<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งก๊วนด่าชนชั้นกลางในเมือง&#039;ชาญวิทย์&#039;ผสมโรง&#039;วัวลืมตีน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64- นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jaded Chouwilai 3 ชม. ว่าชนชั้นกลางในเมืองส่วนหนึ่งมาจากลูกหลานชาวไร่ชาวนา ข้าราชการชั้นผู้น้อย เข้ามาในเมืองหลายคนได้ดิบได้ดีเติบโตหน้าที่การงานแต่น่าเสียดายที่เขาลืมไปว่าเขามาจากไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่า &amp;nbsp;ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรม แชร์โพสต์ดังกล่าวและแสดงความเห็นว่า ครับ โบราณเรียกว่า &amp;#39;วัวลืมตีน&amp;#39;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100748</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะเด็จ เชาวน์วิไล, ชนชั้นกลาง, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, วัวลืมตีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608643f07882c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจาะสถานการณ์รุนแรงทางเพศ เมื่อ’บ้าน’ไม่ปลอดภัย‘น้ำเมา’ต้นเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;#39;บ้าน&amp;#39; สถานที่ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าปลอดภัยจากการกระทำความรุนแรงทางเพศ มาวันนี้คงต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่ เพราะล่าสุดจากการเก็บสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศจากสื่อหนังสือพิมพ์พบว่า เหตุข่มขืนเกิดในบ้านของเหยื่อเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาในที่พักของผู้กระทำ ขณะที่ถนนเปลี่ยว ที่เปลี่ยวๆ มาเป็นอันดับท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนข่าวการข่มขืนยังคงครองแชมป์อันดับ 1 และยังเกิดขึ้นกับกลุ่มเด็กและเยาวชน&amp;nbsp;


fifa356 ข้อมูลข่าวยังชี้ชัดการดื่มเหล้าเมาเป็นมัจจุราชกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางเพศมากที่สุด ทั้งข่มขืน อนาจาร รุมโทรม พรากผู้เยาว์ นี่ยังไม่พูดถึงเหยื่อมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ หลายข้อค้นพบจากรายงานสะท้อนข่มขืนคืบคลานเข้ามาเป็นภัยใกล้ตัวของเด็กและเยาวชน ต้องเร่งแก้ปัญหาและหาทางออก เหตุนี้มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับสิรินยา บิชอพ และเครือข่ายเยาวชนนักดื่มหน้าใหม่ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเวทีสัมมนารายงานสถานการณ์ปัญหาความรุนแรงทางเพศ ประจำปี 2560 ตอนข่มขืน...ภัยใกล้ตัวของเด็กและเยาวชน ที่โรงแรมเอเชีย เมื่อวันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เผยว่า&amp;nbsp;


bnk789 ในภาพรวมความรุนแรงทางเพศมีกลุ่มเด็กและเยาวชนถูกข่มขืนจำนวนมากขึ้น ข้อมูลที่ได้ไม่เฉพาะข่าวจากหนังสือพิมพ์ ยังรวบรวมกรณีที่มีผู้มาร้องเรียน มาขอคำปรึกษาจากมูลนิธิอีกด้วย ทุกปีมีเด็ก นักเรียน นักศึกษาถูกกระทำเพิ่มขึ้น หากไม่เร่งหาทางออกจะแก้ไขสถานการณ์ยากยิ่งขึ้น รวมถึงจะนำไปสู่การฆ่าผู้ก่อเหตุข่มขืนมากขึ้นในอนาคต ขณะที่เด็กวัยเรียนหากไม่ได้รับการช่วยเหลือจะหยุดเรียนการคัน หรือถ้าขาดการเยียวยาบำบัดรักษาจะมีผลกระทบด้านจิตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;แนวโน้มผู้ถูกข่มขืนช่วง 1-2 ปีนี้ไม่เปลี่ยน อยู่ในช่วงอายุ 5-20 ปี ถ้าเจาะลึกเด็กในครอบครัวถูกกระทำรุนแรงทางเพศมาก ทั้งประถม มัธยม มหาวิทยาลัย เสี่ยง แม้แต่ในบ้าน โรงเรียน สถานพยาบาล กลับพบปัญหาข่มขืนเกิดขึ้น สังคมต้องศึกษา เรียนรู้ และช่วยแก้ หากไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้เด็กเติบโตไปกับสังคมแบบนี้ น่าวิตก&amp;quot; จะเด็จย้ำภัยสังคมที่น่าห่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้สถิติความรุนแรงทางเพศพุ่งสูงนี้ สสส.ที่ขับเคลื่อนลด ละ&amp;nbsp;


