<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 22:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 22:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ดีชี้ประสิทธิภาพวัคซีนลดลงหลัง6เดือน ด้าน J&amp;Jคุยโดสสองดันภูมิพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การศึกษาผ่านผู้ใช้แอปพลิเคชันในอังกฤษพบว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์และแอสตร้าเซนเนก้า ในการป้องกันโควิด-19 เริ่มลดลงภายในเวลา 6 เดือน ตอกย้ำความจำเป็นสำหรับการฉีดโดสเสริม ขณะจอห์นสันแอนด์จอห์นสันที่ผลิตวัคซีนโควิดแบบโดสเดียวเผยว่า การฉีดกระตุ้นโดสที่ 2 ดันภูมิคุ้มกันพุ่งขึ้น 9 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 25 สิงหาคม 2564 อ้างการวิเคราะห์ข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริง ที่รวบรวบจากผู้ใช้แอปพลิเคชันทางโทรศัพท์ ZOE COVID ในอังกฤษ พบว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทคภายหลังการฉีดโดสที่ 2 หนึ่งเดือนมีประสิทธิ 88% แล้วลดลงเหลือ 74% หลังผ่านไป 5-6 เดือน ส่วนวัคซีนของออกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้าที่ฉีดครบ 2 โดสนั้นลดลงจาก 77% เหลือ 67% หลังผ่านไป 4-5 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ZOE เจ้าของแอปพลิเคชันนี้ ซึ่งร่วมมือกับคิงส์คอลเลจลอนดอน กล่าวว่า การศึกษาอ้างอิงข้อมูลจากผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้านราย โดยเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่รับการฉีดวัคซีนแล้วและบอกว่าตนเองติดเชื้อ กับกรณีที่พบในกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับวัคซีน อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมจากกลุ่มคนอายุน้อยด้วย เนื่องจากผู้เข้าร่วมการศึกษานี้ที่ได้รับวัคซีนครบนานกว่า 6 เดือนนั้นเป็นผู้สูงอายุเสียส่วนใหญ่ เพราะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิม สเป็กเตอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทนี้ กล่าวกับสถานีบีบีซีว่า ภายใต้สภาวการณ์เลวร้ายที่สุดในอนาคต การปกป้องของวัคซีนอาจลดลงต่ำกว่า 50% ในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพในช่วงฤดูหนาวปีนี้ สิ่งนี้เน้นย้ำความจำเป็นในการดำเนินการบางอย่าง เราไม่อาจนั่งเฉยดูการป้องกันค่อยๆ ลดลง ในขณะที่เคสยังคงสูงและโอกาสของการติดเชื้อก็สูงเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษและหลายชาติยุโรปกำลังวางแผนฉีดวัคซีนบูสเตอร์ให้ประชาชนภายในปีนี้ หลังจากที่ปรึกษาด้านวัคซีนหลายคนกล่าวว่า อาจจำเป็นต้องฉีดโดสที่ 3 ให้กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สหรัฐอเมริกา กลางเดือนกันยายนรัฐบาลกำลังเตรียมจะฉีดโดสที่ 3 ให้แก่คนอเมริกันทุกกลุ่มที่ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นาครบแล้วนานกว่า 6 เดือน ส่วนผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งฉีดเพียงโดสเดียวนั้น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) คาดว่าจะต้องฉีดกระตุ้นโดสที่ 2 เช่นกัน แต่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการอนุมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เอเอฟพีรายงานว่า ในวันพุธ บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (J&amp;amp;J) ออกคำแถลงอ้างผลการศึกษาทางคลินิก 2 ชิ้น ซึ่งยังไม่ผ่านการตรวจทานของผู้รู้เสมอกัน ชี้ว่าวัคซีนโดสที่ 2 ของ J&amp;amp;J กระตุ้นสารภูมิต้านทานหรือแอนติบอดีเพิ่มขึ้น 9 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของบริษัทไม่ได้ระบุชัดว่าโดสที่ 2 ฉีดในระยะเวลาหลังโดสแรกนานเท่าใด แต่ข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองในเว็บไซต์ของรัฐบาลเผยว่า บริษัทกำลังทดสอบกับช่วงเวลาที่หลากหลาย โดยเริ่มตั้งแต่ 6 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114573</URL_LINK>
