<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; จี้นายกฯเร่งปล่อยกู้ 0% ธุรกิจท่องเที่ยว ห่วงแผนเปิดประเทศไม่แน่นอนจะยิ่งเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นห่วงธุรกิจท่องเที่ยวของไทยเป็นอย่างมาก เพราะขนาดปีที่แล้วว่าแย่หนักแล้ว แต่พอมีการระบาดระลอกใหม่นี้ทำให้การท่องเที่ยวยิ่งทรุดหนัก ตัวเลขสะสม 5 เดือน ตั้งแต่เดือนม.ค.-พ.ค.64 ในภาพรวมประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพียง 1.25 แสนล้านบาท ติดลบถึง - 35.07% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน แยกเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 34,753 คน ติดลบ 99.48% และไทยเที่ยวไทย 23.60 ล้านคน ติดลบ 7.82% ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวที่แย่อยู่แล้วยิ่งทรุดลงหนัก และยังไม่รู้เลยว่าจะฟื้นกลับมาได้อีกเมื่อไหร่ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่ากว่าการท่องเที่ยวของไทยจะฟื้นน่าจะเป็นปี 2566 หรืออีกปีครึ่งเลย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พลเอกประยุทธ์จะต้องเข้ามาช่วยเหลือให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยสามารถประคองต้วได้ไปก่อนที่การท่องเที่ยวไทยจะเข้าสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แนวทางการให้ซอฟท์โลน 0% แก่ภาคธุรกิจ ที่คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยเสนอไว้ตั้งแต่กลางปีที่แล้วและพลเอกประยุทธ์เพิ่งจะนำมาใช้ จึงเป็นทิศทางที่ถูกต้อง แต่ต้องมีแผนงานในการให้ธุรกิจท่องเที่ยวได้เข้าถึงซอฟท์โลนนี้อย่างชัดเจนและทั่วถึง จากข้อมูลที่ได้รับสินเชื่อธุรกิจท่องเที่ยวในระบบธนาคารน่ามีประมาณ 4-5 แสนล้านบาท หนี้สินส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรม ซึ่งน่าจะมีปัญหาการชำระหนี้เกือบทั้งหมด เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มาเลยจากวิกฤติการณ์ไวรัสโควิด ดังนั้นรัฐบาลควรจะต้องหาวิธีช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยรัฐบาลสามารถร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการปล่อยซอฟท์โลน 0% โดยรัฐบาลสนับสนุนในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเท่านั้นที่ ธปท. สามารถลดอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำให้กับรัฐบาลได้ โดยรัฐบาลควรจะลดการแจกเงินแต่นำเงินมาสนับสนุนการอยู่รอดของธุรกิจมากกว่า เพราะจะเป็นรายได้ของประเทศในอนาคต และเป็นการรักษาการจ้างงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ แผนงานการเปิดประเทศใน 120 วันจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ ถ้าดูสภาวะการณ์ปัจจุบันแล้ว น่าจะเป็นไปได้ยากมากเพราะไม่ทันท่วงที ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องรีบแจ้งกับประชาชน โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว เพราะธรรมชาติของธุรกิจนี้จะต้องรับการจองล่วงหน้า ไม่ใช่เปิดแล้วคนจะมาทันที ต้องทำการตลาดล่วงหน้าเป็นเดือนๆ บางครั้งก็เป็นปี ดังนั้นการกำหนดการเปิดประเทศต้องมีความแน่นอน เพราะหากรับจองแล้ว ไม่สามารถเปิดได้ จะเสียหายอย่างมากและอาจถูกฟ้องร้องได้ อีกทั้งถ้าเปิดประเทศโดยไม่ทำการตลาดล่วงหน้าก็จะไม่มีใครมาอยู่ดี พลเอกประยุทธ์ที่เป็นทหารมาตลอดชีวิตอาจจะไม่เข้าใจคนทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวนี้มีความละเอียดอ่อนมาก ยิ่งในอนาคตไทยต้องการต้อนรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก ยิ่งต้องมีระดับการบริหารที่ต้องยกสูงขึ้นไปอีก เพื่อชักจูงนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักเข้ามาเที่ยวไทย โดยคณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยได้มีนโยบายและเตรียมความพร้อมไว้แล้ว และเชื่อว่าหากพรรคเพื่อไทยได้บริหารประเทศ จะสามารถชักจูงให้นักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยได้ เพราะนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก 1 