<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2018 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2018 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;กทม.&#039;ปรับแบบ&#039;สะพานเกียกกาย&#039; อีกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.61-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานเกียกกาย เพื่อเชื่อมถนนสองฝั่งเจ้าพระยาด้วยโครงข่ายสะพานยกระดับว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับรูปแบบรายละเอียดโครงการฯ &amp;nbsp;ให้เหมาะสมกับลักษณะกายภาพบริเวณโดยรอบ เนื่องจากก่อนหน้านี้ กทม.ได้ออกแบบรูปแบบของโครงการก่อสร้างสะพานสะพานเกียกกายหลายครั้ง แต่ติดอุปสรรคของลักษณะพื้นที่ เพราะเมื่อปรับให้สะพานอยู่ทางขวา โครงการก่อสร้างฯ ก็กระทบต่อโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ทำให้บดบังทัศนียภาพ เมื่อปรับรูปแบบมาด้านซ้าย โครงการก่อสร้างฯ กลับกระทบต่อวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ทำให้อยู่ระหว่างการแก้ไขรูปแบบของสะพานอีกครั้ง หากปรับรูปแบบแล้วเสร็จจะส่งรายงานเพื่อขอความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอรัฐบาลของบอุดหนุนในการก่อสร้าง สาเหตุที่ต้องของบอุดหนุนนั้น เนื่องจากใช้งบประมาณในการก่อสร้างมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของโครงการก่อสร้างฯ กทม.ยืนยันว่า หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยให้โครงข่ายจราจรของกรุงเทพมหานครเกิดความสมบูรณ์ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด ซึ่งในอนาคตจะมีปริมาณการจราจรหนาแน่นจากหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งโครงการก่อสร้างสะพานเกียกกายจะช่วยบรรเทาปัญหาจราจรได้มาก เพราะเป็นสะพานเชื่อมทั้งทางตะวันออก ตะวันตกและบริเวณใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันกทม.อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายจราจรกทม. ส่วนในอนาคตนั้นจะเกิดการก่อสร้างหรือไม่ ตนไม่ขอตอบ เพราะหากประชาชนคัดค้านทุกโครงการที่กทม.ดำเนินการ เชื่อว่าการพัฒนาเมืองคงไม่เกิดขึ้น&amp;quot;รองผู้ว่าฯกทม.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7147</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ก่อสร้าง, จักกพันธุ์, รัฐสภาใหม่, สะพานเกียกกาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad3282fac2fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ชวนปิดไฟ1ชม.ลดโลกร้อน24มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 61 - ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานแถลงข่าวการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2018)&amp;rdquo; ร่วมกับมูลนิธิ FEED องค์กร WWF ประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ให้การสนับสนุนโครงการ ร่วมงานแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา กทม.ร่วมกับ มูลนิธิ FEED องค์กร WWF ประเทศไทย ร่วมกับ 187 ประเทศ 7,000 เมืองทั่วโลก กิจกรรม&amp;ldquo;ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2018)&amp;rdquo;&amp;nbsp; ปิดไฟในเวลาที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 20.30 - 21.30 น. ซึ่งความร่วมมือในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ 16,371 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่า 56.91 ล้านบาท และสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 9,233 ตัน สำหรับปี2560 สามารถไฟฟ้าได้ 1953 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่า 7.68 ล้านบาท และสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1,016 ตัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมในปี 2561 จะเน้นความเชื่อมโยงในระดับสากล เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมแสดงพลังในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ โดยใช้สัญลักษณ์&amp;nbsp; WIFI แสดงให้เห็นความร่วมมือ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยสามารถใส่ แฮชแท็ก #connect2earth หรือ #ปิดเพื่อโลกเปลี่ยนเพื่ออนาคต #ลดเพราะรักษ์ และจะมีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ของกลุ่มเขตทั้ง 6 กลุ่มเขตระหว่างวันที่ 17-21 มี.ค. และในวันที่ 24 มี.ค. จะมีการจัดกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมงเพื่อลดโลกร้อน ณ บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระรามแกรนด์พระราม 9 เขตห้วยขวาง ตั้งแต่เวลา 18.00 - 22.00 น. โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การร่วมกันนับถอยหลังปิดไฟในเวลา 20.30-21.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้กทม.ยังได้กำหนดจุดปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ 6 จุด ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า สะพานพระราม 8 และภูเขาทอง พร้อมกำหนดให้อาคารสถานที่ราชการทุกแห่งปิดไฟหากไม่จำเป็นต้องใช้&amp;nbsp; ในส่วนของ 50 สำนักงานเขต ได้รณรงค์ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ เจ้าของอาคาร/สถานที่ ร่วมปิดไฟในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากเราสามารถลดการใช้พลังงานได้ มลภาวะที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันจะลดน้อยลง แต่พวกเราทุกคนต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยกันลดการใช้พลังงาน กทม.จึงขอเชิญชวนประชาชน ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดรวมพลังลดโลกร้อน ด้วยการปิดไฟที่ไม่ใช้งานเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในวันเสาร์ที่ 24 มี.ค. 2561 ตั้งแต่เวลา 20.30 - 21.30 น. ร่วมกับเมืองต่างๆทั่วโลก โดยพร้อมเพรียงกัน&amp;rdquo;รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4460</URL_LINK>
                <HASHTAG>60+ Earth Hour 2018, กทม., จักกพันธุ์, ปิดไฟ1ชม., ลดโลกร้อน, วันเสาร์ที่24มี.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f6858bab34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