                <HASHTAG>J&amp;J, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, ประสิทธิภาพลดลงหลัง6เดือน, วัคซีนโควิด, แอสตร้าเซนเนก้า, โควิด-19, โดสกระตุ้น, โดสบูสเตอร์, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_61266117db7d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มทางเลือกวัคซีน อินเดียอนุมัติจอห์นสัน&amp;จอห์นสันเป็นชนิดที่5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการอินเดียอนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินวัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันซึ่งเป็นชนิดฉีดโดสเดียว เป็นวัคซีนชนิดที่ 5 ของประเทศเมื่อวันเสาร์ หวังเพิ่มทางเลือกการจัดหาวัคซีนในช่วงเวลาที่หวั่นเกรงกันมากขึ้นว่าจะเกิดการแพร่เชื้อระลอกใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของมันสุข มันทวิยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอินเดีย เมื่อวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคมว่า การอนุมัติวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (เจ&amp;amp;เจ) จะช่วยสนับสนุนการต่อสู้กับโรคระบาดนี้ในอินเดีย ที่มีผู้เสียชีวิตภายในช่วงเวลาวิกฤติ 2 เดือนนับถึงกลางเดือนมิถุนายนไม่ต่ำกว่า 200,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ทางการอินเดียอนุมัติการใช้งานฉุกเฉินวัคซีนโควิด-19 แล้ว 4 ชนิด ได้แก่ โควิชีลด์ ของออกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า, โคแวกซิน ที่อินเดียพัฒนาเอง, สปุตนิกวี ของรัสเซีย และโมเดอร์นา จากสหรัฐ ยังไม่มีข้อมูลบ่งบอกว่าวัคซีนเจ&amp;amp;เจจะส่งมาถึงอินเดียได้เมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศเอเชียใต้ที่มีประชากร 1,300 ล้านคนแห่งนี้ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว 500 ล้านโดส แต่มีประชากรแค่ราว 8% ที่ฉีดครบ 2 โดสแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียยังคงเป็นประเทศที่สถานการณ์การระบาดรุนแรงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมมากกว่า 32 ล้านคน เสียชีวิต 427,000 คน แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า เพราะรายงานที่ไม่ครบถ้วน ตัวเลขจริงจึงน่าจะสูงกว่านี้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขายังเตือนด้วยว่า อัตราการฉีดวัคซีนที่ยังต่ำทำให้อินเดียเสี่ยงกับวิกฤติผู้ติดเชื้อรอบใหม่ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่่ผ่านมาจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเริ่มกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการฉีดวัคซีนฟรีของรัฐบาลอินเดียพึ่งพาวัคซีนโควิชีลด์และโคแวกซินเป็นหลัก และผู้ผลิตก็กำลังดิ้นรนผลิตให้พอกับความต้องการ ส่วนสปุตนิกวีก็ยังไม่ขยายการผลิต และโมเดอร์นาก็ยังไม่ได้นำเข้าอินเดียแม้แต่โดสเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112533</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, อนุมัติวัคซีน, อินเดีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e935419dd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงยิบวัคซีน5ยี่ห้อ โมเดอร์นาช้าเพราะเอกชน ‘ไฟเซอร์’ได้แน่20ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.องค์การเภสัชกรรมแจงยิบ วัคซีน 5 ยี่ห้อที่รัฐจัดหาคือ แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค เพิ่มเติม &amp;nbsp;ไฟเซอร์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน สปุตนิกไฟว์ เผยเคยติดต่อโมเดอร์นาตั้งแต่เดือน ก.พ. ได้รับแจ้งว่าสามารถส่งมาได้เร็วที่สุดในไตรมาสแรกของปี 2565 &amp;nbsp;เปิดเหตุผลยังไม่เซ็นสัญญาเพราะรอโรงพยาบาลเอกชนรวบรวมเงินมาก่อน ล่าสุดเสนอมา 9 ล้านโดส รองอธิบดีกรมควบคุมโรคเผยลงนามกับไฟเซอร์ไปแล้ว 2 ฉบับ เหลือสัญญาการซื้อวัคซีน 20 ล้านโดส เซ็นเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม แถลงถึงการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม โดย นพ.โสภณเปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรคดำเนินการจัดหาวัคซีนตั้งแต่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรสาคร ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีวัคซีน 2 ตัวหลักคือ ซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า ขณะนี้ได้ดำเนินการฉีดไปแล้วในประเทศไทยกว่า 10 ล้านโดส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมย้ำว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่เชื้อ จึงได้จัดหาวัคซีนตัวอื่นเข้ามาเพิ่มเติม ล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ หลังวัคซีนดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากในสัญญาการจัดซื้อมีจำนวนมากประมาณ 