คนอาจจะสร้างรายได้มากกว่านักท่องเที่ยวปกติถึง 50-100 คนได้จากการใช้จ่ายและช้อปปิ้งตามฐานะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่สำคัญที่สุดก็ยังคงไม่พ้นเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน ที่พลเอกประยุทธ์ล้มเหลวซ้ำชากทั้งที่พรรคเพื่อไทยเสนอแนวทางแก้ไขมาเป็นเดือนๆแล้ว แต่พลเอกประยุทธ์กลับไม่ยอมทำตาม และยังล้มเหลวเหมือนเดิม เหมือนบริหารไม่เป็น หรือฟังไม่เข้าใจ เป็น &amp;ldquo;ผู้นำพิการทางความคิด&amp;rdquo; ทั้งไม่เปิดใจรับฟัง การที่ต้องมีวัคซีนที่มีคุณภาพมากระจายการฉีดอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในจังหวัดและพื้นที่ท่องเที่ยวเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องทำให้สำเร็จตั้งแต่ต้นปีแล้วเพื่อจะได้เปิดประเทศรับการท่องเที่ยวได้ ถึงจะเป็นแบบแซนด์บ็อกซ์ก็ยังดีกว่าไม่มีนักท่องเที่ยวเลย จนกระทั่งฉีดได้ครบเมื่อไหร่ ก็สามารถเปิดทั้งประเทศได้ ปัจจุบันนอกจากวัคซีนจะล่าช้าแล้ว ยังมีปัญหาคุณภาพของวัคซีน จำนวนครั้งที่ต้องฉีดของวัคซีนแต่ละชนิด การตรวจภูมิของแต่ละคนอีกว่าขึ้นไหม และทั้งยังไม่แน่ใจว่าถึงฉีดครบ ก็ไม่รู้จะเปิดประเทศได้หรือไม่ จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์คิดให้ครบกรอบ ไม่ใช่คอยแต่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ซึ่งจะยิ่งทำให้ประเทศมีปัญหามากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาวะวิกฤติไวรัสโควิดนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถการบริหารจัดการของผู้นำ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าพลเอกประยุทธ์ล้มเหลวในทุกด้านและทุกมิติ บริหารผิดพลาด พาประเทศไปผิดทิศผิดทางในทุกเรื่อง ถ้าพลเอกประยุทธ์จะใช้สติพิจารณาตัวเอง ก็จะพบว่าตนเองไม่ได้เหมาะสมที่จะบริหารประเทศนี้อีกต่อไปแล้ว ยิ่งบริหารก็จะยิ่งเสียหาย อย่าได้ฝืนดันทุรังอีกเลย ประชาชนจะยิ่งทนกันไม่ไหว ทุกวันนี้ก็ด่ากันทั้งเมืองอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108248</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, ส.ส.เพื่อไทย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd2499216bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ออกเพื่อหนีปัญหา &#039;ประยุทธ์&#039;ลั่นส่งท้าย2สภาถกแก้วิกฤติ-อย่าดึงต่างชาติจุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ยันรัฐบาลขานรับแนวคิดจุรินทร์ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่เพื่อไทยบอกไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้ำธง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลาออกอย่ายุบสภา ยกพันท้ายนรสิงห์เทียบเคียง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เตือนสติทั่นผู้ทรงเกียรติลืมเหตุการณ์ปี 2557 แล้วหรือ &amp;ldquo;ถวิล&amp;rdquo; ชี้สถาบันไม่ใช่ปัญหาแต่คือไอ้โม่งที่เกาะหลังเด็ก ทนายวันชัยชงล้างโทษการเคลื่อนไหวในรอบ 10 ปีเหมือนนโยบาย 66/2523 &amp;nbsp;ผงะ! วิสารควักมีดปอกผลไม้กรีดแขน 3 แผลหลังอภิปรายอัดนายกฯ ต้องเย็บ 9 เข็ม &amp;ldquo;สิระ-ปารีณา&amp;rdquo; ซัดสมน้ำหน้า &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ส่งท้ายลั่นจะทำหน้าที่จนกว่าไม่มีอะไรให้ทำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม ถือเป็นวันสุดท้ายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเวลา 10.05 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาเพื่อร่วมประชุมด้วยสีหน้าเรียบเฉย และปฏิเสธตอบคำถามถึงแนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อความปรองดองเพื่อแก้ปัญหาประเทศ เพียงกล่าวทักทายสื่อ &amp;quot;สวัสดีทุกคนนะจ๊ะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอบรับถึงการหารือผู้เกี่ยวข้องในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายว่าใช่ ส่วนเรื่องการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ก็แล้วแต่จะเอาเร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งดี &amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลไฟเขียวให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใช่แล้วหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงข้อเสนอของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอตั้งคณะกรรมกรรมสมานฉันท์ฯ ว่า กำลังให้คณะทำงานศึกษาอยู่ว่าเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งหากคณะกรรมการชุดนี้เข้ามาทำงาน ก็จะทำเฉพาะกรณีนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ในฐานะผู้เสนอเรื่องดังกล่าวกล่าวว่า เท่าที่ได้มีการพูดคุยกันกับฝ่ายต่างๆ ถือว่ามีสัญญาณที่ดี มีเสียงตอบรับพอสมควร ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลได้พูดคุยกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคร่วมรัฐบาลอื่น มีสัญญาณตอบรับที่ดี และในวันเดียวกันนี้วิป 3 ฝ่ายจะหารือกัน ซึ่งถ้ารัฐสภามีความเห็นร่วมกันเชื่อว่าประธานรัฐสภาคงไปดำเนินการออกคำสั่ง หรือกำหนดรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้รัฐสภาเป็นที่พึ่ง เป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนเห็นว่าสามารถหาทางออกร่วมกันให้ประเทศได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ในการประชุมมีข้อเสนอดีๆ เยอะ แต่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องมาคิดก่อนว่าจะแก้ปัญหาหรือเป็นทางออกได้จริงหรือไม่ เพราะบางข้อเสนอเคยใช้ได้ในอดีตกับสถานการณ์และบริบทนั้น แต่ในบริบทของวันนี้จะได้หรือไม่ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดนอกจากประธานสภาจะเชิญวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านมาคุยกัน ควรเชิญตัวแทนประชาชนมาร่วมด้วย ต้องถามประชาชนว่าสมานฉันท์นี้เอาด้วยหรือไม่ ต้องมีวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน ครม. ส.ว. และภาคประชาชนมาร่วมด้วย
สมานฉันท์ไม่ใช่เรื่องใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยทำมาแล้ว แต่วันนี้จะทันการณ์หรือไม่ ที่สำคัญเราต้องสื่อให้เห็นถึงความจริงใจ ต้องไม่ทำให้คิดว่าเป็นการยื้อเวลา หรือเป็นการตั้งกันชนให้รัฐบาล เพราะถ้าประชาชนเข้าใจแบบนี้จะไม่เกิดประโยชน์ ถ้าตั้งแล้วประชาชนไม่ร่วมก็จะหมดความหมาย&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
เมื่อถามว่า การยุบสภาจะทำให้ปัญหาคลี่คลายได้หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า วันนี้ถ้ายุบสภารัฐธรรมนูญจะไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาจะไม่คลี่คลาย ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาเดิม ปัญหาเดิมก็กลับมาอีก และรัฐบาลใหม่จะไม่ได้รับการยอมรับ วันนี้รากเหง้าปัญหาคือการสืบทอดอำนาจผ่านกติกาที่เขาเขียนขึ้นมาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 09.45 น. ได้เริ่มประชุม โดยช่วงเช้าเป็นการอภิปรายสลับกันของ ส.ส.ฝ่ายค้าน, ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว. พรรคฝ่ายค้านยังคงโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ว่าเป็นต้นตอปัญหา ทั้งในเรื่องการใช้อำนาจ และเรียกร้องให้ลาออก ซึ่ง น.ส.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรค พท. อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรเลิกอ้างได้แล้วว่าการปกป้องสถาบันต้องมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯเท่านั้น อย่าผูกขาดสถาบันไว้ฝ่ายเดียว โดยนึกถึงประวัติศาสตร์เรื่องพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งวันนั้นที่มีขบวนเสด็จฯ พล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยให้ขบวนเสด็จฯ ผ่านโดยที่นายกฯ ไม่คิดถึงอันตรายที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เทียบเคียงได้กับพันท้ายนรสิงห์ พล.อ.ประยุทธ์ควรพิจารณาตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงกล่าวหากรณีแบ่งชนชั้นว่า ไม่เคยทำ มีแต่บอกว่าคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ต้องทำงานร่วมกัน การทำลายสถาบันครอบครัววันนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ลูกไม่เคารพพ่อแม่ ลูกศิษย์ไม่เคารพครูอาจารย์ เคยบอกแล้วว่าที่เข้ามาเป็นรัฐบาลเพื่ออะไร ถามว่าหน้าที่ของตนเองจบหรือยัง ถ้ายังไม่จบก็ต้องทำให้มันจบ และยืนยันไม่ได้ต้องการรักษาอำนาจให้นานที่สุด
