจากนั้นบริเวณด้านหน้าเวทีมีการขุดพื้นปูนซีเมนต์เพื่อเตรียมปักหมุดทองเหลือง 11.6 นิ้ว และอ่านแถลงการณ์คณะราษฎร ฉบับที่ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนั้นได้มีการนำเหรียญที่ระลึกจำลองหมุดคณะราษฎรเป็นรูปชูสามนิ้วมาจำหน่าย โดยให้ผู้ประสงค์จะซื้อเหรียญดังกล่าวสามารถจ่ายเงินเท่าใดก็ได้ โดยเหรียญดังกล่าวจารึกอักษรว่า &amp;ldquo;ที่นี่ ผองราษฎรได้แสดงเจตนารมณ์ ประเทศนี้เป็นของราษฎร &amp;nbsp;ไม่ใช่สมบัติของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 06.27 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำผู้ชุมนุม ได้กล่าวถึงคุณูปการของนายปรีดี พนมยงค์ จอมพล ป. พิบูลสงคราม หัวหอกหลักในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง นายครอง จันดาวงศ์ นายจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อน นศ. วันที่ 6 ตุลา วีรชน 35 ฯลฯ ถ้าท่านเกิดเป็นเทวดา จงเหาะเหินมา ณ ที่นี้ &amp;nbsp; ตัวท่านตาย แต่ความคิดไม่สูญหาย ขอเชิญวิญญาณของวีรชนที่เอ่ยนามและไม่ได้เอ่ยนาม เป็นสักขีพยานกับคณะราษฎรที่ยังไม่มีวันตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขออัญเชิญพระไพรีพินาศ ร.4 จัดทำขึ้น ผู้ที่ทำร้ายต่อแผ่นดินจะต้องพินาศ และขอความศักดิ์สิทธิ์ของหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง ขอให้คุ้มครองชาติ ซึ่งไม่ใช่ของใครคนใด ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตในหมุดคณะราษฎรนี้ด้วยเทอญ พร้อมขอให้ผู้ชุมนุมชู 3 นิ้ว 6 วินาที เพื่อระลึกถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 06.39 น. จึงได้ทำพิธีปักหมุดและยึดหมุดตอกลงบนพื้นด้านหน้าเวที ซึ่งด้านหลังเวทีเป็นตำแหน่งของต้นมะขามในตำแหน่งที่มีการแขวนคอ นศ. เมื่อเหตุการณ์ 6 ต.ค.19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังโดยรอบ ไม่อนุญาตให้รถทุกชนิดเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาล รวมถึงเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนก็ห้ามเข้าเด็ดขาด พร้อมทั้งได้มีการนำแท่งแบริเออร์ขนาดใหญ่และรั้วลวดหนามมาปิดบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมข้ามมายังทำเนียบรัฐบาล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำการอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาลได้เรียกแถวเตรียมความพร้อมหลังจากที่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่า เวลา 08.00 น. จะนำมวลชนเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 08.00 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ พร้อมด้วย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง, นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมแกนนำคนอื่นๆ นำมวลชนยืนตรงเคารพธงชาติพร้อมกับชู 3 นิ้วบริเวณด้านหน้าเวที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายพริษฐ์ได้ประกาศบนเวทีถึงบิ๊กเซอร์ไพรส์ใหญ่ที่สุดว่า ยุทธศาสตร์ขับไล่รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และพวกพ้อง เราประกาศว่าจะไปไล่พล.อ.ประยุทธ์ที่ทำเนียบฯ แต่เมื่อคืนตนคิดกับเพื่อนๆ เราจะไม่ไปทำเนียบฯ แต่จะส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือ ทั้งข้อเรียกร้อง 3 ข้อ รวมถึงปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อ กับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี พาพี่น้องมาลั่นกลองรบและรักษาสัญญาว่าทุกคนต้องกลับบ้านปลอดภัย ดังนั้นเราจะไม่เข้าปะทะ พิสูจน์ให้เห็นว่าประชาชนมือเปล่า แต่มีหัวใจและอุดมการณ์เอาชนะ และต่อสู้ด้วยความคิดขั้นต้น เราชนะไปหลายคืบแล้ว
ยื่นหนังสือปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนั้น เวลา 08.15 น. นายพริษฐ์พร้อมแกนนำขึ้นรถประกาศพามวลชนเคลื่อนขบวนออกจากสนามหลวงด้วยการลั่นกลองสะบัดชัยบนเวที โดยแกนนำใช้เส้นทางออกจากสนามหลวงฝั่งศาลฎีกา เพื่อไปยื่นหนังสือถึงองคมนตรี ขณะที่กลุ่มมวลชนต่างพากันเก็บของและตั้งขบวนเดินตามรถแกนนำอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการตั้งแถวสองแถวพร้อมแผงเหล็กเพื่อกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนผ่านบริเวณหน้าศาลฎีกา รวมถึงมีการนำรถเมล์จำนวนหนึ่งมาปิดกั้นขวางทางไว้อย่างเข้มงวด โดยแกนนำมอบหมายให้ น.ส.ปนัสยา เป็นตัวแทนไปยื่นหนังสือและพยายามเจรจากับเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตำรวจควบคุมฝูงชนต้องบล็อกพื้นที่บริเวณด้านหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน มี พล.ต.ต.เมธี รักพันธ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) ควบคุมกำลังตำรวจ และสั่งเสริมกำลังประจันหน้ากับผู้ชุมนุม จากนั้น น.ส.ปนัสยาได้เข้าไปเจรจากับตำรวจเพื่อเปิดทางให้ผู้ชุมนุมเดินไปวัดพระแก้ว ซึ่ง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) มาเป็นตัวแทนเจรจากับ น.ส.ปนัสยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ว่าที่ ผบ. ตร. มาดูแล สถานการณ์ด้วยตัวเอง ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมติดตามการชุมนุมและเคลื่อนขบวนออกจาก ท้องสนามหลวงด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นเวลา 08.45 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดทางให้ น.ส.ปนัสยา และแกนนำอีก 1 ราย เดินเท้าเข้าไปในหลังแนวกั้น โดยมี ผบช.น. ร่วมด้วย กระทั่งเวลา 08.58 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือจาก น.ส.ปนัสยา โดย น.ส.ปนัสยาได้ขอคำสัญญากับ ผบช.น. ในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว พร้อมอ่านข้อเรียกร้องบางส่วน โดย ผบช.น.ได้กล่าวว่าจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากยื่นหนังสือแล้ว น.ส.ปนัสยาให้สัมภาษณ์ว่า เข้าใจว่าเป็นข้อจำกัดจริงๆ เพราะเราไม่อยากให้เกิดการปะทะ ไม่อยากให้ใครเจ็บ ต้องดูว่า ผบช.น.จะดำเนินการให้หรือไม่ หากไม่ดำเนินการคราวหน้าก็เจอกัน ยอมรับว่าทำได้แค่นี้ จะติดตามว่าเป็นอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นแกนนำได้เดินเข้าไปยังเวทีกลาง โดยเวลา 09.15 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ประกาศแนวทางการต่อสู้หลังจากนี้ 8 ข้อว่า 1.ได้ยินเพลงชาติที่ไหนให้ชูสามนิ้ว 2.ได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ไม่ต้องยืนขึ้น แต่ให้ชูสามนิ้วขึ้นด้วย 3.ให้ผูกโบขาวไว้หน้ารถเพื่อให้รู้ว่ารักประชาธิปไตย 4.เขียนแผ่นป้ายประจานเผด็จการตามที่ชุมชนต่างๆ 5.ถ้าเจอขบวนรถของกลุ่มคนอภิสิทธิ์รวมไปถึงขบวนเสด็จให้บีบแตรใส่ 6.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปจังหวัดไหนขอให้ขึ้นป้ายคนจังหวัดนั้นไม่ต้อนรับเผด็จการ 7.นัดหยุดงานประท้วงรัฐบาล เริ่มต้นจากลาพักร้อนวันที่ 14 ตุลา พร้อมกันทั่วประเทศ และ 8.ทุบหม้อข้าวเผด็จการเลิกใช้บริการธนาคารไทยพาณิชย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 24 ก.ย. ใครที่มีเวลาขอให้ไปที่รัฐสภา ที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อไปดูว่าจะมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อทำร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น เวลา 09.30 น. นายพริษฐ์กล่าวขอบคุณผู้ชุมนุมที่มาร่วมชุมนุม ขอให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ และจะไม่หยุดจนกว่าอำนาจมืดจะหมดไป ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ
&amp;quot;เพนกวิน&amp;quot;ฟุ้งประสบความสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมออกจดหมายเปิดผนึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ โดยมีข้อเรียกร้อง ดังนี้ 1.ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและกลุ่มเครือข่ายผลประโยชน์ที่ถูกแต่งตั้งมา โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อธำรงไว้ซึ่งอำนาจของระบบเผด็จการลาออกทั้งหมด 2.ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยจะต้องมีการตั้ง ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และต้องร่างใหม่ได้ทุกหมวด ทุกมาตรา โดยเฉพาะหมวดพระมหากษัตริย์ 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ตามแนวทางที่แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้เรียกร้อง 10 ข้อ ข้อเสนอดังกล่าวไม่มีข้อใดมีเนื้อหาล้มล้างสถาบันกษัตริย์ไม่ หากแต่เป็นไปเพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบันกษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายพริษฐ์กล่าวภายหลังยุติการชุมนุมว่า การชุมนุมที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลจากการต่อสู้อันยาวนานของเราคือ 1.เราได้ทวงคืนจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ทำเพื่อประชาชนและ ประชาธิปไตย นักศึกษาและประชาชนได้ร่วมกันทวงคืนจากอธิการที่รับใช้เผด็จการ 2.