<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 20:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอลเลคชั่นอันเดอร์แวร์ 5 เฉดสี แรงบันดาลใจจาก “จอร์จ ฟลอยด์” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นี่ไม่ใช่แค่ชุดชั้นในธรรมดาทั่วไป เพราะนี่คือชุดชั้นในของ M&amp;amp;S &amp;ldquo;มาร์คแอนด์สเปนเซอร์&amp;rdquo; แบรนด์ค้าปลีกชุดชั้นในสัญชาติอังกฤษ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก &amp;ldquo;จอร์จ ฟลอยด์&amp;rdquo; ชายผิวสีที่ถูกตำรวจผิวขาวทำร้ายจนกลายเป็นประเด็นส่งผลกระทบภายในสังคมอเมริกัน และเกิดการประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิวครั้งใหญ่ไปทั่วโลกเมื่อปีที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาร์คแอนด์สเปนเซอร์ (Marks and Spencer) ผู้ค้าปลีกชุดชั้นในและกางเกงชั้นในรายใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า &amp;ldquo;ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจาก &amp;#39;การสนทนาทั่วโลกเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมกันทางเชื้อชาติ ภายหลังการเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง&amp;#39; ของ &amp;ldquo;นายจอร์จ ฟลอยด์&amp;rdquo;&amp;nbsp; ในเมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินนิโซตา ของสหรัฐฯสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่กลุ่มร้านค้าปลีกที่อยู่ในเครือของ M&amp;amp;S ระบุว่า &amp;ldquo; ผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในของคุณสาวๆก่อนหน้านี้ ได้รับการดีไซน์ขึ้นมาโดยไม่สอดคล้อง กับสีผิวของคนแต่ละเชื้อชาติ เนื่องจากคำว่าอันเดอร์แวร์สีนู้ดนั้น เป็นโทนสีกลางๆที่ใช้สำหรับผู้ที่โทนผิวสีขาวหรือสีเหลือง แต่ที่สำคัญคอลเลคชั่นใหม่ที่มีให้เลือกถึง 5 เฉดสีผิวนี้ แผนการตลาดนั้นได้ดีไซน์คอลเลคชั่นชุดชั้นในนี้ ให้มีตั้งแต่โทนสีนู้ดไล่เฉดจากสีอ่อน ไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม ที่ออกแบบมาเพื่อนโทนสีผิวที่แตกต่างกันของแต่ละคน แทนที่จะเน้นเป็นโทนสีนู้ดอ่อน เพียงอย่าง ได้ตั้งชื่อชุดชั้นในตามสีของอัญมณี เช่น บุษราคัม และอำพัน อีกทั้งผู้ค้าปลีกดังกล่าวได้ระบุอีกว่า มีลูกค้าเสนอเกี่ยวกับชื่อที่เหมาะกับสีของชุดชั้นในโทนสีเข้มว่า ควรตั้งชื่อว่าสี Tobacco หรือสีบุหรี่ที่เป็นโทนสีน้ำตาลเข้ม และชื่อของแต่ละเฉดสีนั้น ยังมีความหมาย ที่สะท้อนว่าชุดชั้นในคอลเลคชั่นนี้ เป็นสิ่งที่วิเศษและมีค่ามาก นั่นจึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปยังแบรนด์ชุดชั้นในต่างๆเช่น แบรนด์อันเดอร์แวร์อย่าง Skims ของ Kim Kardashian และแบรนด์เครื่องสำอางอย่าง Fenty ของนักร้องชื่อดังอย่าง Rihanna รวมถึงแบรนด์อื่นๆ เช่นแบรนด์ชุดชั้นในซีทรูอย่าง Cuup และแบรนด์ชุดชั้นในของคนผิวสีอย่างแบรนด์ Nubian Skin และแบรนด์ชุดชั้นในสาวร่างอวบอย่าง Knix เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;คอลเลคชั่นนี้ยังต้องการสะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญ และไม่ได้เข้าข้างใครคนใดคนหนึ่ง อีกทั้งยังมีการคาดการณ์ว่า จะปรับปรุงการดีไซน์คอลเลคชั่นของอันเดอร์แวร์ดังกล่าว เพื่อผู้หญิงที่ผ่าตัดเต้านมทิ้งด้วยเช่นกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107640</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 เฉดสี, 5 เฉดสีผิว, Cuup, Fenty, Kim Kardashian, Knix, M&amp;S, Marks and Spencer, Nubian Skin, Rihanna, Skims, Tobacco, การสนทนาทั่วโลกเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมกันทางเชื้อชาติ, คอลเลคชั่นอันเดอร์แวร์, คอลเลคชั่นใหม่, จอร์จ ฟลอยด์, ชุดชั้นใน, ชุดชั้นในโทนสีเข้ม, มาร์คแอนด์สเปนเซอร์, สีผิวของคนแต่ละเชื้อชาติ, เพื่อผู้หญิงที่ผ่าตัดเต้านมทิ้ง, แบรนด์ค้าปลีกชุดชั้นในสัญชาติอังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5dc449feb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัดสินอดีตตร.ใช้เข่ากดคอ&#039;จอร์จ ฟลอยด์&#039;มีความผิดทุกข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เดเร็ก ชอวิน อดีตตำรวจผิวขาวจากเมืองมินนีแอโพลิสของสหรัฐ ถูกคณะลูกขุนตัดสินเมื่อวันอังคารว่ามีความผิดทั้ง 3 ข้อหาฐานทำให้จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำ ถึงแก่ความตายด้วยการใช้เข่ากดคอเขานานกว่า 9 นาทีจนขาดอากาศหายใจ ศาลนัดพิพากษาโทษอีก 8 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนอเมริกันเดินขบวนที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ภายหลังคำพิพากษาว่าเดเร็ก ชอวิน มีความผิด เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 (Photo by Megan Varner/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า การพิจารณาคดีนี้ได้รับความสนใจทั่วโลกและถือเป็นบททดสอบสำคัญกรณีความรับผิดชอบของตำรวจสหรัฐในคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสีผิวและการปฏิบัติต่อชาวแอฟริกันอเมริกัน การไต่สวนเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม โดยศาลเปิดให้ซักถามพยาน 