<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิระชัย&#039;ฟ้องศาลคดีทุจริตฟัน&#039;8ตร.&#039;กก.สอบคลิปเสียงสรุปผลมิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ต.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ, พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์, พ.ต.อ อุกฤษฏ์ ศรีเสือขาม, พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ, พ.ต.อ.สมเกียรติ ค้ำชู และ พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ทั้ง 8 คน เป็นจำเลย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ อท.144/2563 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดเป็นเจ้าพนักงานและมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง จัดทำรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 24/2563 กรณีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับคลิปโทรศัพท์การสนทนากรณีมีคนร้ายยิงรถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กับโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยทั้งแปด ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันจัดทำรายงานพร้อมสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของโจทก์ โดยได้กล่าวหาว่าการกระทำของโจทก์ดังกล่าวมีมูลเพียงพอรับฟังได้ว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง เป็นการใช้ดุลพินิจโดยอำเภอใจ มิได้พิจารณาโดยใช้ดุลพินิจอย่างเที่ยงธรรมถูกต้องเหมาะสมการรายงานผลดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์ถูกกล่าวหาทางคดีอาญา ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง และถูกสำรองราชการให้พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขาดคุณสมบัติในการได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังฟ้องแล้ว ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้อง ในวันที่ 5 ต.ค.นี้ เวลา 09.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78101</URL_LINK>
                <HASHTAG>8ตร., จักรทิพย์, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, ศาลอาญาคดีทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ae080cc878.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุปผลสอบ! ตำรวจ 4 กลุ่ม 28 นายเซ่นคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า หลังจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง คดีวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ชุดตำรวจ ซึ่งมี พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ได้ขอขยายเวลาการสอบสวนเพิ่มอีก 10 วัน โดยครบกำหนดการขยายเวลาสอบสวนวันนี้ &amp;nbsp;21 ส.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่าคณะกรรมการฯ ได้ช่วยกันเร่งสรุปผลการสอบสวนให้เสร็จตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และตรวจทานในช่วงเช้าวันนี้ (21 ส.ค.) ก่อนเสนอต่อพล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร. ในวันเดียวกัน เพื่อสั่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อบกพร่อง และชี้มูลความผิดที่ปรากฎ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหตุผลที่คณะกรรมการจำเป็นต้องขอขยายเวลาสอบสวนส่วนหนึ่ง มาจาก พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ส่งเอกสารชี้แจงเป็นครั้งที่ 2 &amp;nbsp;เนื่องจากมีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องชี้แจงต่อคณะกรรมการเพิ่มเติม อาทิ กระบวนการพิจารณาทำความเห็นที่ใช้ระยะเวลานานกว่า 3 เดือน ซึ่ง พล.ต.ท.เพิ่มพูน ยังคงยืนยันการใช้ดุลยพินิจไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ เป็นไปอย่างถูกต้องทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานด้วยว่า พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. ได้ส่งเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร 3-4 หน้ากระดาษ ชี้แจงต่อคณะกรรมการ กรณี พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น พาดพิงว่ามีการใช้ห้องประชุมกองพิสูจน์หลักฐาน พบกับ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี อาจารย์สายประสิทธิ์ เกิดนิยม และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. เพื่อพูดคุยสูตรคำนวณความเร็ว จนเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงความเร็ว รถยนต์ของนายวรยุทธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.อ.มนู ยืนยันว่ามีการพบกันในห้องประชุมของ พฐ. จริง แต่ พล.ต.อ.สมยศ ไม่ได้เดินทางมาด้วย &amp;nbsp;และด้วยความรอบคอบ พล.ต.อ.มนู ในฐานะผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจในขณะนั้น ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานในขณะนั้น พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิวัฒน์ ผู้กำกับในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ เข้าร่วมรับฟังด้วย ส่วน พล.ต.อ.มนู ไปประชุมและทำภารกิจตามปกติ คณะกรรมการได้เก็บข้อมูลการชี้แจงนี้เสนอต่อ ผบ.ตร. ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานข้อมูลสำคัญว่าการพิจารณาข้อบกพร่องของคณะกรรมการชุดตำรวจได้คัดแยกตำรวจที่มีความบกพร่องในคดีนายวรยุทธ ออกเป็น 4 กลุ่ม โดยบางนายถูกพิจารณาข้อบกพร่องหลายประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 1 จำนวน 11 นาย เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีจำนวน 2 ชุด บางนายเคยถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดไปแล้ว เช่น พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในวันเกิดเหตุ ผู้กำกับ สน.ทองหล่อ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในขณะนั้น และรองผู้กำกับ สน.ทองหล่อ ในฐานะที่กำกับดูแล พ.ต.อ.วิรดล ข้อบกพร่องที่พบ เช่น ไม่ตรวจปัสสาวะผู้ต้องหา ซึ่งเป็นประเด็นที่ ป.ป.ช. ยังไม่ได้ชี้มูลความผิด หรือกรณี ผู้ต้องหามอบตัวแล้วกลับให้ประกันตัวออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 2 จำนวน 9 นาย โดย 6 นาย เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาระดับรองผู้บังคับการ ถึง ผู้บัญชาการ ในช่วงปี 2559-2560 &amp;nbsp;ได้แก่ ,อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในช่วงกลางปี 2559
,อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในช่วงต้นปี 2560 ,อดีต รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คุมงานสอบสวน , อดีตรอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ควบคุม บก.น. 5 ,อดีต ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ,อดีต รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ข้อบกพร่อง ฐานเป็นผู้บังคับบัญชา ปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจ เนื่องจากพนักงานอัยการ มีหนังสือเร่งรัดให้ออกหมายจับ และส่งตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี แต่อดีตผู้บังคับบัญชาในกลุ่มนี้กลับไม่ดำเนินการออกหมายจับนายวรยุทธ ข้อหาชนแล้วหนี จนเป็นหมายเหตุให้นายวรยุทธ เดินทางออกนอกประเทศ เมื่อ 25 เม.ย.2560 &amp;nbsp;และอีก 3 นาย คือ &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผู้กำกับ สน.ทองหล่อ (ในขณะนั้น) รองผู้กำกับ คุมงานสอบสวน (ในขณะนั้น) ข้อบกพร่อง คือไม่ส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะ ในทันทีหลังเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 3 จำนวน &amp;nbsp;4 นาย ได้แก่พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, พ.ต.อ.วิวัฒน์ (ผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์),พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข, รองผู้บังคับการ กองพิสูจน์หลักฐาน (กำกับดูแล พ.ต.อ.ธนสิทธิ์) ข้อบกพร่อง คือกลับคำให้การเรื่องความเร็วรถยนต์ จนเป็นจุดพลิกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 4 จำนวน 4 นาย คือ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี &amp;nbsp;ผู้กำกับ สน.ทองหล่อ (ปี 2559 - 2560) รองผู้กำกับ สน.ทองหล่อ (ปี 2559-2560) พนักงานสอบสวน (ลงนามในหนังสือที่ส่งถึงอัยการแทนผู้กำกับ) ข้อบกพร่อง คือปรากฎหลักฐานว่ามีการลงวันที่สอบสวน พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ 2 วัน แต่ข้อเท็จจริงคือมีการสอบสวนเพียง 1 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นายตำรวจที่เกี่ยวข้องหลายนายเกษียณราชการไปแล้ว เช่น ผบช.น. จะลงโทษได้หรือไม่ กรณีนี้หาก ผบ.ตร.มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงขึ้นมาแล้วสอบสวนพบมูลความผิดจริง ก็สามารถสั่งลงโทษย้อนหลังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน พล.ต.ท.เพิ่มพูน ก่อนหน้านี้สอบสวนไม่พบข้อบกพร่องกรณีไม่แย้งคำสั่ง ไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ อีกทั้งมีรายงานว่า คณะกรรมการมีความเห็นไม่เสนอ ผบ.ตร.ตั้งกรรมการสอบแล้วเช่นกัน &amp;nbsp; เนื่องจากเห็นว่า &amp;lsquo;พล.ต.ท.เพิ่มพูน ได้ใช้ดุลยพินิจโดยสมบูรณ์รอบคอบตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนขณะนั้น&amp;rsquo; กรณี พล.ต.ท.เพิ่มพูน จึงจบแค่ชั้นสอบสวนของชุด พล.ต.อ.ศตวรรษ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75159</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส, จักรทิพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f30a08225511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดันเพื่อน &#039;จักรทิพย์&#039; คุม ปปง.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะทำเรื่องโอนกลับมาเป็น ข้าราชการตำรวจ ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) หรือตำแหน่ง ผู้บัญชาการ ที่เป็นตำแหน่งเฉพาะตัวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยจากเหตุที่ประชุมต่อวุฒิสภาได้ประชุมเพื่อให้สมาชิกฯลงมติ ปรากฏว่า พล.ต.ต.ปรีชา ไม่ได้รับความเห็นชอบด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งจากที่ประชุมวุฒิสภา ทำให้ไม่ได้รับความเห็นให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ปปง. จึงเป็นสาเหตุให้เรื่องขอโอนกลับมาเป็นราชการตำรวจเช่นเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้มีรายงานว่า สำนักนายกรัฐมนตรี มีการเสนอชื่อ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (รอง ผบช.