เราได้ยึดคืนสนามหลวงวันนี้เรามาคืนความเป็นชีวิตให้กับสนามหลวง และเราได้ปักหมุดเพื่อให้สนามหลวงเป็นสนามราษฎรโดยสมบูรณ์ หากมีใครมารื้อหมุดเราก็ปักใหม่ได้ อีกทั้งการรื้อหมุดก็เหมือนการเหยียบหน้าประชาชน หากใครรื้อขอให้พบเจอแต่สิ่งอัปมงคล 3.เราส่งตัวแทนของเรายื่นหนังสือถึงพระมหากษัตริย์โดยตรง จ่าหน้าซองถึงพระมหากษัตริย์เป็นตัวอย่างให้ทุกกลุ่มทุกองค์กรว่า ต่อไปนี้ราษฎรอย่างพวกเรา สามารถสื่อสารไปยังพระมหากษัตริย์ได้เหมือนกัน และ 4.เราพิสูจน์ให้สังคมไทยเห็นว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและการเปลี่ยนแปลงสิ่งใด แม้กระทั่งโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุด ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลเรื่องหมายจับและคดีความหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมไม่รู้ ผมไม่สนใจ เพราะหมายจับนี้ไม่มีความชอบธรรมใดๆ ตั้งแต่แรก ถูกจับทุกหมายที่ผมโดน เป็นประจักษ์พยานของความเน่าเฟะของระบบการเมืองและความยุติธรรมไทย ถ้าคุณจะจับนักศึกษาคนหนึ่งเพียงเพราะเขามาเรียกร้องประชาธิปไตย ก็เอาสิ ผมโดนมาแล้วหนึ่งรอบ จะกลัวอะไรอีกสักรอบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องล้มล้างการปกครอง นายพริษฐ์กล่าวว่า 10 &amp;nbsp;ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีข้อใดที่ล้มล้างการปกครองบ้าง มีแต่บอกว่านี่คือการแก้วิกฤติศรัทธา ถ้าคุณคิดว่าเราไม่ล้มเจ้า เราก็ไม่ล้มเจ้า แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าเราล้มเจ้า เท่ากับจะผลักให้เราล้มเจ้าไปจริงๆ เลยใช่หรือไม่ ลองพิจารณาดู และนี่ไม่ใช่การบอกกับตนและเพื่อน เพราะพวกเราเป็นตัวแทนของคนที่คิดเหมือนกัน ซึ่งเมื่อวานก็มากันกว่า 200,000 &amp;nbsp;คน นั่นคือการตีตรากว่า 200,000 คนคือคนล้มเจ้า และทุกคนที่เห็นด้วยที่มีมากกว่าครึ่งประเทศว่าล้มเจ้า ก็ฝากศาลรัฐธรรมนูญให้คิดให้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล หลังแกนนำผู้ชุมนุมประกาศเปลี่ยนจุดหมายเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องที่ทำเนียบองคมนตรี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงประจำการด้านในทำเนียบรัฐบาล ขณะที่นายประทีป กีรติเลขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยังติดตามสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เตรียมพร้อมเพื่อเป็นตัวแทนรัฐบาลในการรับหนังสือข้อเรียกร้อง เปิดเผยว่า แม้เบื้องต้นแกนนำผู้ชุมนุมประกาศเปลี่ยนสถานที่ในการยื่นหนังสือข้อเรียกร้องแล้ว แต่ตนยังจะมอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวและประเมินสถานการณ์เป็นระยะอยู่ในทำเนียบฯ ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ การชุมนุมเป็นพื้นฐานการแสดงออกทางประชาธิปไตย สามารถที่จะชุมนุมได้อย่างสงบ และจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนเกิดความรุนแรงเกิดขึ้น ฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม ขอให้ระมัดระวัง อย่ากระทำการใดๆ ที่เป็นการยั่วยุส่อไปในทางที่ผิดกฎหมาย ผู้ที่รักษากฎหมายจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อที่จะไม่ให้มีการละเมิดกฎหมายเกิดขึ้น&amp;nbsp;
นายกฯ ขอบคุณทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่และประชาชนทุกคน ที่ช่วยกันทำให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้ความสำคัญต่อการดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมเป็นอย่างดี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่และประชาชนได้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและการยั่วยุ เพื่อไม่ให้เกิดความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น​ ทั้งนี้ รัฐบาลมีความมุ่งหวังให้ประชาชนมีสิทธิในการแสดงออกได้อย่างเต็มที่ภายใต้รัฐธรรมนูญและในกรอบของกฎหมาย ในขณะเดียวกัน นายกฯ ขอให้คนไทยทุกคนร่วมมือร่วมใจฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ความท้าทายที่เรากำลังเผชิญอยู่ สามารถดำเนินการให้ผ่านพ้นไปด้วยความสำเร็จด้วยดีด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี​ เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความขอบคุณการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้เตรียมการ &amp;nbsp;อำนวยการและปฏิบัติงานในการติดตาม อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย &amp;nbsp;พร้อมทั้งขอขอบคุณผู้เข้าร่วมชุมนุม ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้า หน้าที่และร่วมกันชุมนุมอย่างสันติวิธีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการชุมนุมกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชน คณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการยุบเต็นท์คณะทำงานไม่ไปร่วมสังเกตการณ์การผู้ชุมนุมในวันที่ 20 ก.ย. ว่าเนื่องจากภารกิจของคณะทำงานเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย. ที่ได้รวบรวมข้อมูลได้ครบถ้วนแล้ว ทั้งกรณีการคุกคามประชาชนที่พบว่าไม่มีการคุกคามประชาชน รวมถึงข้อเสนอเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญและการยุบสภาในการชุมนุมก็ได้รวบรวมข้อมูลไว้หมดแล้ว จึงเห็นว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเคลื่อนขบวนของกลุ่มนักศึกษาในช่วงเช้าวันที่ 20 ก.ย. ให้เป็นเรื่องของกลุ่มผู้ชุมนุมดำเนินการเอง จึงไม่มี ส.ส.เพื่อไทยไปร่วมสังเกตการณ์วันดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี แนวร่วมนักเรียน นิสิต นัก ศึกษา ประชาชน นัดหมายชุมนุมครั้งหน้าวันที่ 23 ก.ย. ที่ลานคนเมือง วันที่ 24 ก.ย.ที่รัฐสภา เพื่อไปสังเกตการณ์การประชุมร่วมของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่ม เติมรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาลต้องคิดวิเคราะห์ให้ดี อะไรคือปัจจัยหลักที่มีคนออกมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลใจกลางเมืองหลวงพร้อมๆ กันมากกว่า 2 แสนคน หากนับรวมคนที่ติดตามและมีส่วนร่วมทางการชุมนุมจากแพลตฟอร์มการสื่อสารรูปแบบต่างๆ อาจทะลุมากกว่า 10 &amp;nbsp;ล้านคน ถ้ารัฐบาลคิดจะเบี้ยวข้อเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระวังจะจบไม่สวย ถ้ารัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหา ต้องตัดสินใจเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงใจโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ติดตามสถานการณ์การชุมนุม โดยสนับสนุนหากการชุมนุมเป็นการชุมนุมที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญคือ สงบ ปราศจากอาวุธ ซึ่งก็มีการประกาศยุติการชุมนุม โดยไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่มีความน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับคำปราศรัยของแกนนำบางคนที่อาจทำให้ประชาชนไม่สบายใจ มีลักษณะเป็นการก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงค่อนข้างชัดเจน ขณะที่การเรียกร้องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการบริหารราชการแผ่นดินแทบจะลดน้อยถอยลงไป
นปช.คนมากกว่าหลายเท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าการขึ้นเวทีปราศรัยของทนายอานนท์ นำภา มีลักษณะก้าวล่วงสถาบัน อันนั้นต้องแยกออกจากกัน และเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะนำทั้งหมดที่เกี่ยวกับการชุมนุมมาวิเคราะห์ข้อเท็จจริงว่ามีส่วนใดที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และส่วนใดที่อยู่นอกกฎหมายก็ต้องว่ากันต่อไป ซึ่งการขึ้นปราศรัยของแกนนำบางคนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจ&amp;quot; นายราเมศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยื่นผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงประธานองคมนตรี นายราเมศกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อเรียกร้อง แต่หากเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบัน จะต้องดูถึงความเป็นไปได้ ประกอบกับถ้อยคำบนเวทีปราศรัยเกินกว่ากรอบของกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องจับตามอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวีแห่งใหม่ ซ.นวลจันทร์ รามอินทรา 40 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า เมื่อวานตนได้สแตนด์บายอยู่ตรงนี้ และมีเหตุผลว่าทำไมตนยังจะต้องอยู่รอบนอก เพราะในสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อนนั้นจะต้องมีคนคัดท้ายอยู่บ้าง การต่อสู้ไม่ได้จบภายในวันเดียว หนทางนี้ยังยืดเยื้อยาวนาน ถัดจากวันนี้ไปก็จะเป็นเรื่องเตรียมการของแต่ละฝ่าย และจะวิวัฒนาการตามลำดับ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องบัตร 2 ใบเรื่องปิดสวิตช์ ส.ว.