<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จอร์แดนปิดปากสื่อ ห้ามรายงานข่าวความขัดแย้งในราชวงศ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อัยการจอร์แดนมีคำสั่งเมื่อวันอังคาร ห้ามสื่อทุกแขนงรวมถึงโซเชียลมีเดีย เผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการสอบสวนภายในราชวงศ์ฮัชไมต์ ที่เจ้าชายฮัมซา พระอนุชาต่างมารดาของสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับแผนบ่อนทำลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวุ่นวายภายในจอร์แดนเป็นข่าวครึกโครมเมื่อเจ้าชายฮัมซา อดีตมกุฎราชกุมารซึ่งมีพระชนมายุ 41 ปี วิจารณ์ผู้นำของจอร์แดนอย่างเผ็ดร้อนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยพระองค์รับสั่งผ่านวิดีโอที่ให้ทนายความนำออกเผยแพร่ต่อสื่อตะวันตกว่าพระองค์กำลังโดนกักบริเวณที่วัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์มาพลิกผันในคืนวันจันทร์ เมื่อสำนักพระราชวังเผยแพร่แถลงการณ์ลงพระนามเจ้าชายฮัมซา ว่าพระองค์ยังคงจงรักภักดีต่อกษัตริย์อับดุลลาห์ และพร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนกษัตริย์และมกุฎราชกุมาร ทั้งที่ก่อนหน้านั้นฝ่ายค้านเพิ่งเผยแพร่เทปบันทึกเสียงที่เจ้าชายตรัสว่า พระองค์จะไม่ทำตามคำเตือนที่ห้ามการดำเนินกิจกรรม หรือให้ปิดปากเงียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองวันก่อนหน้านั้น กองทัพจอร์แดนเตือนเจ้าชายเกี่ยวกับพฤติกรรมที่บ่อนทำลาย &amp;quot;ความปลอดภัยและเสถียรภาพ&amp;quot; ในจอร์แดน และได้จับกุมผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 16 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของทางการจอร์แดนรายงานในวันอังคาร อ้างแถลงการณ์ของฮัสซัน อัลอับดัลลัต อัยการอัมมาน ว่า เพื่อปกป้องความลับของการสอบสวนโดยหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ดำเนินอยู่ อันเกี่ยวข้องกับเจ้าชายฮัมซา บิน ฮุสเซน และคนอื่นๆ อัยการจึงตัดสินใจห้ามเผยแพร่ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน ณ ขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การห้ามตีพิมพ์ครอบคลุมถึงสำนักข่าวทุกแขนง, สื่อโสตทัศน์และโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหมด ตลอดจนการเผยแพร่รูปภาพหรือคลิปวิดีโอทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชวงศ์ฮัชไมต์ประกาศด้วยว่า สำนักพระราชวังจะจัดการกับเรื่องนี้เป็นการภายในราชวงศ์เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจอร์แดนกล่าวหาเจ้าชาย ซึ่งโดนปลดจากตำแหน่งมกุฎราชกุมารเมื่อปี 2547 ว่ากำลังติดต่อกับพวกที่มีสายสัมพันธ์กับต่างชาติ ในแผนการบ่อนทำลายจอร์แดน และรัฐบาลสอบสวนเจ้าชายมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้พระองค์จะไม่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อกษัตริย์ แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ เจ้าชายองค์นี้ได้ไปเข้าร่วมการชุมนุมของชนเผ่าต่างๆ ที่มีการวิจารณ์กษัตริย์และรัฐบาลอย่างเปิดเผย ทำให้เชื่อว่าเจ้าชายอาจกำลังพยายามเอาชนะใจประชาชน หลังจากทรงถูกลดบทบาทมานานหลายปีภายหลังโดนปลดจากตำแหน่งมกุฎราชกุมาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98536</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความขัดแย้งในราชวงศ์, จอร์แดน, ปิดปากสื่อ, ราชวงศ์ฮัชไมต์, สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2, ห้ามเผยแพร่ข่าว, เจ้าชายฮัมซา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061d12738660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จอร์แดนสกัดแผนโค่นราชบัลลังก์ คุมตัวอดีตมกุฎราชกุมาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการจอร์แดนกวาดล้างจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายรายเมื่อวันเสาร์ เผยอาจเกี่ยวข้องกับแผนโค่นราชบัลลังก์ ขณะที่เจ้าชายฮัมซา บิน ฮุสเซน อดีตมกุฎราชกุมาร อ้างโดนกักบริเวณ แต่กองทัพปัดข่าว พร้อมเตือนอย่าได้เคลื่อนไหวที่กระทบความมั่นคงและเสถียรภาพ สหรัฐและพันธมิตรรีบประกาศหนุนหลังกษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายฮัมซา บิน อัลฮุสเซน (ขวา) และเจ้าหญิงนูร์ บิน อาเซม บิน นาเยฟ (ที่ 2 จากขวา) ฉายพระรูปกับกษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 (ที่ 2 จากซ้าย) และพระราชินีราเนีย ในพระราชพิธีหมั้นของเจ้าชายฮัมซา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2546 (Photo by Yusef Allan/Jordan Royal Palace/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างรายงานของวอชิงตันโพสต์เมื่อวันเสาร์ที่ 3 เมษายนว่า ทางการจอร์แดนควบคุมตัวอดีตมกุฎราชกุมารและผู้ต้องสงสัยเกือบ 20 คน สืบเนื่องจากพฤติการณ์ที่เจ้าหน้าที่จอร์แดนกล่าวกันว่า &amp;quot;คุกคามความมั่นคงของประเทศ&amp;quot; โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนแผนการโค่นราชบัลลังก์ของกษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 &amp;quot;การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังการค้นพบสิ่งที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังกล่าวว่าเป็นแผนอันซับซ้อนและกว้างขวาง&amp;quot; โพสต์อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงในตะวันออกกลางรายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวของรอยเตอร์และบีบีซีอ้างสื่อของทางการจอร์แดนว่า หนึ่งในผู้ที่ถูกควบคุมคือ บัสเซม อวาดัลลาห์ นักเศรษฐศาสตร์ที่จบการศึกษาจากสหรัฐและเป็นบุคคลใกล้ชิดของสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2 มายาวนาน โดยเขาเคยเป็นรัฐมนตรีคลังและยังเป็นที่ปรึกษาของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เจ้าชายฮัมซา พระอนุชาต่างมารดาของกษัตริย์ ที่โดนปลดจากตำแหน่งมกุฎราชกุมารเมื่อปี 2547 ทรงเปิดเผยผ่านวิดีโอที่ทนายความส่งถึงบีบีซีเมื่อวันเสาร์ว่า พระองค์กำลังโดนกักบริเวณอยู่ที่วัง และได้รับคำสั่งห้ามติดต่อกับใคร เจ้าชายทรงยืนยันว่าพระองค์ไม่ได้มีส่วนร่วมในแผนสมคบคิดของต่างชาติ แต่ขณะเดียวกัน ทรงวิจารณ์ผู้ปกครองจอร์แดนปัจจุบันว่าทุจริตประพฤติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรับสั่งเป็นภาษาอังกฤษ เจ้าชายตรัสว่า ประธานคณะเสนาธิการทหารแห่งกองทัพจอร์แดนมาเข้าพบพระองค์ เพื่อแจ้งว่าพระองค์ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากวัง, ห้ามติดต่อหรือพบกับใคร เพราะในการประชุมที่พระองค์ทรงเข้าร่วมก่อนหน้านี้ หรือในโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จเยือนของพระองค์ มีการวิจารณ์รัฐบาลหรือกษัตริย์ เจ้าชายทรงยืนยันว่าพระองค์ไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วิจารณ์เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น เจ้าชายฮัมซาตรัสว่า พระองค์ไม่ใช่ผู้ที่รับผิดชอบต่อการพังทลายของการปกครอง, การคอร์รัปชัน และความไร้ความสามารถที่มีอยู่แพร่หลายในโครงสร้างการปกครองของประเทศนี้ในช่วง 15-20 ปีที่ผ่านมาและกำลังแย่ลงเรื่อยๆ ด้วย พระองค์ไม่ใช่ผู้ที่รับผิดชอบต่อการขาดศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสถาบัน &amp;quot;มันมาถึงจุดที่ไม่มีใครสามารถพูดหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดโดยไม่โดนรังแก, จับกุม, คุกคาม และข่มขู่&amp;quot; เจ้าชายฮัมซาตรัสในวิดีโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พลตรียูเซฟ ฮูเนตี ประธานคณะเสนาธิการทหาร กล่าวปฏิเสธข่าวที่ว่า เจ้าชายฮัมซา ซึ่งไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดนจับกุม ในคำแถลงที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวของทางการ นายทหารผู้นี้กล่าวว่า เจ้าชายเพียงได้รับคำเตือนให้ยุติกิจกรรมที่ถูกใช้ประโยชน์เพื่อพุ่งเป้าที่ความมั่นคงและเสถียรภาพของจอร์แดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเจ้าชายฮัมซาไม่ได้ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสถาบันกษัตริย์ของจอร์แดน และถูกลดบทบาทมานานหลายปี แต่การเคลื่อนไหวของทางการจอร์แดนครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์ฮัชไมต์มากที่สุดตั้งแต่กษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 เสด็จขึ้นครองราชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายองค์นี้เป็นพระราชโอรสของกษัตริย์ฮุสเซนกับพระราชินีนูร์ที่เป็นชาวอเมริกัน กษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 ทรงแต่งตั้งพระอนุชาต่างมารดาผู้นี้เป็นมกุฎราชกุมารในปี 2542 ตามพระราชประสงค์ของพระราชบิดาของทั้งสอง แต่ในปี 2547 กษัตริย์ก็ทรงปลดเจ้าชายแล้วทรงแต่งตั้งเจ้าชายฮุสเซน พระราชโอรสองค์โตของพระองค์ เป็นรัชทายาทแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจอร์แดนเริ่มมีความกังวลมากขึ้นที่เจ้าชายฮัมซาทรงสร้างความสัมพันธ์กับพวกที่แสดงความอึดอึดขัดข้องใจในชนเผ่าที่ทรงอิทธิพล ช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ คนเหล่านี้เพิ่งเรียกร้องให้ประชาชนประท้วงต่อต้านการคอร์รัปชันในประเทศซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้อัตราการว่างงานสูงเป็นสถิติและความยากจนทวีความรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของอดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งที่รู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ในจอร์แดนว่า แผนการที่ถูกระบุว่ากว้างขวางและน่าเชื่อถือ แต่ไม่ได้เกิดในระยะอันใกล้ นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับ &amp;quot;การก่อรัฐประหารที่เป็นรูปธรรม&amp;quot; แต่เกี่ยวข้องกับแผนการกระตุ้นให้มีการลุกฮือประท้วงของประชาชนโดยมีพวกชนเผ่าหนุนหลัง และทางการจอร์แดนกำลังสอบสวนด้วยว่ามีชาวต่างชาติเข้าร่วมด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตเจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐรู้ว่าบัสเซม อวาดัลลาห์ ทำงานถวายเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน นักสังเกตการณ์ที่ฉลาดย่อมบอกว่า ถ้าบุคคลที่ใกล้ชิดกับมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียระดับนี้เกี่ยวข้องด้วย พระองค์ก็ต้องรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักพระราชวังซาอุดีอาระเบียประกาศว่าพวกเขาให้การสนับสนุนเต็มที่ต่อกษัตริย์อับดุลลาห์และการตัดสินพระทัยของพระองค์เพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพ รัฐบาลอียิปต์, เลบานอน, บาห์เรน, อิรัก, คูเวต และกาตาร์ ก็ประกาศหนุนหลังพระองค์ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงว่า กษัตริย์จอร์แดนทรงเป็นหุ้นส่วนสำคัญ และสหรัฐสนับสนุนพระองค์อย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98282</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2, กักบริเวณเจ้าชาย, จอร์แดน, สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2แห่งจอร์แดน, เจ้าชายฮัมซา, แผนโค่นราชบัลลังก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606976e7a28d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือก ‘อัมมาน’ แทน ‘อู่ฮั่น’  จัดมวยโอลิมปิกรอบคัดเลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ไอโอซีเมมเบอร์ เผย คณะทำงานพิเศษของไอโอซี ที่ทำหน้าที่จัดการแข่งขันมวยโอลิมปิก 2020 ประกาศเลือก กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เป็นเจ้าภาพรอบคัดเลือก โซนเอเชีย-โอเชียเนีย แทนเมืองอู่ฮั่น ของจีน ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ส่วนวันแข่งขัน ขยับจากวันที่ 3-14 ก.พ. ไปเป็นวันที่ 3-11 มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) กล่าวว่า ไอโอซี ประกาศเลือกกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เป็นเจ้าภาพมวยโอลิมปิก 2020 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย-โอเชียเนีย แทนเมืองอู่ฮั่น ของจีน ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ พร้อมกันนี้ยังยืนยันเลื่อนวันแข่งขันจากเดิม ระหว่างวันที่ 3-14 ก.พ. ไปเป็นระหว่างวันที่ 3-11 มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานพิเศษของไอโอซี ที่ทำหน้าที่จัดการแข่งขันมวยโอลิมปิก 2020 ออกแถลงการณ์ยืนยันกำหนดการใหม่ หลังอนุมัติข้อเสนอของคณะกรรมการโอลิมปิกจอร์แดน พร้อมระบุว่า รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการและการคมนาคมขนส่ง จะแจ้งไปยังคณะกรรมการโอลิมปิกประเทศต่าง ๆ รวมถึงสมาคมมวยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องภายในอีกไม่กี่วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คณะทำงานพิเศษของไอโอซี ที่ทำหน้าที่จัดการแข่งขันมวยโอลิมปิก 2020 ยังขอบคุณประเทศต่าง ๆ ที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาให้พิจารณา เพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพแทนเมืองอู่ฮั่น แม้จะมีเวลาเตรียมตัวแบบกระชั้นชิดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ก็เพิ่งประกาศย้ายสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลหญิงโอลิมปิก 2020 รอบคัดเลือก กลุ่มบี ที่มีทีมชาติไทยอยู่ร่วมสาย ไปแข่งที่เมืองนานกิง ของจีน แทนเมืองอู่ฮั่น แต่ยังคงยึดช่วงเวลาแข่งขันเดิม คือ ระหว่างวันที่ 3-9 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงกำนดการและสถานที่จัดการแข่งขันมวยโอลิมปิก 2020 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย-โอเชียเนีย ทำให้กรุงดาการ์ ของเซเนกัล เจ้าภาพโซนแอฟริกา จะกลายเป็นสถานที่แรกที่เปิดฉากการแข่งขันมวยโอลิมปิก 2020 รอบคัดเลือก โดยมีกำหนดจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55447</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, คณะกรรมการโอลิมปิกสากล, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, จอร์แดน, มวยโอลิมปิก 2020 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย-โอเชียเนีย, ย้ายสถานที่, อัมมาน, อู่ฮั่น, เมืองอู่ฮั่น, เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์, โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ไวรัสโคโรน่า, ไอโอซี, ไอโอซี เมมเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2bdb96e89ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูแลไม่ดี สหรัฐหยุดส่งสุนัขดมกลิ่นให้จอร์แดน-อียิปต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาหยุดส่งสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิดให้จอร์แดนและอียิปต์ หลังพบสุนัขหลายตัวที่ส่งไปให้ตายเนื่องจากขาดการดูแลที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงต่างประเทศสหรัฐแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม ว่าสหรัฐหยุดส่งสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิดให้จอร์แดนและอียิปต์เป็นการชั่วคราวแล้ว การเสียชีวิตของสุนัขดมกลิ่นระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นเรื่องเศร้ามาก และเราต้องทำทุกมาตรการที่เป็นไปได้ที่ไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก สุนัขเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในความพยายามต่อต้านการก่อการร้ายในต่างประเทศและรักษาชีวิตชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานผู้ตรวจการของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ (โอไอจี) เริ่มตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของสุนัขดมกลิ่นที่ส่งไปทำงานต่างประเทศ หลังได้รับรายงานว่าสุนัขเหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูไม่ดี เมื่อกลางปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ตรวจการโอไอจีรายงานเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า พบสุนัขดมกลิ่นที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างปล่อยปละละเลยราว 135 ตัว รวมถึงสุนัขพันธุ์เบลเยียมมาลินอยส์, เยอรมันเชพเพิร์ดและลาบราดอร์ ประเทศที่น่ากังวลที่สุดคือจอร์แดน ที่สหรัฐส่งสุนัขดมกลิ่นไปปฏิบัติหน้าที่เกือบ 100 ตัว ในปี 2560 สุนัขตัวหนึ่งตายในจอร์แดนจากอาการฮีตสโตรก และสุนัข 2 ตัวที่ส่งกลับมาสหรัฐในสภาพป่วยหนัก ตัวหนึ่งต้องทำการุณยฆาต ส่วนอีกตัวต้องให้อาหารอย่างดีเนื่องจากผอมโซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรายงานชิ้นใหม่เมื่อต้นเดือนธันวาคม ในเดือนมิถุนายนและกันยายนปีนี้ สุนัขดมกลิ่นตายอีก 2 ตัวในจอร์แดน ตัวหนึ่งตายจากฮีตสโตรกและตัวหนึ่งตายเพราะได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลงที่ตำรวจจอร์แดนฉีดใกล้คอกสุนัข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสุนัขดมกลิ่นที่ส่งไปอียิปต์ 10 ตัวในปีนี้ 3 ตัวตายก่อนวัยอันควร ตัวหนึ่งตายจากมะเร็งปอด, ตัวที่ 2 ตายด้วยโรคถุงน้ำดี และตัวที่ 3 ตายจากฮีตสโตรก เป็นผลจากการเลี้ยงดูอย่างละเลยและดูแลไม่เหมาะสม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดการดูแล, จอร์แดน, สหรัฐ, สุนัขดมกลิ่น, อียิปต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิสราเอลช่วยอพยพอาสากู้ภัย &#039;ไวต์เฮลเม็ต&#039; 800 คน พ้นซีเรีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพอิสราเอลปฏิบัติตามคำร้องขอของหลายชาติ ช่วยอพยพสมาชิกหน่วยกู้ภัย &amp;quot;หมวกกันน็อกสีขาว&amp;quot; และครอบครัวรวม 800 คนออกจากซีเรียผ่านทางจอร์แดน เพื่อไปตั้งถิ่นฐานที่อังกฤษ&amp;nbsp; แคนาดา และเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2560 อาสาสมัครไวต์เฮลเม็ตอุ้มเด็กหญิงบาดเจ็บที่ช่วยออกมาได้จากซากอาคารที่โดนโจมตีทางอากาศในเมืองดูมา พื้นที่ควบคุมของกบฏซีเรีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิสราเอลและจอร์แดนยืนยันปฏิบัติการนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2561 โดยรัฐบาลจอร์แดนแถลงว่า จอร์แดนอนุญาตให้องค์การสหประชาชาตินำพลเมืองชาวซีเรีย 800 คนเดินทางผ่านจอร์แดนเพื่อไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่อังกฤษ เยอรมนี และแคนาดา ภายหลังรัฐบาลประเทศเหล่านี้ให้พันธสัญญาที่มีผลผูกมัดทางกฎหมายที่จะรับบุคคลเหล่านี้ไปตั้งถิ่นฐานในระยะเวลาที่กำหนด สืบเนื่องจากชีวิตของพวกเขากำลังเสี่ยงอันตรายอยู่ภายในซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แหล่งข่าวในรัฐบาลอิสราเอลและกองทัพอิสราเอลยืนยันว่า กองทัพอิสราเอลได้ปฏิบัติตามคำร้องขอของสหรัฐ แคนาดา และหลายชาติในยุโรป เพื่อให้ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อคณะกู้ภัยจากองค์กรพลเรือนในซีเรียและครอบครัวของพวกเขารวม 800 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรป้องกันภัยพลเรือน หรือไวต์เฮลเมต (หมวกกันน็อกขาว) ก่อตั้งเมื่อปี 2556 เป็นเครือข่ายกู้ภัยฉุกเฉินที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการโจมตีทางอากาศ การยิงปืนใหญ่ หรือระเบิดในดินแดนที่ควบคุมโดยฝ่ายกบฏซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2559 อาสาสมัครพยายามช่วยเด็กชายออกจากซากอาคาร ภายหลังมีรายงานการใช้ระเบิดถังโจมตีในย่านบับอัลไนรับ เมืองอาเลปโป / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาสาสมัครกลุ่มนี้ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลหลายประเทศรวมถึงอังกฤษ เยอรมนี และสหรัฐ&amp;nbsp; แต่ก็รับเงินบริจาคจากบุคคลทั่วไปด้วย นับแต่ก่อตั้งมีอาสาสมัครเสียชีวิตแล้วมากกว่า 200 คน บาดเจ็บอีก 500 คน แต่พวกเขาก็สามารถช่วยชีวิตพลเรือนในซีเรียได้นับหมื่นคน พ้นจากซากปรักหักพังจากการโจมตีหรือติดอยู่ท่ามกลางการสู้รบในพื้นที่ที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลควบคุมไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราเอด ซาเลห์ หัวหน้าไวต์เฮลเมตกล่าวกับเอเอฟพีว่า ผู้อพยพเดินทางถึงจอร์แดนภายหลังถูกโอบล้อมอยู่ในภูมิภาคที่อันตราย ในจังหวัดดัรอาและกุไนตรา รวมถึงอีกจำนวนหนึ่งที่ติดอยู่กึ่งกลางระหว่างชายแดนของที่ราบสูงโกลันกับกองทัพซีเรียที่รัสเซียหนุนหลังซึ่งกำลังรุกคืบเข้ามา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13904</URL_LINK>
                <HASHTAG>800 คน, จอร์แดน, ซีเรีย, หมวกกันน็อกขาว, อพยพ, อิสราเอล, ไวต์เฮลเม็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b549e8fb4298.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 22:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุดีอาระเบีย-ยูเออี-คูเวตทุ่ม 2,500 ล้าน$ กอบกู้วิกฤติจอร์แดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลัวอาหรับสปริงวนซ้ำ ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี และคูเวต เสนอให้ความช่วยเหลือมูลค่า 2,500 ล้านดอลลาร์แก่จอร์แดน เพื่อช่วยผ่อนคลายวิกฤติเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดการประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดแล้วหลายรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักพระราชวังซาอุดี สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน (ขวา) และสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงร่วมการประชุมที่เมกกะ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบียทรงเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกับผู้นำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี), คูเวต และจอร์แดน ที่นครเมกกะ รายงานของสำนักข่าวซาอุดีเพรส (เอสพีเอ) เมื่อวันจันทร์ กล่าวว่า ผู้นำทั้ง 3 ประเทศเห็นพ้องกันว่าจะให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจต่อจอร์แดนเป็นมูลค่ารวม 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 80,120 ล้านบาท) ขณะที่สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ซึ่งทรงร่วมซัมมิตนี้ด้วย ได้ตรัสว่าความช่วยเหลือนี้จะช่วยให้จอร์แดนเอาชนะวิกฤติครั้งนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายวันก่อน จอร์แดนเผชิญการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่เกิดจากความไม่พอใจราคาสินค้าที่แพงขึ้นและการขึ้นภาษี ซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐบาลพยายามใช้เพื่อลดภาระหนี้ของประเทศ ตามเงื่อนไขเงินกู้ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จำนวน 728 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2559 (ราว 23,168 ล้านบาท) การต่อต้านบีบให้นายกฯ ฮานี มัลกี ต้องลาออก และรัฐบาลประกาศเพิกถอนกฎหมายที่ประชาชนต่อต้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอของ 3 ชาติเพื่อนบ้านภูมิภาคอ่าวของจอร์แดน จะให้ความช่วยเหลือทั้งในรูปแบบของเงินฝากในธนาคารกลางของจอร์แดน, การรับประกันในธนาคารโลก จนถึงการสนับสนุนด้านงบประมาณระยะ 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์ เช่น ลอรี โบการ์ดต์ จากสถาบันนโยบายตะวันออกใกล้ในกรุงวอชิงตัน ให้ทัศนะกับเอเอฟพีว่า การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและจำนวนมากของกลุ่มอ่าวน่าจะเกิดจากต้องการหลีกเลี่ยงการซ้ำรอยอาหรับสปริงปี 2554 ที่เกิดการประท้วงทั่วตะวันออกกลาง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11164</URL_LINK>