ส.) โอนสลับตัวกันไป ดำรงตำแหน่ง รอง เลขา ปปง. พร้อมทั้งเสนอที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อขอความเห็นชอบเป็น เลขา ปปง.ต่อไป ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับ พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รอง เลขา ปปง.นั้น ก่อนจะโอนไป ปปง .ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 38 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ มนู เมฆหมอก พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. โฆษกตร. พล.ต.ท.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รอง ผบช.ส. นั้นเป็นนักเรียนนายร้อยรุ่น 36 เพื่อนรุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่กำลังจะเกษียณราชการในวันที่ 30 ก.ย.ที่จะถึงนี้ รวมถึงเป็นเพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. (มค. ) และ พล.ต.อ. ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.(สส.) อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ในขณะเดียวกันยังมีรายงานอีกว่า มีการตัดโอน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตา รองผบ.ตร. ปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ถูกเสนอตัดโอนให้ไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานอิสระที่ขึ้นต่อนายกรัฐมนตรี หรือไม่ก็ไปเป็นอธิบดีกรมหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะเสนอเข้า ครม.ภายในเร็วนี้ แต่กฏหมาย ตาม พรบ.ตำรวจ ปี 2547 ระบุไว้ว่าการโอนข้าราชการตำรวจระดับนายพลต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าตัว จึงสามารถทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดโดยตอบเพียงสั้นๆว่า &amp;lsquo;ก็เคยได้ยินมาแบบนี้เหมือนกัน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66905</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์, ปปง., ผบ.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecbb24fc941c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;ฮึ่มจับจริงพวกปั้นเฟกนิวส์จุดชนวนขัดแย้งซ้ำวิกฤติโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย. 63 - พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร. ) เปิดเผยว่า ได้สั่งการไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ ในการ​สืบสวนหาข่าวและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่บิดเบือนสร้างความแตกแยก ส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จ อันทำให้สังคมและประชาชนแตกแยก&amp;nbsp; ตื่นตระหนก หวาดระแวง และเข้าใจผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสถานการณ์ปัจจุบัน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย กำลังระดมความพยายามในทุกด้านเพื่อนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตไวรัสโคโรนา 2019 นี้ไปให้ได้ โดยการเน้นความเป็นเอกภาพและบูรณาการของทุกหน่วย มีแผนงานโครงการ และมาตรการต่างๆรองรับโดยมีงบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ศ.2563 และงบกลางที่ผ่านการอนุมัติ ภายใต้การขับเคลื่อนงานและกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ยังคงมีบุคคลและกลุ่มคนบางจำพวกที่บิดเบือนข้อมูลอันเป็นเท็จ และไม่สร้างสรรค์ ถือโอกาสสร้างความขัดแย้ง ส่งต่อข้อมูลเท็จ กล่าวโทษกันไปมา เรื่องดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเร่งด่วนและจริงจัง จึงได้สั่งการไปยังทุกหน่วยให้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ตร. กล่าวว่า เวลานี้เป็นเวลาที่ประเทศไทย ต้องการความร่วมมือ&amp;nbsp; ร่วมใจจากทุกฝ่าย ขอให้หยุดสร้างความเกลียดชังและความขัดแย้งในสังคม ขอให้พี่น้องประชาชนได้โปรดเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในอันที่จะนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62306</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์, จับจริง, บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., เฟกนิวส์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8b11020f24d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งทุกด่านภาคใต้คุมเข้มคัดกรองรถขนส่งสินค้าสกัดแพร่โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 63 &amp;ndash; พ.ต.อ.กฤษณะ&amp;nbsp; พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส มีประกาศเพิ่มเติม กรณีการปิดด่านผ่านแดนทางบก(รวมท่าเรือ) ระหว่าง ไทย - มาเลเซีย โดยให้ระงับการเดินทาง เข้า - ออก ไทยของบุคคลทุกสัญชาติ รวมถึงคนไทยในมาเลเซียที่จะเดินทางกลับประเทศไทย(ยกเว้นรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่เข้า &amp;ndash; ออกได้เฉพาะบางจุด) ซึ่งมีผลตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 23 มี.ค. 2563 เป็นต้นไป สำหรับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับไทยสามารถเดินทางกลับได้ทางอากาศเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สนองนโยบายรัฐบาล ในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และมาตรการควบคุม การแพร่กระจายของบุคคลซึ่งอาจได้รับเชื้อ หรือเป็นพาหะโรคติดต่อนี้ โดยได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์&amp;nbsp; แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ซึ่งกำกับดูแล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ประสานการปฏิบัติร่วมกับแพทย์ เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคระบาดระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง ทหาร เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจคัดกรองรถขนส่งสินค้าและคนประจำพาหนะ การตรวจคัดกรองโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยกำชับการปฏิบัติตามคำสั่ง ประกาศ ของ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อของแต่ละจังหวัดอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาคใต้ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 มีพื้นที่ติดเขตแดนประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 5 จังหวัด ซึ่งปัจจุบัน ได้ระงับการเดินทาง เข้า - ออก ไทยของบุคคลทุกสัญชาติ ในทุกด่านผ่านแดนถาวร ยกเว้นรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่เข้า &amp;ndash; ออกได้เฉพาะบางจุด (คนประจำพาหนะ 1 คนต่อ 1 คัน) อันได้แก่ จุดผ่านแดนถาวรด่านสะเดา จังหวัดสงขลา, จุดผ่านแดนถาวรวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล, จุดผ่านแดนถาวร อำเภอเบตง จังหวัดยะลา, จุดผ่านแดนถาวรด่านสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และ จุดผ่านแดนถาวรระนอง-เกาะสองบริเวณช่องทางท่าเทียบเรือศุลกากรระนอง จังหวัดระนอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60605</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์, ด่านภาคใต้, ตร., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e7838c6aac5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์! &#039;จักรทิพย์&#039;ขอบคุณตร.ทุกนายปฏิบัติการสยบ&#039;กราดยิงโคราช&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ. 63 &amp;ndash; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีหนังสือวิทยุในราชการ ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0051/4 ลงวันที่ 10 ก.พ. ถึง รอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช. ผบก. และตำแหน่งเทียบเท่า ใจความว่า ตามที่เมื่อวันที่ 8-9 ก.พ.2563 ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดที่ จว.นครราชสีมา นั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
โดยทันทีที่ทราบเหตุ ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนายทุกระดับชั้น ได้ร่วมกันปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ อุทิศตน ไม่หวั่นเกรงต่อภยันตราย แม้ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องประชาชนและสังคม การกระทำดังกล่าวสมกับการได้ทำหน้าที่ &amp;ldquo;ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์&amp;rdquo; อย่างแท้จริง จึงขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจทุกนายมา ณ โอกาสนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56793</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอบคุณ, จักรทิพย์, บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์, เหตุกราดยิงโคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dcea1fe33441.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;โว&#039;สมคิด6ศพ&#039;ไม่ฉลาดเกินฝีมือตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค. 62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีการจับกุมนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตามจับกุมนายสมคิด มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบว่าเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ชุดจับกุมสามารถควบคุมตัวนายสมคิดได้ ขณะเดินทางโดยรถไฟ ที่สถานีปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ขณะนั่งรถไฟจากสุรินทร์ มุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า แม้นายสมคิด จะเป็นคนฉลาดแต่ไม่เกินความสามารถของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ เคยเป็นหนึ่งในชุดคลี่คลายคดีนายสมคิด เมื่อปี 2548 ในส่วนของผู้เสียชีวิตรายที่ 5 ด้วย จนกระทั่งนายสมคิดพ้นโทษมาก่อเหตุอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52753</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิด เดอะริปเปอร์, ฆาตกรต่อเนื่อง, จักรทิพย์, บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., รถไฟปากช่อง, สมคิด พุ่มพวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d921267a2f22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