เหล่านี้ไม่ได้ง่าย ดังนั้นอย่าชะล่าใจ วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือไทยต้องคิดที่จะบริหารประเทศไทยอย่างไร แต่ในทางปฏิบัติคนในรัฐบาลบางคนคิดจะเป็นนายกฯ ตามมาตรา 7 โดยที่นายกฯ ก็ไม่รู้จะต้องติดตามสถานการณ์ คนที่ผ่านสนามก็รู้มันเพิ่งเริ่มเท่านั้น อย่าไปตกใจกับคนเท่านี้ เราคนมากกว่านี้หลายเท่า ก็รู้อยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นในเวลาต่อไป หวังว่าในเหตุการณ์ต่างๆ รัฐบาลควรได้รับบทเรียนกันพอสมควร ว่าการใช้หลักนิติศาสตร์มากกว่าหลักรัฐศาสตร์ทำให้คนเพิ่มปริมาณขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวว่า การยุติการชุมนุมเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงและการรัฐประหารกลุ่มผู้นำรัฐบาล กลุ่มผู้นำรัฐสภาควรเปิดเวทีเจรจากับแกนนำการชุมนุมหากรัฐบาลไม่สะดวกใจที่จะดำเนินการ ทางสถาบันปรีดี พนมยงค์ ขออาสาเปิดเวทีเพื่อให้มีการปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกให้บ้านเมือง ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปมากกว่านี้ ขอคัดค้านการรัฐประหารทุกรูปแบบ และเราขอต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆ อันเป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยและกฎหมายอันชอบธรรม ทางคณะกรรมการสถาบันจะจัดตั้ง &amp;ldquo;คณะทำงานเพื่อช่วยเหลือทางคดีแก่ผู้ร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย&amp;rdquo; และจะออกแถลงการณ์เป็นระยะๆ เพื่อมีส่วนในการช่วยทำให้ สถานการณ์ไม่ถลำลึกสู่วิกฤตการณ์รุนแรง และนำไปสู่การเจรจาหารือสานเสวนาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศและประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ม้วนเดียวจบ ชุมนุมบึ้มๆ 19 กันยายน โม้ว่ามีเซอร์ไพรส์ คนจะมาเรือนแสน สุดท้ายได้แค่นี้ &amp;nbsp;อ้างว่าสะสมชัยชนะ เพื่อขับเคลื่อนต่อไปในวันหน้า ไอ้ที่ว่าแตกหักก็แค่นี้เอง ปักหมุด 20 กันยา ยื่นถวายฎีกาให้สถาบันฯ ปฏิรูปแกนนำและนักการเมืองที่หนุนหลัง คนนอกอย่างริชาร์ด บาร์โรว์ บล็อกเกอร์ชาวอังกฤษที่ลงพื้นที่ชุมนุม เขียนลงเฟซบุ๊กว่า มีคนมาชุมนุมเพียงสองหมื่นคนเท่านั้น ประการสำคัญ คนที่มาร่วมม็อบแทนที่จะเป็นนักเรียน นักศึกษา กลับเป็นคนเสื้อแดง นปช.ที่มายึดพื้นที่เป็นมวลชนหลักของม็อบครั้งนี้ คนทั้งประเทศไม่เห็นด้วยเรื่องสถาบันฯ อย่างแน่นอน แต่อย่าลืมนะ แกนนำได้กระทำผิดกฎหมายหลายข้อหาหลายมาตรา ส่วนคนที่ศาลให้ประกันตัว อาจถูกถอนประกัน งานนี้ตัวใครตัวมัน เสร็จจากนี้ 14 ถึง 21 วัน สาธารณสุขคงต้องลงพื้นที่ตรวจหาการแพร่ระบาดใหญ่ของเชื้อโควิดที่อาจฝังตัวซ่อนอยู่ในกลุ่มคนที่มาร่วมชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า นี่เป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ว่า &amp;#39;ไม่เอาเจ้า&amp;#39; ของพวกแกนนำม็อบที่เป็นกลุ่มเยาวชนปลดแอก ม็อบที่มาจริงๆ เมื่อวานนี้ ให้เต็มที่สุดๆ คือ 50,000 คนเท่านั้นตามการประเมิน จริงๆ แล้วต่อให้มาเป็นแสนคนจริง ก็ต้องถามกลับไปว่า แล้วยังไง? เคยบอกไปตั้งแต่เกิดม็อบ 10 สิงหาคมแล้วว่า เรื่องนี้มันเป็น &amp;#39;ตลกร้าย&amp;#39; ตั้งแต่แรกๆ &amp;nbsp;ผมยังได้เคยชี้ไปแล้วด้วยว่า &amp;quot;คนรุ่นใหม่&amp;quot; ที่หมกมุ่นกับการปฏิวัติ 2475 ของคณะราษฎร ไม่มีทางนำพาประเทศชาติไปสู่อนาคตแห่งยุค Datsism ของศตวรรษที่ 21 ได้ มีแต่พาเข้ารกเข้าพงเท่านั้น ส่วนพวกแกนนำที่ออร่า สู้แกนนำพันธมิตรฯ, แกนนำ นปช. และแกนนำ กปปส.ไม่ได้ แบบห่างชั้นกันมากเลย คงสะสมคดีอาญาต่อไปเหมือนพวกรุ่นพี่ก่อนหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ปัดหมุดฝาถังเกรอะวันอัปมงคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ โพสต์ว่า การอ่านประกาศคณะราษฎรและฝังหมุดคณะราษฎร หมุดที่สอง ซึ่งเป็นหมุดทองเหลืองขนาด 11 นิ้ว บริเวณท้องสนามหลวงของกลุ่มเด็กเลว เป็นเรื่องเหลวไหลทั้งสิ้น พิธีกรรมประหลาด กระทำการกันตอน &amp;nbsp;06.40 น. พราหมณ์ปลอม ตุ๊ดตู่ เด็กโรคจิต มาพร้อมเพรียงกัน โบกปูนเสร็จสรรพ แถมสาปแช่งคนถอนหมุดนี้ ขอให้พบแต่ความวิบัติฉิบหาย เสื่อมลาภ เสื่อมยศ &amp;nbsp;หากแต่หมุดหมายนี้เด็กเลวที่รุมปักลงกลางท้องสนามหลวงทุ่งพระเมรุ ถ้าจะมีผลมันก็คือการแช่งชักตนเอง เมื่อมีการถอนหมุดคณะราษฎรที่ลานพระราชวังดุสิต ก็มิได้มีผลอะไรในทางสาปแช่งเช่นกัน หมุดอันใหม่นี้จึงเป็นเพียงฝาถังเกรอะโถส้วมเท่านั้น เทศกิจควรถอนหมุดนี้ออกจากท้องสนามหลวงโดยเร็ว เอาไปชั่งกิโลขายซาเล้ง ไม่มีผลอะไรในทางสาปแช่ง สุนัขเยี่ยวรดกันสนุกสนาน &amp;nbsp;วันนี้ในที่สุดก็ได้เห็นวาระสุดท้ายก่อนลาโรง สภาพม็อบนอกจากมุ้งมิ้งแล้วยังป๊อกแป็กอีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์คณะสถิติประยุกต์ สถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ว่า ยิ่งเช้านี้ได้เห็นหมุดอุบาทว์ คณะราษฎร หมายเลข 2 ปักกลางพื้นคอนกรีตสนามหลวง ในวันอันเป็นวันอุบาทว์ห้ามทำการมงคล เวลา ที่ประกอบพิธีก็เป็นโจโรฤกษ์ อันเป็นสิ่งชั่วร้ายทั้งสิ้น พวกปลดแอกล้มเจ้า รู้หรือไม่ว่า สนามหลวงนั้นศักดิ์สิทธิ์เพียงใด และการปักหมุดบนสนามหลวง ทำในกรณีใดเท่านั้น คำตอบคือการปักหมุดสนามหลวงเป็นการทำพิธีเพื่อก่อสร้างพระเมรุมาศ อันเป็นเรื่องที่น่าเสียใจและสั่นสะเทือนใจสำหรับคนไทยทั้งชาติที่ต้องสูญเสียพระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินที่ทรงเป็นที่เคารพศรัทธาของปวงชนชาวไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การตอกหมุดคณะราษฎรหลักที่สอง หมุดอัปรีย์ ฝาถังขี้เลอะเทอะเมื่อเช้านี้ ทำเพื่อหวังผลสิ่งใดกันแน่ เป็นเดรัจฉานวิชาที่ชั่วช้าน่ารังเกียจ และเป็นการบังอาจเหิมเกริม และเป็นสัญลักษณ์อันไม่เป็นมงคลยิ่ง โดยคาดหวังผลสิ่งใด ทำร้ายจิตใจคนไทยทั้งประเทศหรือไม่ ก้าวล่วง จ้วงจาบหยาบช้าหรือไม่ การกระทำเช่นนี้ ถือว่าเป็นการกระทำระยำสิ้นดี เป็นการอัปรีย์จัญไร เป็นอวมงคล และท้ายที่สุดเดรัจฉานวิชาเหล่านี้จะสะท้อนย้อนกลับมาแก่ผู้กระทำพิธีอุบาทว์ชาติชั่ว ให้มีอันเป็นไป&amp;quot; นายอานนท์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ว่า สถานการณ์การชุมนุมม็อบล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ จะแสดงตัวตน ธาตุแท้ออกมาเรื่อยๆ โดยไม่ต้องสืบหาอีกแล้ว ประชาชนได้เห็นตัวตนชัดเจน ทั้งแกนนำ พรรคการเมือง นักการเมือง กลุ่มทุนผู้สนับสนุนทุนและทรัพย์ ภาครัฐสามารถจัดการ ได้ด้วยกระบวนการทางกฎหมาย จากนี้ขบวนการสามานย์นี้จะยกระดับขึ้นเรื่อยๆ พรรคการเมืองและนักการเมืองที่สนับสนุนขบวนการสามานย์จะเริ่มทยอยถอนตัว รักษาระยะห่างกับแกนนำมากขึ้นเป็นลำดับ ขบวนการสามานย์จะเริ่มขาดความเป็นเอกภาพ สถานการณ์ในเดือน &amp;nbsp;ต.ค.63 จะสามานย์ยิ่งกว่า 19 ก.ย.63 นี้ แต่หากไม่เกิดการเผชิญหน้า แล้วสถานการณ์นับจากนี้ก็เป็นสถานการณ์ของม็อบคนบ้า ที่ผมขอเรียกว่า &amp;quot;ม็อบสาม สลึง&amp;quot;...พสกนิกรผู้จงรักภักดีต้องเตือนสติตนเองว่า &amp;quot;อย่าไปทะเลาะ อย่าไปตี อย่าไปทำ ร้ายคนบ้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง พลังเงียบ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพ ทั่วประเทศ จำนวน 1,651 ตัวอย่าง &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 10-19 กันยายน ที่ผ่านมา พบว่าสัดส่วนของผู้สนับสนุนรัฐบาล ไม่สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มพลังเงียบ กระจายตัวแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ใกล้เคียงกันคือ ร้อยละ 33.9 สนับสนุน รัฐบาล, ร้อยละ 29.6 ไม่สนับสนุนรัฐบาล และร้อยละ 36.5 ระบุว่าตัวเองเป็นพลัง เงียบ ขออยู่ตรงกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทำการวิเคราะห์แนวโน้มจุดยืนการเมืองของประชาชนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 &amp;nbsp;ถึงช่วงม็อบ 19 กันยายน พบว่า แนวโน้มกลุ่มคนสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้นจากร้อยละ &amp;nbsp;21.8 ในช่วงเดือนกรกฎาคม มาอยู่ที่ร้อยละ 33.9 ในช่วงม็อบ 19 กันยายน ในขณะที่กลุ่มคนไม่สนับสนุนรัฐบาลลดน้อยลงจากร้อยละ 57.3 ในการสำรวจช่วงเดือนกรกฎาคม เหลือร้อยละ 29.7 ในการสำรวจล่าสุด &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ กลุ่มคนที่ระบุเป็นพลังเงียบเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 20.9 ในช่วงเดือนกรกฎาคม ขึ้นมาอยู่สูงสุดที่ร้อยละ &amp;nbsp;36.5 ในช่วงม็อบ 19 กันยายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงความตั้งใจจะเลือกพรรคการเมืองถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พบว่า กลุ่มพลังเงียบส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.5 จะเลือกพรรคที่เป็นการเมืองใหม่ ไม่สร้างความแตกแยกให้คนในชาติ ไม่โกงกิน มีผลงานลดความเดือดร้อนของประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 5.3 จะเลือกพรรคเพื่อไทย, ร้อยละ 4.0 