20 ล้านโดส จึงต้องมีการพิจารณาในส่วนของเงื่อนไขและสัญญาอย่างรอบคอบ รวมถึงต้องปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาการจัดซื้อดังกล่าวแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ จากนั้นในวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 กระทรวงสาธารณสุขจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพราะร่างสัญญานี้มีหลายเรื่องเป็นข้อผูกพันที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาล หากผ่านขั้นตอนเห็นชอบจากทุกฝ่าย สามารถลงนามสั่งซื้อได้และจะเดินหน้าเจรจาส่งมอบให้เร็วขึ้นเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการที่มีจำนวนมากเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการจัดซื้อวัคซีนของไฟเซอร์ได้มีการลงนามไปแล้ว 2 ฉบับ คือฉบับแรกเป็นการสัญญาในเรื่องของข้อมูลวัคซีน ฉบับที่ 2 เป็นฉบับจองวัคซีน และฉบับสุดท้ายคือสัญญาการซื้อวัคซีน เนื่องจากการจัดซื้อวัคซีนประมาณ 20 ล้านโดส ซึ่งเป็นจำนวนที่มาก และเงื่อนไขส่วนใหญ่บริษัทผลิตวัคซีนจะเป็นผู้ตั้งเงื่อนไข จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบระยะหนึ่ง และเมื่อสั่งซื้อไปแล้วก็จะพยายามเร่งรัดให้นำวัคซีนเข้าประเทศให้เร็วที่สุด ซึ่งทางบริษัทวัคซีนไฟเซอร์ได้กำหนดระยะเวลาการส่งมอบไว้ในช่วงไตรมาสที่ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ถ้าหากหยุดการระบาดไม่ได้ ก็ควรเร่งฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุให้เร็วที่สุด รวมทั้งต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชน ในภาวะที่มีการระบาดเยอะ หากเดือนนี้ร่วมมือกันเต็มที่ ก็จะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วิฑูรย์ กล่าวถึงการดำเนินการเรื่องวัคซีนทางเลือกขององค์การเภสัชฯ ว่า วัคซีนจะแบ่งเป็นวัคซีนที่รัฐจัดหา จะมีอยู่ 5 ยี่ห้อคือ แอสตร้าเซนเนก้า, ซิโนแวค และเพิ่มเติมอีก 3 ยี่ห้อคือ ไฟเซอร์, วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, สปุตนิกไฟว์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวัคซีนทางเลือกที่เอกชนนำเข้าเองคือโมเดอร์นาและซิโนฟาร์ม ก่อนการระบาดใหญ่ เราทำงานเชิงรุกไปตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 โดยได้ติดต่อและแสดงความจำนงโดยตรงไปที่บริษัทโมเดอร์นา สหรัฐอเมริกา และได้รับแจ้งว่า ทางบริษัทจะสามารถส่งมาได้เร็วที่สุดในไตรมาสแรกของปี 2565 นอกจากนี้องค์การเภสัชฯ ยังได้ติดต่อวัคซีนอื่นอย่างน้อย 2 ยี่ห้อ ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะซัพพลายให้ทันในปีนี้ แต่เราก็พยายามจะติดต่อให้ได้หลายชนิด โดยยังผลิตเองในประเทศไทยด้วย
ต้องการโมเดอร์นา 9 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.องค์การเภสัชกรรมกล่าวว่า ส่วนที่มีโรงพยาบาลเอกชน 2 แห่งระบุว่าสามารถติดต่อซื้อวัคซีนจากบริษัทโมเดอร์นาได้โดยตรงนั้น ขอชี้แจงว่า การนำเข้าวัคซีนของบริษัทโมเดอร์นาจะต้องติดต่อผ่านบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ตัวแทนบริษัทนำเข้าวัคซีคโมเดอร์นาเท่านั้น ต่อมาที่วันที่ 15 พฤษภาคม ทางบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ได้แถลงว่าการซื้อวัคซีนจะต้องติดต่อผ่านทางภาครัฐเท่านั้นทำให้องค์การเภสัชฯ ถูกมอบหมายเป็นตัวแทน ดังนั้นวัคซีนโมเดอร์นาจะมีบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ผู้นำเข้า และเป็นผู้ทรงสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของทะเบียน ไม่ใช่วัคซีนขององค์การเภสัชฯ เราเป็นเพียงตัวแทนภาครัฐที่จะนำมาขายต่อให้กับเอกชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า จากการเจรจา เราได้รับทราบว่าวัคซีนโมเดอร์นาจะมาเร็วก่อน 1 ไตรมาส คือไตรมาส 4 ของปี 2564 เนื่องจากวัคซีนตัวนี้ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐ จึงทำให้ได้รับมอบช้า เพราะเราต้องทำงานคู่ขนานกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ที่มีโรงพยาบาลทั่วประเทศประมาณกว่า 300 โรงพยาบาล เพื่อรวบรวมความต้องการวัคซีนมาและเงิน เพื่อแจ้งว่าเป็นความต้องการวัคซีนจริงๆ ล่าสุดมีความต้องการเสนอมา 9 ล้านโดส โดยคาดว่าจะได้รับมอบวัคซีนภายในปีนี้ 4 ล้านโดส และที่เหลือจะมาต้นปีหน้า แต่ทางบริษัทโมเดอร์นาก็ไม่ได้แจ้งมาว่าจะมาในวันไหน เดือนไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมองค์การเภสัชฯ ยังไม่เซ็นสัญญาสักที เพราะเราต้องรอให้โรงพยาบาลเอกชนรวบรวมเงินมาก่อนที่จะเซ็นสัญญา หากไปเซ็นสัญญาโดยที่ความต้องการไม่มีอยู่จริง องค์การเภสัชฯ &amp;nbsp;จะรับผิดชอบไม่ไหว เพราะเป็นวัคซีนราคาแพง เราจึงได้วางแผนไว้ว่าจะเซ็นสัญญาบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ภายในต้นสัปดาห์ของเดือนสิงหาคม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์กล่าวต่อว่า ส่วนเอกสารสัญญาได้ร่างไว้หมดแล้ว รวมถึงเอกสารข้อจำกัดของต่างประเทศที่ได้ส่งไป และเพิ่งได้รับเอกสารตอบกลับจากบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด เมื่อช่วงเช้าของเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม จากนั้นได้รวบรวมส่งไปที่สำนักงานอัยการสูงสุดช่วงตอนเที่ยงของวันเดียวกันตามขั้นตอน ทั้งนี้ ประเด็นนี้อาจจะต้องนำเข้าไปหารือใน ครม.ด้วย เพราะอาจจะมีบางเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจองค์การเภสัชฯ แต่เราก็ต้องทำให้รอบคอบ จากนี้การกระจายของวัคซีนจะต้องกระจายให้ทั่วประเทศ ให้ถึงกลุ่มโรงพยาบาลทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่อย่างเป็นธรรม และเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เรายังรวบรวมถึงสิทธิประโยชน์ประกันภัยด้วย หากสัญญาเรียบร้อย จะได้วัคซีนโมเดอร์นาภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ส่วนวัคซีนตัวอื่นเรากำลังเฝ้าจับตาดูอยู่ รวมถึงที่วิจัยในไทย เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2-3 ยี่ห้อ ขณะเดียวกันยังมีวัคซีนที่องค์การเภสัชฯ ผลิตเองด้วย ซึ่งผ่านการวิจัยในเฟสหนึ่งแล้ว ผลออกมาน่าพอใจ กำลังดำเนินการวิจัยในเฟสสองในปลายเดือนนี้ หรืออย่างช้า 10 สิงหาคม 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์กล่าวว่า ข้อมูลดีมานด์และซัพพลายวัคซีนทั้งโลกจากยูนิเซฟระบุว่า ดีมานด์วัคซีนมีอยู่ 1.1 หมื่นล้านโดส ส่วนซัพพลายมีอยู่ 9 พันล้านโดส โดยเราก็ไม่ได้ย่อท้อ ทุกเรื่องที่ถูกปฏิเสธก็พยายามต่อรอง พยายามคุยและขอร้องเขาทุกสัปดาห์ ผู้ใหญ่หลายท่านและรัฐบาลก็ให้ความช่วยเหลือ ถ้ามีข่าวดีเราจะรีบแจ้ง เพราะขณะนี้ข้าศึกไม่ได้มาประชิดบ้านเรา แต่พวกเรากำลังตะลุมบอนอยู่ ก็ขอความเห็นใจ เอาความจริงมาพูดดีที่สุดในสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวัคซีนที่มีใช้ในปัจจุบัน ผลการตอบสนองต่อโรคลดลง ผู้ผลิตหลายรายได้พยายามจะปรับต้นเชื้อให้เป็นตามเชื้อที่เปลี่ยนไป ดังนั้นจะเห็นว่าทางทีมวิจัยก็พยายามทำงานอย่างหนัก ผู้ผลิตที่เราใช้อยู่ทุกตัวก็พยายามปรับปรุงเรื่องนี้อยู่ และภายในปีหน้า องค์การเภสัชฯ ก็จะวิจัยว่าในเข็มที่สามจะใช้วัคซีนยี่ห้อที่แตกต่างจากที่เคยฉีดไปแล้วได้หรือไม่ เพื่อตอบสนองต่อเชื้อที่กลายพันธุ์ไปแล้ว เชื้อเปลี่ยนไปตลอดเวลาและเร็วมาก จึงจะต้องเปลี่ยนวัคซีนไปทุกปีหรือไม่ ขอเรียนประชาชนว่าเราไม่เคยอยู่เฉยๆ และไม่เคยอยู่นิ่ง แม้จะดูไม่มีความหวัง แต่เราก็ไม่เคยทิ้ง
ถ้าเลือกได้ก็อยากเลือก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) และประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขหรือบุคลากรทางการแพทย์อาวุโสได้พยายามให้ความรู้ และจากที่ทางรองอธิบดีกรมควบคุมโรคและผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมได้กล่าวไว้ ทุกคนก็จะได้เห็นว่าเราไม่สามารถที่จะเลือกชนิดได้ เราไม่สามารถจะเร่งกำหนดการส่งได้ เพราะฉะนั้นก็มีความจำเป็นอยู่ดีที่จะต้องใช้วัคซีนที่เราสามารถหามาได้ วัคซีนที่มีอยู่ ซึ่งตนคิดว่าทุกคนก็คิดเหมือนๆ กันหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทาง ศบค.เองก็คิดเหมือนกันว่า ถ้าเลือกได้เราก็อยากเลือกวัคซีนที่ประชาชนต้องการ อยากได้มาเร็ว แต่ในเมื่อบริบทออกมาอย่างนี้ ทำให้ลักษณะของการได้วัคซีนมาเป็นแบบนี้ ตรงนี้ก็ต้องกราบขออภัยพี่น้องประชาชน ที่ว่าอาจจะไม่ได้วัคซีนตามที่ต้องการ แต่เราก็พยายามอยู่ จากที่ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมชี้แจงวัคซีนโมเดอร์นาที่ประชาชนอยากได้ หน่วยงานก็พยายามเร่งรัด และวัคซีนไฟเซอร์ที่ประชาชนอยากได้ ทางกรมควบคุมโรคก็พยายามเร่งรัดอยู่ ฉะนั้นในเมื่อทั้งสองอย่างนั้นยังไม่มา วัคซีนที่เรามีอยู่คือซิโนแวคก็น่าจะเป็นวัคซีนที่เหมาะสมกับสภาพเวลานี้&amp;quot; พล.อ.ณัฐพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผยว่า สำหรับบุคคลทั่วไป รอฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ซึ่งอีกไม่นานจะมีข่าวดีแน่นอน แต่ตอนนี้ขอจัดระเบียบโรงพยาบาลที่รับช่วยฉีดให้ได้ดีก่อน คาดอีกไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ ที่สำคัญตนต้องแน่ใจว่าประชาชนหรือบุคคลทั่วไปต้องไม่เสียประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มในระยะที่ 1 ต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ใครเสียเงินไปแปลว่าถูกหลอก ซึ่งมีทางเลือก 2 ทางคือ เรียกร้องขอเงินคืน หรือแจ้งความเพราะเราผู้เสียหาย และท่านทำผิดข้อตกลงกับราชวิทยาลัยฯ ตามที่ท่านลงนามไว้ด้วย อันอาจส่งผลให้ประกันไม่ครอบคลุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นิธิยังระบุเพิ่มเติมว่า วัคซีนที่จะจัดฉีดในวันที่ 4 กรกฎาคม 2564 นี้ของ รพ.จุฬาภรณ์ สำหรับผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ คนชรา ล้นเกือบ 7,000 รายแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผู้พิการ มีผู้สูงอายุมาก &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครไม่ได้นัดไว้ อย่ามาเบียดแย่งผู้พิการ คนชรา หวั่นจะมาทำให้เกิดความแออัดกัน อาจได้เชื้อกลับบ้านแทน รอไว้วันอื่นเดี๋ยวเปิดบริการฉีดให้อีก รอระยะที่ 2 สัญญาแล้วว่าอีก 1-2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ได้แจ้งข่าวผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า วัคซีนซิโนฟาร์มล็อตที่ 2 อีกจำนวน 1 ล้านโดส กำลังเตรียมตัวออกเดินทางมายังประเทศไทยในวันที่ 4 ก.ค. ก่อนหน้านี้วัคซีนตัวเลือก &amp;quot;ซิโนฟาร์ม&amp;quot; เข้ามาประเทศไทยล็อตแรกจำนวน 1 ล้านโดส เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน และล่าสุดได้จัดสรรวัคซีนให้องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ไปแล้ว 2 รอบ รวมการจัดสรรวัคซีนทั้ง 2 ครั้ง 6,437 บริษัท เป็นจำนวน 779,300 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โรงพยาบาลเอกชนแสดงความพร้อมในทุกด้าน ประชาชนที่มีกำลังและประสงค์จะฉีดวัคซีน mRNA ก็พร้อมแบ่งเบาภาระรัฐบาล 1 วันที่ฉีดวัคซีนได้เร็วขึ้น สามารถลดความสูญเสีย ช่วยชีวิตประชาชนได้นับหมื่นนับแสนคน ไม่มีเหตุผลที่จะไม่กระชับเวลาในการนำเข้าวัคซีนให้เร็วขึ้น แม้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ รายงานการตรวจพบในประชากรวัยหนุ่มสาวหลังฉีดวัคซีน mRNA อาจมีผลข้างเคียง กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ แต่พบน้อยและเป็นอาการชั่วคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่เฝ้ารอวัคซีน mRNA เข้ามาในประเทศไทย อาจมีภาวะจิตใจห่อเหี่ยว หัวใจช้ำ เพราะรอวัคซีนนานมาก ท่ามกลางสถานการณ์ที่วิกฤติมากขึ้นทุกวัน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108520</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, ซิโนแวค, ผอ.องค์การเภสัชกรรม, วัคซีน 5 ยี่ห้อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอสตร้าเซนเนก้า, โมเดอร์นา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d730281a790.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ลงนามสั่งจองวัคซีนจอห์นสันฯและไฟเซอร์ รวม 25 ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถึงการสั่งจองวัคซีนว่า ได้มีการลงนามสัญญาสั่งจองวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และไฟเซอร์ รวมกันจะได้วัคซีนเพิ่มมาอีกประมาณ 25 ล้านโดส รวมทั้งวัคซีนซิโนแวคอีกจำนวน 8 ล้านโดส เพื่อให้ครบ 100 ล้านโดส ตามที่กำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105592</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, วัคซีนโควิด, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be08cdea670.