45 คน ที่มีตั้งแต่คนที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์, เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ก่อนที่คณะลูกขุนจะมีคำตัดสินในวันอังคารที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะลูกขุน 12 คน ซึ่งประกอบด้วยหญิงผิวขาว 4 คน, ชายผิวขาว 2 คน, ชายผิวดำ 3 คน, หญิงผิวดำ 1 คน และหญิงหลายเชื้อชาติ 2 คน ลงความเห็นภายหลังการพิจารณาไตร่ตรองนานกว่า 10 ชั่วโมงตั้งแต่วันจันทร์ว่า เดเร็ก ชอวิน อดีตตำรวจผิวขาวอายุ 45 ปี มีความผิดทั้ง 3 กระทง ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และทำให้คนตายโดยไม่เจตนาฆ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์การเผชิญหน้าระหว่างจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำวัย 46 ปี กับตำรวจที่เมืองมินนีแอโพลิส ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 มีผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกวิดีโอไว้ โดยชอวิน ที่เป็นตำรวจมานานถึง 19 ปี ใช้เข่ากดคอฟลอยด์ที่โดนจับใส่กุญแจมือนอนคว่ำบนพื้น นาน 9 นาที 29 วินาที แม้เขาจะร้องบอกว่าหายใจไม่ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชอวินกับตำรวจอีก 3 นายในเหตุการณ์นี้ พยายามจับกุมฟลอยด์หลังได้รับแจ้งว่าเขาใช้ธนบัตร 20 ดอลลาร์ปลอม ซื้อบุหรี่ที่ร้านของชำ ตำรวจทั้ง 4 นายนี้โดนไล่ออกทันทีในวันถัดมา อีก 3 นายเตรียมถูกพิจารณาคดีต่อไปในปีนี้ ฐานสนับสนุนผู้กระทำผิดอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังผู้พิพากษาปีเตอร์ เคฮิลล์ แห่งศาลเฮนเนพินเคาน์ตี อ่านคำตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ของคณะลูกขุนว่าเขามีความผิดทุกข้อกล่าวหา ชอวินซึ่งสวมสูทสีเทาผูกเนคไทสีน้ำเงินและสวมหน้ากากอนามัยสีฟ้า พยักหน้ารับและไม่ได้แสดงอารมณ์ใดให้เห็นชัดเจน เขาลุกขึ้นยืนทันทีที่ผู้พิพากษาตัดสินว่าเขาถูกเพิกถอนประกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่พาตัวเขาซึ่งถูกใส่กุญแจมือออกจากห้องพิจารณาคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนอกศาลซึ่งวางกำลังรักษาการณ์อย่างแน่นหนา ผู้คนหลายร้อยคนแสดงความยินดี บางคนหลั่งน้ำตาแห่งความปีติ บรรยากาศนี้เกิดขึ้นในหลายเมืองทั่วสหรัฐ รถยนต์บีบแตร ชุมนุมปิดกั้นถนนและร้องตะโกนชื่อ &amp;quot;จอร์จ ฟลอยด์&amp;quot; ส่วนที่จัตุรัสจอร์จฟลอยด์ในเมืองมินนีแอโพลิส สถานที่เกิดเหตุที่ภายหลังตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ฟลอยด์ ผู้คนพากันกรีดร้องปรบมือด้วยความดีใจ บางคนโยนแบงก์ดอลลาร์เพื่อฉลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำตัดสินครั้งนี้ หลายเมืองทั่วสหรัฐอยู่ในภาวะเฝ้าระวังความเป็นไปได้ที่จะเกิดความไม่สงบ และทหารกองกำลังเนชันแนลการ์ดถูกเรียกมารักษาการณ์ในเมืองมินนีแอโพลิส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน โทรศัพท์พูดคุยกับสมาชิกครอบครัวฟลอยด์เพื่อบอกว่าเขา &amp;quot;โล่งอก&amp;quot; กับคำตัดสินนี้ ต่อมาไบเดนพร้อมด้วยคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีหญิงผิวสี แถลงทางโทรทัศน์ว่า คำตัดสินนี้เป็นการก้าวไปข้างหน้าก้าวใหญ่ในการเดินขบวนสู่ความยุติธรรมในอเมริกา และเรียกร้องให้ชาวอเมริกันรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อต้านความรุนแรงและการเหยียดเชื้อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแฮร์ริสกล่าวกับครอบครัวฟลอยด์ว่า วันนี้คือวันแห่งความยุติธรรมในอเมริกา และประวัติศาสตร์จะมองย้อนกลับมาที่ช่วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความผิดสูงสุดตามข้อหาของชอวินมีโทษจำคุกไม่เกิน 40 ปี ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน ที่เป็นความผิดฐานฆ่าคนตายในระดับ 2 ของสหรัฐ ผู้พิพากษาเคฮิลล์กล่าวว่า การพิพากษาโทษจะมีขึ้นใน 8 สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำตัดสินนี้ เมืองมินนีแอโพลิสอยู่ในภาวะตึงเครียดจากการประท้วงหลายคืนติดต่อกัน นับแต่ดอนเต ไรต์ หนุ่มผิวดำอายุ 20 ปี โดนตำรวจหญิงผิวขาวยิงเสียชีวิตห่างจากจุดเกิดเหตุคดีฟลอยด์ไม่กี่กิโลเมตร หลังจากเขาโดนเรียกหยุดรถฐานทำผิดกฎจราจรเมื่อวันที่ 11 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อค่ำวันอังคาร ตำรวจในรัฐโอไฮโอเผยแพร่วิดีโอจากกล้องติดลำตัวตำรวจนายหนึ่งที่ยิงสังหารวัยรุ่นหญิงผิวดำที่ดูเหมือนว่ากำลังใช้มีดข่มขู่คนผู้หนึ่ง ไมเคิล วูดส์ ผู้บัญชาการตำรวจโคลัมบัส กล่าวว่า เขาต้องการเผยแพร่ภาพวิดีโอเหตุการณ์นี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100216</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน, จอร์จ ฟลอยด์, มินนีแอโพลิส, ศาลพิพากษาว่ามีความผิด, เดเร็ก ชอวิน, เหยียดเชื้อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607feb44803ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกันเดือด ประท้วงตำรวจยิงชายผิวดำที่มินนีแอโพลิสอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอเมริกันประท้วงตำรวจเมืองมินนิแอโพลิสเมื่อคืนวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ภายหลังหนุ่มผิวดำรายหนึ่งโดนตำรวจเรียกหยุดฐานทำผิดกฎจราจรแต่สุดท้ายเขาโดนยิงตาย จุดเกิดเหตุห่าง 16 กม.