<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จะสู้ต่อไปหรือจะทำใจแบบสิงคโปร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จีนสู้โควิดได้ด้วย 3 &amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; และเมื่ออ่านดูทั้ง 3 &amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; ของจีนแล้ว รู้สึกหมดหวังกับประเทศไทย เพราะสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ ไม่มีแม้แต่ &amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; เดียว แล้วเราจะสู้ได้อย่างไร&lt;/p&gt;


	&amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; แรกคือ &amp;ldquo;ไม่สร้างความสับสนให้ประชาชน&amp;rdquo; รัฐให้ข้อมูลชัดเจน ไปในทิศทางเดียวกัน รัฐจึงสามารถสั่งการ และออกมาตรการที่เด็ดขาด ประชาชนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นโดนโทษหนัก แต่ ในประเทศไทยเต็มไปด้วยข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกัน ระหว่างหมอด้วยกันเอง และยังมีความสับสนระหว่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กูรูของจริง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;กูรู้ของปลอม&amp;rdquo; ทำให้ประชาชนสับสน เครียด ทำตัวไม่ถูกไม่มั่นใจว่าจะต้องทำตามมาตรการของใคร ในที่สุดก็มีคนไม่ทำตามมาตรการที่ควรทำ 
	&amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; ที่สองคือ &amp;ldquo;ไม่เสนอข่าวที่ทำให้เกิดวิกฤติศรัทธา&amp;rdquo; สื่อจีนไม่กระพือข่าวปลอมออกมาป่วนสังคม ไม่มีการใช้ข้อความที่ทำให้เกิดความเกลียดชังกัน จีนใช้วัคซีนที่ผลิตเองในประเทศ ทั้ง Sinovac และ Sinopharm โดยไม่ต้องพึ่งพาวัคซีนฝรั่งยี่ห้อไหนทั้งนั้น พวกเขาก็รอดมาได้ แต่ ของไทยเรามีคนพยายามด้อยค่าวัคซีนที่เรามี ทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย ทำให้มีคนจำนวนหนึ่งปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีนที่เป็นความหวังของประเทศ และพยายามจะพูดว่าวัคซีนที่เรามีอยู่นั้น เกิดจากความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อ ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งเรียกหาวัคซีนที่เรายังไม่มี ประชาชนไม่ศรัทธารัฐบาล ไม่ศรัทธาหมอที่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่จัดหาและกระจายวัคซีน
	&amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; ที่สามคือ &amp;ldquo;คนจีนเขาไม่มีความแตกแยก&amp;rdquo; คนจีนไม่เสพสื่อไร้คุณภาพจนเกิดอคติ ไม่มัวแต่ชี้นิ้วด่าคนอื่น หรือด่ารัฐบาล รับผิดชอบตัวเองและครอบครัวอย่างมีวินัย ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และรัฐบาล แต่ คนไทยแตกแยกกัน ด่าทอต่อว่ากัน แซะ แขวะ ด่ากัน และมีการแบ่งฝ่ายกันแบบชนิดไม่มีทางเห็นพ้องต้องกันไปในทางเดียวกัน รัฐบาลไปซ้าย ฝ่ายตรงกันข้ามจะไปขวา รัฐบาลเดินหน้า ฝ่ายตรงกันข้ามจะย่ำอยู่กับที่ รัฐบาลจะปิด ฝ่ายตรงกันข้ามจะให้เปิด รัฐบาลจะเปิด ฝ่ายตรงกันข้ามจะให้ปิด สุดท้ายเราก็มีประชาชนที่แตกแยกกัน ไม่มีความสามัคคี มีคนที่จงใจฝ่าฝืนข้อกำหนดของรัฐบาล อย่างเช่นประโยคว่า &amp;ldquo;กูจะปิดใครจะทำไม&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กูจะแสดงใครจะทำไม&amp;rdquo; บอกว่าอย่าออกมาชุมนุมก็ออกมา


&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt&quot;&gt;เมื่อเราไม่มีทางที่จะทำได้อย่างจีน เพราะทั้ง 3 &amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; ที่จีนเขามีนั้น เราไม่มีเลย และไม่มีทางที่จะทำได้ด้วย ไม่ว่าจะอีกนานเท่าใดก็ตาม สถานการณ์ในเวลานี้ บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่ามีคนจงใจให้มีจำนวนคนติดเชื้อหรือเปล่า บางคนอาจจะยอมติดเพื่อเอาประกัน เพราะเชื่อว่าถ้าหากตัวเองแข็งแรง อายุน้อย ไม่มีโรคที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เป็นแล้วจะรักษาได้ และรักษาฟรี บางคนอาจจะมีวาระซ่อนเร้นอย่างอื่นที่น่ากลัว นั่นคือจงใจให้มีการติดเป็นกลุ่มก้อน เพื่อให้รัฐบาลล้มเหลวในการจัดการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค และเลยไปถึงการไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจได้ เพื่อใช้เป็นเหตุผลในการขับไล่รัฐบาล บางคนก็ประมาท เห็นแก่ตัว ทำตามใจตัวเองเหมือนเราไม่มีวิกฤติ สิ่งใดที่รัฐบาลและบรรดาคุณหมอขอให้ ลด ละ เลิก เลื่อน ก็ไม่ยอมที่จะทำตามคำขอร้อง เอาแต่ใจตัวเอง การเอาผิดของเราก็ย่อหย่อน ปรับไม่กี่บาท และติดคุกไม่กี่วัน โทษติดคุกก็รอลงอาญา จึงยังคงมีคนทำผิดกฎหมายอยู่เป็นจำนวนมาก แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการขั้นเด็ดขาดกับคนที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการหรือฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt&quot;&gt;พอดีเจอการรณรงค์ของสิงคโปร์ที่ดูเหมือนเขาจะปลง และปรับตัวในการที่จะอยู่กับโควิด ด้วยการทำใจและปรับการกระทำของตนเอง มีวิถีชีวิตแบบใหม่ ทำให้ดีที่สุด ไม่ต้องกังวลกับโควิด ให้คิดเสียว่ามันคือโรคที่อาจจะเกิดกับพื้นที่ใดก็ได้ ในฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่ง เหมือนไข้หวัด เพียงแต่ต้องมีการปรับตัวให้ต่างจากช่วงก่อนที่จะมีโควิดเท่านั้น ลองมาดูนะว่าเขาทำใจอย่างไร ปรับตัวอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt&quot;&gt;ปรัชญาของเขาคือ &amp;ldquo;เรียนรู้อยู่กับไวรัส (โควิด) รับมือเหมือนไข้หวัดใหญ่ ระดมฉีดวัคซีนต่อไป เลิกนับจำนวนคนติดรายวัน (จะได้ไม่เครียดกับตัวเลข) รายงานเฉพาะคนเจ็บหนักที่ต้องเข้า ICU (น่าจะเตือนใจคนให้รู้ว่าถ้าไม่ระวังตัว เป็นหนักแล้วจะเป็นเช่นไร) คนที่ติดเชื้อแต่อาการไม่หนักให้อยู่บ้าน (น่าจะต้องมีคำแนะนำว่าจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร) และจะมีการตรวจเชื้อแบบ active case finding เฉพาะเวลาที่มีเหตุการณ์สำคัญที่อาจจะทำให้เกิดการติดแบบ Clusters (เพราะถ้าหากตรวจเชิงรุกไปเรื่อย ต้องใช้ทรัพยากรทางการแพทย์เยอะมาก และอาจจะเกินความจำเป็น) และวางแผนที่จะต้องฉีดวัคซีนไปอีกหลายปี (ก็คงเหมือนที่พวกเราต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่กันทุกปี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt&quot;&gt;ประชาชนต้องหาความรู้ให้เข้าใจเรื่องโควิดอย่างถ่องแท้ และยอมรับว่ามันจะเป็นโรคที่อยู่กับเราไปอีกนาน และจะเป็นโรคที่เกิดเฉพาะที่ ไม่ใช่ทั่วโลกอย่างตอนนี้ และจะมาเป็นฤดูกาล ไม่ใช่ตลอดปี เรียนรู้วิธีการที่จะตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง (คงต้องมีการทำเครื่องมือตรวจออกมาขาย เหมือนการวัดระดับน้ำตาลในเลือด วัดความดัน และตรวจการตั้งท้อง) หลีกเลี่ยงการสัมผัสต่างๆ ที่เป็นต้นเหตุของการติดเชื้อ ระมัดระวังตัวในการดำรงชีวิตที่ต้องมีการใช้อุปกรณ์พยุงชีพ เช่น หน้ากาก ยาต้าน ยารักษาต่างๆ อย่างรอบคอบ ระมัดระวังตัวเอง หาทางที่จะรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีกว่าเดิม การวิจัยทางการแพทย์ในการจะต่อสู้กับโรคนี้ก็ต้องดำเนินต่อไป และเดินหน้าที่จะเปิดธุรกิจต่างๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยทุกฝ่ายก็ต้องรู้จักใช้ชีวิตแบบ New normal เพื่อลดความเสี่ยง และยกเลิกการจำกัดการเดินทาง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้สำคัญของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt&quot;&gt;ตอนนี้คงต้องถึงเวลาที่พวกเราต้องช่วยกันคิดแล้วว่า เราจะสู้ต่อไป ด้วยการนำเอา 3 &amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; ของจีนมาใช้อย่างจริงจัง เคร่งครัด หรือเราจะทำใจอยู่กับโรคนี้ต่อไปอย่างระมัดระวัง ใช้ชีวิตแบบ New normal ไม่ต้องสนใจตัวเลขที่จะเพิ่มขึ้น ไม่ทำตัวให้เป็นภาระของประเทศชาติ รัฐบาลระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชน และประชาชนก็ต้องยอมฉีดวัคซีนด้วยความเต็มใจ เปิดธุรกิจ เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้ว เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt&quot;&gt;การจะทำแบบจีนนั้น จะทำให้เราปลอดภัยจริงๆ ไม่มีความเสี่ยง ส่วนการทำแบบสิงคโปร์นั้น เราทุกคนต้องทำใจ และพร้อมที่จะเสี่ยงจะได้ทำมาหากินได้โดยเร็ว ไม่รอวันที่โควิดบรรเทาเบาบางลง ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น ช่วยกันคิดทีเถอะค่ะ จะเอายังไงกันดี ถ้าเอาแบบจีนต้องเลิกแตกแยกกันนะคะ. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109285</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดเหนือกระแส, จะสู้ต่อไปหรือจะทำใจแบบสิงคโปร์, ดร.เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089fe009ecd.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