save168 เลิกน้ำเมาในสังคมไทย มีมุมมองที่น่าสนใจสะท้อนจากรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;สสส.วางแผน ค้นหาสาเหตุ และร่วมหาแนวทางป้องกันการกระทำความรุนแรงทางเพศ&amp;nbsp; คนจะคิดว่าการข่มขืนมีเรื่องอารมณ์ทางเพศมาเกี่ยว ยับยั้งชั่งใจไม่ได้ หรือทำเพราะเครียด แต่จากรายงานฉบับนี้ระบุเหตุที่แท้จริงมาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากการขับเคลื่อนงานของ สสส. สถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ลดลงเหลือ 28% ซึ่งยังลดได้อีก ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเพื่อลดผลกระทบทางร่างกาย ลดค่าใช้จ่ายในการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากกว่า 142,000 ล้านบาท ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่รัฐต้องแบกรับผู้ป่วย&amp;quot; รุ่งอรุณย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผอ.สำนักสนับสนุนควบคุมปัจจัยเสี่ยงฯ กล่าวด้วยว่า แอลกอฮอล์สร้างผลกระทบต่อสังคม&amp;nbsp;


สล็อต เป็นต้นเหตุการข่มขืน ฆ่า ความจริงเหล่านี้ต้องเปิดเผยสู่สังคม ตอกย้ำและสร้างทัศนคติใหม่ แอลกอฮอล์ถือเป็นยาเสพติด คนที่รู้ไม่เท่าทันก็ถูกล่อล่วงผ่านคำโฆษณา กิจกรรมแฝงอื่นๆ ฝากให้พ่อแม่ดูแลครอบครัว ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ หากมีสมาชิกในบ้านดื่มก็แนะนำ ให้กำลังใจ ให้ลด ละ เลิกในที่สุด ต้องช่วยกันดูแลสังคมให้ปลอดภัย ที่สำคัญบ้านต้องเป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรงในอันดับแรก เพราะการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กเล็ก หลายกรณีกระทบจิตใจระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการรวบรวมสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นในปี 2560 จากหนังสือพิมพ์จำนวน 13 ฉบับ พบข่าวความรุนแรงทางเพศทั้งหมด 317 ข่าว มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และพบว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางเพศมากที่สุดร้อยละ 31.1 หรือคิดเป็น 1 ใน 3 น้ำเมาทำให้ขาดสติจนก่อเหตุอาชญากรรม และผู้เคราะห์ร้ายเป็นเด็ก เยาวชน และผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จรีย์ ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่ายมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า การขืนใจ กระทำชำเราส่วนใหญ่เกิดในบ้านพักของเด็กและผู้หญิง จากข่าวข่มขืน ผู้กระทำความรุนแรงส่วนใหญ่รับว่า ก่อเหตุเพราะความเมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;มีการดื่มสุรา ที่น่าห่วงเหตุเกิดจากคนคุ้นเคยและคนในครอบครัวกว่าร้อยละ 59 แล้วยังมีกรณีเพื่อนบ้าน คนในหมู่บ้าน เพื่อนของเพื่อน โดยอาศัยความไว้วางใจเข้าไปล่อลวง หรือรู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดีย พื้นที่ที่เกิดเหตุมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;ผลกระทบต่อจิตใจมากสุด เหยื่อมีอาการหวาดผวา ระแวง กลัวมาก แล้วยังถูกบังคับมีเพศสัมพันธ์หลายครั้ง ยาวนาน ถูกขู่ฆ่า ถูกทำร้ายร่างกายสาหัส นอกจากเรื่องฟื้นฟูแล้ว ต้องส่งเสริมการแก้ไขปัญหาทุกมิติ ลดปัจจัยกระตุ้นแวดล้อมจากแอลกอฮอล์ สื่อลามก สื่อที่แสดงความรุนแรง มีอคติทางเพศ ตลอดจนป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ระดับนโยบายก็ต้องผลักดันด้วย&amp;quot; จรีย์เสนอทางแก้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เวทีหยุดความรุนแรงทางเพศนี้ อังคณา อินทิสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ส่งเสียงไปยังผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม โดยกล่าวว่า จากการทำงานคุกคามทางเพศเพื่อช่วยเหลือ พิทักษ์ และคุ้มครองสิทธิ พบข้อจำกัดกระบวนการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนไม่เข้าใจสภาวะที่ผู้ถูกกระทำกำลังเผชิญอยู่ รวมถึงการปฏิบัติต่อผู้ถูกกระทำไม่ละเอียดอ่อนทั้งด้านพฤติกรรมและคำพูด ทำให้เด็กอาย ไม่กล้าพูด แล้วยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียด หรือขั้นตอนในการดำเนินการให้กับผู้ถูกกระทำ นอกจากนี้การพิจารณาคดีของศาลไม่ละเอียดอ่อน ไม่เข้าใจปัญหาประเด็นความรุนแรงทางเพศ ทั้งหมดนี้ส่งผลระยะยาวต่อผู้ถูกกระทำ ครอบครัว หากไม่มีกลไกป้องกันจะเกิดการกระทำซ้ำ แน่นอนผู้กระทำผิดต้องลงโทษที่เด็ดขาด เหยื่อมีระบบดูแลชัดเจน นอกจากนี้ต้องมีพื้นที่ปลอดภัยให้พักพิงชั่วคราวด้วย รวมทั้งมีการเฝ้าระวังระดับชุมชน บังคับใช้กฎหมายคุมน้ำเมาให้จริงจัง นี่คือทางแก้ปัญหา ลดสถิติการข่มขืน. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22975</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรุนแรงทางเพศ, จะเด็จ เชาวน์วิไล, ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, สสส, สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe152cc4f88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อแม่และครู&quot;หัวใจ&quot;ป้องปราม  สิ่งเสพติด...สิ่งเร้าสังคมเยาวชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้รณรงค์กันอย่างต่อเนื่อง ทว่าภาพของยาเสพติดในโรงเรียนก็ยังมีให้เห็นและพูดถึงมิได้หยุดหย่อน และยิ่งนับวัน วิวัฒนาการของอบายมุขในสถานศึกษาก็เพิ่มรูปแบบขึ้นเรื่อยๆ ทั้งบุหรี่ เหล้า ยาบ้า กระทั่งยาไอซ์ ที่ก่อนหน้านั้นไม่ค่อยมีใครรู้จักและอยู่ในวงจำกัด อีกทั้งตรวจจับได้ในปริมาณที่น้อย แต่ปัจจุบันพบว่ามีการเผยแพร่ลักลอบจำหน่ายมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในสังคมของเด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัยชอบทดลอง คึกคะนอง ท้าทายกับสิ่งเสพติด นับเป็นปัญหาสังคมที่บ่อนทำลายอนาคตของเยาวชนไทย&amp;nbsp;
นโยบายรัฐ &amp;quot;ห้องเรียนสีขาว&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อ.วิมล บุตรศรีด้วง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.วิมล บุตรศรีด้วง ครูสอนแนะแนวระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนวัดธรรมจริยาภิรมย์ จ.สมุทรสาคร บอกว่า ตั้งแต่ปี 2551 ที่มารับราชการครูที่โรงเรียน ก็มีการดำเนินการในด้านป้องกันและให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดมาโดยตลอด ซึ่งก่อนนี้ทางโรงเรียนของเราก็ได้ทำอยู่ก่อนแล้ว เพราะเป็นนโยบายของ สพฐ. ที่สำคัญรายงานความคืบหน้าในการรณรงค์เรื่องอบายมุขให้กับหน่วยงานดังกล่าวได้รับทราบเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับกิจกรรมรณรงค์ป้องกันยาเสพติดในโรงเรียน อันดับแรกคือ &amp;ldquo;ห้องเรียนสีขาว&amp;rdquo; ซึ่งจะประกอบไปด้วยคณะกรรมการที่ช่วยกันดูแล โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนในห้องเป็นผู้เลือกกันเองว่าใครควรจะทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการของห้อง ซึ่งประกอบด้วย 1.คณะกรรมการฝ่ายวิชาการ 2.สารวัตรนักเรียน และทุกเช้าๆ ครูประจำชั้นก็จะมีการ &amp;ldquo;โฮมรูม&amp;rdquo; หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคณะกรรมการห้องที่เลือกขึ้นมาในการป้องกันยาเสพติดในโรงเรียน ขณะเดียวกัน ใน 1 สัปดาห์ก็จะเปิดโอกาสให้คณะกรรมการของแต่ละชั้นเรียนได้มีการเขียนโครงการใช้เวลาว่างในห้องเรียนทำอะไรบ้าง เช่น รวมกลุ่มกันเล่นตะกร้อ, เข้าห้องสมุดอ่านหนังสือ, ทำสวนหย่อมหน้าโรงเรียน ทั้งนี้ จะมีครูประจำชั้นและคณะกรรมการภายในห้องเรียนที่ตั้งขึ้นคอยดูแลควบคุมการทำกิจกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(รณรงค์ป้องกันยาเสพติดในโรงเรียนด้วยการส่งเสริมกิจกรรมพิเศษ เช่น เล่นกีฬา เล่นดนตรี ฯลฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ก็ยังมี การอบรมพิษภัยของยาเสพติด โดยเทศบาลและ อบต.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสงคราม จัดขึ้น รวมถึงการจัด อบรมการตั้งครรภ์ไม่พร้อม 1 ครั้งต่อ 1 ภาคเรียน โดยเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลบ้านแพ้วมาให้ข้อมูล ที่สำคัญเรายังมีการสุ่มตรวจสอบปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในโรงเรียนโดยทีมสหวิชาชีพ ทั้งไม่แจ้งให้กับนักเรียนได้ทราบ ซึ่งหากพบสารเสพติดในตัวของนักเรียน ก็จะเชิญผู้ปกครองมาพูดคุยก่อน เพราะบางครั้งการที่เด็กฉี่ม่วงก็อาจเกิดการกินยาแก้หวัด หรือหากตรวจสอบแล้วพบว่าเด็กอยู่กลุ่มเสี่ยงใช้ยาเสพติดจริง เราก็จะคัดกรองไว้และส่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาบำบัดและดูแลต่อไป แต่ผลที่น่าพอใจนั้น เราพบว่า 100% ของการสุ่มตรวจไม่พบปัญหายาเสพติดในนักเรียน นอกจากนี้ ภายในโรงเรียนยังมีการ ติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบปัญหาควันบุหรี่ในมุมอับต่างๆ ซึ่งผลจากการตรวจเช็กก็ไม่พบว่านักเรียนสูบบุหรี่เช่นกันค่ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรคในการรณรงค์ป้องกันปัญหายาเสพติดก็มีอยู่บ้าง เช่น ช่วงที่เริ่มต้นผู้ปกครองบางคนก็มีการทักท้วง ว่าจะยิ่งทำให้เด็กรู้จักอบายมุขเหล่านี้หรือไม่ เช่น การที่เด็กไม่รู้จักการวิธีการใช้สารเสพติด ก็มีความรู้จากการให้ข้อมูล แต่ทางคุณครูก็จะอธิบายให้เด็กเข้าใจถึงการอบรมดังกล่าว เพื่อที่จะทำให้เด็กมีวัคซีนหรือมีภูมิคุ้มกันในการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากยาเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก่อนหน้ามีผู้ปกครองของเด็ก ม.1 ได้ทักท้วงว่า จะเป็นการทำให้เด็กรู้จักการใช้ยาเสพติด และการตั้งท้องไม่พร้อมหรือเปล่า แต่เมื่อเราอธิบาย อีกทั้งทำการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นการให้ความรู้ในเชิงเตือน และสะท้อนให้เห็นถึงปัญหา รวมถึงผลเสียจากการใช้ยาเสพติด ตลอดจนการเฝ้าระวังตัวเองไม่ให้ตกเป็นกลุ่มเสี่ยง ตอนนี้ผู้ปกครองก็เข้าใจมากขึ้น จากก่อนหน้าที่เขามักจะกังวลว่าสามารถวางใจลูกที่เข้ามาเรียน ม.1 ที่นี่ได้หรือไม่ กระทั่งพ่อแม่วางใจทางโรงเรียนมากขึ้น และให้เด็กเรียนต่อกับเราจนถึงชั้น ม.6 ค่ะ ทั้งในฐานะคุณครูแนะแนว ก็อยากเห็นการพัฒนารูปแบบสื่อการรณรงค์ป้องกันยาเสพติด โดยการปรับปรุงให้อยู่ในรูปแบบของหนังสือออนไลน์ เพราะเด็กยุคใหม่ใช้โซเชียลเยอะขึ้น หรือจัดทำให้เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นเกี่ยวกับการป้องกันยาเสพติด ก็น่าจะทำให้เด็กเข้าใจและเห็นภาพพิษภัยของอบายมุขมากขึ้น&amp;rdquo;