จากจุดที่จอร์จ ฟลอยด์ ตายเมื่อปีที่แล้วซึ่งจุดชนวนประท้วงก่อจลาจลทั่วสหรัฐนานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงขึ้นไปยืนบนรถตรวจการณ์ของตำรวจ ภายหลังเกิดเหตุตำรวจยิงดอนเต ไรต์ ชายผิวดำตายเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 ที่เมืองบรูคลินเซ็นเตอร์ รัฐมินนิโซตา (Photo by Stephen Maturen/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 12 เมษายน กล่าวว่า การเสียชีวิตของหนุ่มผิวสีรายล่าสุดที่เมืองบรูคลินเซ็นเตอร์ ชานเมืองมินนีแอโพลิส ทำให้ผู้คนหลายร้อยคนออกมาประท้วงด้านนอกกองบัญชาการตำรวจบรูคลินเซ็นเตอร์เมื่อคืนวันอาทิตย์ และเจ้าหน้าที่ในชุดปราบจลาจลต้องใช้กระสุนยางและระเบิดแสงวาบขับไล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญาติของเขาและผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ทิม วอลซ์ ระบุว่าเขาคือ ดอนเต ไรต์ อายุ 20 ปี วอลซ์กล่าวในแถลงการณ์ว่ากำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ไม่สงบที่บรูคลินเซ็นเตอร์ และว่า รัฐของเราเศร้าโศกของชีวิตชายผิวดำอีกหนึ่งชีวิตที่ตายเพราะเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใกล้จุดที่ไรต์โดนยิง ผู้ประท้วงตะโกนอย่างโกรธแค้นด้านหน้าแถวตำรวจปราบจลาจลที่ถือไม้กระบองยาว มีรถยนต์ตำรวจโดนทำลาย 2 คัน โดยผู้ประท้วงบางคนใช้ก้อนหินโยนใส่และขึ้นไปกระโดดย่ำ ตำรวจยิงกระสุนยางโดนผู้ประท้วงอย่างน้อย 2 คน คนหนึ่งมีเลือดไหลที่ศีรษะ ก่อนที่ฝูงชนจะเคลื่อนไปที่กองบัญชาการตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมค์ เอลเลียต นายกเทศมนตรีบรูคลินเซ็นเตอร์ ทวีตว่า เหตุยิงครั้งนี้ &amp;quot;น่าเศร้า&amp;quot; และเขาขอให้ผู้ประท้วงประท้วงต่อไปอย่างสันติ และผู้ประท้วงอย่างสันติจะไม่โดนจัดการด้วยกำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานหลังจากนั้น มีผู้ประท้วงอีกกลุ่มจำนวนหลายร้อยคนมารวมตัวกันอีกที่ด้านนอกกองบัญชาการตำรวจ แต่โดนแก๊สน้ำตาและระเบิดแสงวาบสลายการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น กองกำลังของเนชันแนลถูกส่งลงพื้นที่ ตำรวจประกาศว่าการชุมนุมเป็นสิ่งผิดกฎหมาย นายกเทศมนตรีบรูคลินเซ็นเตอร์ประกาศเคอร์ฟิวทั่วเมืองจนถึงเวลา 06.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองมินนีแอโพลิสเผชิญการประท้วงต่อต้านตำรวจในช่วงหลายวันมานี้ ระหว่างมีการพิจารณาคดีของดีเร็ก โชวิน อดีตตำรวจผิวขาว ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 เจ้าหน้าที่วางแนวกั้นรอบศาลและวางกำลังทหารจากเนชันแนลการ์ดรักษาการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โชวินโดนตั้งข้อหาฆาตกรรมและทำให้คนตายโดยไม่เจตนาฆ่า จากเหตุการณ์ที่เขาใช้เข่ากดคอของฟลอยด์อยู่นานจนขาดอากาศหายใจ ขณะทำการจับกุมฟลอยด์ใส่กุญแจมือเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว จุดเกิดเหตุครั้งนั้นห่างจากจุดเกิดเหตุเมื่อวันอาทิตย์ราว 16 กิโลเมตร วิดีโอการควบคุมตัวฟลอยด์ ซึ่งเป็นชายผิวดำอายุ 46 ปี กระพือความโกรธแค้นและจุดชนวนการประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวและความโหดเหี้ยมของตำรวจทั่วสหรัฐนานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคที ไรต์ แม่ของหนุ่มที่ตาย บอกกับนักข่าวว่า เธอได้รับโทรศัพท์จากลูกชายช่วงบ่าย เขาบอกว่าโดนตำรวจเรียกหยุดรถ เพราะทำผิดกฎจราจรของรัฐ จากการนำน้ำหอมปรับอากาศห้อยไว้ที่กระจกมองหลัง เธอได้ยินเสียงตำรวจบอกให้ลูกชายลงจากรถ เสียงความชุลมุน และเสียงตำรวจบอกว่า &amp;quot;ดอนเต อย่าหนี&amp;quot; จากนั้นโทรศัพท์ก็ถูกตัด เธอโทรไปอีกครั้ง แฟนสาวของดอนเตรับสายและบอกว่าเขาตายอยู่ตรงที่นั่งคนขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจบรูคลินเซ็นเตอร์กล่าวในแถลงการณ์ว่า ตำรวจเรียกหยุดรถชายคนหนึ่งฐานทำผิดกฎหมายจราจรเมื่อเวลาก่อนบ่ายสองโมง แล้วก็พบว่าชายคนนี้มีหมายจับค้างอยู่ ตำรวจจึงพยายามจับกุมเขา เขากลับเข้าไปในรถ ตำรวจนายหนึ่งยิงชายผู้นี้ซึ่งแถลงการณ์ไม่ระบุชื่อ เขาขับรถหนีไปหลายช่วงตึก ก่อนที่จะชนรถอีกคันและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า กล้องติดลำตัวเจ้าหน้าที่ทั้งสองนายบันทึกเหตุการณ์ไว้ สำนักงานจับกุมคดีอาญาของรัฐกำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกันประจำมินนิโซตากล่าวว่า ควรมีหน่วยงานอิสระแห่งอื่นทำการสอบสวน พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจเผยแพร่วิดีโอเหตุการณ์ทันที กลุ่มนี้กล่าวด้วยว่า น่ากังวลอย่างยิ่งที่ตำรวจที่นี่ใช้น้ำหอมปรับอากาศห้อยรถเป็นข้ออ้างในการเรียกหยุดรถ ซึ่งบ่อยครั้งเหลือเกินที่เป้าหมายเป็นคนผิวดำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99287</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ ฟลอยด์, ดอนเต ไรต์, ตำรวจยิงคนผิวสี, บรูคลินเซ็นเตอร์, ประท้วงตำรวจ, มินนีแอโพลิส, อเมริกันประท้วง, เหยียดผิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_607413cfe44e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วิบากกรรม....