<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตที่ปรึกษาแฉ &#039;ทรัมป์&#039; อ้อน &#039;สี จิ้นผิง&#039; ช่วยให้ชนะเลือกตั้งสมัย2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงทำเนียบขาว สาวไส้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยในหนังสือเล่มใหม่ว่าทรัมป์เคยขอประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ช่วยให้เขาชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ปลายปีนี้ ทำเนียบขาวดิ้นฟ้องศาลสกัดการวางแผง ขณะจีนยืนกรานไม่แทรกแซงการเมืองชาติอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จอห์น โบลตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เนื้อหาส่วนหนึ่งของหนังสือชื่อ &amp;quot;The Room Where It Happened: A White House Memoir&amp;quot; เขียนโดยโบลตัน และหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์, นิวยอร์กไทมส์ และวอลล์สตรีทเจอร์นัล เผยแพร่เมื่อวันพุธ ยังเปิดเผยด้วยว่า ทรัมป์แสดงท่าทีหลายครั้งว่าเขาพร้อมจะมองข้ามการละเมิดสิทธิมนุษยชนของจีน ซึ่งรวมถึงการกล่าวกับประธานาธิบดีสีในการพบกันครั้งหนึ่งว่า การสร้างค่ายกักกันชาวมุสลิมอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยที่เป็นมุสลิมในเขตซินเจียงกว่า 1 ล้านคนนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติผู้นี้รับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของทรัมป์อยู่นาน 17 เดือน ก่อนจะลาออกหรือที่ทรัมป์อ้างว่าเป็นการไล่ออก เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เขาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดที่เขียนหนังสือเปิดโปงทรัมป์ ไม่กี่วันก่อนหน้านี้จิม แมททิส อดีตรัฐมนตรีกลาโหม เคยกล่าวหาทรัมป์ว่าพยายามทำให้อเมริกาแตกแยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือหนา 577 หน้าเล่มนี้มีกำหนดวางแผงวันที่ 23 มิถุนายน รัฐบาลสหรัฐพยายามยื่นฟ้องต่อศาลให้ระงับการเผยแพร่โดยอ้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ ส่วนทรัมป์ให้สัมภาษณ์ฟอกซ์นิวส์กล่าวหาโบลตันว่าทำผิดกฎหมายโดยการเปิดเผยข้อมูลลับ ขณะที่บริษัทไซมอนแอนด์ชุสเตอร์ผู้พิมพ์หนังสือกล่าวว่า ได้แจกจ่ายหนังสือไปทั่วโลกนับแสนเล่มแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหนังสือเล่มนี้ โบลตันกล่าวว่า ระหว่างการพบปะกับประธานาธิบดีสีระหว่างซัมมิตจี 20 ที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ทรัมป์สร้างความประหลาดใจเปลี่ยนการสนทนาไปเป็นเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2563 โดยพูดเป็นนัยถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของจีนและวิงวอนประธานาธิบดีสี เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะชนะการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันเผยอีกว่า ทรัมป์ย้ำความสำคัญของเกษตรกรสหรัฐ และว่า การซื้อถั่วเหลืองและข้าวสาลีเพิ่มขึ้นของจีนจะส่งผลต่อผลการเลือกตั้งของสหรัฐ ทั้งนี้เกษตรกรเป็นกลุ่มฐานเสียงสำคัญซึ่งส่วนใหญ่เลือกทรัมป์ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน จ้าว ลี่เจียน ตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีนดำเนินนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และไม่มีความตั้งใจเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้งและการเมืองภายในของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรเบิร์ต ไลธีเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของโบลตัน โดยบอกว่าเขาอยู่ในการพบปะครั้งนั้นด้วย และทรัมป์ไม่เคยขอร้องให้ผู้นำจีนช่วยให้เขาชนะการเลือกตั้งอีกสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหนังสือบันทึกความทรงจำทำเนียบขาว อดีตกุนซือสายเหยี่ยวผู้นี้ยังเปิดโปงทรัมป์ในเรื่องอื่นๆ ด้วย โดยบอกว่าทรัมป์แสดงถึงความเต็มใจจะช่วยเหลือผู้นำเผด็จการที่เขาชื่นชอบเป็นการส่วนตัวด้วยการยุติการสอบสวนทางอาญา, ทรัมป์คิดว่าประเทศฟินแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย, เวเนซุเอลาเป็นส่วนหนึ่งหนึ่งของสหรัฐและการบุกรุกเวเนซุเอลาจะเป็นเรื่องเจ๋ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69103</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น โบลตัน, จีน, สี จิ้นผิง, เลือกตั้งประธานาธิบดี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb70fa3d364.