จะเลือกพรรคก้าวไกล, ร้อยละ 0.8 &amp;nbsp;เท่านั้นจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 7.4 จะเลือกพรรคอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ของกลุ่มพลังเงียบหรือร้อยละ 65.0 เห็นด้วยถ้านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพวก หันหน้ามาร่วมมือกับรัฐบาลแก้วิกฤติชาติและประชาชน กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลส่วนใหญ่เช่นกันหรือร้อยละ 64.0 และกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 61.7 เห็นด้วยถ้านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพวก หันหน้าเข้ามาร่วมมือกับ รัฐบาลแก้วิกฤติชาติและประชาชนร่วมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78068</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอมพล ป. พิบูลสงคราม, นพดล กรรณิกา, ปรีดี พนมยงค์, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ราเมศ รัตนะเชวง, สมคิด เชื้อคง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา บูรพชัยศรี, อนุสรณ์ ธรรมใจ, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เทพมนตรี ลิมปพยอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f676cb8b89c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 20:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.นิว&#039; ตอบเพนกวินทะลุไปถึง &#039;ชาญวิทย์&#039; แบบเบิ้มๆ สร้างปชต.ต้องสันติ อย่าโทษสถาบันให้คนตีกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Suphanat Aphinyan ระบุว่า&amp;nbsp;ตอบเพนกวินทะลุไปถึงชาญวิทย์แบบเบิ้มๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใจเย็นๆครับ ประเด็นที่ผมพาดพิงคือ ความย้อนแย้งของเพนกวินที่เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยการเชิดชู จอมพล ป. ที่เป็นเผด็จการทหาร ซึ่งแม้แต่ในสารานุกรมภาษาอังกฤษที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกอย่างสารานุกรมบริแทนนิกา (Britannica) ยังระบุไว้อย่างชัดเจน [1] ในเมื่อไม่สามารถแก้ต่างในความย้อนแย้งได้ของตัวเองได้ แล้วยังหันมาถามคำถามแก้เก้อ แสดงความรู้ไม่จริงออกมาอีก ก็จะช่วยตอบให้ เผื่อจะได้หลุดพ้นจากการเชื่อและจำชุดความคิดบิดเบือนตามๆกันมา เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การยุติระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของคณะราษฎร ไม่ได้เป็นการสร้างประชาธิปไตย เพราะคณะราษฎรสร้างคณาธิปไตยขึ้นมาแทนที่ ทำให้อำนาจอธิปไตยที่ถ่ายโอนมาจากสถาบันพระมหากษัตริย์ตกอยู่ในเงื้อมือของคณะราษฎร ไม่ได้มาถึงมือของประชาชน ในหลัก 6 ประการของคณะราษฎรก็ไม่ได้มีสาระของการทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน หรือแม้แต่ในรัฐธรรมนูญของคณะราษฎรทุกฉบับก็มีลักษณะเป็น &amp;ldquo;อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชน&amp;rdquo; ไม่ได้เป็น &amp;ldquo;อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;แบบนี้คณะราษฎรแอบอ้างประชาธิปไตยแล้วใช้คำว่า &amp;ldquo;ราษฎร&amp;rdquo; หลอกลวงประชาชนหรือเปล่า? ประชาชนชาวไทยเคยมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือไม่? เพราะคณะราษฎรหรือเปล่าที่เป็นต้นตอของประชาธิปไตยจอมปลอมที่ทำให้อำนาจอธิปไตยของปวงชนเป็นจริงแค่ในกระดาษมาจนถึงทุกวันนี้? และสุดท้ายคณะราษฎรก็มีแต่ทะเลาะแย่งชิงอำนาจกันเอง ดังนั้นรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจึงเป็นจึงเป็นเพียงแค่เครื่องมือในการรักษาอำนาจของระบอบเผด็จการคณะราษฎรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนแนวคิดที่สถาบันฯ เห็นคนเป็นฝุ่น มันน่าจะเป็นอคติของลัทธิความเชื่อที่งมงายของเพนกวินมากกว่า ไม่งั้นเขาคงไม่เลิกทาสหรอกครับ แถมเป็นการเลิกทาสที่เป็นไปโดยสันติวิธีไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อด้วย เพราะสถาบันฯ เห็นคนเป็นคน ไม่เหมือนกับคนบางกลุ่มที่เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา หลอกใช้คนออกมาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง แถมจะพาไปสู่ความรุนแรง ไปสู่การปะทะตามที่คนกลุ่มนี้ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จอมพล ป. สร้าง &amp;ldquo;ลัทธิชาตินิยม&amp;rdquo; แต่คนที่ &amp;ldquo;สร้างชาติ&amp;rdquo; ที่เป็นรัฐสมัยใหม่ วางรากฐานของชาติในหลากหลายด้านให้ทันสมัยใหม่ตัวจริง คือ ในหลวง ร.5 ไม่ว่าจะเป็นการเลิกทาสวางรากฐานประชาธิปไตย การปฏิรูปการปกครอง การปฏิรูประบบราชการต่างๆให้มีความทันสมัยทัดเทียมชาติตะวันตก การศึกษาที่เปิดโอกาสไปถึงราษฎร การปกป้องประเทศจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก การเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ การแพทย์แผนปัจจุบันและสาธารณสุข การก่อตั้งการประปา การไฟฟ้า การไปรษณีย์โทรเลข การโทรศัพท์ การสื่อสาร การรถไฟ การเงินสมัยใหม่ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพนกวินกล้าปฏิเสธความจริงเหล่านี้หรือไม่?&amp;nbsp;แล้วชาติจะหมายถึงกษัตริย์หรือประชาชนโดดๆได้อย่างไร? ในเมื่อความหมายของรัฐสมัยใหม่ประกอบไปด้วย 1.ประชากร 2.ดินแดนที่มีอาณาเขตที่แน่นอน 3.อำนาจอธิปไตยที่ชัดเจน 4.รัฐบาลที่มีศูนย์กลางอำนาจในการปกครอง ถ้าจะอธิบายให้ถูกต้อง ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐบาล จากพระมหากษัตริย์เป็นคณะราษฎร ไม่ใช่ประชาชน เพราะคณะราษฎรยึดอำนาจอธิปไตยไว้เอง ไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนตามที่ได้อธิบายไปในข้อแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ต้องถามว่า จอมพล ป. ริเริ่มการให้คุณค่ากับสิทธิสตรีด้วยตัวเองจริงๆหรือ? หรือในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ผู้หญิงทั่วโลกต่างก็มีสิทธิและบทบาทหน้าที่ในสังคมมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;? ดังนั้นสิ่งที่จอมพล ป. ทำถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์หญิงไทยเพื่อนำมารับใช้อุดมการณ์ชาตินิยมและท่านผู้นำอย่างจอมพล ป. เองหรือไม่? และผู้มีบทบาทอย่างแท้จริงน่าจะเป็นท่านผู้หญิงละเอียดมากกว่าหรือเปล่า? แล้วเพนกวินรู้หรือไม่ว่าการตระหนักถึงสิทธิสตรีเริ่มเกิดขึ้นในสมัยในหลวง ร.4 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ตั้งแต่ พ.ศ. 2504 ที่ถือได้ว่าเป็นการเปิดประตูให้ผู้หญิงก้าวสู่ตลาดแรงงานและมีบทบาทในพื้นที่สาธารณะในทางเศรษฐกิจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การที่จอมพล ป. ผลักดันการปฏิปรูปที่ดินถือเป็นเรื่องที่ดี แต่เหตุผลของการถูกยกเลิกเป็นเพราะไปขัดกับหลักการเศรษฐกิจเสรีนิยม ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของธนาคารโลก และอีกประการหนึ่ง จอมพล ป. เป็นเผด็จการ และไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน จึงไม่แปลกที่การปฏิรูปที่ดินโดยเผด็จการจะล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สาเหตุสำคัญของการรัฐประหารในครั้งนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นการรื้อคดีปลงพระชนม์ในหลวง ร.8 แต่เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกไม่เป็นธรรมจนนักศึกษาต่างพากันออกมาประท้วงอย่างกว้างขวาง โดยเริ่มจากนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยการศึกษา ฯลฯ และประชาชนได้รวมตัวกันประท้วงการเลือกตั้ง ทั้งหมดเป็นเพราะจอมพล ป. ในฐานะคณะราษฎรรักษาอำนาจเผด็จการมาอย่างยาวนาน โดยที่ไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน มีการคอรัปชั่น และใช้ความรุนแรงกับฝ่ายตรงกันข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เห็นได้ชัดเจนคือ คุกตะรุเตาที่คณะราษฎรใช้ขังนักโทษการเมือง ฆ่า และทารุณกรรม เพนกวินกล้าปฏิเสธความเป็นเผด็จการที่ป่าเถื่อนนี้ของคณะราษฎรหรือเปล่า? จนในที่สุดก็ไม่อาจรักษาอำนาจเผด็จการต่อไปได้ คณะราษฎรจึงถูกยึดอำนาจและสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตามแม้จะมีการรัฐประหารแล้วเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ตลอดจนความรุนแรงหลายครั้ง แต่การสร้างประชาธิปไตยในประเทศไทยก็ยังล้มเหลวมาจนถึงปัจจุบัน แล้วมันจะล้มเหลวไปสู่ความแตกแยกและเสียหายมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเพนกวินออกมาโทษสถาบันฯ ทั้งๆที่ปัญหาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสถาบันฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.จากคำตอบในข้อ 5.ก็มีอ้างอิงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษว่าจอมพล ป.มีทั้งการคอรัปชั่นและโกงการเลือกตั้ง จึงขอถามเพนกวินกลับไปว่าเพนกวินรู้ได้อย่างไรว่าจอมพล ป. ไม่ได้โกงบ้านกินเมือง? มีหลักฐานอะไรที่สามารถยืนยันได้บ้าง? หรือเป็นเพียงแค่ความเชื่อลอยๆที่เชื่อตามๆกันมา? ก่อนจะถามคนอื่นเพนกวินควรพิสูจน์ความถูกต้องของความเชื่อที่ตัวเองมีให้ได้เสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพนกวินควรจะศึกษาประวัติศาสตร์ให้รอบด้าน ไม่ใช่เชื่อตามๆกัน แล้วโหนสารพัดข้อมูลแบบมั่วๆ ไปโจมตีสถาบันฯ แบบหลักลอย ไม่รู้ว่าทุกวันนี้เพนกวินตอบตัวเองได้แล้วยังว่าจุดยืนของเพนกวินคืออะไรกันแน่? เชิดชูจอมพล ป. ที่เป็นเผด็จการทหารและเผด็จการชาตินิยมฟาสซิสต์ แจกหนังสือคอมมิวนิสต์ให้สหายพรรคโดมปฏิวัติ ทำอะไรตามอำเภอใจฝักใฝ่ความรุนแรง ขาดวุฒิภาวะและความรับผิดชอบ ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ตกลงแล้วสู้เพื่อประชาธิปไตยหรือลัทธิอะไรกันแน่? แอบอ้างประชาธิปไตยหลอกลวงผู้อื่นมาร่วมการชุมนุมหรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Earl Riney เคยกล่าวว่า &amp;quot;Freedom without obligation is anarchy; freedom with obligation is democracy.&amp;quot; แล้วแบบนี้ เพนกวินคิดว่าตัวเองขาดความรับผิดชอบจนเป็นอนาธิปไตย หรือมีความรับผิดชอบมากพอที่จะเป็นประชาธิปไตย? เพนกวินเข้าใจหรือไม่ว่าสิทธิเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตยที่ถูกต้องมาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ? แล้วเพนกวินเคยแสดงความรับผิดชอบอะไรบ้าง? หรือว่าเก่งแต่ใส่ร้ายและละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นโดยปราศจากความรับผิดชอบใดๆ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอบสงสัยว่าเพนกวินเป็นลูกศิษย์ใครถึงพูดจาย้อนแย้งและรู้ไม่จริง จึงไม่แปลกใจที่เพนกวินสนับสนุนข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ 10 ข้อที่ผิดหลักวิชาตั้งแต่ข้อแรก เพราะทุกประเทศในระบอบประชาธิปไตย มีความคุ้มกันประมุขแห่งรัฐ อยู่ในรัฐธรรมนูญเป็นพื้นฐานปกติ แล้วมันจะยกเลิกได้อย่างไร? ตั้งแต่ข้อแรกก็ผิดหลักวิชาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะใส่ร้ายสถาบันฯ เข้าใจหรือเปล่าว่า &amp;ldquo;อำนาจอธิปไตย&amp;rdquo; แตกต่างกับ &amp;ldquo;อำนาจในราชการส่วนพระองค์&amp;rdquo; อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าตอบคำถามไม่ได้ด้วยการอ้างอิงที่ชัดเจน ก็ควรล้มเลิกม็อบวันที่ 19 ก.ย. นี้เสียเถอะ เพราะมีแต่ความจำที่เชื่อตามๆกันมา ไม่ได้เป็นเจ้าของความคิด อีกทั้งแนวทางของเพนกวินก็เป็นการใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายโดยใช้ม็อบที่ฝักใฝ่ความรุนแรง มีความต้องการในการปะทะเป็นเป้าหมาย แบบนี้เพนกวินเห็นชีวิตคนอื่นเป็นฝุ่นหรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าทำไมเบี้ยในกระดานแต่ละตัวที่รวมกันเป็นม็อบในปัจจุบันถึงมีชุดความคิดที่คุณชาญวิทย์เองก็มี รวมถึงการเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยการเชิดชูเผด็จการจอมพล ป. เพื่อโหนอย่างมีอคติไปโจมตีสถาบันฯ ที่ผมมีประเด็นกับเพนกวินนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้คุณชาญวิทย์ยังมีความสัมพันธ์นักเคลื่อนไหวแทบจะทุกกลุ่มไม่มากก็น้อย ตั้งแต่เครือข่ายอนาคตใหม่ เครือข่ายนิยมคณะราษฎร เครือข่ายอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่มักจะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษา นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวอีกหลายๆคน ตลอดจนลุงสุรชัย ชัชวาลพงศ์พันธ์ เจ้าของรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคุณชาญวิทย์เป็นเจ้าของความคิดทั้งหมด คุณชาญวิทย์ก็ควรออกมานำขบวนการเคลื่อนไหวนี้ด้วยตัวเอง เป็นถึงครูบาอาจารย์ แก่จนอายุปูนนี้แล้ว ควรมีภาวะผู้นำที่คู่ควรแก่การนับถือ และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อการรับผิดชอบต่ออุดมการณ์ของตัวเองเสียบ้าง ชาญวิทย์ เกษตรศิริ Charnvit Kasetsiri
เราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเหมือนกัน แต่ถือกันคนละแนวทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถือแนวทางสร้างประชาธิปไตยอย่างสันติที่มองว่าทั้งระบบคือปัญหา แล้วทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข ใช้ความสามัคคีและการมีส่วนร่วมของประชาชนแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แนวทางโทษสถาบันฯ เพิ่มความแตกแยกให้คนทะเลาะกัน แล้วนำไปสู่ความรุนแรง เป็นการสนองตัณหาของลัทธิคลั่งคณะราษฎร ไม่ได้เป็นไปเพื่อการสร้างประชาธิปไตย และประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77556</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอมพล ป. พิบูลสงคราม, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ดร.นิว, ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ, พริษฐ์ ชิวารักษ์, เผด็จการทหาร, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60bda774c9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกวิ้น&#039; งัด 6 เหตุผลโต้เดือด &#039;ดร.นิว&#039; ปมเชิดชู &#039;จอมพล ป.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.63 - นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ &amp;nbsp;หรือ &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; &amp;nbsp;แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Parit Chiwarak โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึง ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ท่านพาดพิงกรณีที่ผมกล่าวถึงคุณูปการของจอมพล ป. พิบูลสงครามนั้น ก็เป็นเรื่องดีที่จะได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ผมต้องการให้การแลกเปลี่ยนนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ข้อมูล และวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่เป็นระบบ จึงจะขอให้ท่านตอบคำถามต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คณะราษฎรมิได้สร้างประชาธิปไตยอย่างไร ในเมื่อพวกเขาได้ยุติระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และก่อกำหนดรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตย ถึงแม้ระบอบที่คณะราษฎรก่อกำเนิดนั้นจะยังไม่สมบูรณ์แต่ก็ต้องถามว่ามีประเทศไหนบ้างที่เริ่มต้นประชาธิปไตยมาแล้วสมบูรณ์แบบทันที และหากท่านบอกว่าคณะราษฎรซึ่งเห็นคนเป็นคนเป็นเผด็จการ แล้วระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ซึ่งกษัตริย์มีอำนาจเบ็ดเสร็จและเห็นคนเป็นฝุ่นนั้นจะเรียกว่าอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คุณกลัาปฏิเสธหรือไม่ว่าจอมพล ป. คือผู้ที่มีส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างสถาบันชาติ ซึ่งถือว่าเป็นของประชาชนทุกคน จากเดิมที่ในยุคศักดินานั้น ชาติหมายถึงคน ๆ เดียว คือกษัตริย์ &amp;nbsp;และคุณกชัาปฏิเสธหรือไม่ว่าถ้าไม่มีจอมพล ป. แล้วไซร้ วีรบุรุษวีรสตรีสามัญชนหลายท่านที่คุณชอบโหนกัน เช่น ท้างสุรนารี ชาวบ้านบางระจัน รวมไปถึงพระเจ้าตากสินซึ่งมีพื้นเพเป็นลูกจีนสามัญชนนั้น ก็จะไม่เป็นที่ถูกพูดถึงเพราะประวัติศาสตร์ฉบับศักดินาพูดถึงแต่วีรกรรมของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ ไม่พูดถึงความเสียสละของสามัญชนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. คุณกล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าจอมพล ป. และคณะราษฎรมีคุณูปการอย่างนิ่งต่อการส่งเสริมสิทธิสตรีในยุคแรก ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้หญิงมีบทบาทในสังคมนอกบ้าน ประกอบอาชีพ หรือแม้กระทั่งเปิดรับนักเรียนนายร้อยหญิงขึ้นเพื่อส่งเสริมสถานะของผู้หญิง จากเดิมที่ในยุคศักดินานั้น ผู้หญิงมีชีวิตเป็นได้แค่เมียกับแม่ คุณกล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าจอมพล ป. ไม่ได้ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ดร.นิว&amp;#39;ชำแหละ!สองเขาเบิ้มๆของเพนกวิน เด็กไร้เดียงสาเชิดชู&amp;#39;จอมพลป.&amp;#39;เป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย


&lt;p&gt;4. คุณกล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าจอมพล ป. ผลักดันการปฏิรูปที่ดินให้คนรวยไม่มีที่ดินมากเกินไปและคนจนพอมีที่ดินทำกิน จนทำให้ขัดแย้งกับสถาบันกษัตริย์ซึ่งเป็นผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่ในยุคนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. คุณกล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าจุดแตกหักที่ทำให้จอมพล ป. ถูกรัฐประหารคือความพยายามรื้อคดีสวรรคตของรัชกาลที่ 8 ที่ถูกตัดสินอย่างไม่เป็นธรรมโดยศาลพิเศษที่ตั้งขึ้นโดยคณะรัฐประหาร เพื่อเปิดโปงคนร้ายตัวจริงและคืนความเป็นธรรมให้อาจารย์ปรีดีและแพะทั้งสามคน และด้วยเหตุนี้ สถาบันกษัตริย์จึงร้อนใจขนาดไฟเขียวให้จอมพลสฤษดิ์ยึดอำนาจจอมพล ป. กลัาปฏิเสธข้อมูลชุดนี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. รู้หรือเปล่าว่าจอมพล ป. ไม่ได้โกงกินบ้านเมืองจนร่ำรวยเหมือนจอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอม พลเอกสุนทร รวมถึงพลเอกประยุทธ์ด้วย หลังรัฐประหาร พ.ศ. 2500 จอมพลสฤษดิ์จะยัดข้อหาทุจริตยังทำไม่ได้เลยเพราะไม่ได้มีทรัพย์สินมากมายอะไร ถ้าท่านเกลียดคนโกงนักหนาทำไมไม่เคารพจอมพล ป. ในจุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าจอมพล ป. ไม่ใช่เทวดา ไม่ได้เก่งเสียทุกอย่าง ดีเสียทุกเรื่อง แต่ไม่เป็นธรรมที่จะบอกว่าจอมพล ป. เป็นจอมเผด็จการทรราช มีแต่ด้านดำไปเสียทีเดียว คำพูดนั้นควรเก็บไว้ใช้กับสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถนอม กิตติขจร สุนทร คงสมพงศ์ ไล่มาถึงประยุทธ์ จันทร์โอชาผมไม่ได้เทิดทูนจอมพล ป. เสียจนเป็นสมมติเทพ แต่ผมขอเคารพท่านในฐานะนักเปลี่ยนแปลงครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง: ใจจริง, ณัฐพล (2556). ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ: ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม (พ.ศ. 2475-2500) ฟ้าเดียวกัน. เจ้าฟ้าประชาธิปกราชันผู้นิราศ โดย นายหนหวย (พ.ศ. 2530, จัดพิมพ์จำหน่ายโดยตัวเอง)
&amp;nbsp;https://www.sarakadeelite.com/arts_and_culture/siam-new-normal/
หมายเหตุ ขอให้อ่าน หาข้อมูล และคิดวิเคราะห์ตามคำถามที่ผมถามกลับอย่างมีเหตุผล มีข้อมูล. และใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ สมกับที่มีวุฒิสูงหน่อยนะครับ ทั้งนี้ขอให้คุณโชคดีกับกรณีถอดถอนใบปริญญา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77385</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จอมพล ป. พิบูลสงคราม, ดร.นิว, ธรรมศาสตร์, พริษฐ์ ชิวารักษ์, เพนกวิน, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f421d4bc077b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จอมพล ป.&#039;พิบูลซัง&#039; ที่คนญี่ปุ่นรู้จัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2499 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2499 ฉบับใหม่ และกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 จอมพล ป. &amp;nbsp;พิบูลสงคราม ในฐานะหัวหน้าพรรคเสรีมนังคศิลา พร้อมด้วยสมาชิกพรรคอีก 8 นายลงสมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดพระนคร ผลปรากฏว่าจอมพล ป. พิบูลสงครามพร้อมด้วยสมาชิกพรรคอีก 6 นายได้รับเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในต่างจังหวัดสมาชิกของพรรคได้รับเลือก 79 นาย รวมเป็นผู้แทนสังกัดพรรคเสรีมนังคศิลา &amp;nbsp;86 นาย จากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนทั้งหมด 160 นาย พรรคเสรีมนังคศิลาจึงรับหน้าที่จัดตั้งรัฐบาลโดยจอมพล ป. พิบูลสงครามได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2500
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะทำให้จอมพล ป.พิบูลสงครามได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย แต่ชัยชนะของรัฐบาลในครั้งนี้ถูกนักศึกษาที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งจับได้ว่ามีการโกงการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมากกว่า 5,000 คนได้ชุมนุมประท้วง การเลือกตั้งสกปรก โดยพากันเดินขบวนประท้วงไปตามถนนราชดำเนิน มุ่งไปยังทำเนียบรัฐบาล และมีการชุมนุมไฮด์ปาร์คของประชาชนนับหมื่นคนที่สนามหลวงเพื่อขับไล่รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งสกปรกและการประท้วงการเลือกตั้งของนักศึกษา ประชาชน ทำให้สถานะความชอบธรรมทางการเมืองของจอมพล ป. พิบูลสงครามตกต่ำและหมดไปในที่สุด พล.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ลาออกจากคณะรัฐบาลเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2500 และนำคณะทหารเข้ายึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีจึงสิ้นสุดการเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยการรัฐประหาร และได้ตัดสินใจเดินทางออกจากประเทศไทยทางจังหวัดตราด เข้าสู่กัมพูชาและไปลี้ภัยการเมืองอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอมพล ป. พิบูลสงครามได้พำนักในประเทศญี่ปุ่น ที่ตำบลชินจูกุ ชานกรุงโตเกียวเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม ในบ้านของนายวาด้า คหบดีญี่ปุ่น ผู้จัดการบริษัทน้ำมันมารูเซ็น ซึ่งได้ยกบ้านหลังหนึ่งให้เป็นที่อยู่อาศัย ต่อมาได้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา พักที่เมืองเบิร์กเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะกลับมายังประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง และได้เดินทางไปอุปสมบทที่วัดไทยพุทธคยา &amp;nbsp;ประเทศอินเดียเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2503 ตามที่ได้ตั้งปณิธานไว้ รวมเวลาที่อยู่ในเพศบรรพชิต 24 &amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อลาสิกขาแล้วได้เดินทางกลับมาพำนักอยู่ที่บ้านเดิมของนายวาด้า จนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม &amp;nbsp;พ.ศ.2506 จึงย้ายเข้าบ้านหลังเล็กที่ซื้อไว้ที่เมืองซากามิฮาร่า ห่างจากกรุงโตเกียวประมาณ 30 กิโลเมตร และได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่น จอมพล ป. พิบูลสงครามมีอาการเจ็บไข้เล็กๆ น้อยๆ ตามการเปลี่ยนแปลงของอากาศ มีเพียงครั้งเดียวที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ผ่าตัดถุงน้ำดีเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2506 ภายหลังการผ่าตัดสุขภาพอนามัยของจอมพล ป. พิบูลสงครามแข็งแรงดี โดยมีกิจกรรมที่โปรดปรานคือการขับรถไปทัศนาจรในที่ต่างๆ ระยะไกล เล่นกอล์ฟ พรวนดินทำสวน ปลูกต้นไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในยามว่างจอมพล ป. พิบูลสงครามมักจะพาครอบครัวไปเที่ยวตามเมืองต่างๆ หลายแห่งที่มีสิ่งน่าสนใจ บางครั้งก็พาไปทานอาหารตามภัตตาคารที่มีชื่อเสียงในโตเกียว บ่อยครั้งก็พาไปตามร้านอาหารเล็กๆ นอกเมืองที่มีอาหารพิเศษของร้านโดยเฉพาะ และที่บ้านซากามิฮาร่าในตอนกลางวันมักจะมีแขกเหรื่อมาเยี่ยมเยียนจอมพล ป. พิบูลสงครามทุกวันตั้งแต่เช้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังอาหารกลางวันจอมพล ป. พิบูลสงครามมักจะนอนพักถ้าไม่ขับรถออกไปเที่ยวนอกเมือง ครั้นเวลาเย็นจะลงสวนปลูกต้นไม้พรวนดินและแต่งสวนสนามหญ้า จนถึงเวลาอาหารค่ำจึงขึ้นบ้าน จอมพล ป. พิบูลสงครามจะอยู่ท่ามกลางมิตรสหายใจดีทั่วไป ชาวญี่ปุ่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะรู้จักจอมพล ป. พิบูลสงครามในนาม &amp;quot;พิบูลซัง&amp;quot; เป็นอย่างดี&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอมพล ป. พิบูลสงครามมีกิจวัตรประจำวันเช่นนี้มาโดยตลอด ขณะเดียวกันก็ปรากฏอาการเจ็บหน้าอกซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว จนกระทั่งวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2507 จอมพล ป. พิบูลสงครามถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคหัวใจวาย รวมอายุได้ 66 ปี 10 เดือน 11 วัน พิธีฌาปนกิจศพจอมพล ป. พิบูลสงครามประกอบขึ้นที่วัดเรอิเกนจิ ตำบลโกทันดา เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2507 &amp;nbsp;โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก พล.ท.วิทูร หงสเวส เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว อัฐิของจอมพล ป. พิบูลสงครามทั้งหมดได้ถูกเชิญมายังประเทศไทยเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2507
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติในหลายๆ ด้าน ตลอดระยะเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดคือ 14 ปี 11 เดือน 18 วัน ได้รับประกาศเกียรติคุณจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบกให้เป็นศิษย์เก่าดีเด่นเป็นคนแรก ดังนั้นพิธีต้อนรับอัฐิที่สนามบินดอนเมืองจึงจัดอย่างสมเกียรติท่ามกลางข้าราชการและประชาชน ตลอดจนพระภิกษุจากอารามต่างๆ อีกหลายรูปซึ่งเดินทางมาร่วมในพิธีต้อนรับอัฐิจอมพล ป. พิบูลสงครามกลับสู่ประเทศไทย&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัฐิของจอมพล ป. พิบูลสงครามถูกเชิญมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านซอยชิดลมจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2507 จึงได้นำไปบรรจุในเจดีย์วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ร่วมกับอัฐิของผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัฐิอีก 2 ชิ้น ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้มอบให้โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ซึ่งเป็นโรงเรียนแรกของจอมพล ป. พิบูลสงคราม อีกชิ้นหนึ่งได้เชิญไปบรรจุไว้ในเจดีย์องค์เล็กร่วมกับบิดา มารดาของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในบริเวณวัดปากน้ำ ริมคลองบางเขนเก่า จังหวัดนนทบุรี.