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมอเหวง&amp;quot; เพิ่งฝ่าสายฝนออกจากคุก ได้ ๒ วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วานนี้กระเตง &amp;quot;ป้าธิดา&amp;quot; ไปเป็นเพื่อน ขึ้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบพยานคดีชุมนุมปี ๒๕๕๒ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๑ ปีแล้วซินะ ยังวนเวียนอยู่กับคุก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็...ไม่ใช่หมอเหวงคนเดียว ที่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำม็อบเสื้อแดง นปช. พันธมิตรฯ กปปส. ต่างก็ยังต้องวนเวียน รับผิดชอบทางกฎหมาย จากการจัดชุมนุมซึ่งเป็นผลพวงจากระบอบทักษิณล้วนๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกริ่นให้เห็นเป็นน้ำจิ้ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะการชุมนุมทางการเมืองทั่วโลกก็เป็นแบบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะประเทศประชาธิปไตยจ๋า หรือเผด็จการเข้มงวดในฝั่งคอมมิวนิสต์ แกนนำผู้ชุมนุม และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องล้วนถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สดๆ ร้อนๆ อเมริกาต้นตำรับที่โหยหา &amp;quot;วิลเลียม บาร์&amp;quot; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยัวะที่การชุมนุมเป็นต้นเหตุให้โควิดระบาดหนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งสัญญาณไปยังอัยการท้องถิ่นและรัฐ ให้ตั้งข้อหาเกี่ยวกับการชุมนุม เป็นข้อหากบฏล้มล้างรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือวิธีการจัดการที่รัฐบาลอเมริกาใช้กับการชุมนุมก่อความไม่สงบในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่บ่อยที่จะมีการตั้งข้อหากบฏ!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเป็นข้อหาที่ค่อนข้างรุนแรงสำหรับอเมริกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณี &amp;quot;จอร์จ ฟลอยด์&amp;quot; ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา อัยการของรัฐบาลกลางได้สั่งฟ้องคดีมากกว่า ๒๐๐ คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนไปปี ๒๕๕๓ รัฐบาลกลางเคยตั้งข้อหาแก่สมาชิกอาสาสมัครชาวคริสเตียนที่เรียกว่า &amp;quot;ฮุทาเรส&amp;quot; &amp;nbsp;เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการปลุกระดม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๒๔๗๓ อัยการของรัฐบาลกลางประสบความสำเร็จในการใช้กฎหมายเดียวกันนี้ต่อต้านผู้แบ่งแยกดินแดนเปอร์โตริโก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เป็นตัวอย่างให้เห็น เส้นทางการชุมนุมกับการที่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายนั้นเป็นของคู่กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อย่ากลัว...&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๙ กันยายนนี้ เมื่อมีความประสงค์จะไปชุมนุม ก็ต้องไปใช้สิทธิเสรีภาพ แสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตราบที่ไม่ทำผิดกฎหมาย ก็ยากที่จะตกเป็นผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และโปรดเข้าใจให้ถ่องแท้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีใครกลั่นแกล้งใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะที่ผ่านมาโดนตั้งข้อหากันทั่วหน้า ทุกสี ทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ &amp;quot;หมอเหวง&amp;quot; ในวัยชรา ถึงต้องใช้เวลาที่เหลือของชีวิตขึ้นโรงขึ้นศาลกันต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โชคร้ายอาจเจอคุกซ้ำ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุเทพ เทือกสุบรรณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุริยะใส กตะศิลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จตุพร พรหมพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกคนวนเวียนเข้าออกศาล บางคน เข้าคุกซ้ำสอง ก็เป็นความรับผิดชอบตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาล่ะ...มาว่ากันเรื่องชุมนุมวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครอยู่ตรงไหนบ้าง?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าคิดว่า &amp;quot;ศรีสุวรรณ จรรยา&amp;quot; บ้าๆ บอๆ เป็นนักร้องเบอร์ ๑ ไร้น้ำยา ร้องเป็นพันเอาผิดไม่ได้สักเรื่อง ลองย้อนกลับไปดู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุบพรรคอนาคตใหม่ ก็ตั้งต้นมาจาก &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คราวนี้....มีข้อความจาก &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ไปถึง ๖ พรรคฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...๖ พรรคฝ่ายค้านประกาศหนุนม็อบ ๑๙ ก.ย. ระวังจะเข้าข่ายผิดตาม ม.๙๒ (๒) พ.ร.ป.พรรคการเมือง ๖๐ โทษถึงขั้นยุบพรรคเลยนะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมืองตามมาตรานี้ เป็นการถูกยุบพรรคการเมือง...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา ๙๒ (๒) บัญญัติเอาไว้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;..เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทําการ อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๒) กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๖ พรรคฝ่ายค้านสนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้จริงหรือไม่ อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคก้าวไกล ไปไกลจริงๆ เพราะเป็นมากกว่าเป็นผู้สนับสนุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นทั้งผู้เคลื่อนไหวร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยประกันตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อำนวยความสะดวก สำรวจเส้นทางการเคลื่อนผู้ชุมนุมจากธรรมศาสตร์ ไปทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ละเอียดยิบ กว่า ๑ หมื่นก้าว ถึงทำเนียบรัฐบาลภายในเวลา ๒ ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่เห็นพ้องต้องกันทั้ง ๖ พรรค แถลงโดย &amp;quot;สมพงษ์ อมรวิวัฒน์&amp;quot; ผู้นำฝ่ายค้าน แม้จะมีการป้องกันตัวเอง หากความฉิบหายมาเยือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สุดท้ายอาจปัดความรับผิดชอบมิได้!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคร่วมฝ่ายค้านพยายามเน้นว่าการแสดงออกและการเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนภายใต้กรอบกฎหมาย เป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามระบอบประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่ถูกต้องและสามารถกระทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็แน่นอนถ้าถูกต้องใครจะไปทำอะไรได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การเคลื่อนไหวที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยก็รับรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการแสดงความเป็นห่วงในเรื่องอะไรบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคฝ่ายค้านจึงออกแถลงการณ์หลบเลี่ยง เน้นไปที่ข้อเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น ในขณะที่ข้อเรียกร้องของม็อบปลดแอกนั้น มี ๓ ข้อ กับ ๑ ความฝัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;....๑.รัฐบาลต้อง &amp;quot;หยุดคุกคามประชาชน&amp;quot; ที่ออกมาใช้สิทธิและเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.รัฐบาลต้อง &amp;quot;ร่างรัฐธรรมนูญใหม่&amp;quot; ที่มาจากเจตจำนงของประชาชน เพื่อประโยชน์แก่สาธารณชนอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.รัฐบาลต้อง &amp;quot;ยุบสภา&amp;quot; เพื่อให้ประชาชนสามารถแสดงเจตจำนงในการเลือกผู้แทนของตนได้อีกครั้ง โดยตั้งอยู่บน ๒ หลักการที่ว่า จะต้องไม่มีการรัฐประหารและการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้ ๑ ความฝันคือ การมี &amp;quot;ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ&amp;quot; &amp;nbsp;อย่างแท้จริง...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน ๓ ข้อ มีสิ่งที่ขาดหายไปในแถลงการณ์ของฝ่ายค้าน นั่นคือ ยุบสภา ซึ่งพอเข้าใจได้ เพราะถ้ายุบสภารัฐธรรมนูญก็ยังไม่ได้แก้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ ๑ ความฝัน ที่มุ่งไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์นี่ซิ ฝ่ายค้านขอยืนดูเฉยๆ ให้เด็กเล่นแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมันประหลาดตรงที่ ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านและรัฐบาล เข้าไปอยู่ในสภาแล้ว จะพิจารณาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะตั้ง ส.ส.ร.กันอยู่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมม็อบปลดแอกถึงยังนำมาเป็นเงื่อนไขในการจัดชุมนุมใหญ่ และพรรคฝ่ายค้านก็ยังสนับสนุนให้มีการชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีนี้มาดูว่าผู้ปราศรัยหลักในการชุมนุมครั้งนี้มีใครบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ๑.น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.ทนายอานนท์ นำภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕.นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคฝ่ายค้านรับรู้มาตลอดแล้วใช่หรือไม่ว่า ทั้ง ๕ คนเน้นปราศรัยประเด็นอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้ามคุกคามประชาชนหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช่แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือว่าให้ยุบสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง ๓ ประเด็นเป็นแค่เครื่องเคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ประเด็นหลักคือ ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๖ พรรคฝ่ายค้านฟังดีๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๐ สิงหาคม ที่ผ่านมา เวทีปราศรัยที่ธรรมศาสตร์ รังสิต &amp;quot;เพนกวิน-อานนท์&amp;quot; พ่นเต็มเหนี่ยว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๖ สิงหาคม เวทีปราศรัยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แกนนำบางคนไม่ได้ขึ้นเวที เพราะศาลเพิ่งให้ประกันตัว และมีเงื่อนไขต้องไม่ทำผิดซ้ำในข้อหาเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...แท้จริงแล้วมีสาเหตุมาจากเกรงจะมีการวิจารณ์สถาบันจนเลยเถิดและคุมไม่อยู่ แกนนำบางคนจึงถูกขอร้องว่าอย่าขึ้นเวที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาวันนี้ (๑๙ กันยายน) &amp;quot;เพนกวิน-อานนท์&amp;quot; ประกาศมาหลายวันแล้ว จะปราศรัยแบบเบิ้มๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบิ้มเรื่องอะไร ไม่ต้องเดา เพราะเผาหัวมานาน และ ๖ พรรคฝ่ายค้านก็รู้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทีนะ...พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา ๙๒ (๒) บัญญัติว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;..เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทําการ อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๒) กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเข้าข่ายหรือเปล่าไม่รู้ แต่มีคนร้องแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าอยากลองดี ก็ลองดู.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77872</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จอร์จ ฟลอยด์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ผักกาดหอม, ศรีสุวรรณ จรรยา, สุริยะใส กตะศิลา, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มองโลกในแง่บวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะด้วยเหตุเพราะความแก่-ความชรา หรือด้วยเหตุผลกลใดก็มิอาจสรุปได้...ที่ทำให้ต้องสารภาพกันตรงๆ ว่าหลังๆ มานี้ ไม่ค่อยอยากจะคิด อยากจะมองอะไรต่อมิอะไร ให้มันออกไปทางเร่าร้อน รุนแรง กระเหี้ยน กระหาย กระหือรือ เหมือนอย่างยุคที่ยังเคยมี ไฟ อันเป็นตัวที่สามารถ เผาผลาญ ตัวเองและผู้อื่น ได้อย่างชนิดต้องฉิบหาย วายวอด กันไปข้าง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งในช่วงที่โลกทั้งโลก...กำลังใกล้ฉิบหาย วายวอด ไม่ว่าด้วยอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดชของโรคระบาดอย่างเชื้อไวรัส COVID-19 ท่านที่ทำเอาไม่ว่าชาติไหนต่อชาติไหน ผิวไหน เผ่าไหน เผด็จการ ประชาธิปไตย คณาธิปไตย หรืออะไรไตยๆ ก็แล้วแต่ ล้วนแล้วแต่ตายโหง ตายห่า กันไปเป็นแสนๆ ล้านๆ รวมทั้งทำให้เศรษฐกิจของแต่ละประเทศ หนีไม่พ้นต้องหัวทิ่มดิน มุดลงไปในเหว ในอุโมงค์ ชนิดโอกาสเงยหน้า อ้าปาก โอกาสมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แทบไม่มีเอาเลยแม้แต่น้อย และอย่างไม่มีข้อยกเว้นใดๆ เอาเลยก็ว่าได้ ก็เลยยิ่งส่งผลให้ไม่อยากจะคิด ไม่อยากจะมองอะไร ที่ออกไปในแง่ลบ แง่ร้าย จนเกินไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น...ไม่ว่าอะไรก็ตาม ที่กำลังก่อให้เกิดความร้ายกาจ ร้ายแรง ความปวดเศียร เวียนเกล้า อยู่ในสังคมไทย ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาในทุกวันนี้ ถ้าลองลดๆ การมองในแง่ลบ แง่ร้าย หันมาบวกๆ หันมาโพสิทิฟ เอาไว้มั่ง ไม่ว่ามันจะเป็นจริง หรือเป็นไปได้มาก-น้อยขนาดไหน แต่อย่างน้อย...ก็พอช่วยให้เกิดความสบายอก สบายใจ ความรู้สึกกระชุ่มกระชวยติดปลายนวมคนแก่ได้บ้าง แม้แต่เพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็พอช่วยให้ชีวิตลุงๆ ทั้งหลาย ไม่ถึงกับเป็นอะไรที่โหดร้าย โหดเหี้ยม อำมหิต มากมายเกินไปนัก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเรื่องคดี จอร์จ ฟลอยด์เมืองไทย หรือคดี ลูกชายกระทิงแดง ที่เล่นเอาใครต่อใครปั่นป่วน รวนเร กันไปมิใช่น้อย ไม่ว่าจะในระดับตัวบุคคล องค์กร หรือสถาบัน ที่ต่างหันมาโยน เผือกร้อน ใส่มือซึ่งกันและกัน และกลายเป็น ทอล์กออฟเดอะทาวน์ ที่ต้องหยิบมาพูดจา หารือ กันยังไม่จบจนตราบเท่าทุกวันนี้ คือถ้าหากลองหันมามองในแง่บวก หรือในแง่โพสิทีฟ เอาไว้มั่ง ก็อาจถือเป็นการจุดชนวน เป็นการเติม พลัง ให้กับการขับเคลื่อนไปสู่กระบวนการ ปฏิรูป ไม่ว่าในแง่ตัวบทกฎหมาย หรือในแง่องค์กร สถาบัน อย่างอัยการ และตำรวจ เป็นต้น เผลอๆ...อาจเป็นพลังที่ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ซะยิ่งกว่าการออกเรี่ยว ออกแรงนอนกลิ้ง-นอนหงายอยู่กลางถนน นับเป็นเดือนๆ ปีๆ ของ ลุงกำนัน-เทพเทือก เมื่อครั้งที่ยังไม่ได้ เหี่ยวปลาย หรือยังพร้อมกู่ก้อง ร้องตะโกน ให้ต้อง ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต่างไปจากการออกมาชูไม้ ชูมือ ชู 3 นิ้ว ของพวกเด็กๆ ในช่วงนี้อีกเช่นกัน...คือถ้าไม่ได้มีการจาบจ้วง ล่วงละเมิด ซะอย่างแล้ว ย่อมถือเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ อันจะนำไปสู่การ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่แม้แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2560 ท่านก็ยัง เห็นควรด้วย อีกต่างหาก กระทั่งตัวประธานที่มีฐานะ ตำแหน่ง เป็นถึง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อย่างท่านอาจารย์ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านก็ยังพร้อมที่จะลุกขึ้นมายืนหยัด ยืนยัน ให้แก้ไขมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่ความเป็นไปได้ในแก้ไข เพิ่มเติม ไปจนถึงร่างใหม่ เขียนใหม่ ทั้งฉบับเอาเลยก็ยังได้ เพียงแต่อาจต้องไปชี้แจง อธิบาย แก้ไข ความสับสน ให้กับพวกเด็กๆ เขาไว้ซักหน่อย ว่าถ้าหากต้อง ยุบสภา ตามข้อเรียกร้อง แล้วมันจะไปหาใคร หรือหาอะไร มาเป็นพระแสงด้ามยาวในการแก้รัฐธรรมนูญ ได้อย่างที่เขาปรารถนาและต้องการ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องของการปรับคอรอมง คอรอมอ ที่เคยเป็น ทอล์กออฟเดอะทาวน์ มาก่อนหน้านั้น...