<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รำลึกจอมพลเจียงและชมสมบัติจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอรำลึกเจียงไคเช็ก ในเขตจงเจิ้ง กรุงไทเป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชดเชยการเสียมารยาทโดยนั่งเป็นเพื่อนคุยกับหนุ่มเกย์สิงคโปร์ถึงตีห้าเพราะไปทักว่าเขาเป็นเกย์ (ซึ่งเขาก็เป็นจริงๆ) ทำให้วันนี้ตื่นมาเวลาประมาณ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โมง และกว่าจะพร้อมอาบน้ำแต่งตัวก็บ่ายโมงเข้าไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อสลัดอาการหนักศีรษะออกไปจึงกินบะหมี่ฟรีและกาแฟฟรีของ&amp;nbsp;NEOSOHO 24/7 WORK &amp;amp; RELAX CABIN&amp;nbsp;แล้วออกจากที่พักในเขตจงเจิ้ง นั่งเมโทรสายสีแดงสู่ &amp;ldquo;หอรำลึกเจียงไคเช็ก&amp;rdquo; (Chiang Kai-Shek Memorial Hall)&amp;nbsp;ซึ่งก็ยังอยู่ในเขตจงเจิ้ง และ &amp;ldquo;จงเจิ้ง&amp;rdquo; นี้คงมาจากชื่อของ &amp;ldquo;เจียง ไคเช็ก&amp;rdquo; ในภาษาจีนมาตรฐานที่เรียกว่า &amp;ldquo;เจียง จงเจิ้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่าเวลาผมพูดกับคนไต้หวันถึงชื่อ &amp;ldquo;เจียง ไคเช็ก&amp;rdquo; พวกเขาจะถามกลับว่า &amp;ldquo;ใครกัน ?&amp;rdquo; ผมต้องบรรยายอยู่เป็นนาที แล้วพวกเขาก็จะพูดว่า &amp;ldquo;อ๋อ เจียง จงเจิ้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอรำลึกแห่งนี้เริ่มสร้างในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1976&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีหลังการเสียชีวิตของ &amp;ldquo;จอมพลเจียง&amp;rdquo; ภายในพื้นที่&amp;nbsp;240,000&amp;nbsp;ตารางเมตรของ &amp;ldquo;จัตุรัสอิสรภาพ&amp;rdquo; โดยสถาปนิกผู้ชนะการประกวดได้ออกแบบให้คล้ายคลึงสุสานของ &amp;ldquo;ดร.ซุน ยัตเซ็น&amp;rdquo; ที่เมืองนานกิง มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน ค.ศ.&amp;nbsp;1980&amp;nbsp;วันครบรอบ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีการเสียชีวิตของอดีตผู้นำคนแรกของไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางขึ้นตัวอาคารเพื่อไปยังประตูทางเข้า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่งมีบันไดฝั่งละ&amp;nbsp;89&amp;nbsp;ขั้น สื่อถึงอายุของเจียง ไคเช็ก ขณะที่เสียชีวิต ชั้นล่างของอาคารประกอบไปด้วยห้องสมุดและบรรดาเอกสารแสดงชีวประวัติของประธานาธิบดีเจียง รวมถึงประวัติศาสตร์และพัฒนาการของไต้หวัน ส่วนชั้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสดงรูปปั้น ภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ขณะมีชีวิต สื่อเคลื่อนไหว และนิทรรศการต่างๆ ที่น่าประทับใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการแสดงภาพถ่ายและข้าวของเครื่องใช้ของ &amp;ldquo;จอมพลเจียง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมค่อนข้างสนใจประเด็นที่เขาเดินทางไปเรียนจนจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยของญี่ปุ่น และช่วงที่เกิดสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(ก่อนจะตามมาด้วยสงครามโลกครั้งที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;เจียง ไคเช็ก ได้นำกองทัพจีนของเขายืนหยัดต่อต้านจักรวรรดิญี่ปุ่นอยู่ถึง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี ก่อนจะเป็นผู้ประกาศชนะศึกพร้อมๆ กับห้ามปรามประชาชนไม่ให้แก้แค้นศัตรูผู้รุกรานและให้ร่วมกันสร้างชาติขึ้นมาใหม่ จนจีนกลายเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4มหาอำนาจของโลก แม้ว่าต่อมาจะต้องนำทัพหนีลงมายังเกาะไต้หวันในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1949&amp;nbsp;เพราะไม่อาจต้านกำลังของจีนคอมมิวนิสต์ได้ และเท่ากับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงครามกลางเมืองที่กินเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่วง ยาวนาน15&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินดูอยู่จนเกือบจะทั่ว เจ้าหน้าที่ก็ประกาศหมดเวลาเยี่ยมชมตอน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;โมงเย็น ก่อนจะขึ้นเมโทรกลับที่พักได้เดินผ่านร้านผลไม้ปั่นของป้าริมถนน เขียนกำกับไว้ว่าเป็นแบบออร์แกนิก จึงสั่งฝรั่งมาดื่มเสริมวิตามินซี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แก้ว ราคาแค่&amp;nbsp;40&amp;nbsp;เหรียญไต้หวัน ถัดจากร้านป้าเป็นร้านกาแฟ มีอาหารจำพวกเบอร์เกอร์ บาร์บีคิว เครื่องดื่มคอกเทล และเบียร์ขายด้วย เมื่อเห็นแม่ค้าและได้สบตาไป&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วินาทีก็คิดว่าป้าไม่น่ามาเปิดร้านดักอยู่ก่อนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ค้าสาวกำลังจัดแจงเครื่องดื่มให้กับนักท่องเที่ยวฝรั่งคู่หนึ่ง ไอ้หนุ่มแอบถ่ายรูปเธอตอนทำงาน พอเธอหันมาโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัวก็บอกให้เธอยิ้ม เธอก็ยิ้มอย่างร่วมไม้ร่วมมือ ฝ่ายหญิงสาวที่มากับไอ้หนุ่มด้วยก็ไม่ว่าอะไร ส่วนผมได้แต่ยืนดูดน้ำฝรั่งชำเลืองมองอยู่ห่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัดสินใจไม่กลับที่พัก นั่งเมโทรไปโผล่ที่ย่านซินยี่ เพื่อดู &amp;quot;ไทเป&amp;nbsp;101&amp;quot; ตึก 101 ชั้น&amp;nbsp;ความสูง509.2&amp;nbsp;เมตร แล้วต่อไปยังย่านซิเหมิน ออกจากสถานี&amp;nbsp;Ximen&amp;nbsp;ก็พุ่งไปเข้าแถวซื้อของทอดร้านที่ซื้อเมื่อวันก่อน คราวนี้ขอเปลี่ยนจากไก่ทอดเป็นเห็ด หนักงานถามว่า &amp;ldquo;เผ็ดไหม ?&amp;rdquo; ผมตอบว่า &amp;ldquo;ไม่เผ็ด&amp;rdquo; เห็ดที่ได้กลับไม่มีรสชาติอะไรเลยนอกจากเห็ดกับน้ำมัน แล้วเข้ามินิมาร์ทไปซื้อเบียร์มากินคู่กับเห็ดทอดจืดบนม้านั่งแถวนั้นที่ผู้คนกำลังพลุกพล่าน จากนั้นก็ไปซื้อกระเป๋าเป้ใบเล็กในร้านใหญ่ที่เขียนป้ายลดราคาตัวโตซึ่งเล็งไว้ตั้งแต่วันแรกแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำลองห้องทำงานของมหาบุรุษแห่งไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินไปเดินมาอยู่ได้สักพัก สุดท้ายก็จบลงที่ย่านบาร์หลังตึกแดงอยู่ดี คราวนี้ไม่นั่งร้านเดิมเพราะดูเงียบเหงาเหลือเกิน เปลี่ยนเป็นร้านเล็กๆ มีลูกค้าสามสี่โต๊ะ ดูลิสต์เบียร์แล้วไม่มีอะไรน่าดื่ม สั่งไฮเนเก้นขวดเล็กในราคา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;เหรียญ ทั้งที่ผมไม่ค่อยชอบเบียร์ขวดเขียวนี่เท่าไหร่ บาร์นี้ชื่อ&amp;nbsp;Young Man Barคิดเอาว่าเป็นบาร์สำหรับคนหนุ่ม พอพิจารณาดูเด็กเสิร์ฟแล้วก็พบว่าเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างกำยำกันทุกคน ทำให้ระแวงว่าเป็นบาร์เกย์หรือเปล่า หรือหุ่นดีไว้ล่อกลุ่มลูกค้าสาวๆ กันแน่ แต่ก็มีอยู่แค่ฝรั่งสาว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนซึ่งคุยกันเองตลอดเวลา หมดขวดผมก็ออกเดิน เพราะรู้สึกว่าไม่น่านั่งเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินไปเรื่อยๆ ในทิศทางกลับที่พัก สุดท้ายก็เจอ&amp;nbsp;Oxygen Bar&amp;nbsp;บาร์เบียร์ของ&amp;nbsp;Oxygen Hostel&amp;nbsp;ที่พลัดหลงมาแวะดื่มเมื่อคืนวาน คืนนี้ผมสั่งเอลตัวเด่นชื่อ&amp;nbsp;#1&amp;nbsp;มาดื่ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไพนต์ ได้ความจากคืนก่อนว่าร้านนี้เจ้าของเป็นอเมริกันที่มาอยู่ไต้หวัน และเบียร์นี่ก็มาทำในไต้หวัน รสชาติดีทีเดียว เรื่องเบียร์คราฟต์นี่ของอเมริกันเขาไม่เป็นรองใคร และพอมาขายในไต้หวันราคาก็แค่ไพนต์ละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เหรียญ หรือประมาณ&amp;nbsp;110บาท ราคานี้หาทั่วเมืองไทยก็ไม่เจอครับ เพราะอะไรต้องไปถามพวกยักษ์ใหญ่และผู้ออกกฎหมายเอาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้สาวรับออร์เดอร์หน้าตาดีและดูจะยุ่งตลอดเวลา เหมือนเธอจะทำงานให้โฮสเทลด้วย ผมเดินไปขอพาสเวิร์ด&amp;nbsp;Wi-fi&amp;nbsp;เธอก็ยิ้มบอกอย่างน่ารัก แต่คืนนี้ผมอยู่ไม่นาน เบียร์หมดแก้วก็เดินกลับที่พักเพราะมีซิงเกิ้ลมอลต์&amp;nbsp;Maccanlan&amp;nbsp;เหลืออยู่ให้จัดการอีกเกือบครึ่งขวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แวะซื้อขนมขบเคี้ยวขึ้นไปกินแกล้มในพื้นที่ส่วนกลางของที่พักแล้วปิดท้ายด้วยบะหมี่ฟรี แต่พอเข้านอนหลับไปได้ไม่นานก็เจอเสียงกรนมหาภัย ตอนแรกนึกว่ามาจากห้องลุงอเมริกันที่เพี้ยนๆ ชอบเปิดเพลงหวานๆ แต่กลายเป็นอีกห้องถัดไปอีกด้าน เมื่อทนไม่ไหวก็เดินออกไปหน้าฟรอนต์ขอให้รีเซ็พชั่นเกย์หนุ่มเปลี่ยนห้องให้ เขาใจดีเปลี่ยนให้ไปนอนในโซนที่ไม่ได้รับลูกค้า (คนละห้องโถงกัน) มีเพียงเพื่อนร่วมงานของเขานอนอยู่บางห้อง ผมฉวยข้าวของเท่าที่ถือได้ออกมาจากห้องเดิมแล้วเข้านอนห้องใหม่ ต้องขอบคุณเกย์หนุ่มจากใจจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์คาดิลแลก รุ่น &amp;ldquo;ฟลีทวู้ด&amp;rdquo; ของอดีตผู้นำไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันต่อมาแม้จะตื่นมาทันอาหารเช้าแต่ก็เหลือไม่มากแล้ว กินเสร็จก็กลับไปต้องนอนต่อจนถึงบ่ายโมงเพราะยังเพลียอยู่ ตื่นอีกครั้งมากินกาแฟจากเครื่องที่ใส่แคปซูลกาแฟสดเข้าไป กดปุ่มแล้วน้ำกาแฟก็ไหลลงถ้วย ผมกินแบบ&amp;nbsp;Strong&amp;nbsp;ไป&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ถ้วย และแบบ&amp;nbsp;Light&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ถ้วยก็ฟื้นคืนชีพเดินไปขึ้นเมโทรสายสีแดงสายเดิมไปยังสถานีหอรำลึกเจียงไคเช็กอีกครั้ง แต่ออกประตูคนละฝั่งถนนกับร้านกาแฟสาวสวยเมื่อวาน พยายามวางมาดพระเอกหนังจีนยุค 90&amp;#39;s ค่อยๆ หันไปมองทางร้านของเธอ ปรากฏว่าร้านเธอปิด ร้านป้าขายน้ำผลไม้ก็ปิด คงเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวถนน&amp;nbsp;Nanhai Road&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ตรงข้ามถนนที่จะเดินไปยังหอรำลึกเจียงไคเช็ก มีตลาดสมุนไพรตั้งอยู่ในอาคาร ผมลองเดินแหย่เข้าไป เห็นแบ่งประเภทกันวางขายในแต่ละชั้น มีส่วนที่เป็นตลาดสดและร้านอาหารอยู่ในนี้ด้วย ก่อนจะออกมาแล้วเดินยาวไปยังพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ&amp;nbsp;(National Museum of History)&amp;nbsp;ค่าเข้าชมแค่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เหรียญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรู้สึกประทับใจกว่าพิพิธภัณฑ์กู้กง หรือพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติเสียอีก ผู้เข้าชมค่อนข้างน้อย จัดแสดงของหายากประเภทเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเคลือบ ของใช้ทำจากสำริด อาวุธโบราณ เครื่องราง ตราสัญลักษณ์ งานแกะสลัก ของประดับตกแต่ง ฯลฯ ตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีชาติจีน เก่าแก่ชนิด&amp;nbsp;8&amp;ndash;&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พันปีก็มี ของสะสมมีหลากหลาย อาทิ ภาพเขียนพู่กันจีน ตัวอักษรที่เขียนจากพู่กันจีน การจัดแสดงนิทรรศการงานฝีมือจากหยก นิทรรศการละครจีนโบราณ และที่สำคัญสามารถถ่ายรูปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี ค.ศ.&amp;nbsp;1955&amp;nbsp;ถือได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ชาติแห่งแรกที่สร้างขึ้นในไต้หวัน ในยุคเริ่มแรกจัดแสดงเพียงภาพและโมเดลเท่านั้น กระทั่งปี ค.ศ.&amp;nbsp;1956&amp;nbsp;กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งมอบงานฝีมือจีนที่ถูกญี่ปุ่นยึดไปตั้งแต่สงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งที่&amp;nbsp;1 (ค.ศ.&amp;nbsp;1894 &amp;ndash; 1895)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2ล็อต จากนั้นก็ได้ของสะสมมาจากอดีตพิพิธภัณฑ์แห่งมณฑลเหอหนานอีกชุดใหญ่ ซึ่งกลายเป็นฐานของคอลเล็คชั่นในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่ปัจจุบันมีของสะสมมากถึงกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมื่นชิ้น มี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชิ้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุประจำชาติโดยกระทรวงวัฒนธรรม และ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ชิ้นในฐานะโบราณวัตถุที่มีความสำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานปั้นสามสี ขุดพบจากสุสานราชวงศ์ถังในเมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์มีจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชั้น ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่า ส่วนที่เป็นระเบียงของชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีจุดพักผ่อนชมวิวสระบัวด้านล่าง ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีร้านอาหารและร้านกาแฟที่ตกแต่งสวยงาม บรรยากาศดี ชั้นล่างขายของที่ระลึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในละแวกนี้มีพิพิธภัณฑ์อีกอย่างน้อย&amp;nbsp;4 &amp;ndash; 5&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ให้เลือกเข้าชมตามความสนใจ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ที่เดินผ่านเมื่อตอนบ่าย ขาเดินกลับผมแวะร้านอาหารร้านแรกที่เจอเพราะท้องร้องหนักตั้งแต่อยู่ในพิพิธภัณฑ์แล้ว สั่งบะหมี่โดยชี้ไปที่รูปในเมนู บวกไข่ต้มใบชา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ฟอง ราคาเพียง&amp;nbsp;75เหรียญไต้หวัน ต้องจ่ายเงินก่อนตามระเบียบของร้านจำนวนมากที่นี่ รออยู่นานเหมือนกันกว่าจะได้บะหมี่ชามใหญ่มาวางตรงหน้า ซึ่งผลออกมาไม่ผิดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกลับถึงที่พักก็เจอหนุ่มเกย์สิงคโปร์คนที่ผมต้องนั่งคุยเป็นเพื่อนจนถึงตี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมื่อวันก่อน เขา (เธอ) ไปเที่ยวเกาสง เมืองชายทะเลทางใต้มา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน ขณะที่ผมผ่อนคลายด้วยเบียร์กระป๋องอยู่ที่โต๊ะเขาก็เข้ามานั่งเล่าถึงเรื่องไปเที่ยว