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษอนุมัติวัคซีนโควิดเข็มเดียวของ&#039;จอห์นสัน&amp;จอห์นสัน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักงานควบคุมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (MHRA) ของทางการอังกฤษประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า ได้อนุมัติการใช้งานวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันที่ฉีดเพียงเข็มเดียวแล้ว เป็นวัคซีนโควิดชนิดที่ 4 ที่ได้รับการอนุมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แมตต์ แฮนค็อก กล่าวว่า การตัดสินใจของ MHRA ช่วยส่งเสริมโครงการฉีดวัคซีนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของสหราชอาณาจักร ซึ่งได้ช่วยชีวิตคนแล้วมากกว่า 13,000 คน และหมายความว่า ขณะนี้อังกฤษมีวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 4 ชนิดที่ได้รับการอนุมัติเพื่อช่วยปกป้องผู้คนจากไวรัสที่น่ากลัวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษสั่งซื้อวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสันแล้ว 20 ล้านโดส โดยแฮนค็อกกล่าวว่า รัฐบาลหวังว่าวัคซีนที่ฉีดเพียงเข็มเดียวนี้จะมีบทบาทสำคัญในช่วงเวลาหลายเดือนข้างหน้า โดยขณะนี้คนรุ่นหนุ่มสาวฉีดวัคซีนกันมากขึ้นท่ามกลางความวิตกไวรัสสายพันธุ์อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การยาแห่งยุโรปเคยกล่าวไว้เมื่อเดือนเมษายนว่า ควรเพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับภาวะลิ่มเลือดผิดปกติที่มีเกล็ดเลือดต่ำไว้ในข้อมูลผลิตภัณฑ์ด้วย ภายหลังพบกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในสหรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการทดลองของสหรัฐกล่าวว่า วัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพ 72% ในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาระดับปานกลางถึงรุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงปัจจุบัน อังกฤษฉีดวัคซีนแล้วมากกว่า 62 ล้านโดส ส่วนใหญ่ใช้วัคซีนของไฟเซอร์และแอสตร้าเซนเนก้า อีกชนิดที่ผ่านการอนุมัติแล้วคือโมเดอร์นา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษกลับมามีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกหลังจากลดลงมานานหลายเดือน โดยเป็นผลจากการพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดีย ที่ทำให้มีข้อสงสัยว่าอังกฤษจะเปิดประเทศเต็มรูปแบบในวันที่ 21 มิถุนายนได้ตามแผนหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104517</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสัน&amp;จอห์นสัน, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, อังกฤษอนุมัติวัคซีน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0e938ca740.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 21:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐแนะนำหยุดใช้วัคซีนโควิดของ J&amp;J ชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพของสหรัฐมีคำแนะนำให้หยุดใช้วัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันชั่วคราวเพื่อป้องกันไว้ก่อน สืบเนื่องจากความวิตกว่าวัคซีนนี้อาจเชื่อมโยงกับการเกิดภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน ซึ่งพบในผู้ที่ฉีดวัคซีนนี้ที่สหรัฐแล้ว 6 ราย โดยมีรายงานว่าเสียชีวิตแล้ว 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความผิดปกติที่เกี่ยวกับภาวะลิ่มเลือดที่พบได้น้อยมากนี้คล้ายกับที่พบในคนกลุ่มน้อยมากเช่นกันที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในยุโรป วัคซีนทั้งของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า กับของบริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) ต่างใช้เทคโนโลยีไวรัสอะดีโนเป็นตัวนำพา วัคซีนของแอสตร้าฯมีข้อดีที่ราคาถูก ส่วนของเจแอนด์เจใช้การฉีดเพียงโดสเดียว ทั้งสองชนิดสามารถเก็บในตู้เย็นทั่วไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีวันอังคารที่ 13 เมษายน อ้างคำแถลงร่วมกันของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) ว่าหน่วยงานทั้งสองกำลังประเมินกรณีที่ &amp;quot;อาจมีนัยสำคัญ&amp;quot; จากผู้ได้รับวัคซีนเจแอนด์เจจำนวน 6 ราย ที่มีรายงานว่าเกิดภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน (ซีวีเอสที) ร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ทุกรายเป็นสตรี โดยมีอายุระหว่าง 18-48 ปี ทั้งหมดมีอาการภายหลังได้รับวัคซีน 6-14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา ในสหรัฐมีผู้ได้รับวัคซีนของเจแอนด์เจแล้วมากกว่า 6.8 ล้านคน ซึ่งหมายความว่าผลกระทบที่พบได้ยากมากนี้เกิดในอัตราประมาณ 1 ในล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟดีเอแนะนำว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนเจแอนด์เจแล้วมีอาการปวดศีรษะรุนแรง, ปวดท้อง, ปวดขา