มาถึง ณ ขณะนี้ ก็น่าจะลดความร้อนแรง ความปวดเศียร เวียนเกล้า ความกระเหี้ยนกระหือรือ และ ความหื่น ลงไปมากแล้ว หรือคงไม่ถึงกับก่อให้เกิดความร้ายกาจ ร้ายแรง ต่ออนาคตของชาติบ้านเมืองมากมายซักเท่าไหร่ คืออาจด้วยเหตุเพราะในแวดวงอำนาจ หรือแวดวงการเมือง มันยังเต็มไปด้วย ดาวร้ายหนังไทย ไม่ว่าประเภท ทักษิณ แจ่มผล ประจวบ ฤกษ์ยามดี ดามพ์ ดัสกร ไปจนถึง ไอ้ลิ้นมฤตยู-สมศักดิ์ ชัยสงคราม ฯลฯ ที่โผล่หน้า โผล่ตา ออกมาเมื่อไหร่ หรือแค่มองเห็นท้ายทอย ก็สามารถรับรู้ได้ไม่ยาก ว่าต้องเล่นเป็นดาวร้ายอยู่แล้วแน่ๆ มันก็เลยพอช่วยให้ พระเอกหนังไทย อย่าง มิตร ชัยบัญชา หรือ สมบัติ เมทะนี ก็น่าจะยังพอ ขายได้ ไม่ถึงกับต้องโดน สายหนัง ปฏิเสธไปด้วยกันทั้งหมด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปเอาเป็นว่า...เมื่อมาถึงขั้นนี้ ก็น่าจะยังพอ อยู่ๆ กันไปได้ นั่นแหละทั่น ไม่ถึงกับต้องฉุนฉิว กริ้วโกรธ เคียดแค้น อาฆาต พยาบาท ริษยาและชิงชัง ต่อกันและกันมากมายเกินไปนัก โดยเฉพาะภายใต้ฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลกทั้งโลกที่มันกำลังสาดซัดกระหน่ำเข้ามาสู่สังคมต่างๆ ไม่ต่างไปจาก คลื่นยักษ์สึนามิ ลูกแล้ว ลูกเล่า การหันมองอะไรต่อมิอะไรในแง่บวก เอาไว้มั่ง อย่างน้อย...มันก็อาจพอช่วยให้เกิด เครือข่ายป้องกันทางสังคม เกิด ความร่วมมือ-ร่วมใจ ที่จะนำไปสู่การสร้างสรรค์ ป้อมปราการที่ไม่มีวันที่ผู้ใดจะตีแตก หรือนำไปสู่ ความพอเพียง ได้แบบจริงๆ จังๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก &amp;ldquo;Helen Keller&amp;rdquo;... &amp;ldquo;No pessimist ever discover the secrets of the stars or sailed to an uncharted land or opened a new heaven to the human spirit.- ไม่เคยมีผู้มองโลกในแง่ร้ายรายใด ที่สามารถค้นพบความลี้ลับของดวงดาว การแล่นเรือไปพบน่านน้ำที่ยังไม่เคยมีใครสำรวจ หรือการเปิดสวรรค์ชั้นใหม่ขึ้นในจิตใจของมนุษย์...&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73228</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ ฟลอยด์, ท่านขุนน้อย, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, ลูกชายกระทิงแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เผลอๆ...อาจกลายเป็นกรณี จอร์จ ฟลอยด์ เมืองไทย หรือไม่? อย่างไร? ก็ยังไม่ถึงกับแน่ใจ สำหรับกรณี ลูกชายกระทิงแดง ที่ดันอุบัติขึ้นมา หรือถูกปูดขึ้นมาในช่วงนี้ เพราะไม่ว่าโดย เหตุผล หรือ ข้อเท็จจริง ของ อัยการ และ ตำรวจ ท่านจะออกไปในแนวไหน แบบไหน ก็ตามที แต่คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า มันออกจะเป็นตัวกระตุ้น อารมณ์-ความรู้สึก ใครต่อใคร ให้พลุ่งพล่าน เดือดพล่าน แผ่ซ่านและแพร่กระจาย ปานประดุจ ประกายไฟไหม้ลามทุ่ง เอาเลยทีเดียวเจียว...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาไม่รู้กี่ปี ต่อกี่ปีที่แล้ว...แต่การที่ตลอดช่วงระยะเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมาของบรรดาผู้ที่ เราจะทำตามสัญญา...ขอเวลาอีกไม่นาน ฮึ้มฮึม-ฮึ้มหึ่ม ท่านแทบไม่ได้ แตะ อะไรต่อมิอะไร ในแวดวง ตำรวจ และ อัยการ เอาเลยแม้แต่น้อย อันนี้นี้แหละ...ที่โอกาส แฉลบออกข้าง เด้งเชือก-ตัดเวที-ออกมาเต้นย็อกๆ แย็กๆ มันเลยค่อนข้างจะ ลำบาก มิใช่น้อย คือถ้าลองเปิดโอกาสให้ พระอาจารย์บุญสร้าง ท่านลงมือ ปฏิรูปตำรวจ อย่างจริงๆ จังๆ ไม่คิดจะเอาผลงาน ผลการศึกษา ค้นคว้า หารือ ซุกเอาไว้ใต้ตุ่ม แบบครั้งแล้ว ครั้งเล่า อย่างน้อย...ก็น่าจะยังพอมี ข้ออ้าง เอาไว้แฉลบไป-แฉลบมา ได้มั่ง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การปล่อยวาง ปล่อยมือ ปล่อยให้ กระบวนการยุติธรรมขั้นต้น ภายใต้การกำกับ ดูแล ของ ตำรวจ และ อัยการ ยังคงเป็นไปในรูปเดิม เหมียนน์น์น์เดิมมม์ม์ม์ ภายใต้ ระบบราชการ ที่แม้ว่าย่อมต้องมีคนดีและคนชั่วปะปนกันไป ไม่ต่างไปจากแวดวงอื่นๆ แต่งานนี้...มันได้กลายเป็นตัวสะท้อน ให้เห็นค่อนข้างชัดเจนว่า คงปล่อยไปแบบเดิมๆ แบบตามเรื่อง ตามราว ตามลีลาลักษณะ การอุปถัมภ์ ของสังคมไทย ไม่น่าจะได้ต่อไปอีกแล้ว เพราะนับวัน...มันยิ่งกลายเป็นตัว ตอกย้ำ ให้เห็นถึง ความเหลื่อมล้ำ ที่แทบไม่ต่างอะไรไปจากการเหยียดผิว เหยียดเผ่าพันธุ์ อันกำลังเป็นตัว จุดประกายไฟ ชนิดไหม้ลามทุ่ง ไปทั่วทั้งประเทศอเมริกาอยู่จนทุกวันนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่ยิ่งน่าหนักใจเอามากๆ...