และชวนไปดินเนอร์ ผมบอกว่า &amp;ldquo;ปวดเท้า ไปเถอะ ถ้ากลับมาไม่ดึกมากก็คงยังนั่งอยู่ตรงนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมลงจากที่พักไปซื้อเบียร์เดินดื่มกลับมา (จนตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเสียมารยาทหรือผิดกฎอะไรหรือไม่) หนุ่มรีเซ็พชั่นหน้าใหม่แนะนำให้ไปกินบะหมี่ร้านหนึ่ง ผมเกิดหิวขึ้นมาอีกจนได้จึงลงจากที่พักไปอีกรอบ เดินไปตามลายแทงแต่สับสนไม่รู้ว่าร้านไหน เดินวนไปเวียนมาอยู่พักหนึ่งก็นั่งที่ร้านบะหมี่ที่เขียนว่า&amp;nbsp;24ชั่วโมง จะนั่งริมบาทวิถี หรือนั่งบนเคาน์เตอร์ประจันหน้ากับคนขายก็ได้ ผมชี้สั่งไปที่รูปภาพเมนู พ่อค้าและพ่อครัวในคนเดียวกันบอกว่าหมด ตอนนี้มีอยู่อย่างเดียว เป็นบะหมี่ซุปข้นๆ ผมก็ไม่ขัด เขาตักใส่ชามกระดาษขนาดเล็กมาในราคา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;เหรียญ อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ จึงคิดว่าน่าจะเดินมาถูกร้านตามคำแนะนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งแสดงในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ ขวามือสุดคือเตาสำริดก่อนสมัยพุทธกาลราว200 &amp;ndash; 400&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนกลับขึ้นห้องพักผมเดินไปซื้อเบียร์อีกกระป๋องและไก่ทอด&amp;nbsp;TKK 1&amp;nbsp;ชิ้นกลับที่พัก ไก่รสชาติเข้ากับเบียร์ได้ดี เบียร์หมดผมก็ต่อด้วยซิงเกิลมอลต์ที่เหลืออยู่นิดหน่อย หนุ่มรีเซ็พชั่นคนใหม่พูดภาษาอังกฤษได้ไม่คล่องแต่อัธยาศัยดีที่สุด เดินเข้ามาแนะนำอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง พอจะเข้านอน หนุ่มเกย์สิงคโปร์ก็กลับมาจากดินเนอร์ ผมต้องนั่งคุยอีกเกือบครึ่งชั่วโมง แล้วเขา&amp;nbsp;(เธอ) ก็ขอเฟซบุ๊กไปจนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้าวันต่อมาผมนั่งรถบัสจากอาคารใกล้ๆ&amp;nbsp;Main Taipei Station&amp;nbsp;ไปสนามบิน ผู้หญิงไทย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนขึ้นมานั่งข้างๆ ตอนลงจากรถเห็นขนาดกระเป๋าของแต่ละคนที่พยุงกันออกมาจากที่เก็บสัมภาระใต้ท้องรถก็รู้เลยว่ามาเพื่อการใด มันคือสิ่งที่ชาวไทยไม่แพ้ใครในโลก &amp;ldquo;ช็อปปิ้ง&amp;rdquo; นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนผ่าน ตม. สนามบินดอนเมือง แม่สาวชาวไทยทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อนงค์ไม่มีใครมีปากกาเพื่อจะเขียนข้อมูลลงบัตรขาเข้า จึงให้ยืมไป&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ด้าม เป็นปากกาฟรีที่เขียนดีมาก ผมหยิบมาจาก&amp;nbsp;NEOSOHO 24/7 WORK &amp;amp; RELAX CABIN&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หันหลังกลับไปเพราะคิดว่าพวกหล่อนจะเอาปากกามาคืน แต่ภาพที่เห็นคือมีคนยืมต่อกันไปเป็นทอดๆ เหมือนว่าเครื่องบินทั้งลำไม่มีใครมีปากกาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงเปลี่ยนเป็นโบกมือบ๊ายบาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาชนะใส่น้ำอายุระหว่าง&amp;nbsp;3,300 &amp;ndash; 4,800&amp;nbsp;ปีก่อนพุทธกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โซนภาพเขียนพู่กันจีนในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19229</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอมพลเจียง, จีน, ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, ไทเป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