หรือหายใจถี่ ภายในเวลา 3 สัปดาห์หลังการฉีดวัคซีน ควรติดต่อผู้ให้บริการดูแลสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีดีซีจะเรียกประชุมคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในวันพุธ เพื่อประเมินกรณีเหล่านี้และนัยสำคัญเพิ่มเติม ส่วนเอฟดีเอก็จะดำเนินการสอบสวนต่างหากด้วย ระหว่างนี้จนกว่ากระบวนการนั้นจะเสร็จสมบูรณ์ ทั้งสองหน่วยงานนี้แนะนำให้หยุดการใช้งานชั่วคราว เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ให้มั่นใจว่าประชาคมทางการแพทย์ตระหนักถึงพัฒนาการนี้และอาจพัฒนาแผนการรักษาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งซีดีซีและเอฟดีเอย้ำว่า เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เหล่านี้พบน้อยมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเจแอนด์เจกล่าวว่า กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานผู้ตรวจสอบเหล่านี้ และว่ายังไม่พบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่ชัดเจนระหว่างเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์กับวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัท แจนเซน บริษัทเภสัชภัณฑ์ในเครือเจแอนด์เจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทมส์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่หลายรายว่า มีสตรีคนหนึ่งในกลุ่มนี้เสียชีวิต และมีสตรีรายที่ 2 ในรัฐเนแบรสกาต้องรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการขั้นวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปกล่าวว่า พบความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าฯ กับปัญหาลิ่มเลือดที่พบได้น้อยมาก ซึ่งทำให้มีคนกลุ่มเล็กๆ ที่ได้รับวัคซีนนี้เสียชีวิต แต่พวกเขาแนะนำให้ใช้วัคซีนนี้ต่อไปโดยระบุว่าความเสี่ยงมีน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบประโยชน์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99407</URL_LINK>
                <HASHTAG>J&amp;J, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, ภาวะลิ่มเลือด, ภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน, วัคซีนโควิด, หยุดใช้วัคซีนชั่วคราว, เจแอนด์เจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_6075aec7badbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอหนู&#039;ยันคนเสียชีวิตไม่เกี่ยววัคซีน&#039;มนัญญา&#039;มีผลข้างเคียงเป็นเรื่องปกติ กราบเท้าปชช.วัคซีนมาแล้วต้องฉีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีมีผู้ฉีดวัคซีนโควิดแล้วมีผลข้างเคียง บางคนถึงขั้นเสียชีวิตหลังได้รับวัคซีน จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้อย่างไร ว่า ข่าวที่ออกมาว่าคนที่ฉีดแล้วเส้นเลือดในกระเพาะแตกเสียชีวิตนั้น ขอยืนยันว่าสาเหตุไม่ได้มาจากวัคซีน 100% เขาคงมีปัญหาในเรื่องของเส้นเลือดเป็นทุนอยู่ และอาจเป็นจังหวะพอดีกัน ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้หารือกับแพทย์อาวุโสด้านต่าง ๆ ทุกคนบอกว่าไม่ได้มีสาเหตุมาจากวัคซีน อธิบดีกรมควบคุมโรคจะมีการแถลงให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ตามหลักการแพทย์ ขออย่าให้ตื่นตกใจ อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนทุกชนิดสามารถกิดขึ้นได้ มากบ้างน้อยบ้างเป็นเรื่องปกติ เป็นที่ยอมรับทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีผลข้างเคียง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้โทรศัพท์สอบถามอาการตั้งแต่วันแรกแล้ว ซึ่งรมต.ทุกคนมีเรื่องอดนอนเข้ามาเกี่ยวแน่นอน เพราะพักผ่อนน้อย รมต.คนไหนนอน 2 ทุ่มตื่น 6 โมงเช้าก็คงถูกนายกฯถามแน่นอนว่าทำไมไม่ทำงาน ดังนั้นมีหลายปัจจัยซึ่ง น.ส.