-------------------------
ข้อมูล: สถาบันพระปกเกล้า, รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48770</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, จอมพล ป. พิบูลสงคราม, ป.พิบูลซัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db13901a2385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเตรียมการย้ายเมืองหลวงไปจังหวัดเพชรบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงปี พ.ศ.2485 และ พ.ศ.2486 ปลายมหาสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลซึ่งมีจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้วางแผนจะย้ายเมืองหลวงไปตั้งที่เพชรบูรณ์ เพราะประเทศไทยกำลังตกอยู่ในภาวะสงคราม กรุงเทพฯ ถูกโจมตีจากการทิ้งระเบิดอย่างหนักจากฝ่ายสัมพันธมิตร และเห็นว่าเพชรบูรณ์มีความเหมาะสมที่จะเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ เพราะมีชัยภูมิเหมาะสม มีภูเขาล้อมรอบ มีเส้นทางคมนาคมเข้าออกเพียงทางเดียว มีภูมิประเทศสวยงาม อากาศดี อยู่ตรงกลางของประเทศ เป็นศูนย์กลางภาคเหนือกับภาคอีสานและกรุงเทพฯ ทั้งยังต้องการสร้างเพชรบูรณ์ให้เป็นฐานทัพลับเพื่อซ่องสุมกำลังไว้เพื่อรบขับไล่ญี่ปุ่นอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการดำเนินการก่อสร้างนครบาลเพชรบูรณ์ รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ออกคำสั่งเป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรีเป็นส่วนใหญ่ โดยคำสั่งครั้งแรกในวันที่ 13 มีนาคม 2486 และดำเนินการร่างพระราชกำหนดจัดระเบียบราชการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ฯ&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ กำหนดให้ราชการบริหารส่วนภูมิภาคจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นนครบาลเพชรบูรณ์ และดำเนินการอพยพราษฎรมาตั้งหลักแหล่งที่เพชรบูรณ์ พร้อมกับย้ายที่ทำการรัฐบาลตลอดจนสถานที่ราชการมาตั้งที่เพชรบูรณ์ มีการทำพิธีสร้างหลักเมืองนครบาลฯ ที่ บ้านบุ่งน้ำเต้า อำเภอหล่มสัก ส่วนที่ทำการราชการต่างๆ จะสร้างเป็นลักษณะชั่วคราวซึ่งได้เสื่อมสภาพไปหมดแล้ว ในปัจจุบันคงเหลือแต่เพียงเสาหลักเมืองนครบาลฯ เท่านั้น จึงจำลองมาสร้างเป็นอนุสรณ์นครบาลเพชรบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลในขณะนั้นได้เกณฑ์คนมาสร้างเมืองหลวงใหม่ และสร้างถนนสายตะพานหิน-เพชรบูรณ์ อันเป็นเส้นทางคมนาคมเพียงทางเดียวในสมัยนั้น ได้มีการเกณฑ์แรงงานราษฎรมาจาก 29 จังหวัด จำนวนนับแสนคน ได้ประสบความยากลำบาก เจ็บป่วยล้มตายด้วยไข้มาลาเรียจำนวนมาก และเพื่อประโยชน์ในการสงครามจำเป็นต้องเพิ่มพลเมืองในเพชรบูรณ์ให้มากขึ้นโดยเร็ว จึงใช้วิธีอพยพราษฎรจากจังหวัดต่างๆ มากมายมาตั้งบ้านเรือนและทำมาหากินที่เพชรบูรณ์ เพื่ออาศัยให้เพาะปลูกเลี้ยงสัตว์เป็นอาหารแก่หน่วยทหารและอาศัยแรงงาน การอพยพนี้เป็นการชักชวนให้มาทำมาหากิน ทางราชการจัดการขนส่งและจัดแบ่งที่ทำกินให้ฝั่งตะวันออกแม่น้ำป่าสักและให้ทุนเริ่มแรกตามสมควร&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้มีการย้ายส่วนราชการสำคัญต่างๆ ไปที่เพชรบูรณ์ เช่น กระทรวงการคลัง ตั้งที่ถ้ำฤๅษี ตำบลบุ่งน้ำเต้า อำเภอหล่มสัก ได้ขนย้ายพระคลังสมบัติ ทรัพย์ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมาเก็บไว้ ณ ที่นั้นด้วย มีการก่อสร้างตึกทำการ นอกจากนั้นยังมีการสร้างกระทรวงยุติธรรมที่บ้านห้วยลาน ตำบลน้ำชุน อำเภอหล่มสัก กระทรวงมหาดไทย ที่บ้านบุ่งคล้า อำเภอหล่มสัก กระทรวงอุตสาหกรรม ที่บ้านติ้ว อำเภอหล่มสัก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการทหาร ได้ย้ายโรงเรียนนายร้อย จปร.มาตั้งที่บ้านป่าแดง (รร.นายร้อยป่าแดง) ตำบลป่าเลา อำเภอเมืองฯ มีการตั้งค่ายทหาร &amp;quot;พิบูลศักดิ์&amp;quot; ที่ตำบลหนองไขว่ อำเภอหล่มสัก ตั้งกระทรวงกลาโหมที่บ้านป่าม่วง ตำบลท่าพล อำเภอเมืองฯ ย้ายกองทัพอากาศมาที่บ้านสักหลง อำเภอหล่มสัก &amp;nbsp;ซึ่งเดิมวางแผนจะย้ายมาอำเภอท่าโรง (อำเภอวิเชียรบุรี) กรมยุทธโยธา คลังแสง และโรงงานช่างแสง &amp;nbsp;กรมพลาธิการ กรมยุทธศึกษา กรมเสนาธิการทหารบก กรมเสนารักษ์ทหารบก กรมเชื้อเพลิง (โรงบ่มใบยาบ้านไร่)่ฯลฯ ต่างก็มีการโยกย้ายมาอยู่ที่เพชรบูรณ์ และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเมืองหลวงใหม่ตามนโยบายของจอมพล ป. พิบูลสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มอบหมายให้พลตรีอุดมโยธา รัตนวดี เป็นผู้อำนวยการสร้างเมืองหลวงใหม่ มีหน้าที่สำคัญ คือ กำหนดผังเมืองและอำนวยการสร้าง มีการสร้างถนนชัยวิบูรณ์ จากอำเภอชัยบาดาล ผ่านวิเชียรบุรี มาบรรจบสายตะพานหิน-เพชรบูรณ์ที่วังชมภู ถนนชมฐีระเวช จากชนแดนถึงเขารัง ถนนสามัคคีชัยจากเขารังถึงหล่มสัก โดยมีถนนขนานทั้งฝั่งตะวันออกคือถนนสุวินทวงศ์ และฝั่งตะวันตกคือ ถนนปฐมคชเสนีย์และถนนรัฐวัฒนา มีการตั้งกระทรวงเกษตรฯ ที่บ้านน้ำคำ ตำบลปากช่อง &amp;nbsp;อำเภอหล่มสัก ตั้งกองชลประทาน มีหน้าที่จัดสร้างทำนบกั้นน้ำ สร้างเขื่อนเหมือง ฝายบำรุงรักษาคลอง และลำห้วยให้สะอาดมีน้ำใช้ตลอดปี ให้มีการลอกห้วยป่าไม้แดง ห้วยน้ำก้อ ทำนบเหมือง ฝายห้วยท่าพล ห้วยน้ำชุน ลำห้วยนา ลำน้ำพุงที่หินอาว อำเภอหล่มเก่า ทำการกักน้ำที่หนองนารี ตลอดจนให้รักษาความสะอาดของแม่น้ำป่าสัก&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้วาดผังเมืองใหญ่ 2 แห่ง คือ 1.บริเวณเพชรบูรณ์ 2.บริเวณหล่มสักและหล่มเก่า มีการกำหนดให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ได้กระจายตั้งกันอยู่ทั่วจังหวัด โดยมิให้กระจุกตัวกันอยู่ในเมืองเหมือนกรุงเทพฯ มีการสร้างสำนักนายกรัฐมนตรี และศาลารัฐบาล ณ บริเวณน้ำตกห้วยใหญ่ หลังที่ตั้งกระทรวงพาณิชย์ ปลายห้วยป่าไม้แดง โดยให้ พ.ต.ล้อม บูรกรรมโกวิท เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง (ถนนบุรกรรมโกวิทเป็นอนุสรณ์) นอกจากนั้นยังสร้างทำเนียบ &amp;quot;บ้านสุขใจ&amp;quot; ติดแม่น้ำป่าสัก เป็นที่พักอาศัยของจอมพล ป. พิบูลสงครามและครอบครัว (บริเวณโรงน้ำแข็งเพชรเจริญเดิม) ทำเนียบ &amp;nbsp;&amp;quot;สามัคคีชัย&amp;quot; ที่เขารัง และทำเนียบที่บ้านน้ำก้อใหญ่ไว้เป็นที่พักแรมมีถนนเข้าชื่อ เชิดบุญชาติ มีการวางแผนสร้างบ้านบัญชาการสำนักนายกฯ ที่บริเวณบึงสามพันด้วย การก่อสร้างเมืองหลวงใหม่ได้ทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในขณะนั้น ได้มีการจัดงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสร้างศาลากลางเพชรบูรณ์ (บริเวณเดียวกับที่ตั้งศาลากลางจังหวัดปัจจุบัน) และการเตรียมย้ายรัฐบาลมายังเพชรบูรณ์ จนกระทั่งมีการแต่งตั้ง พ.อ.ช่วง เชวงศักดิ์สงคราม เป็นรองนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ดูแลกิจการทั้งสิ้นที่เพชรบูรณ์แทนนายกรัฐมนตรี และมีอำนาจอย่างนายกฯ เรียกว่ารองนายกฯ ประจำเพชรบูรณ์ และเมื่อเดือนตุลาคม 2486 &amp;nbsp;ได้มีการปรับปรุงเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ให้เป็นเทศบาลนครเพชรบูรณ์ เพื่อรองรับการก่อสร้างและการขยายตัวของเมืองหลวงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้มีคำสั่งย้ายกรมโยธาเทศบาล (กรมโยธาธิการ) ไปอยู่บ้านยาวี อำเภอเมืองฯ จัดการวางผังสร้างกรมไปรษณีย์ กรมทาง และกรมขนส่ง ที่บ้านท่าพล อำเภอเมืองฯ มีการวางแผนสร้างทางรถไฟจากอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี มาที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จนถึงจังหวัดเลย มีการสร้างบำรุงถนนสายหลักเพชรบูรณ์ ตั้งแต่เชิงเขาวังชมภูถึงค่ายทหาร บ้านหินอาว อำเภอหล่มเก่า ตั้งกระทรวงศึกษาที่บ้านหนองแส ตำบลบุ่งคล้า อำเภอหล่มสัก แม้แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังมีแผนที่จะต้องอพยพมาเปิดสอนที่เพชรบูรณ์ด้วย โดยจะสร้างที่บ้านไร่ ตำบลสะเดียง แต่ขณะนั้นโรงเรียนเตรียมจุฬาฯ ได้อาศัยเรียนที่โรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์ (เดิมเป็นโรงเรียนเพชรพิทยาคม)&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การก่อสร้างและติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น จอมพล ป. พิบูลสงครามได้สั่งการให้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไว้หลายแห่งทั้งในเมืองและหน่วยราชการ มีการเพิ่มโทรศัพท์ให้เพียงพอแก่ความต้องการของราชการ ปรับปรุงการโทรเลข มีการสร้างโรงหนังไทยเพ็ชรบูล สโมสรรัตนโกสินทร์และโรงแรมขึ้นในเขตเมืองเพชรบูรณ์ เพื่อให้ข้าราชการได้ใช้เวลามาตรวจราชการ มีการสั่งการให้สร้างตลาดสดและอาคารเช่า 3 แห่ง คือ ตลาดเพชรบูรณ์ ตลาดวังชมภู และตลาดหล่มสัก ซึ่งทุกแห่งต้องมีโรงมโหรสพด้วย มีการออกหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์เกี่ยวกับเหตุการณ์ในนครบาลเพชรบูรณ์ชื่อ เพชรบูลชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้มีการสั่งย้ายโรงพิมพ์ทุกประเภทไปที่เพชรบูรณ์ เพื่อเวลากรุงเทพฯ ถูกโจมตีทางอากาศไม่สามารถทำงานได้ จะได้ใช้โรงพิมพ์ตั้งใหม่ที่เพชรบูรณ์ พิมพ์หนังสือราชการ (ตั้งอยู่บ้านป่าแดง) และโรงพิมพ์ธนบัตร (อยู่ที่หนองนายั้ง) จัดตั้งโรงเลื่อยที่วังชมภูโดยกรมยุทธโยธา (โรงเลื่อย ยย.) สร้างกระทรวงสาธารณสุขที่บ้านวังซอง ตำบลท่าพล อำเภอเมืองฯ และโรงพยาบาลที่ร่องแคน้อย ตำบลสะเดียง (บริเวณสถาบันราชภัฏเพชรบูรณ์ปัจจุบัน) ให้ชักชวนผู้รับเหมางานที่เพชรบูรณ์ เพราะมีการก่อสร้างทั้งส่วนราชการและเอกชนจำนวนมาก หากไม่มีใครมาก็ต้องเกณฑ์ให้มาจนพอแก่งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การก่อสร้างเมืองหลวงใหม่ได้ดำเนินการโดยเร่งด่วน และถือเป็นความลับของราชการยุทธของชาติตลอดมา เพื่อมิให้ข้าศึกรู้แผนการณ์ กระทั่งวันที่ 20 กรกฎาคม 2487 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม &amp;nbsp;ได้เสนอพระราชกำหนดระเบียบราชการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ฯ พ.ศ.2487 ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออนุมัติเป็นพระราชบัญญัติ มีผลดำเนินการอย่างถาวรตลอดไป แต่ในที่สุดสภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่อนุมัติด้วยคะแนนเสียง 48 ต่อ 36 ด้วยเหตุผลว่า &amp;quot;เพชรบูรณ์เป็นแดนกันดารภูมิประเทศเป็นป่าเขาและมีไข้ชุกชุม เมื่อเริ่มสร้างเมืองนั้นผู้ที่ถูกเกณฑ์ไปทำงานล้มตายลงนับเป็นพันๆ คน....&amp;quot;.
-------------------------
ข้อมูล: สถาบันพระปกเกล้า, จุฑามาศ ประมูลมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41621</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, จอมพล ป. พิบูลสงคราม, จังหวัดเพชรบูรณ์, ย้ายเมืองหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d3585ba07efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2นายพลซูฮก&#039;จอมพล ป.&#039;สุดยอดวิสัยทัศน์พาไทยพ้นภัยญี่ปุ่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.62 -ที่ร้านอาหารจักรพงษ์ วิลล่า &amp;nbsp;มีการจัดงานเปิดตัวหนังสือ &amp;ldquo;ปฏิบัติการลับ ในสมรภูมิรบ&amp;rdquo; โดยภายในงานมีการจัดงานเสวนาพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;เหลียวหลัง แลหน้า&amp;hellip;หาคำตอบ การทหาร-การเมืองไทย&amp;rdquo; โดยมี พล.อ.จรัญ กุลละวณิชย์ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า และนายสุขุม นวลสกุล อดีตอธิบการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.จรัญ กล่าวว่า &amp;nbsp;นักรบที่เป็นประชาชน หรือชาวบ้าน ผู้ชายมีบทบาทมาตั้งแต่อดีต ในยุคที่ประเทศไทยยังมีหลายอาณาจักร หลายกลุ่มชาติพันธ์ ที่กระจายกันอยู่ก่อนจะเกิดเป็นประเทศไทย &amp;nbsp;ก่อนจะเริ่มใช้คำว่าทหารครั้งแรกในสมัยสุโขทัย ซึ่งนักรบสมัยก่อนที่เก่งและฉลาดที่สุด จะได้ขึ้นมาเป็นกษัตริย์ ก่อนจะเริ่มมีการจัดระบบทหารให้เป็นสถาบันในเวลาต่อมา แต่ปัญหาที่ประเทศไทยมีมาตลอดคือ ปัญหาเกี่ยวกับความสามัคคีของคนในชาติ ที่มักเกิดจาก ผลประโยชน์ อำนาจ หรือความคิดที่แตกต่างทางการเมือง ในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ ตอนที่มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ จีน และรัสเซีย สามรถปลุกระดมคนสำเร็จเพราะ เขามีแรงงานและเกษตรกร จำนวนมากที่มีความเป็นอยู่ไม่ดี ขณะที่ประเทศไทยทั้งแรงงานและเกษตรกรมีความกินดีอยู่ดี อีกทั้งยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสูนย์รวมจิตใจ การปลุดระดมคอมมิวนิสต์จึงไปเกิดกับชนชั้นกลางจนนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อปี 2475 ถึงปี 2490 มีการเปลี่ยนรัฐบาลเกือบทุก 2 ปี บางรัฐบาลมีอายุไม่ถึงเดือน ซึ่งทุกสงครามที่เรามีผลกระทบทั้ง สงครามไทย-ฝรั่งเศส&amp;nbsp;สงครามโลกครั้งที่ 2 และ มหาสงครามเอเชียบูรพา ล้วนเกิดในยุค จอมพล แปลกพิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดทั้งหมด ซึ่งในทุกเหตุการณ์ ล้วนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย ทั้งการตัดสินใจเป็นพันธรมิตรกับญี่ปุ่น หรือการส่งขบวนการเสรีไทย ไปฝึกที่อินเดีย ทำให้เห็นว่า ทหารมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการเมืองไทยในอดีตมากขนาดไหน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เอกชัย กล่าวว่า สาเหตุที่จอมพล ป. ต้องจับมือกับญี่ปุ่น เพราะ ต้องการรักษาชีวิตของคนไทยไว้ เพราะกองทัพญี่ปุ่นมีแสนยานุภาพเป็นอย่างมาก ขณะที่ หลวงอดุล เดชจรัส ที่เป็นมือขวาจอมพล ป. นั้นกลายมาเป็นแกนนำของขบวนการเสรีไทย แสดงให้เห็นว่า จอมพล ป. นั้นมีวิสัยทัศน์ และต้องการให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสงครามโลกน้อยที่สุด เช่นเดียวกับการปลุกกระแสชาตินิยม เพื่อป้องกันการถูกญี่ปุ่นกลืนอัตลักษณ์ของชาติไทย ทั้งในแง่ของภาษาและวัฒนธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30089</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอมพล ป. พิบูลสงคราม, สงครามโลกครั้งที่2, แปลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c766dd3c5470.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
