<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2หมอเข้ามอบตัว ปัดเซ็งลี้ยาลดอ้วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2 หมอชายหญิงเข้ามอบตัวตำรวจ ปส.ปฏิเสธข้อหาใช้สิทธิคลินิกเบิกยาลดอ้วนไปขายต่อ ขอให้การในชั้นศาล ตำรวจคุมตัวขออำนาจศาลฝากขัง ผบช.ปส.ชี้ จรรยาบรรณแพทย์ควรทราบดีว่าเป็นยาอันตราย หากขายให้ผู้ป่วยไม่ถูกต้องอาจถึงตายได้ จะมาอ้างไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ ศาลให้ประกันด้วยหลักทรัพย์ 6 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) วันที่ 25 มีนาคมนี้ นพ.จอมพล&amp;nbsp;มีศรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พญ.บัณฑิตรา&amp;nbsp;นาใจคง ทั้งสองเป็นแพทย์ประจำคลินิกเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่ง&amp;nbsp;พร้อมทนายความ&amp;nbsp;เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;บช.ปส.&amp;nbsp;เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา &amp;quot;ร่วมกันสมคบตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&amp;quot; หลังจากนั้นแพทย์ทั้งสองปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดต่อสื่อมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ตำรวจ&amp;nbsp;บช.ปส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)&amp;nbsp;เปิด &amp;quot;ยุทธการสยบไพรี&amp;nbsp;62/9 ยาสวย...สังหาร&amp;quot; ออกตรวจค้น 33 จุด พบยาลดความอ้วนผิดกฎหมายกว่าแสนเม็ด จับกุม&amp;nbsp;น.ส.วิไรรัตร&amp;nbsp;อุดทอง&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 193/2562 ลงวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ก.พ.62&amp;nbsp;ข้อหาร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท&amp;nbsp;2 (เฟนเตอมีน)&amp;nbsp;ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;nbsp;และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท&amp;nbsp;4 (ไดอาซีแพม&amp;nbsp;คลอราซีเพท) กระทั่งมีการสอบสวนขยายผลจนทราบว่ามีแพทย์หลายคนมีส่วนรู้เห็น ต่อมามีแพทย์ 13 คนเข้าให้ปากคำตำรวจ จึงถูกกันไว้เป็นพยาน เหลือเพียง 2 คนและถูกออกหมายเรียกมาให้ปากคำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุนทร&amp;nbsp;ชูแก้ว&amp;nbsp;ทนายความของแพทย์ทั้ง 2 คน กล่าวว่า แพทย์ทั้งสองไม่ทราบว่าจะมีการจัดชุดยาออกมาจำหน่ายนอกระบบ ปกติแล้วตัวยาชนิดนี้ไม่ผิดกฎหมายตามตำรับยาอยู่แล้ว&amp;nbsp;และยาตัวนี้ไม่ใช่ยาต้องห้าม&amp;nbsp;เบื้องต้นจึงให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;โดยจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น และได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อขอประกันตัวในชั้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;พล.ต.ท.ชินภัทร&amp;nbsp;สารสิน&amp;nbsp;ผบช.ปส.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสองได้ปฏิเสธความผิดในชั้นสอบสวน&amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้คัดค้านประกันตัวไว้ก่อน&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นการกระทำที่มีอัตราโทษหนัก อย่างไรก็ตาม เร็วๆ&amp;nbsp;นี้จะมีการออกหมายเรียกตัวการที่ประสานงานระหว่างแพทย์และนายทุนในการลักลอบนำยาออกมาจำหน่ายนอกระบบอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย มาสอบปาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จรรยาบรรณแพทย์ควรจะทราบดีว่ายาประเภทนี้มีอันตราย หากนำออกมาจ่ายให้กับผู้ป่วยอย่างไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;ก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้&amp;nbsp;จะมาอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้&amp;nbsp;ส่วนจะมีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับการลอบจำหน่ายด้วยหรือไม่นั้น&amp;nbsp;ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัว นพ.จอมพล และ พญ.บัณฑิตรา ไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อนุมัติฝากขังระหว่างสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.อ.วีระยุทธ สุดใด พนักงานสอบสวน บช.ปส.1 ได้ควบคุมตัวนายจอมพล มีศรี อายุ 32 ปี ชาว จ.นครราชสีมา และ น.ส.บัณฑิตรา นาใจคง อายุ 31 ปี ชาว จ.หนองบัวลำภู ผู้ต้องหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มาฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-5 มี.