มนัญญา ก็ไม่ใช่ว่าจะอายุน้อย ไม่ใช่สาวน้อยร้อยชั่ง เป็นสาวน้อยวัยใกล้เกษียณย่อมมีผลข้างเคียงได้อีกทั้งเดินทางก็มากรับงานรับความเคลียดต่างๆย่อมมีโอกาสที่จะได้รับผลข้างเคียงแต่เมื่อมีไข้จึงเดินทางไปโรงพยาบาล 2 วันก็หาย ไม่ได้เป็นอะไรรุนแรง ดังนั้นปัจจัยหลายอย่างรวมกันไม่ใช่วัคซีนอย่างเดียว นายกฯเองก็บอกว่าฉีดแล้วอารมณ์ดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก็ฉีดและยังแข็งแรงดีบางครั้งอาจจะเป็นจังหวะของเรื่องความเครียดอย่างตนในวันที่ฉีดเข็มที่ 2ก็ความดันขึ้นทั้งที่เตรียมตัวมาอย่างดี แต่เมื่อฉีดแล้วก็รู้สึกกังวลลึกๆว่าถ้าฉีดไปแล้ววูบไปตอนนี้จะทำอย่างไรเพราะมีนักข่าวมาทำข่าวอยู่เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนั้นผมก็กลัวเหมือนกัน เมื่อยิ่งกลัวก็ยิ่งเครียดถึงขั้นจับชีพจรตัวเองรู้สึกว่าชีพจรเต้นเร็ซแต่สุดท้ายก็ไม่เป็นอะไรดังนั้นขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจด้วยเพราะเป็นวัคซีนใหม่แต่ขอยืนยันกับทุกคนจะต้องฉีดเพื่อป้องกันโควิด 19 และกรมควบคุมโรคก็ยืนยันอีกครั้งว่าการฉีดวัคซีนจะไม่ทำให้อาการของโรคปกติที่ประชาชนมีอยู่ทวีความรุนแรง และไม่เสียชีวิตจากโรคโควิด 19 เมื่อได้รับวัคซีน ซึ่ง 2 ปัจจัยนี้ก็เพียงพอแล้ว ยืนยันได้ว่าเมื่อได้รับวัคซีนแล้วผลข้างเคียงไม่รุนแรง100% ไม่ตาย100% เพราะผลการทดลองของผู้ผลิตวัคซีนและสถาบันทารงการแพทย์ชั้นนำของโลกเขาก็มีผลรับรองอยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวของจ.ภูเก็ตนั้น ตนยังไม่ระบุว่าจะเริ่มต้นได้เมื่อไหร่เพราะต้องให้กรมควบคุมโรคและทีมแพทย์กระทรวงสาธารณสุขประเมินเป็นระยะ และวันนี้จะต้องทุ่มวัคซีนเข้าไปที่จ.ภูเก็ต จะเริ่มทยอยฉีดได้ในสัปดาห์หน้าให้ภูเก็ต 1 แสนโดส เกาะสมุย 5 หมื่นโดส สมุทรสาคร 1 แสนโดส กทม. 1 แสนโดส ส่วนเดือนหน้าก็จะมาอีก 1-2 ล้านโดส ซึ่งจะมาตามคำสั่งซื้อเดิมจะได้กระจายไปพื้นที่ต่างๆปลายเดือน พ.ค. หรือ ต้น มิ.ย. ทะยอยมาเรื่อยๆเริ่มฉีดไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องขอวิงวอนว่าเมื่อวัคซีนมาพร้อมแล้ว ผมต้องกราบเท้าพี่น้องประชาชนทุกคนว่าให้มารับการฉีดอย่ากลัวเพื่อรองรับวัคซีนที่มาในแต่ละเดือน ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับวัคซีนแล้วก็ได้อาสาสมัครไปเป็นคนที่บริจาคเลือกหลังได้รับวัคซีน 2 เข็มไปทดสอบว่าสามารถสร้างภูมิต้านทานได้หรือไม่ เพราะถ้าหลายคนที่ฉีดแล้วสามารถสร้างภูมิต้านทานได้แสดงว่าผู้ได้รับวัคซีนส่วนใหญ่สร้างภูมิคุ้มกันได้แล้วเราจึงค่อยมาพิจารณาเรื่องการผ่อนคลายกันเช่นเปิดเมือง การเดินทางสัญจรไปมา ซึ่งเมื่อฉีดวัคซีนไปได้ 5-10 ล้านคนสามารถทยอยเปิดประเทศได้ แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นวันไหนเดือนไหน เพราะต้องให้ทางการแพทย์เป็นผู้ประเมิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงวัคซีนของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ที่ผ่านการรับรองของ อย.แล้วจะสามารถฉีดให้ประชาชนได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันจะขายให้รัฐบาลหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังเป็นเพียงการขึ้นทะเบียนให้กับจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าบริษัทใดก็ตามที่มาขึ้นทะเบียนเรารับเอาไว้เพื่อลบคำครหา ที่ว่าเราเลือกปฏิบัติ แต่รัฐบาลได้คุยกับบริษัทดังกล่าวว่าขอให้เป็นหลังจากที่ แอสตราเซนิกา ส่งได้หมดตามคำสั่งซื้อทั้ง 61 ล้านโดสแล้ว เพราะเราถือว่าแอสตราเซนิกา เป็นวัคซีนหลักที่ใช้กับคนไทยซึ่งจะทยอยส่งได้ในเดือนมิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นไม่ว่ายี่ห้อใดที่จะมาหลังจากนั้น ถือว่าเป็นช่วงที่เราไม่ได้มีความต้องการมาก แต่ที่เราต้องการคืดช่วงจากนี้ถึงมิ.ย.ซึ่งนายกฯให้ความสนับสนุนเต็มที่เพราะมีความเป็นห่วงคนไทวยโดยบอกว่า ถ้ามีใครมาก่อนในช่วงนี้ก็ให้ซื้อซึ่งเราก็มีกฎหมายรองรับว่าซื้อเพื่อมารองรับสถานการฉุกเฉินแต่ในช่วง 2 เดือนนี้ไม่มีบริษัทไหนส่งให้ได้แม้แต่ จอห์นสันแอนด์จอห์นสันที่มาพบตนก็บอกว่าจะได้ช่วง ต.ค.-ธ.ค. ถ้าเป็นช่วงนั้นเราก็ได้วัคซีนหลักมาแล้ว แต่ถ้าวันหนึ่งจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน&amp;nbsp; มีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง แล้วไปถอนการใช้วัคซีนฉุกเฉินจากสหรัฐเขาก็สามารถนำมาขายภาคเอกชน ในภาวะปกติเพื่อฉีดให้กับคนที่ยอมเสียเงินนั้นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขยืนยันจะให้การสนับสนุนให้นำเข้าได้เพื่อนำมาใช้กับภาคเอกชนได้ไม่ปิดกั้นเพราะจะเป็นประโยชน์กับภาครัฐ&amp;quot;นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97335</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, ฉีดวัคซีนโควิด-19, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์, นายอนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_60594d5ba669c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