                <HASHTAG>คูเวต, จอร์แดน, ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี, วิกฤติเศรษฐกิจ, อาหรับสปริง, เงินช่วยเหลือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e8f565a780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 20:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่ายประท้วงรัดเข็มขัด นายกฯ จอร์แดนลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีฮานี อัลมัลกี แห่งจอร์แดนลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อบ่ายวันจันทร์ ภายหลังสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2 มีพระบรมราชโองการให้เข้าเฝ้าฯ สืบเนื่องจากการชุมนุมประท้วงต่อเนื่องหลายวันเพื่อคัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดตามคำแนะนำของไอเอ็มเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพจากสำนักพระราชวังจอร์แดนเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2559 นายกฯ ฮานี อัลมัลกี นำคณะรัฐมนตรีสาบานตนรับตำแหน่ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2561 อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลจอร์แดนว่า มัลกีซึ่งเป็นนายกฯ มาตั้งแต่เดือน พ.ค. 2559 กราบบังคมทูลลาออกและได้รับพระราชทานอนุญาต โดยสมเด็จพระราชาธิบดีมีรับสั่งให้โอมาร์ อัลรัซซัซ รัฐมนตรีศึกษาธิการ จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่มาทำหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงอัมมานและอีกหลายเมืองของจอร์แดนเกิดการชุมนุมประท้วงต่อเนื่องมานับแต่วันพุธที่แล้ว หลังจากรัฐบาลรับร่างกฎหมายภาษีเงินได้ และประกาศขึ้นราคาสินค้า ตามคำแนะนำของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ให้สินเชื่อ 723 ล้านดอลลาร์แก่จอร์แดนเป็นเวลา 3 ปีเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชูมือและโบกธงระหว่างการชุมนุมใกล้กับกองกำลังฝ่ายความมั่นคงที่รักษาการณ์ด้านนอกสำนักงานของนายกรัฐมนตรีในกรุงอัมมานเมื่อคืนวันที่ 3 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงเรียกร้องให้มัลกีลาออกจากตำแหน่ง โดยยืนกรานจะไม่ยอมคุกเข่าให้ สหภาพแรงงานหลายแห่งและ ส.ส.ส่วนใหญ่ที่คัดค้านการกฎหมายภาษีนี้ก็ให้การสนับสนุนผู้ชุมนุมประท้วงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนในราชอาณาจักรที่ดินแดนส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายและมีทรัพยากรน้อยมากแห่งนี้ ต้องดิ้นรบกับราคาสินค้าและบริการพื้นฐานที่แพงขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าค่าขนมปัง, เชื้อเพลิง หรือไฟฟ้า เมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายภาษีที่ผ่านความเห็นชอบของรัฐบาลและรอการอนุมัติจากสภาฉบับนี้จะขึ้นภาษีเงินได้ลูกจ้างอย่างน้อย 5% ส่วนบริษัทต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น 20-40%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลประกาศขึ้นราคาไฟฟ้าและเชื้อเพลิง แต่ประชาชนชุมนุมประท้วง ทำให้กษัตริย์มีรับสั่งให้ยกเลิก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10669</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์แดน, นายกฯ ลาออก, ประท้วง, รัดเข็มขัด, ฮานี อัลมัลกี, ไอเอ็มเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b153f9e088a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
