<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตาเผาขยะกทม.ระอุ &#039;2 รองผู้ว่า&#039;ยื่นลาออก! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จักกพันธุ์ ผิวงาม,ทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62&amp;nbsp;- มีรายงานจากข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม.ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวแล้ว หลังจาก นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม.ได้ยื่นหนังสือลาออกต่อ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ไปแล้วก่อนหน้านั้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานว่า สาเหตุการลาออกของนายทวีศักดิ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจจะมีแรงกดดัน และข้อกังวลเกี่ยวกับการลงนามอนุมัติโครงการเตาเผาขยะหมื่นล้าน เนื่องจากนายทวีศักดิ์ เป็นรองผู้ว่าฯ ลำดับถัดจากนายจักกพันธุ์ ซึ่งที่ลาออกไปก็ถูกคาดหมายว่าน่าจะมีจากแรงกดดันการต้องเซ็นอนุมัติผลการประกวดราคา ดำเนินโครงการเตาเผาขยะที่หนองแขมและอ่อนนุช ในราคาหมื่นล้านบาทดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการเตาเผาขยะที่หนองแขมและอ่อนนุช มีการร้องเรียนว่าส่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีนายจักกพันธุ์ ผิวงาม ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. ว่ารู้สึกตกใจ แต่เมื่อคิดทบทวนพบว่าก่อนหน้านี้นายจักกพันธุ์เคยยื่นหนังสือลาออกมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และครั้งที่ 2 ก่อนช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ทั้งสองครั้งบอกผ่านทางวาจา แต่ครั้งล่าสุดไม่ได้มาบอกกล่าวแต่อย่างใด เหตุผลที่ผ่านมาบอกว่าเหนื่อย อยากพัก แต่ตนบอกว่าขอให้อยู่ช่วยกันก่อน เพราะนายจักกพันธุ์เป็นคนขยันทำงาน เป็นคนมีคุณภาพ ไว้ใจได้ และขี้เกรงใจ แต่ตนก็ยอมรับว่านายจักกพันธุ์ดูแลรับผิดชอบหลายหน่วยงาน แต่ละหน่วยงานก็เป็นงานที่หนัก ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องทะเลาะกันเพราะส่วนตัวสนิทกันมาก ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเชื่อมโยงกับโครงการเตาเผาขยะไม่เกี่ยวกัน เนื่องจากโครงการก็อยู่ระหว่างดำเนินการ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41778</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครงการเตาเผาขยะ, จักกพันธุ์ ผิวงาม, ทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37a94ac45db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง ลงนามความร่วมมือโครงการนำร่องทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงินตลาดบางกะปิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (12 มีนาคม 2562) กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จัดแถลงข่าว &amp;ldquo;พิธีลงนามความร่วมมือโครงการนำร่องทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงิน ณ ตลาดบางกะปิ (ลาดพร้าว 127) เขตบางกะปิ&amp;rdquo; ระหว่าง กรุงเทพมหานคร กับ การไฟฟ้านครหลวง เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการสาธารณูปโภค โดยนำร่องโครงการ ณ ตลาดบางกะปิ (ลาดพร้าว 127) ทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงิน จำนวน 77 เครื่อง และปรับเปลี่ยนรูปแบบการจดหน่วยการใช้กระแสไฟฟ้าจากเดิมใช้ไฟฟ้าก่อนประมาณ 1 เดือน (Postpaid) มาเป็นแบบเติมเงินล่วงหน้า (Prepaid) เพียงแค่ผู้ใช้ไฟฟ้าเติมเงินค่ากระแสไฟฟ้าเข้าระบบก็จะสามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้ ทั้งนี้หากจำนวนเงินในระบบใกล้หมดจะมีข้อความแจ้งเตือนให้ผู้ใช้บริการทำการเติมเงินหากต้องการใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ระบบการใช้ไฟฟ้าแบบเติมเงิน นั้น ใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว เพื่อนำกรุงเทพฯ ก้าวสู่ความเป็นมหานครที่มีการพัฒนาในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานตลาด กรุงเทพมหานคร ดำเนินโครงการนำร่องทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงิน ณ ตลาดบางกะปิ (ลาดพร้าว 127) นับเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนามาตรฐานของตลาด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้ไฟฟ้าอย่างสะดวก ปลอดภัย แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ค้าตลาดบางกะปิโดยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับผู้ประกอบการค้าที่เข้ามาค้าขายภายในตลาดบางกะปิ (ลาดพร้าว 127) สอดคล้องกับนโยบายของทั้ง&amp;nbsp; 2 หน่วยงาน&amp;nbsp; ที่ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดในปัจจุบัน สนับสนุน ส่งเสริมการค้าและบริการให้สะดวกเพิ่มมากขึ้น ตรงตามความต้องการของผู้ค้าที่ใช้ไฟฟ้าแบบรายวัน กรุงเทพมหานคร และการไฟฟ้านครหลวงจึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกัน ภายใต้ชื่อโครงการนำร่องทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงิน ณ ตลาดบางกะปิ (ลาดพร้าว 127)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายพงษ์ศักดิ์ ละมูนกิจ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า กฟน. มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร ตอบสนองต่อนโยบายภาครัฐในการยกระดับคุณภาพงานบริการ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการนำร่องทดลองติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงินระหว่าง กทม. กับ กฟน. โดยมีระยะเวลา 12 เดือน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาการให้บริการระบบไฟฟ้าสนับสนุนการจัดการตลาดของ กทม. รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับผู้ค้าภายในตลาด และนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงิน เพื่อประโยชน์ของประชาชน สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ กฟน. จะเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าชนิดเติมเงินให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นผู้ค้าของ กทม. ในพื้นที่ตลาดบางกะปิ จำนวน 77 เครื่อง ในระยะแรกจัดให้มีระบบเติมเงินผ่านตู้อัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ค้าภายในตลาด โดยใช้อัตราค่าไฟฟ้าตามที่ กทม. กำหนดไว้&amp;nbsp; เมื่อเสร็จสิ้นโครงการในระยะเวลาที่กำหนด กฟน. จะประเมินผลและพิจารณาขยายผลในโครงการอื่นๆ ต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี ที่ทันสมัยของ กฟน. เพิ่มทางเลือกการบริหารการใช้พลังงานไฟฟ้า อำนวยความสะดวกผู้ใช้ไฟฟ้า เดินหน้า สู่การจัดการพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานครต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31162</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, Energy for city life, กฟน., การไฟฟ้านครหลวง, จักกพันธุ์ ผิวงาม, พงษ์ศักดิ์ ละมูนกิจ, รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c878630b9eec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครนยักษ์หักโค่น เซ่น4ศพเจ็บอีก5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครนยักษ์ถล่มระหว่างก่อสร้างคอนโดฯ สูง 35 ชั้นย่านพระราม 3 คนงานเสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บอีก 5 รายหนึ่งขาหักค้างอยู่ที่ปลายเครน เจ้าหน้าที่ต้องไต่ขึ้นไปช่วย ผูกเชือกโรยตัวลงมา กทม.เตรียมแจ้งดำเนินคดีบริษัทรับเหมาไม่ขออนุญาตติดตั้งเครน พร้อมสั่งระงับก่อสร้างชั่วคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันที่ 23 มกราคมนี้ ร.ต.อ.เกรียงไกร ร่มเย็น รอง สว.(สอบสวน)​ สน.บางโพงพาง รับแจ้งเหตุเครนถล่มภายในจุดก่อสร้างคอนโดมิเนียมลุมพินีคอนโด โครงการลุมพินีเพลส พระรามสาม-ริเวอร์ไรน์​ พระราม 3 ซอย 45 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารคอนโดฯ พบเครนสูงประมาณ 60 เมตร หักพังลงมา มีผู้เสียชีวิต 4 ราย พบเสียชีวิตอยู่ด้านล่าง 2 ราย บริเวณชั้น 5 2 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย นำส่งโรงพยาบาลไปแล้ว 3 ราย ประกอบด้วย รพ.เจริญกรุง 2 ราย รพ.เลิศสิน 1 ราย &amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บอีก 2 รายไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีผู้ติดค้างบนเครน 1 คน ยังไม่ทราบชื่อ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างให้การช่วยเหลือ โดยเดินขึ้นบันไดของเครนจนสามารถเข้าถึงตัวผู้ติดค้าง พบมีอาการอ่อนแรง และขาซ้ายหัก สามารถพูดคุยได้ ก่อนจะผูกร่างโรยตัวลงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจรัญ ไพรพึง อายุ 50 ปี อาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ตอนเครนถล่ม เสียงดังเหมือนต้นไม้หัก เครนอันใหญ่ถล่มลงมา แล้วสักพักก็ไปเกี่ยวอีกอันหนึ่ง ยังดีที่ช่วงนั้นมีคนทำงานไม่มาก ไม่เช่นนั้นคงเจ็บตายมากกว่านี้ ซึ่งขณะที่เครนถล่มลงมามีความรุนแรงมาก ตึกรอบข้างสะเทือนไปทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าคนงานกำลังก่อสร้างคอนโดฯ สูง 35 ชั้น ได้ให้ตำรวจในพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดในขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าบุคคลใดเป็นคนกระทำความผิด ต้องให้เจ้าหน้าที่กรมโยธา กรุงเทพมหานคร แจ้งความ เบื้องต้นตำรวจได้ประสานญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตให้รับทราบแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นชาวไทยและมีชาวต่างด้าวเพียง 1 รายมีใบอนุญาตถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยนายนพดล ฉายปัญญา ผอ.สำนักการโยธา ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ นายจักกพันธุ์เปิดเผยว่า อาคารนี้ขออนุญาตก่อสร้างคอนโดฯ 35 ชั้น ซึ่งได้ขออนุญาตกับสำนักการโยธาเมื่อเดือนเมษายน 2561 ทางสำนักการโยธาได้อนุญาตแล้ว จากเหตุการณ์ดังกล่าว สำนักงานเขตยานนาวาออกคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างแล้ว นอกจากนี้ได้รวบรวมเอกสารเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากเครนที่ติดตั้งในขั้นตอนดังกล่าวจะต้องมีการขออนุญาตสำนักงานเขตและสำนักการโยธา แต่กลับไม่มีการขออนุญาตใดๆ จึงจะต้องดำเนินคดีที่ติดตั้งเครนโดยไม่รับอนุญาต มีความผิดตาม พ.ร.บ. 2522 ซึ่งจะมีโทษทั้งทางอาญาและเปรียบเทียบปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการถล่มของเครนนั้น เนื่องจากอาคารมีการก่อสร้างถึง 35 ชั้น ขณะที่สร้างไปถึงชั้น 13 จากนั้น ทางผู้รับเหมาได้ทำการต่อเครนขึ้นไปเพื่อก่อสร้างชั้น 14-15 มีความสูง 200-300 เมตร แต่พอทดสอบใช้งานก็โค่นลงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กรุ๊ป ชี้แจงเหตุเครนล้มในโครงการลุมพินีเพลส พระราม 3-ริเวอร์ไรน์ ว่าสาเหตุเกิดจากขั้นตอนการประกอบเครนของคนงานซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมารายย่อย และเกิดอุบัติเหตุทำให้เครนหล่นลงมา ส่งผลให้เบื้องต้นมีคนงานเสียชีวิต 4 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรอการยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งบริษัทกำลังติดตามเพื่อดำเนินการในส่วนของการช่วยเหลือและเยียวยาต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอาคารนั้นไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27354</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรัญ ไพรพึง, จักกพันธุ์ ผิวงาม, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, ร.ต.อ.เกรียงไกร ร่มเย็น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครน, โอภาส ศรีพยัคฆ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c486c7507ab0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>13 ก.ค.นี้ได้ใช้สกายวอล์ค&#039;อุดมสุข-บางนา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.61- &amp;nbsp;นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยคณะทำงาน สำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) กทม. ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างทางเดินยกระดับ จากสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข-บางนา ระยะทางรวม1,750 เมตร งบประมาณก่อสร้าง463.8ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า กทม.ได้ว่าจ้างบริษัท เอส จี อาร์ เอนเตอร์ไพร์ส จำกัด ให้ก่อสร้างทางเดินยกระดับ เริ่มต้นสัญญาตั้งแต่วันที่24 ธ.ค.2558 กำหนดเวลาก่อสร้าง450วัน แต่มีการต่อสัญญา2ครั้ง จนถึงวันที่ 11 ธ.ค.2560 &amp;nbsp;เนื่องจากติดปัญหาอุปสรรค แขวงการทางสมุทรปราการได้มีหนังสือขอให้ระงับการก่อสร้างทางเดินยกระดับบริเวณใต้ทางพิเศษ โดยระบุว่ารูปแบบบางจุดไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมทางหลวง ที่กำหนดให้มีความสูงจากท้องโครงสร้างสกายวอล์คถึงระดับผิวจราจรไม่น้อยกว่า 5.50 เมตร และไม่ให้ทับซ้อนกับสะพานทางเข้าของโครงการBangkok mall พร้อมกันนี้มีการสั่งระงับโครงการบริเวณพื้นที่ทางหลวงหมายเลข34 ถนนเทพารัตน์ เพราะกรมขนส่งทางบกได้ขอใช้พื้นที่ดังกล่าวก่อสร้างสถานีรถตู้รับส่งผู้โดยสารไปยังจังหวัดในภาคตะวันออก ตามนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บริษัทผู้รับจ้าง ได้ขอขยายเวลาการทำงานออกไปอีกเป็นครั้งที่3 ระยะเวลา214วัน โดยต้องก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 ก.ค.นี้ &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันโครงการฯมีความคืบหน้าร้อยละ 85.88 ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ได้เร่งรัดผู้รับเหมาให้ก่อสร้างทางเดินยกระดับช่วงสถานีรถไฟฟ้าบางนา-ไบเทคบางนา ระยะทางประมาณ150เมตร ให้เสร็จก่อนภายใน15พ.ค.นี้ โดยเฉพาะหลังคา และราวกันตกจะต้องเสร็จเรียบร้อยพร้อมใช้งาน&amp;quot;รองผู้ว่าฯกทม.ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8689</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., จักกพันธุ์ ผิวงาม, รองผู้ว่าฯกทม., สกายวอล์ค, สถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข-บางนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af0210111da9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