กีฬาเป็นยาวิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผอ.ธีราพร คงฉิม ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเกาะคา จ.ลำปาง ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาได้มีการรณรงค์เรื่องยาเสพติดในสถานศึกษา โดยเฉพาะการมุ่งเน้น &amp;ldquo;การเล่นกีฬา&amp;rdquo; เนื่องจากวัยรุ่นผู้ชายนั้นจะมีพละกำลังมาก อีกทั้งจัด &amp;ldquo;ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนและคนในชุมชนแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด&amp;rdquo; นอกจากนี้ก็ได้มีการเชิญ &amp;ldquo;วิทยากรที่เป็นตำรวจเข้ามาให้ความรู้เรื่องยาเสพติด&amp;rdquo; อีกทั้งมีการ &amp;ldquo;แสดงโชว์ให้เด็กได้เรียนรู้ชีวิตในห้องขังว่าเป็นอย่างไร&amp;rdquo; โดยร่วมกับเรือนจำในพื้นที่เป็นผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนการส่งเสริมเรื่อง &amp;ldquo;กิจกรรมจิตอาสา&amp;rdquo; อาทิ การลอกคูคลองในวันเฉลิมพระเกียรติต่างๆ หรือการส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมสิ่งประดิษฐ์ในโครงการ &amp;ldquo;ศูนย์บริการซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix it Cneter&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างการประดิษฐ์เครื่องเติมอากาศใต้น้ำ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เด็กผู้ชายส่วนมากจะมีแรงเยอะ สิ่งสำคัญ ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา มองว่าการหากิจกรรมให้เด็กได้ทำ หรือรวมกลุ่มกันไปทำในเรื่องที่สร้างสรรค์ ไม่เพียงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนๆ ด้วยกันดีแล้ว ภาพของเด็กอาชีวะในสายตาของคนในชุมชนหรือชาวบ้านก็ดีไปด้วย และยิ่งหากเมื่อทำกิจกรรมเพื่อสังคมหรือเรื่องดีๆ แล้วมีคนชมเชย แน่นอนว่าก็จะทำให้เขาประพฤติตัวในทางที่ดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะอันที่จริงแล้ว เด็กทุกคนไม่มีใครอยากติดยาค่ะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่สำคัญเมื่อเราพบเด็กใช้ยาเสพติด ก็ต้องเข้าไปหาสาเหตุว่าการที่เขาติดยานั้นเกิดจากปัญหาครอบครัวหรือปัญหาส่วนตัว เพื่อที่จะได้เข้าไปช่วยแก้ไขค่ะ และสิ่งที่อยากฝากที่สุดคือ อยากเห็นการที่เจ้าหน้าตำรวจเข้าไปปรามปรามยาเสพติดในชุมชนอย่างจริงจัง เพราะถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่า 70% นั้นคือปัญหายาเสพติด และบางครั้งตัวเด็กเองก็ยังไม่รู้ว่ายาเสพติดที่ซื้อมาเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีทันสมัยมาหลอกล่อผู้ซื้อที่เป็นวัยรุ่น ดังนั้นเมื่อผู้ขายถูกตัดสินประหารชีวิต ก็ควรที่จะต้องดำเนินการตามนั้น เพราะถ้าหากติดคุกตลอดชีวิต และได้รับการอภัยโทษปล่อยตัวออกมา คนขายยาเสพติดก็ออกมาทำอีก ซึ่งตรงนี้จะเป็นการเลียบแบบที่ไม่ถูกต้องค่ะ&amp;rdquo;
ครูและผู้ปกครองต้องเฝ้าระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(จะเด็จ เชาวน์วิไล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ต่างจาก คุณจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ที่ออกมาสะท้อนว่า อันดับแรกคือการหาสาเหตุของการที่เด็กติดยา ว่าแท้จริงนั้นมันเกิดจากสาเหตุอะไร เพราะนั่นคือโจทย์ที่สำคัญ เพราะการที่เราโทษเด็กอาจไม่ใช่แนวทางการแก้ปัญหา แต่เราต้องหาปัจจัยเหตุให้เจอ เช่น เด็กติดยาเพราะเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง หรือเสพอบายมุขเพราะตามเพื่อน ถ้าเรารู้จึงจะหาแนวทางการแก้ไขที่ตรงจุดได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากการหาสาเหตุของการติดยาให้พบ เพื่อให้หาวิธีแก้ไขที่ตรงจุดแล้ว ปัญหาที่สำคัญอีกอย่าง ผมมองว่า การที่โรงเรียนให้ความสนใจเฉพาะเด็กที่เก่ง แต่ไม่มีใครสนใจเด็กที่เรียนด้อย หรือนักเรียนหลังห้อง ที่สำคัญปัจจุบันมีแต่เวทีให้กับเด็กที่ฉลาด สอบได้คะแนนดีๆ ดังนั้นสถานศึกษาควรจะจัดให้มีพื้นที่กิจกรรมในเชิงของการที่ให้เด็กติดยา หรืออยู่ค่ายของกลุ่มเสียงติดยาเสพติด ได้ออกมาพูดคุย ระบายทุกข์ หรือแม้แต่การหากิจกรรมที่ส่งเสริมให้ทั้งเด็กเก่งและเด็กเรียนอ่อนได้ทำร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดการแบ่งแยก และต้องไม่ตีตราว่าเด็กที่เรียนไม่เก่งจะต้องเป็นเด็กไม่ดีหรือเด็กติดยาเสมอไป เพราะถ้าคนในสังคมตกอยู่กับ &amp;ldquo;วาทกรรม&amp;rdquo; โดยมองว่าคนดีและเป็นคนไม่ดี เมื่อนั้นเราก็จะมองผู้อื่นว่าเขาดำไปหมด ที่ลืมไม่ได้คือการที่ครูในโรงเรียนลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ก็จะทำให้รู้ถึงปัญหาของเด็กได้เป็นอย่างดี เช่น หากว่าเด็กติดยา เกิดจากสาเหตุอะไร หรือเกิดจากปัญหาครอบครัวหรือเปล่า ตรงนี้จะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและชัดเจนที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อ.ไพฑูรย์ ปานประชา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ อ.ไพฑูรย์ ปานประชา ข้าราชการบำนาญ นักวิชาการวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม บอกคล้ายกันว่า การรรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องสาเหตุให้เจอ เพราะเด็กวัยรุ่นมักจะชอบเลียบแบบผู้ใหญ่ เพราะส่วนตัวเขามักจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ คล้ายกับ &amp;ldquo;ลูกปูเดินตามแม่ปู&amp;rdquo; ดังนั้นหากผู้ปกครองเองหรือผู้ที่อาวุโสกว่าก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าคุณครูที่สอนอยู่หน้าชั้นในโรงเรียน แต่พอตกเย็นครูกลับสูบบุหรี่และดื่มสุรา เมื่อเด็กๆ เห็นก็จะรู้สึกว่าครูพูดไม่ตรงกับสิ่งที่ทำ นั่นอาจทำให้ลูกศิษย์เลียนแบบได้ ประกอบกับจิตวิทยาของเด็กนั้นมักจะชอบทำพฤติกรรมเลียนแบบเพื่อให้เกิดการยอมรับ ซึ่งนั่นจะทำให้เด็กมีสังคม ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาเด็กเลียนแบบสิ่งที่ไม่เหมาะสมจากผู้ใหญ่ คนกลุ่มนี้ก็ต้องไม่ทำสิ่งไม่ดีให้ลูกหลานเห็น เช่น &amp;ldquo;พ่อแม่ต้องไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า&amp;rdquo; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(คำชื่นชมจากครูและพ่อแม่ โดยการที่เด็กวัยรุ่นรวมกลุ่มกันเตะฟุบอล กระทั่งได้รับรางวัล จะทำให้เด็กที่เรียนไม่เก่งรู้สึกภูมิใจว่ามีคุณค่าในสายตาผู้อื่น ซึ่งจะทำให้ห่างไกลจากการใช้ยาเสพติดได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประการต่อมาคือ การที่โรงเรียนต้อง &amp;ldquo;หากิจกรรมให้เด็กทำ&amp;rdquo; ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้มีการเข้าประกวด เช่น เล่นดนตรี กีฬาเป็นทีม เพราะเมื่อใดก็ตามที่เด็กได้รับการยกย่อง เมื่อนั้นเขาก็จะรู้สึกประสบความสำเร็จ และตัวเด็กเองก็จะภูมิใจ ที่สำคัญวิธีนี้จะช่วยทำให้เด็กที่เรียนไม่เก่งไม่หันไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะตัวเขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในสายตาของคนอื่น ไม่ได้เป็นแค่เด็กหลังห้องอีกต่อไป เพราะเด็กที่เรียนไม่เก่งมักจะถูกลืม ประกอบกับธรรมชาติของวัยรุ่นมักจะชอบเรียกร้องความสนใจ อีกทั้งชอบเลียนแบบ ดังนั้นถ้าเจอกับกลุ่มคนที่ชอบในเรื่องเดียวกันก็จะถูกชักจูงไปในที่ไม่ดีได้ค่อนข้างง่าย นอกจากการจับปรับผู้ค้าขายยาเสพติดและสิ่งอบายมุขอย่างจริงจัง ก็จะช่วยตัดตอนสิ่งเสพติดไปสู่วัยรุ่นได้อีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ตัวอย่าง &amp;ldquo;โครงการศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE&amp;rdquo; ใน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ทรงเป็นประธานอำนวยการโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ก็เป็นอีกกิจกรรมที่ดีที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยยาเสพติด ตลอดจากส่งเสริมให้เยาวชนในโครงการทำกิจกรรมที่ชอบและสนใจในเชิงสร้างสรรค์ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ครับ ทำให้ทั้งเด็กเรียนเก่งและเด็กที่ชอบทำกิจกรรม มีพื้นที่ได้แสดงออก กระทั่งการใช้ไอดอลอย่างดาราหรือคนดังในการรณรงค์การไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ก็จะทำให้เกิดการเลียนแบบคนดังไปในทางที่ดีอีกเช่นกัน แต่เพียงแต่ว่าจะต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อที่จะทำให้เด็กบางคนซึ่งกำลังลังเลที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับอบายมุข มีทางออกโดยการหันมาทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ห่างไกลยาเสพติดจากสื่อในลักษณะดังกล่าว&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17035</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะเด็จ เชาวน์วิไล, ผอ.ธีราพร คงฉิม, วิมล บุตรศรีด้วง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้องเรียนสีขาว, อ.ไพฑูรย์ ปานประชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b9255cdd3b2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนผู้ว่าฯกทม.เข้ม เล่นน้ำลวนลามสตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เผยผู้หญิง 59% ถูกลวนลามคุกคามทางเพศในช่วงสงกรานต์ เพียง 1 ใน 4 ที่กล้าแจ้งความ จี้ กทม.เป็นต้นแบบจัดการพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย เกิดกลไกช่วยเหลือชัดเจนทันเหตุการณ์ เร่งบูรณาการ พม. ตำรวจ ฝ่ายปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 2 เมษายนนี้ นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วยกลุ่มเหยื่อผู้หญิงที่ถูกฉวยโอกาสลวนลาม คุกคามทางเพศช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมา เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และภาคประชาชน กว่า 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผ่านนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ เพื่อเรียกร้องให้ออกมาตรการป้องกันแก้ปัญหาสงกรานต์ไม่ปลอดภัย ไม่สร้างสรรค์ หยุดการฉวยโอกาสคุกคามทางเพศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจะเด็จกล่าวว่า มูลนิธิฯ ได้ลงพื้นที่สำรวจทัศนคติผู้หญิงไทยต่อเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยสำรวจผู้หญิง 1,650 ราย อายุระหว่าง 10-40 ปี พบว่า กลุ่มตัวอย่างเกินครึ่ง หรือร้อยละ 59.3 เคยถูกฉวยโอกาส ถูกลวนลาม คุกคามทางเพศ คือ ถูกจับแก้ม ร้อยละ 33.8 เบียดเสียด/จับมือ/จับแขน และใช้สายตาจ้องมองแทะโลม ร้อยละ 18.0 ถูกสัมผัสร่างกาย/ล้วงอวัยวะ/อื่นๆ ร้อยละ 9.6 ส่วนเหตุการณ์อื่นๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย เช่น ถูกก่อกวนจากคนเมาสุรา/บังคับให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัญหาการทะเลาะวิวาท ปัญหาอุบัติเหตุ และที่สำคัญเมื่อถูกลวนลาม คุกคามทางเพศ มีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่เลือกจะแจ้งความดำเนินคดี สำหรับพื้นที่ยอดฮิตที่นิยมไปเล่นน้ำสงกรานต์มากที่สุดคือ ถนนข้าวสารและสีลม รองลงมา สยามและเซ็นทรัลเวิลด์ นอกจากนี้ในกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เล่นสงกรานต์ให้เหตุผลว่า เพราะเคยถูกแต๊ะอั๋ง จึงไม่อยากเล่นสงกรานต์/กลัวถูกฉวยโอกาสลวนลาม ร้อยละ 28.10 &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจะเด็จกล่าวว่า จากผลสำรวจที่น่าห่วงนี้บ่งบอกว่าปัญหาการฉวยโอกาสลวนลาม คุกคามทางเพศ กลายเป็นเรื่องใหญ่ในสังคมไทยที่เราแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก ทำเป็นมองไม่เห็น เป็นการส่งต่อพฤติกรรมค่านิยมที่ผิดๆ การไม่เคารพในสิทธิเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น ตนจึงมีข้อเสนอ ดังนี้ 1.ขอให้รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่เล่นน้ำในกรุงเทพฯ ให้รับรู้ว่าการคุกคามทางเพศเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และขอให้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงมหาดไทย และภาคประชาสังคม ต้องร่วมกันเป็นเครือขายเฝ้าระวังให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา โดยกำหนดจุดรับเรื่องร้องเรียนช่วยเหลือในพื้นที่เล่นน้ำทุกแห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ขอให้ท่านในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กทม. มีบทบาทในการเฝ้าระวัง กำกับและติดตามการทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อาทิ ไม่ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมถึงคนเมาครองสติไม่ได้ ควบคุมโฆษณา การดื่มและการขายตามเวลาที่กฎหมายกำหนด และ 3.มูลนิธิฯ และภาคีเครือข่ายยินดีร่วมมือสนับสนุนการทำงานของกรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการลวนลาม คุกคามทางเพศในพื้นที่เล่นน้ำ การกำหนดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดเหล้า และการกระทำที่ผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวปาลิณี ต่างสี แกนนำเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังปัญหาช่วงสงกรานต์หลายปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า หากจัดพื้นที่เล่นน้ำที่ปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะลดปัญหาที่ตามมาได้มาก ทั้งปัญหาการลวนลาม คุกคามทางเพศ ทะเลาะวิวาท รวมถึงอุบัติเหตุ เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่จัดโดยไม่มีการควบคุมหรือพื้นที่ที่เอกชนจัดโดยผู้ประกอบการ หรือธุรกิจเหล้า-เบียร์เป็นคนจัด ซึ่งมีการควบคุมเพียงแค่พิธีกรรม บางแห่งทำเหมือนจะมีการตรวจบัตรเข้มด้านหน้า แต่เมื่อเข้าไปดูภายในกลับพบเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปกินดื่มอยู่ในกิจกรรมหรือคอนเสิร์ตจำนวนมาก จึงอยากเห็น กทม.มีมาตรการเชิงรุกของในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า กทม.เตรียมพร้อมคุมเข้มพื้นที่เล่นน้ำให้ปลอดภัยมาต่อเนื่องทุกปี เพื่อลดปัญหาการลวนลาม คุกคามทางเพศ และปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เน้นเฝ้าระวังการทำผิดกฎหมาย และปีนี้เราเน้นสืบสานการแต่งกายประเพณีไทย และคงต้องเฝ้าระวังตามพื้นที่ยอดนิยมของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ถนนข้าวสาร สีลม เอเชียทีค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6309</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามทางเพศ, จะเด็จ เชาวน์วิไล, ปาลิณี ต่างสี, พม., สตช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เบียร์, เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย, เหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac238d54e3e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