เตือนอย่าลืมปี 2557
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านไม่เคยพูดเรื่องยึดอำนาจรัฐประหาร แต่ไม่เคยพูดถึงเผด็จการรัฐสภาที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น แล้วรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ผมคิดว่าผมไม่ได้ไปก้าวล่วงเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ หลายท่านมองว่าผมไม่เป็นธรรมหรือปล่อยปละละเลย ผมคิดว่าผมต้องพูดวันนี้ ถ้าไม่พูดก็ไม่ได้ อย่าลืมว่าประวัติศาสตร์คือปัจจุบันและอนาคต ประชาชนคนไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่า ทุกชาติ ศาสนา เชื้อชาติ สัญชาติ อยู่ในประเทศไทยต้องรักประเทศไทย ผมบังคับท่านไม่ได้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ท่านต้องตอบแทนแผ่นดิน หลายอย่างที่เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะเข้ามา ถามว่าลืมแล้วหรือยัง ท่านลืมแล้วทั้งหมด สมัยนั้นท่านทำอะไรกัน สิ่งที่เกิดขึ้นวุ่นวายที่ผ่านมา ท่านทำอะไรกันอยู่ การทุจริตที่มีหลักฐานชัดเจนเชิงประจักษ์ท่านลืมหมดแล้วหรือ ถ้าลืมก็กรุณาไปทบทวนใหม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 2557 และก่อนหน้านั้นหลายปีมาแล้วด้วย วันนี้ที่บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ทุกวันเพราะอะไร&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. อภิปรายถึงการชุมนุมว่า มีการล่วงละเมิดสถาบัน ทำให้ประเด็นนี้ยิ่งยุ่งยากซับซ้อนเพิ่มขึ้นทวีคูณ อยากเตือนไปถึงลูกหลาน น้องๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ ขอให้ได้ทบทวน ขอให้ถือว่าเป็นคำเตือนของคนแก่คนหนึ่ง เข้าใจดีว่าคนหนุ่มสาวมีความสำคัญที่จะรับภาระจากคนรุ่นหลังอย่างพวกเราต่อไป แต่เสียงของพวกเขาสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับฟัง การแสดงออกควรเป็นไปตามกาลเทศะ และให้เกียรติกับคนรุ่นก่อนด้วย ท่านจะนับถือเลื่อมใสในสถาบันนี้หรือไม่ก็ตาม สิ่งที่อยากเตือน คือท่านรื้อหรือทำลายเสาหลักของบ้านเมืองนี้ลงไม่ได้ อันตรายต่อชาติบ้านเมืองถึงขั้นสูงสุดทีเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเรียนว่าศัตรูของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่สิ่งที่พวกท่านต่อต้านอยู่ บ้านเมืองที่มีปัญหามากมาย ทั้งการโกงกิน ความล้าหลัง ไม่ใช่สถาบัน แต่เป็นเพราะนักการเมืองที่ไม่ดี ข้าราชการที่ทุจริต นายทุนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว ขาดจิตสำนึก นั่นคือศัตรูที่แท้จริงของประเทศนี้ และเป็นศัตรูของพวกท่านด้วย สิ่งที่น่าเสียใจในครั้งนี้คือ นอกจากไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร ยังไม่เอาใจใส่ว่าศัตรูของท่านเป็นอย่างไรแล้ว ยังไม่ทราบว่าคนไม่ดีเหล่านี้เกาะหลังท่านปลุกปั่นบงการอย่างขี้ขลาด พวกเขาหักหลังพวกท่านเข้าสู่คุกตะรางแล้วคอยตักตวงผลประโยชน์จากน้ำพักน้ำแรงของพวกท่านแบบจับปลาน้ำขุ่น ไม่มีความรับผิดชอบหรือสำนึกชั่วดีใดๆ เรื่องนี้อาจแสลงใจลูกๆ หลานๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องพูด&amp;rdquo; นายถวิลกล่าว และว่า การปฏิรูปสถาบันที่เคลื่อนไหวอยู่ ถ้าทำด้วยความเกลียดหรือโกรธแค้นชิงชัง ทำไม่ได้ การทำการปฏิรูปสิ่งใดสิ่งหนึ่งต้องทำด้วยความรัก สุดท้ายขอประณามผู้ที่มีพฤติกรรมเป็นไอ้โม่ง หรืออีแอบที่เอาความคิดความเกลียดชังสถาบันปลูกฝังใส่ลงไปในความคิดของเด็กๆ ซึ่งเห็นมามากแล้วว่าการกระทำการแบบนี้ต้องพบกับอนาคตที่เลวร้ายอย่างไร นี่ไม่ใช่เป็นคำแช่ง แต่เป็นเพียงเรื่องที่อยากเรียนให้ทราบ
ก.ก.อัดบิ๊กตู่ตามคาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.18 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า เราไม่สามารถไล่คนที่เห็นต่างจากเราไปได้ รัฐบาลต้องรับฟังเสียงของคนคิดต่าง และเปิดโอกาสให้พูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะ ถ้าแต่ละฝ่ายได้มีการรับฟังอย่างเคารพ ก็จะทำให้มีพื้นที่และยอมรับกันมากขึ้น แต่รัฐบาลไม่รับฟังเสียงของประชาชน และยังปฏิเสธว่าตัวเองไม่เคยทำผิดอะไรเลย ปัญหาก็เลยลุกลาม แถมยังใช้กฎหมายเลือกปฏิบัติ และที่ให้อภัยไม่ได้คือมีการสันนิษฐานว่าจะสร้างเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่นำมาสู่การสังหารหมู่ และเหตุการณ์เหล่านี้ก็เคยเกิดขึ้น เช่น ทุ่งสังหารราชประสงค์ ปี 2553 และยังหาคนกระทำผิดมารับผิดชอบไม่ได้ แต่ยังมีการผลิตซ้ำคำว่าชังชาติ ล้มเจ้า และสุดท้ายก็จะเป็นวงจรเดิมคือรัฐประหาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวด้วยว่า การคลี่คลายความขัดแย้งที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก และขอให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลและเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่เป็นอิสระจากกลไกของ คสช. มาขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตั้ง ส.ส.ร. จากนั้นจึงยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายวิโรจน์กล่าวเปรียบเทียบเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 กับเหตุการณ์ทุ่งสังหาร ปี 2553 นายถวิลได้ลุกขึ้นประท้วง ซึ่งนายชวนระบุว่า ได้ทักท้วงไปแล้วว่าไม่ให้กล่าวถึงหน่วยงานในอดีตที่เข้ามาชี้แจงไม่ได้ และถ้าเรื่องที่เขากล่าวถึงไม่ได้เกี่ยวกับโดยตรงก็ไม่จำเป็นต้องชี้แจง แต่นายถวิลยืนยันขอชี้แจง ซึ่งก็ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลลุกขึ้นประท้วง รวมถึง ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย จนนายชวนวินิจฉัยว่า ถ้าเป็นการรื้อฟื้นเรื่องเดิม จะมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น เตือนนายวิโรจน์ไปแล้ว เมื่อกล่าวแล้วก็มีความเห็นไม่ตรงกัน อีกด้านมีสิทธิ์ที่จะชี้แจง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 11.50 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. อภิปรายว่า การชุมนุมที่มีข้อเสนอ 3 ข้อนั้น การเสนออะไรต้องดูที่เจตนา ดังนั้นอย่ามาดัดจริต การเคลื่อนไหวเป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงอะไร เราทราบกันดี ดังนั้นเราต้องวิเคราะห์เกิดจากอะไร มีโลกโซเชียลจาบจ้วงสถาบัน ถึงเวลาแล้ว เอาอำนาจอธิปไตยทางโซเชียลกลับมา รวมทั้งนักการเมืองใช้เรื่องนี้เข้าสู่อำนาจ &amp;nbsp;สร้างมวลชนเป้าหมายไม่ได้ต้องการเป็นนายกฯ แต่มีเป็นอะไรที่มากกว่านั้น ซึ่งไม่รังเกียจคนรุ่นใหม่ วันนี้มีนักการเมืองหยิบยื่นแนวคิดจะมีอนาคตใหม่ แต่อนาคตใหม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การอภิปรายของนายชัยวุฒิ ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลประท้วงทั้งเรื่องการใส่ร้ายและให้ถอนคำพูด แต่นายชวนก็วินิจฉัยว่าสามารถอภิปรายได้ ซึ่งนายชัยวุฒิก็อภิปรายจนจบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เสนอว่า ทางออกที่จะลดความขัดแย้งและความเสี่ยงที่จะเกิดหายนะต่อประเทศ คือทำประชามติถามคนไทยทั่วประเทศก่อนว่าคนไทยจะให้แก้รัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ และถ้าให้แก้ จะให้แก้รายมาตราก็พอ หรือจะให้แก้มาตรา 256 และให้ตั้ง ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะให้แก้หมวด 1, 2 หรือไม่ ถ้าให้แก้จะให้แก้อำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งเมื่อมีผลประชามติออกมา รัฐสภาก็ดำเนินการตามนั้น&amp;nbsp;
ชงล้างโทษ 10 ปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.20 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. อภิปรายว่า ในทุกการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา ไม่มีครั้งไหนจบสวย ส่วนใหญ่จบลงด้วยการรัฐประหาร ไม่มีใครอยากเห็นจุดจบสู่รัