<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039;แย้มปชป.มี 2 ตัวเลือกสมัครผู้ว่าฯกทม. ลั่นไม่หวั่นเจอคู่แข่งบิ๊กเนม&#039;ชัชชาติ-บิ๊กแป๊ะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 เม.ย.64 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และประธานยุทธศาสตร์ กรุงเทพ&amp;nbsp; ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งท้องถิ่นในกทม. ว่า ขณะนี้พรรคได้เตรียมไว้2 ส่วนคือ เลือกตั้งสมาชิกสภากทม.(สก.) และ ผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพราะคาดว่าจะเลือกตั้งพร้อมๆกัน&amp;nbsp; โดยตลอดช่วงปี20 เราได้เตรียมผู้สมัคร&amp;nbsp; จัดทำนโยบายที่ใช้ในการหาเสียง&amp;nbsp; และทีมงานช่วยดำเนินการรณรงค์หาเสียงไว้แล้ว&amp;nbsp; เราจะมีนโยบายเข้ามาแก้ไขและพัฒนากทม. ซึ่งได้จากการระดมความคิดเห็นจากบุคคลากรของพรรค เช่นสส. อดีตสก. สข. ตัวแทนสาขาพรรค. และระดมความเห็นจากคนภายนอกที่มีหลากหลายรูปแบบ ขณะเดียวกันก็มีการเจาะลึกลงไปเฉพาะกลุ่มเพื่อจะได้ทราบถึงความต้องการของคนกทม.อย่างแท้จริงว่า อะไรที่เป็นปัญหาที่ควรแก้ไข โดยจัดความสำคัญ5 ลำดับไว้ หากมีโอกาสได้เข้าไปทำงานไม่ว่าในสถานะสก.&amp;nbsp; หรือผู้บริหาร ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวพร้อมที่จะใช้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ กล่าวว่า สำหรับตัวบุคคลที่จะส่งรับเลือกตั้งสก. นั้น พรรคมีบุคคลากรอยู่แล้วประมาณ 20 กว่าคน&amp;nbsp; ส่วนมากแสดงความจำนงที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคต่อไป ส่วนที่เราต้องสรรหาใหม่อีกประมาณ 30 คน ขณะนี้มีประมาณ 90 เปอร์เซนต์ อีก10 เปอร์เซนต์ที่เหลือบางเขตมีคนสนใจมากกว่า 1 คน&amp;nbsp; พรรคให้โอกาสทำงานในพื้นที่ เมื่อถึงเวลาเหมาะสมก็จะประชุมคณะทำงานสรรหาผู้สมัครสก.พิจารณาว่าใครเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาพรรคมีปัญหาเลือดไหลในสนามสก. เพราะถูกพรรคอื่นดึงตัวไปจำนวนมาก มั่นใจได้อย่างไรว่าจากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้งจะไม่มีปัญหานี้อีก นายองอาจ กล่าวว่า เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้า แต่ก็ไม่ติดใจ ถือเป็นการตัดสินใจของแต่ละบุคคล ที่จะพิจารณาว่าจะทำงานกับเราต่อไป หรือไปอยู่พรรคอื่นด้วยเหตุผลหรือสาเหตุอะไร ที่ผ่านมาก็มีการดึงบุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ประชาธิปัตย์ดำเนินการสรรหาตัวผู้สมัครมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว โดยมีการพูดคุยคนที่สนใจและคนที่พรรคคิดว่าน่าสนใจ 3-4 ท่าน จนขณะนี้เหลืออยู่ 2 ท่านที่อยู่ในข่ายพรรคจะพิจารณา เมื่อถึงเวลาเหมาะสมที่ต้องตัดสินใจ ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการสรรหาและคณะกรรมการบริหารเพื่อตัดสินใจครั้งสุดท้าย&amp;nbsp; คิดว่าคงไม่น่าจะมีใครมาขอลงสมัครเพิ่มอีกแล้ว เกณฑ์ในการเลือกผู้สมัครของเรา คือ มีรู้ความสามารถ เป็นบุคคลสาธารณะ&amp;nbsp; ความมุ่งมั่น มีบุคคลิกลักษณะที่พร้อมจะทำงานร่วมกับคนอื่นได้ และมีภาวะผู้นำผู้บริหารระดับสูง&amp;rdquo; รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าพรรคสอบถามคนกรุงเทพพฯหรือไม่ว่าอยากได้ผู้ว่าฯแบบใด รองหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการสำรวจโพลออกมาจำนวนมากอยู่แล้ว พอที่จะสามารถนำมาประเมินได้ แต่พรรคเองก็มีการสำรวจเป็นระยะเช่นกัน ตนคิดว่า ผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ใช้วิจารณาญาณในการพิจารณาตัดสินใจหาคนที่เหมาะสมที่สุดในการเข้ามารับผิดชอบทำงานในแต่ละประเภท แต่ละช่วงเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์&amp;nbsp; อดีตรมว.คมนาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร.&amp;nbsp; พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม.คนปัจจุบัน ประกาศตัวจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. รอบที่จะถึงนี้ เท่าที่เห็นมีความกังวลหรือไม่ รองหัวหน้าพรรคปชป.กล่าวว่า เราจึงไม่วิตกกังวลว่าใครจะลงสมัคร เพราะทุกครั้งเราต้องแข่งขันกับผู้สมัครที่น่าสนใจ และเป็นคนดังๆทั้งนั้น คนที่แสดงตัวออกมาตอนนี้ก็เหมือนนักมวยที่กำลังฟุตเวิร์ค วอร์มอัพร่างกายก่อนเตรียมขึ้นชกเท่านั้น พอถึงเวลาชกจริงค่อยมาดูกันว่าใครจะชนะ หรือคนกรุงเทพจะเลือกใครดีกว่า ทั้งนี้ พรรคจะเน้นการเตรียมความพร้อมตั้งแต่รณรงค์หาเสียงจนถึงวันเลือกตั้ง หากประชาชนมอบความใจให้ทำงานก็ต้องพร้อมตั้งแต่วันแรกที่ได้รับตำแหน่งเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงผลการสำรวจล่าสุดที่คนกรุงเทพ อยากให้การสนับสนุนผู้สมัครอิสระมากกว่าตัวแทนจากพรรคการเมือง นายองอาจ กล่าวว่า ขณะนี้มีแต่คนที่ประกาศตัวลงสมัครที่ชัดเจนว่าจะลงในนามอิสระ แต่ในส่วนของพรรคการเมืองยังไม่มีการเปิดออกมา จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผลโพลจะออกมาลักษณะนี้&amp;nbsp; เพราะต้องให้ความเห็นกับคนที่เขารู้จักก่อน ตนคิดว่าเมื่อพรรคเปิดตัวแล้วผลสำรวจ อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสนามเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ครั้งนี้จะแตกต่างจากครั้งที่ผ่านๆมาอย่างไร นายองอาจ กล่าวว่า สนามการเลือกตั้งท้องถิ่นในกทม. กับเลือกตั้งระดับชาติ มีความแตกต่างกันอยู่แล้ว การตัดสินใจของประชาชนทุกครั้งจะพิจารณาเป็นเรื่องๆ เช่นในอดีตนายทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคการเมืองในปี 42&amp;nbsp; และลงสมัครการเลือกตั้งทั่วไปในปี 44&amp;nbsp; เขากวาดที่นั่งได้เกือบทั้งหมด พรรคเราได้ไม่กี่คน แต่พอมีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ในปี 47 มีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. มีคนมีชื่อเสียงแห่กันลงสมัครจำนวนมาก ปรากฎว่าคนกทม.กลับเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ คือนายอภิรักษ์ โกษโยธิน ผู้สมัครหน้าใหม่นอกวงการที่ไม่มีใครรู้จัก ทั้งที่กระแสนิยมรัฐบาลนายทักษิณขึ้นสูงมาก พอผ่านมาอีกแค่ 6 เดือน คนกทม.กลับมาเลือกส.ส.พรรคไทยรักไทยทั้งกรุงเทพ&amp;nbsp; ผู้สมัครของเราตกเกือบหมดได้มาแค่2-3 คน มีส.ส.เก่าเพียงคนเดียว คือตน แสดงให้เห็นว่าคนกทม.เขาแยกเรื่องออกจากกัน ซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งในอดีตที่ให้เห็นว่าคนกทม.ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งพิจารณาเป็นเรื่องๆในแต่ละครั้ง&amp;nbsp; เขาพิจารณาองค์ประกอบหลายๆอย่าง และพิจารณาบุคคลที่เขาเห็นว่าเหมาะสมที่สุดในเรื่องนั้นๆ และตนยังมั่นใจว่าเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้จะยังคงเหมือนเดิม คือมีอิสระในการตัดสินใจอยู่แล้ว แต่เราไม่รู้ว่าเขาจะเลือกใคร ขึ้นอยู่กับผู้สมัครของแต่ละพรรคการเมืองว่าจะส่งใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่าแม้ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีส.ส.เขตในกทม. ก็ไม่เป็นปัจจัยสำคัญในการลงคะแนนของคนกรุงเทพใช่หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องแน่นอน เพราะในอดีตเราได้ส.ส.น้อยกว่าพรรคไทยรักไทยถึง 1ใน3&amp;nbsp; แต่เรายังสามารถชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายประชานิยมของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชารัฐ เช่น คนละครึ่ง เรารักกัน&amp;nbsp; ที่ดูเหมือนประชาชนจะพึงพอใจจะทำให้พรรคต้องกังวลหรือไม่ นายองอาจกล่าวว่า อย่าลืมว่าพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังมีพรรคประชาธิปัตย์ และอีกหลายพรรคร่วมด้วย ถ้าไม่มีพรรคเหล่านี้ก็ไม่มีรัฐบาล อย่างไรก็แล้วแต่อยู่ที่ประชาชนจะคิดตัดสินใจ เรามีหน้าที่สรรหาคนที่ดีที่สุดเสนอให้เขาเลือกเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านโยบายหาเสียงครั้งนี้จะเป็นเรื่องเก่าที่เป็นปัญหาเดิมๆในกทม. หรือมีนโยบายใหม่เกิดขึ้น นายองอาจ กล่าวว่าจะมีทั้งปัญหาเดิมๆ และปัญหาใหม่ เช่น PM2.5&amp;nbsp; ในการเลือกตั้งปี 56&amp;nbsp; เราไม่ได้ชูเรื่องนี้เพราะปัญหายังไม่รุนแรงขนาดนี้ เราจะต้องมีวิธีเสนอว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร&amp;nbsp; ส่วนปัญหาเก่าๆ น้ำท่วม ขยะ สิ่งแวดล้อม จราจร&amp;nbsp; ปากท้องของประชาชน ก็ยังคงต้องมีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าดูเหมือนจะมีแต่พรรคประชาธิปัตย์ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ในนามพรรคการเมือง ส่วนพรรคอื่นๆจะสนับสนุนผู้สมัครอิสระ รองหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคการเมืองจะตัดสินใจอย่างไร แต่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจท้องถิ่น ซึ่งเป็นอุดมการณ์1ใน10ข้อของพรรคที่เริ่มตั้งแต่ก่อตั้ง ดังนั้น เราจะส่งเสริมการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้โดยคนของท้องถิ่นเอง และมีพรรคการเมืองสนับสนุน พิจารณาหาบุคคลที่เหมาะสมมาลงสมัคร และช่วยกันทำนโยบายที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหา พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นภาระหน้าที่พรรคการเมืองต้องทำอย่างเต็มที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99351</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์ ชัยจินดา, ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, เลือกตั้งผู้ว่ากทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_60750cab6c7fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 06:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 06:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039;ซุ่มเงียบ!ร้องศาลอาญาคดีทุจริตฯเอาผิด&#039;จักรทิพย์&#039;ม.157ฐานละเว้นปฎิบัติหน้าที่มิชอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.63-มีรายงานเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 15.40 น. วานนี้ &amp;nbsp;นายสันธนะ ประยูรรัตน์ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.148/2563 ข้อหาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันธนะ เปิดเผยว่า มูลคดีสืบเนื่องจากมีหลักฐานว่าเมื่อระหว่างปี 2544-2547 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข สมัยดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 7 ซึ่งมีเงินเดือนเพียง 30,000 บาทเศษ แต่มีเงินเข้าออกบัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวนกว่า 13 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้มานอกเหนือจากเงินเดือนปกติของข้าราชการตำรวจ โดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ จึงเป็นการร่ำรวยผิดปกติตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนได้เคยยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;ตามเลขรับที่ 19822 ลงวันที่ 26 กรกฏาคม พ.ศ.2562 แล้ว ต่อมาวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ได้ยื่นเอกสารต่อนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ และประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ต้องออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและสอบสวนทางวินัยกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทันที ต้องจัดเตรียมข้อมูลประกอบการพิจารณาคัดเลือก เสนอชื่อข้าราชการตำรวจเพื่อดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ แต่ได้บังอาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ออกคำสั่งดังกล่าว และไม่นำหนังสือร้องคัดค้านของนายสันธนะ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเร่งด่วนที่สุด บรรจุเข้าในวาระประชุมของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติโดยช่วยเหลือและปกปิด ทำให้ที่ประชุมลงมติแต่งตั้ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์และการกระทำนี้ ส่งผลกระทบและความเชื่อมั่นของประชาชน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ในการอำนวยความยุติธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหายเป็นการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจซึ่งไม่เหมาะสม โดยไม่คำนึงถึงความอาวุโสประวัติการรับราชการ ผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติประกอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 &amp;nbsp;จึงเป็นความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คดีนี้ศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 09.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78200</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์ ชัยจินดา, ม.157, สันธนะ ประยูรรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b07b1beedd82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่องภาพลูกชายคนเล็ก &#039;บิ๊กแป๊ะ&#039; สมัครใจเป็นทหารลงหน่วยกองพันทหารสื่อสารที่ 21</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - มีรายงานข่าวจากกองทัพบก ว่า นายชัยธัช ชัยจินดา หรือ แฮน&amp;nbsp;ลูกชายคนเล็กของ บิ๊กแป๊ะ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่กำลังจะเกษียณ ได้สมัครใจเป็นทหารกองประจำการ และได้เข้ารายงานตัวกับกองทัพบก เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา โดยได้ไปลงที่ กองพันทหารสื่อสารที่ 21 กองทัพภาคที่ 1 บางเขน กทม.

หนุ่มแฮน จบประถมที่สาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มัธยมเรียนที่ ISB (International School of Bangkok) จากนั้นจึงไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีด้านโลจิสติกส์ ที่บอสตัน สหรัฐอเมริกา

เมื่อเรียนจบกลับมา จึงยกเลิกใช้สิทธิ์ผ่อนผัน และสมัครใจเป็นพลทหาร ที่ได้สิทธิ์ลดหย่อนตามหลักการและเป็นทหาร 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76323</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, จักรทิพย์ ชัยจินดา, ชัยธัช ชัยจินดา, สมัครพลทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f9e736c255.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;สั่งตร.เร่งระบายรถถนนหลักเมืองกรุง มีปัญหาจราจรแจ้งสายด่วน บก.จร. 1197  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63- &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึง ตั้งเวลาประมาณ 02.00 น. มีฝนตกหนักทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้มีน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายเส้นทางนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น จุดที่มีน้ำท่วมขัง จุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในทุกพื้นที่ ออกปฏิบัติหน้าที่ อย่างเคร่งครัด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเน้นให้มีการประสานการทำงานร่วมกันในการอำนวยความสะดวกการจราจร กับ กองบังคับตำรวจจราจรกลาง, กองบังคับการตำรวจทางหลวงและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะที่มีการจราจรหนาแน่น อาทิ ถนนสีลม, ถนนพระราม 4 , ถนนพระราม 1 ,ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ , ถนนสุขุมวิท , ถนนพระราม 9 , ถนนรามคำแหง, ถนนเพชรเกษม และ ถนนลาดพร้าว เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อช่วยบรรเทาการจราจรให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยเร่งระบายรถ อย่างเต็มกำลัง ตลอดจนจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลช่องทางจราจร เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง อาทิ กิ่งไม้หัก ต้นไม้ หรือ เสาไฟฟ้า โค่นล้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ฝากเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ด้วยความเสียสละ ในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและขอให้พี่น้องประชาชนเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้ตรวจเช็คสภาพรถ เครื่องยนต์ สภาพอากาศและเส้นทางก่อนออกเดินทาง เติมน้ำมันให้พร้อมเพียงพอต่อการเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร หรือ แจ้งอุบัติเหตุ ขอความช่วยเหลือรถเสีย ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ที่ สายด่วน &amp;nbsp;บก.จร. 1197 &amp;nbsp;ตลอด 24 ชั่วโมง และสำหรับผู้ที่เดินทาง ในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถติดต่อสายด่วน ตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76127</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์ ชัยจินดา, น้ำท่วมกทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4dae84c4f4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;ตั้ง&#039;พล.ต.อ.ศตวรรษ&#039;ปธ.กรรมการสอบคดี&#039;บอส-อยู่วิทยา&#039;ให้เสร็จภายใน15วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยถึงกรณี กรณีพนักงานอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนการดำเนินคดีอาญา นายวรยุทธ หรืบบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหา ส่งผลให้มีการวิพากษ์วิจารณ์และเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการตำรวจ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ก.ค.63 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เกี่ยวกับการดำเนินการของข้าราชการตำรวจว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดย ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธาน พร้อมคณะกรรมการ รวม 10 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ให้คณะกรรมการทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง พร้อมรายงานผลให้ทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72620</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์ ชัยจินดา, บอส กระทิงแดง, พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200718/image_big_5f128dbfde8ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เท้าราน้ำ!&#039;ผบ.ตร.&#039;อ้างจับบ่อนไม่ใช่คดีซับซ้อนโต้&#039;ดีเอสไอ&#039;หน่วยไหนต้องดูหน้างานตัวเองด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.63 -ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่นำกำลังเข้าจับกุมบ่อน &amp;ldquo;อาร์เจ&amp;rdquo; ที่มาบตาพุด จ.ระยอง เป็นเหตุให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นานกรัฐมนตรี สั่งการไปยัง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งให้ยุบ 6 ชุดสืบสวนเฉพาะกิจดีเอสไอ ที่พึ่งเปิดได้เพียงหนึ่งเดือน ว่า ผมไม่ทราบ แต่ก่อน 5-10 ปีที่ผ่านมาเคยเห็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ จับกุมอบายมุขหรือไม่&amp;nbsp; ดีเอสไอวัตถุประสงค์ที่ตั้งมาคือทำคดีที่สลับซับซ้อน คดีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนบ่อนจะเป็นคดีพิเศษหรือไม่ไปถามคนจับ&amp;nbsp; หน่วยไหนก็แล้วแต่ต้องดูวัตถุประสงค์หน้างานของตัวเองด้วย ไม่ได้ไปตำหนิเขานะ&amp;quot;พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69137</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์ ชัยจินดา, จับบ่อนมาบตาพุด, ดีเอสไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec573c24539.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;เรียกประชุมคดียิงเลเซอร์  รอง&#039;สุวัฒน์&#039;เตือนอย่าทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.63- พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) &amp;nbsp;เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าจากกรณีปรากฎมีการฉายข้อความปริศนาด้วยลำแสงเลเซอร์ในหลายสถานที่เช่น อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย , วัดปทุมวนาราม , แยกราชประสงค์ , กระทรวงกลาโหม และบางจุดมีการฉายภาพเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 พร้อมกับระบุข้อความผ่านแสงเลเซอร์ว่า &amp;quot;ตามหาความจริง&amp;quot; เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) &amp;nbsp;พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) &amp;nbsp;พล.ต.ต.เมธี รักพันธ์ ผู้บังคับการตำรวจนคครบาล 6 (ผบก.น.6) เข้าร่วมประชุมด้วย โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. กล่าวก่อนประชุมว่า ฝากไปยังกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุ หากจะทำอะไรก็ต้องระวัง อย่าทำให้เป็นความขัดแย้งของคนในชาติ &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดใดบ้าง ทั้งนี้ตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีการเตรียมเรียกบุคคลใดเข้ามาสอบปากคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่าเนื่องจากมีการยิงเลเซอร์ในหลายท้องที่ของนครบาล พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. จึงสั่งการให้ศูนย์สืบสวน บช.น. เป็นแม่งานในการรวบรวมพยานหลักฐาน และพิจารณาว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดใด.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65715</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, จักรทิพย์ ชัยจินดา, ผบ.ตร., ยิงเลเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba2fafeb2d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