ก็คือมันดันมา เข้าทางเท้า-เข้าทางตีน ของบรรดาพวกม็อบเด็กๆ ที่ค่อนข้างจะเน้นหนักในเรื่อง อารมณ์-ความรู้สึก มากกว่า เหตุผล และ ข้อเท็จจริง อยู่แล้วแน่ๆ การหยิบ ความเหลื่อมล้ำ ในเรื่องนั้น เรื่องนี้ ไปเกี่ยวโยง เกี่ยวพัน กับเรื่องโน้น เรื่องนู้น ก็ยิ่งทำให้น่าห่วง น่ากังวล หนักขึ้นไปใหญ่ เพราะไม่เพียงแต่การผูกติดอยู่กับ ระบบราชการ จนไม่คิดจะ ปฏิรูป ใดๆ ให้เป็นเรื่อง เป็นราว ไปซะที การผูกแข้ง ผูกขา ผูกอำนาจตัวเองเอาไว้กับสิ่งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับระบบใดๆ ด้วยเลย หรือสิ่งที่อยู่เหนือไปจากความขัดแย้งทางการเมืองมาโดยตลอด ก็กลับกลายเป็นการเปิดช่อง เปิดโอกาส ให้เกิดการลุกลาม ลามปาม ไปสู่ความขัดแย้งทางโครงสร้างของสังคมเอาเลยก็ไม่แน่!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ถึงต้องพูดแล้ว พูดอีก ย้ำแล้ว ย้ำอีก ให้หาทาง เว้นระยะห่างทางสังคม เอาไว้ให้ดี เพราะด้วย ระบบราชการ ที่ยังไม่ได้ผ่านการ ยกเครื่อง กันอีกรอบ ให้เกิดความกระชุ่มกระชวย ความมีประสิทธิภาพ และความทันสมัยพอที่จะรองรับฉากสถานการณ์ใหม่ๆ ซึ่งไปไกลเกินกว่ายุคดิจิตอล ไปสู่ยุค 5-G ยุค AI หรือจะยุคไหนต่อยุคไหนกันแล้วไม่รู้ การดำรง คงอยู่ ในระบบ อะนาล็อก นั้น แม้จะเป็นอะไรที่ใช้ง่าย ใช้คล่อง คุ้นเคยและคุ้นชิน แต่ยังไงๆ...คงต้องปรับ ต้องเปลี่ยน บางชิ้นส่วน บางอุปกรณ์ กันเอาไว้มั่ง โดยเฉพาะที่ประเภทมันขึ้นสนิม หรือที่เป็นตัวกัดกร่อน การทำงานของระบบทั้งระบบ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่ออกจะ น่าเสียดาย เอามากๆ...ก็คือความพยายามสร้าง ความร่วมมือ-ร่วมใจ เพื่อให้เกิด เครือข่ายป้องกันทางสังคม ในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในระดับ คลื่นยักษ์สึนามิ ที่กำลังใกล้มาถึง ซึ่งหนีไม่พ้นต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า คุณธรรม นั่นแหละเป็นตัวนำ อาศัยความถูกต้อง เป็นธรรม ความไม่เหลื่อมล้ำ ไม่เลือกที่รัก-มักที่ชัง หรือ ความเสมอภาคทางกฎหมาย นั่นเอง เป็นตัวผูกโยง บูรณาการ สิ่งต่างๆ ฝ่ายต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน แต่ด้วยเหตุเพราะกลไกบางชิ้น บางส่วน มันดัน ขึ้นสนิม เลยส่งผลให้ระบบทั้งระบบ ทำท่าว่าชักจะไม่ ฟังก์ชัน เอาดื้อๆ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือพูดง่ายๆ ว่า...ถ้าหาก กฎหมาย ไม่ ศักดิ์สิทธิ์ ซะอย่าง ความศักดิ์สิทธิ์ในด้านต่างๆ ก็ย่อมต้องมีอันลดน้อยถอยลงไปด้วยไม่มาก-ก็น้อย และนั่นเอง...ที่จะทำให้ จิตวิญญาณของสังคม อันเป็นสิ่งสำคัญในการหล่อหลอมทุกสิ่งทุกอย่าง ให้เป็นเนื้อเดียวกัน เป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน ย่อมต้องอ่อนเปลี้ย เพลียแรง ตามไปด้วย ชนิดแทบนึกภาพไม่ออก...ว่าถ้าหากต้องเจอกับ คลื่นยักษ์สึนามิ ลูกแล้ว ลูกเล่า ศักยภาพและขีดความสามารถในการผ่อนคลาย เยียวยา บรรเทาเบาบาง วิกฤติ ต่างๆ ได้เหมือนเมื่อครั้งวิกฤติ 14 ตุลา วิกฤติพฤษภาทมิฬ ฯลฯ จะยังคงเป็นไปได้มาก-น้อยขนาดไหน???&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก &amp;ldquo;Karl Marx&amp;rdquo;... &amp;ldquo;Success, arrogance and injustice, then downfall. - ความสำเร็จ ความหยิ่งยโส และความอยุติธรรม จะเกิดก่อน...และแล้ว ความหายนะจะตามมา...&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72575</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงแดง, จอร์จ ฟลอยด์, ท่านขุนน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 07:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 07:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประท้วงไม่ใส่แมสก์ดันยอดผู้ติดเชื้อโควิดในอเมริกาพุ่งเกิน 3 หมื่นคน/วันต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.63- สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อรวม 9,179,919 ราย เสียชีวิต รวม 473,461 คน &amp;nbsp;โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงถึง 138,019 คนในวันเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกายังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดที่ 2,388,050 ราย &amp;nbsp;เสียชีวิต 122,609 คน ที่น่าสังเกตคือพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 31,393 คน ซึ่งเกิน 3 หมื่นคนมาหลายวัน อันเป็นผลมาจากการชุมนุมประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้ จอร์จ ฟลอยด์ โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบราซิล มีผู้ติดเชื้อรวม 1,111,348 คน เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 24,358 ราย และเสียชีวิตแล้วรวม 51,407 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในเอเชียคืออินเดีย ซึ่งขยับมาอยู่ที่อันดับ4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ของโลก &amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อรวม 440,450 คน เสียชีวิตแล้ว 14,015 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนไทยอยู่ที่ลำดับ 92 ของโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 3,151 คน เสียชีวิตแล้ว 58 ราย .
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69442</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, จอร์จ ฟลอยด์, ประท้วง, ไม่ใส่แมสก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef14ac90f31f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