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบขาวขวาง &#039;โบลตัน&#039; ให้การซัด &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทีมทนายความของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขัดขวางความพยายามของพรรคเดโมแครตที่ต้องการให้เรียก &amp;quot;จอห์น โบลตัน&amp;quot; อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าให้การในการไต่สวนข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนทรัมป์ในวุฒิสภา รีพับลิกันเร่งโหวตศุกร์นี้โดยไม่เรียกพยานให้การแม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จอห์น โบลตัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าของกระบวนการไต่สวนในวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวันพุธที่ 29 มกราคม เกิดขึ้นควบคู่กับการเปิดเผยว่าทำเนียบขาวส่งจดหมายเตือนไปยังทนายความของจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวที่โดนทรัมป์ปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ว่าหนังสือบันทึกความทรงจำ &amp;quot;The Room Where it Happened&amp;quot; ของเขามีเนื้อหาละเมิดกฎหมายความลับของทางราชการ และห้ามตีพิมพ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายเตือนฉบับนี้ส่งถึงทนายความของโบลตันเมื่อวันที่ 23 มกราคม แต่เพิ่งเป็นข่าวเมื่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสซี) แถลงในวันพุธว่า หลังการตรวจทานร่างเบื้องต้น ตามระเบียบขั้นตอนเมื่อลูกจ้างของทำเนียบขาวประพันธ์หนังสือ ก็พบว่าหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่เป็นข้อมูลลับจำนวนมาก &amp;quot;ข้อมูลบางอย่างจัดอยู่ในระดับลับสุดยอด&amp;quot; เอ็นเอสซีกล่าวเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า หนังสือของโบลตันเปิดโปงว่าประธานาธิบดีทรัมป์บอกกับเขาด้วยตนเองเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วว่า การระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนนั้นเกี่ยวโยงโดยตรงกับข้อเรียกร้องให้ยูเครนสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของทรัมป์ ด้วยข้อกล่าวหาคอร์รัปชันที่ไม่มีมูล คำกล่าวอ้างนี้สอดคล้องกับข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนทรัมป์ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ทวีตโจมตีโบลตันเมื่อวันพุธว่า อดีตผู้ช่วยของเขารายนี้จะเปิดเผยข้อมูลที่เป็นข้อกล่าวหาที่สร้างความเสียหายแก่ตัวเขาในหนังสือที่ไม่เป็นความจริงและน่ารังเกียจ สาเหตุเป็นเพราะโบลตันโดนเขาปลดจากตำแหน่ง และยังอ้างด้วยว่า หากเขาฟังคำแนะนำของโบลตัน สหรัฐคงเผชิญสงครามโลกครั้งที่ 6 ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การงัดข้อกันในวุฒิสภาระหว่าง ส.ว.เดโมแครตและรีพับลิกันเกี่ยวกับการเรียกโบลตันเข้าให้การนั้นดุเดือดยิ่งขึ้นเมื่อสมาชิกสลับกันตั้งคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรต่อฝ่ายกฎหมายของเดโมแครต 7 คนจากสภาล่าง และทนายความของทำเนียบขาว โดยมีผู้พิพากษาจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกา ทำหน้าที่ประธานอ่านคำถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.มีกำหนดประชุมกันอีกทีเวลา 13.00 น.วันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยชัค ชูเมอร์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างน้อยพรรคเดโมแครต ยอมรับว่า การระดมเสียงสนับสนุนให้มากพอเพื่อเรียกโบลตันเข้าให้การนั้นเป็นการต่อสู้ที่ยากเย็นยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภานี้ด้วยจำนวน ส.ว. 53 คน ส่วนเดโมแครตมี 47 คน พวกเขาต้องการเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.รีพับลิกัน 4 คน จึงจะเรียกโบลตันซึ่งประกาศว่าเขาพร้อมเข้าให้การต่อคองเกรส มาให้การได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร้องให้ ส.ว.รีพับลิกันคัดค้านการเรียกพยานเข้าให้การในการไต่สวนเพื่อถอดถอนเขา ซึ่งวางแผนจะลงมติกันในวันศุกร์นี้ โดยไม่ได้เรียกพยานเข้าให้การแม้แต่รายเดียว และเสียงข้างมากจะลงคะแนนสนับสนุนทรัมป์อย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อเปิดทางสะดวกให้ทรัมป์แถลงนโยบายประจำปีอย่างสบายใจในวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น บาร์ราสโซ ส.ว.รีพับลิกันจากไวโอมิง ตอกย้ำจุดยืนของพรรคที่คัดค้านการเรียกพยานเข้าให้การ โดยบอกว่าอเมริการับฟังมามากพอแล้ว ส่วนทำเนียบขาวยืนยันว่าจะคัดค้านการให้การแน่นอนและการต่อสู้ก็จะต้องไปจบในชั้นศาล ซึ่งจะเสียเวลาอีกหลายเดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55919</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น โบลตัน, ถอดถอน, ทำเนียบขาว, โดนัลด์ ทรัมป์, ให้การ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32e23e6b896.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ตั้ง &#039;โอไบรอัน&#039; นักเจรจาตัวประกัน นั่งที่ปรึกษาความมั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลือกโรเบิร์ต โอไบรอัน นักเจรจาต่อรองช่วยตัวประกัน เป็นที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่ แทนที่จอห์น โบลตัน กุนซือสายเหยี่ยวจ๋าที่เขาสั่งปลดเมื่อสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงร่วมกับโรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่ของสหรัฐ ที่สนามบินลอสแองเจลิส เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 /&amp;nbsp; Nicholas Kamm / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอไบรอัน วัย 53 ปี เป็นที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติคนที่ 4 ของรัฐบาลทรัมป์ ต่อจากไมเคิล ฟลินน์, เอช. อาร์. แม็กมาสเตอร์ และโบลตัน ผู้ทรงอิทธิพลสายเหยี่ยวที่มักมีความเห็นขัดแย้งกับทรัมป์หลายเรื่อง ตั้งแต่นโยบายด้านอิหร่าน, อัฟกานิสถาน จนถึงเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน ว่าการเลือกโอไบรอันรับตำแหน่งนี้ส่งสัญญาณให้เห็นอิทธิพลของไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่สามารถโน้มน้าวทรัมป์ได้ เจ้าหน้าที่หลายคนกล่าวไว้ว่า ปอมเปโอเปิดเผยอย่างชัดเจนว่า เขาจะดีใจหากทรัมป์จะเลือกโอไบรอัน หรือไม่ก็ ริกกี วัดเดล อดีตรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ มารับตำแหน่งแทนที่โบลตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ประกาศข่าวการแต่งตั้งโอไบรอันผ่านทางทวิตเตอร์เมื่อวันพุธ และต่อมาเขาและโอไบรอันปรากฏตัวต่อหน้านักข่าวที่ลอสแองเจลิส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมว่าเคมีเราเข้ากันได้ดีมาก และเราจะมีสัมพันธภาพที่ยอดเยี่ยม เขาเป็นคนเก่งมาก&amp;quot; ทรัมป์กล่าวถึงโอไบรอัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยกล่าวกันว่า ทรัมป์รู้จักโอไบรอันผ่านผลงานการทำหน้าที่ผู้แทนของสหรัฐไปเจรจาต่อรองช่วยเหลือตัวประกันชาวอเมริกันที่ถูกจับตัวในต่างแดน เช่น ที่เกาหลีเหนือ และตุรกี งานล่าสุดของโอไบรอันคือการเดินทางไปสวีเดนเพื่อหาทางช่วยเหลือเอแซป ร็อกกี นักร้องแรปชาวอเมริกัน ออกจากคุกที่เขาถูกขังฐานทำร้ายร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวใกล้ชิดทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวว่า ทรัมป์ต้องการที่ปรึกษาที่สามารถเข้ากันได้ดีกับปอมเปโอ หลังจากโบลตันและปอมเปโอขัดแย้งกันหลายครั้ง นักกฎหมายและที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของพรรครีพับลิกันรายนี้ยังเป็นนักเจรจาที่ชัดเจน แต่ไม่ทำตัวเด่น และมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับปอมเปโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวแทนของนีโอ-คอน ในพรรครีพับลิกัน ชอบการใช้นโยบายต่างประเทศแบบรุกรานและแทรกแซง ซึ่งต่างจากทรัมป์ที่โน้มเอียงไปในทางโดดเดี่ยวไม่ยุ่งเกี่ยวกับชาติอื่นมากกว่า ทรัมป์เคยกล่าวไว้ว่า โบลตันมีสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนักกับคนอื่นในรัฐบาล ที่เขาเห็นว่ามีความสำคัญ และโบลตันยังเข้ากันไม่ได้กับสิ่งที่รัฐบาลของเขากำลังทำอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46165</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น โบลตัน, ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไรเบิร์ต โอไบรอัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d83834364a64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ปลด &#039;จอห์น โบลตัน&#039; กุนซือสายเหยี่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลด &amp;quot;จอห์น โบลตัน&amp;quot; ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสายเหยี่ยว อ้างทัศนคติไปด้วยกันไม่ได้ ท่ามกลางข่าวความขัดแย้งหลายด้านทั้งเกาหลีเหนือ, อิหร่าน, อัฟกานิสถาน และรัสเซีย ขณะเจ้าตัวโต้ว่าขอลาออกเอง นักวิเคราะห์เชื่อว่าน่าจะส่งผลต่อการวางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ฟังคำแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว / Brendan Smialowski / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2562 ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตแจ้งข่าวการปลดที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสายเหยี่ยวจ๋าวัย 70 ปีรายนี้เมื่อเวลาราวเที่ยงวันของวันอังคารตามเวลาสหรัฐ โดยบอกว่า เขาได้แจ้งต่อจอห์น โบลตัน เมื่อคืนวันจันทร์ว่า ทำเนียบขาวไม่ต้องการให้เขาทำงานให้อีก ตัวเขามีความเห็นขัดแย้งอย่างรุนแรงกับคำแนะนำหลายเรื่องของโบลตัน คนอื่นๆ ในรัฐบาลนี้ก็ไม่เห็นด้วยกับโบลตันเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงคนที่ 3 ของรัฐบาลทรัมป์ โดยเข้ารับตำแหน่งนี้เมื่อเดือนเมษายน 2561 แทนที่เอช. อาร์. แม็กมาสเตอร์&amp;nbsp; เขาเป็นหัวขบวนของสายเหยี่ยวด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ ไม่ว่าการรุกเร้าทรัมป์อย่าได้ผ่อนปรนการกดดันเกาหลีเหนือ ทั้งที่รัฐบาลทรัมป์พยายามใช้การทูตคลี่คลาย เขายังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงต่อต้านอิหร่านและคัดค้านการเจรจาระหว่างทรัมป์กับผู้นำอิหร่าน และยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อท่าทีที่แข็งกร้าวของสหรัฐกับรัสเซีย รวมถึงล่าสุดกับการเจรจากับผู้นำตอลิบันอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า โบลตันมีความขัดแย้งบ่อยครั้งกับไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศที่มีความภักดีต่อทรัมป์ ภายหลังคำประกาศไล่ออก ปอมเปโอยอมรับว่า มีหลายครั้งที่เขากับโบลตันมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่เขาย้ำว่า คงไม่มีผู้นำชาติไหนในโลกที่จะทึกทักเอาว่าเพราะมีใครบางคนจากไป แล้วนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์จะเปลี่ยนแปลงในเชิงสาระสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาวดูเหมือนจะไม่รู้ล่วงหน้าเมื่อทรัมป์ทวีตแจ้งข่าว ในข้อความแจ้งหมายถึงนักข่าวยังระบุว่า โบลตันจะแถลงข่าวเกี่ยวกับประเด็นก่อการร้ายพร้อมกับปอมเปโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโบลตันทวีตไปอีกทิศทางว่า เขาต่างหากเป็นฝ่ายยื่นลาออกต่อทรัมป์เมื่อคืนวันจันทร์ แล้วทรัมป์ก็บอกว่าเดี๋ยวค่อยคุยกันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันเคยเป็นอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติผู้มีบทบาทใกล้ชิดกับการตัดสินใจรุกรานอิรัก ในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ว่ากันว่าช่วงที่เขาทำงานในกระทรวงการต่างประเทศสมัยบุช โบลตันวางระเบิดมือที่ปลดชนวนแล้วไว้ที่โต๊ะทำงานของเขา หนังสือบันทึกความทรงจำขอ
เขาเมื่อปี 2560 ตั้งชื่อว่า &amp;quot;การยอมแพ้ไม่ใช่ทางเลือก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เคยกล่าวติดตลกเกี่ยวกับภาพลักษณ์ความเป็น &amp;quot;นักกระหายสงคราม&amp;quot; ของโบลตันหลายครั้ง เชื่อกันว่าเขาหนุนหลังแผนการโจมตีทางอากาศถล่มอิหร่านเมื่อต้นปีนี้ เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านยิงโดรนสอดแนมของสหรัฐตกในช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ยกเลิกคำสั่งโจมตีเพียงไม่กี่นาทีก่อนปฏิบัติ ช่วงหลังจากนั้นทรัมป์แสดงความเต็มใจจะเจรจากับผู้นำอิหร่านภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม ซึ่งโบลตันคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร็อบ มัลเลย์ ประธานอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป กล่าวว่า การพ้นจากตำแหน่งของโบลตันน่าจะทำให้สหรัฐต้องจัดวางนโยบายด้านอัฟกานิสถาน, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ และเวเนซุเอลาใหม่ ที่ผ่านมาทรัมป์ได้ยินเสียงกระซิบทั้งของฝ่ายการทูตที่คัดค้านการทำสงคราม กับฝ่ายที่กระหายสงคราม เมื่อโบลตันไม่อยู่เสียงของฝ่ายหลังก็เบาลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์บอกไว้ว่า เขาจะแต่งตั้งที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่ในสัปดาห์หน้า รอยเตอร์กล่าวว่า มีหลายชื่อที่คาดว่าอยู่ในข่าย อาทิ สตีเฟน บีกัน ผู้แทนพิเศษของสหรัฐด้านเกาหลีเหนือ, จอห์น ซัลลิแวน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ ที่เชื่อว่าจะถูกเสนอชื่อเป็นเอกอัครราชทูตประจำรัสเซีย และริชาร์ด กรีเนลล์ เอกอัครราชทูตประจำเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2560 ทรัมป์ปลดหรือเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงแล้วจำนวนมาก มีทั้งรัฐมนตรีกลาโหม 2 คน, รักษาการรัฐมนตรี 2 คน, รัฐมนตรีต่างประเทศ 2 คน, ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง 2 คน และผู้อำนวยการด้านการสื่อสารอีก 6 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45557</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น โบลตัน, ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ, สั่งปลด, สายเหยี่ยว, โดนัลด์ ทรัมป์, ไล่ออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78f89a04b93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กุนซือทรัมป์เชื่อ ทุ่นระเบิดอิหร่านโจมตีเรือน้ำมัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ระบุเมื่อวันพุธว่า เขาค่อนข้างแน่ใจว่าทุ่นระเบิดของอิหร่านอยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมเรือน้ำมันนอกชายฝั่งยูเออีเมื่อต้นเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 เรือบรรทุกน้ำมันอัลมาร์โซกาห์ของซาอุดีอาระเบียที่โดนลอบโจมตี เข้าเทียบท่าที่เมืองฟูไรจาห์ของยูเออี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น โบลตัน กล่าวโจมตีอิหร่านระหว่างที่เขามาเยือนกรุงอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2562 หนึ่งวันก่อนหน้าที่การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอาหรับและอ่าวเปอร์เซีย ที่จัดขึ้นตามการเรียกร้องของซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคนี้และหาทางโดดเดี่ยวอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปรึกษาทำเนียบขาวรายนี้กล่าวถึงเหตุการณ์เรือสินค้า 4 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ โดนก่อวินาศกรรมในทะเลโอมาน นอกชายฝั่งเมืองฟูไจราห์ของยูเออี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ว่าเรือ 4 ลำนี้โดนโจมตีด้วย &amp;quot;ทุ่นระเบิดที่เกือบจะแน่ใจได้ว่ามาจากอิหร่าน&amp;quot; และไม่มีใครในกรุงวอชิงตันมีความกังขาว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษาสายเหยี่ยวผู้นี้ปฏิเสธจะเปิดเผยหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน โดยโยนให้เป็นเรื่องที่เจ้าของเรือและประเทศที่เกี่ยวข้องใช้ดุลพินิจเองว่าจะเปิดเผยหรือไม่ &amp;quot;แต่ผมคิดว่า สิ่งสำคัญคือผู้นำอิหร่านควรรู้ว่าพวกเรารู้นะ&amp;quot; เขาแถลงที่กรุงอาบูดาบีเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐเป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานจาก 5 ประเทศที่สอบสวนเหตุการณ์โจมตีที่สร้างความเสียหายต่อเรือ 4 ลำนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โดยอับบาส มูซาวี โฆษกกระทรวง ออกแถลงการณ์ตอบโต้คำกล่าวหาของโบลตันว่า ข้ออ้างที่น่าหัวร่อไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดเมื่อออกมาจากทางฝั่งสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37175</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุนซือทรัมป์, จอห์น โบลตัน, ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ, ทุ่นระเบิด, อิหร่าน, เรือบรรทุกน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee8fe25574f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุโรปวอนสหรัฐ-รัสเซียเจรจา รักษาสนธิสัญญานิวเคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยุโรปเสียวสันหลัง เรียกร้องสหรัฐและรัสเซียเจรจากันเพื่อรักษาสนธิสัญญานิวเคลียร์ไว้ต่อไป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงสมัยสงครามเย็นฉบับนี้ ขณะจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาวถึงมอสโกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธงชาติรัสเซีย (หน้า) และธงชาติสหรัฐ ประดับที่อาคารสถานทูตสหรัฐในกรุงมอสโก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเรียกร้องของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อวันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2561 มีออกมาก่อนหน้าที่โบลตันจะเปิดการเจรจากับนิโคไล ปาทรูเชฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงของรัสเซีย ช่วงเช้าวันจันทร์ และที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ผู้นี้ยังอาจจะได้เข้าพบเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน&amp;nbsp; ของรัสเซียด้วยในวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของคณะกรรมการบริหารของกลุ่มอียู 28 ชาติเน้นย้ำว่า สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ฉบับนี้เป็นหลักสำคัญที่ปกป้องยุโรปในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา &amp;quot;สหรัฐและรัสเซียจำเป็นต้องเจรจากันอย่างสร้างสรรค์ต่อไปเพื่อธำรงสนธิสัญญาฉบับนี้ และรับประกันว่ามีการปฏิบัติตามอย่างเต็มที่และตรวจสอบได้&amp;quot; มายา โคซิยานชิช โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าว พร้อมกับระบุว่าข้อตกลงนี้มีความสำคัญทั้งต่อความมั่นคงของยุโรปและของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธิสัญญาฉบับนี้ ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ&amp;nbsp; ผู้นำคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียตลงนามไว้เมื่อปี 2530 ช่วงท้ายของสงครามเย็น โคซิยานชิชกล่าวว่า&amp;nbsp; เพราะข้อตกลงฉบับนี้มิสไซล์พิสัยกลางที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์และหัวรบตามแบบ เกือบ 3,000&amp;nbsp; ลูกจึงถูกเคลื่อนย้ายและทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ กอร์บาชอฟวิจารณ์การตัดสินใจของทรัมป์ว่าเป็นความผิดพลาดและแสดงให้เห็นถึงการขาดปัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างว่า เป็นเวลาหลายปีแล้วที่รัสเซียวางกำลังมิสไซล์ โนวาตอร์ 9เอ็ม729 โดยละเมิดต่อสนธิสัญญาฉบับนี้ ซึ่งห้ามสหรัฐและรัสเซียวางกำลังอาวุธมิสไซล์ที่มีพิสัยระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร&amp;nbsp; ทรัมป์ยังอ้างถึงจีนด้วยว่าไม่ได้ร่วมลงนาม จีนจึงสามารถพัฒนาอาวุธนี้ได้อย่างเสรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของปูตินกล่าวว่า ผู้นำรัสเซียกำลังต้องการคำอธิบายจากโบลตันเกี่ยวกับเจตนาของรัฐบาลสหรัฐ และว่าการยกเลิกข้อตกลงฉบับนี้ &amp;quot;จะทำให้โลกอันตรายขึ้น&amp;quot; พร้อมกับปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐที่ว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลง โดยเขาย้อนว่าสหรัฐต่างหากที่เป็นฝ่ายละเมิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนก็เรียกร้องให้สหรัฐทบทวนการตัดสินใจนี้อีกรอบ หัวชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ด้วยว่า สหรัฐไม่ควรอ้างอิงจีนอย่างผิดๆ เมื่อพูดถึงเหตุผลในการถอนตัวจากสนธิสัญญานี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20488</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น โบลตัน, ถอนตัว, ยุโรป, รัสเซีย, สนธิสัญญานิวเคลียร์, สหรัฐ, อียู, โดนัลด์ ทรัมป์, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcde6f4082e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปลี่ยนทีมเป็นว่าเล่น &#039;ทรัมป์&#039; ตั้งอดีตทูตสายเหยี่ยวนั่งที่ปรึกษาความมั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเปลี่ยนคณะทำงานด้านนโยบายต่างประเทศอีกครั้ง ปลดนายพลเอช. อาร์. แม็กมาสเตอร์ พ้นตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ แล้วตั้ง &amp;quot;จอห์น โบลตัน&amp;quot; อดีตทูตสายเหยี่ยวของสหรัฐประจำยูเอ็น เสียบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;เอช. อาร์. แม็กมาสเตอร์ วัย 55 ปี (ซ้าย) ถูกแทนที่โดยจอห์น โบลตัน วัย 69 ปี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานว่า การประกาศปลดและแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวคนใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา เกิดขึ้นไม่กี่วันให้หลังการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยปลดเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน แล้วตั้งไมค์ พอมเพโอ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ซึ่งเป็นสายเหยี่ยวอีกคน รับตำแหน่งแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่คาดการณ์กันไว้ก่อนแล้วว่าแม็กมาสเตอร์จะลาออกจากตำแหน่งภายในปีนี้ การปลดเขาจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ แต่การแต่งตั้งโบลตัน ซึ่งเป็นอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติและนักวิเคราะห์ข่าวสายแข็งกร้าวของฟอกซ์นิวส์&amp;nbsp; กลับสร้างความตกตะลึงในวอชิงตัน ทรัมป์ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า โบลตันจะเริ่มรับตำแหน่งนี้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนักการทูตสายเหยี่ยวรายนี้สนับสนุนการทำสงครามรุกรานอิรักและการชิงโจมตีเกาหลีเหนือก่อน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงระบอบในอิหร่าน แม้แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนยังมองว่าเขาเป็นพวกแหกคอก มีรายงานด้วยว่าคนใกล้ชิดทรัมป์หลายคนคัดค้านการแต่งตั้งเขาอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะสายทหารที่เคยผ่านประสบการณ์โหดร้ายของสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ทูตสหรัฐประจำยูเอ็นสมัยรัฐบาลของจอร์จ ดับเบิลยู. บุช รายนี้จะมีบทบาทเป็นแกนหลักในการวางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ ทำหน้าที่ชี้ขาดการโต้ทัศนะระหว่างหน่วยข่าวกรอง, ทหารและนักการทูต และที่สำคัญคือ การวางกรอบการตัดสินใจด้านความมั่นคงเพื่อส่งให้ทรัมป์พิจารณา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5644</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น โบลตัน, ที่ปรึกษาความมั่นคง, สายเหยี่ยว, เอช. อาร์. แม็กมาสเตอร์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab4da502f3ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