ค.2562 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น โดยรอสอบสวนพยานสำคัญอีก 7 ปาก, รอผลการตรวจประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา, รอผลการตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์ และรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆ จึงขออำนาจศาลฝากขังเป็นเวลา 12 วัน และขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และมีการกระทำผิดลักษณะเป็นเครือข่าย หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราว เกรงจะหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการลักลอบจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 เฟนเตอมีน (Phentermine) ชื่อการค้า duromine และ panbesy ซึ่งยาทั้งสองตัวดังกล่าวเป็นวัตถุออกฤทธิ์ที่ใช้ในการลดน้ำหนัก โดยออกฤทธิ์ลดการทำงานของศูนย์ควบคุมความหิวในสมอง ทำให้ลดความอยากอาหาร แต่อาจจะก่อให้เกิดอาการข้างเคียงต่างๆ เช่น นอนไม่หลับ กระวนกระวาย เกิดความผิดปกติต่อจิตและประสาท หงุดหงิด หวาดระแวง เกิดภาพหลอน อาจเกิดอาการติดยาได้ หากทานติดต่อกันระยะหนึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการซึมเศร้าได้ ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทดังกล่าวจะจำหน่ายได้ ต้องได้รับการสั่งจ่ายจากหมอ และจากข้อมูลการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มบุคคลหรือนายทุนใหญ่หาช่องทางนำวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทดังกล่าวมาจำหน่าย โดยใช้วิธีให้นายหน้าลงไปในพื้นที่และติดต่อหมอซึ่งอยู่ตามต่างจังหวัด โดยจะหาหมอที่เปิดกิจการคลินิกและมีใบประกอบวิชาชีพ ให้ค่าตอบแทนในการสั่งจ่ายยาที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เดือนละ 50,000-60,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเบิกวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทดังกล่าว จะต้องทำเอกสารในการสั่งซื้อ และหมอจะต้องทำเอกสารให้นายหน้าจำนวน 12 ชุด (12 เดือน) โดยให้ลงนามมอบอำนาจ ให้ตัวแทนไปรับวัตถุออกฤทธิ์แทนทั้ง 12 เดือน เมื่อมีคนไปรับวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทดังกล่าวจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาแล้ว ก็จะโอนเงินค่าตอบแทนให้หมอผู้สั่งยา จากข้อมูลทราบว่า มีคลินิกที่เบิกยาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทในลักษณะนี้ประมาณ 50-70 แห่ง โดยจะมีคนทำเอกสารปลอมในการเบิกยาให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรวจสอบว่ามีการเบิกยาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทมาแล้ว แต่จริงๆ แล้วยาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทไม่ได้ถูกส่งมา และนายทุนจะเก็บเอาไว้เอง จากการสืบสวนพบว่านายทุนใหญ่กลุ่มนี้จะมีรายได้เดือนละ 5-10 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2561 เจ้าหน้าที่ ปส.ชุดจับกุมทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายากลุ่มนี้ได้จัดส่งยาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาททางพัสดุของบริษัท เคอรี่ (Kerry) โดยมีการส่งถึงผู้รับชื่อ น.ส.ปัทมพร หรือไอซ์ คัมภีระ ผู้ต้องหา ที่คอนโดมิเนียม ซอยพหลโยธิน 30 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. เจ้าหน้าที่ ปส.จึงติดตามพัสดุดังกล่าวไปและขอตรวจค้นกล่องพัสดุ ตรวจพบเฟนเตอมีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 คำนวณสารบริสุทธิ์หนัก 1,070.350 กรัม ราคาประมาณ 1,127,500 บาท จึงดำเนินคดี และในชั้นจับกุมและสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จากการขยายผลและตรวจสอบที่มาของยาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท พบว่ามีบุคคล 2 รายเบิกมาจาก อย. ซึ่งประกอบไปด้วย น.ส.บัณฑิตรา และนายจอมพล ผู้ต้องหาในคดี จึงจับกุมดำเนินคดี หลังผู้ต้องหาทั้งสองเข้าพบพนักงานสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาญาตินายจอมพลและ น.ส.บัณฑิตรา ผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ประกัน โดยตีราคาประกัน 6 แสนบาท ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32219</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอมพล มีศรี, นพ.จอมพล มีศรี, บัณฑิตรา นาใจคง, พญ.บัณฑิตรา นาใจคง, พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, สุนทร ชูแก้ว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190325/image_big_5c98dcf9b731d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
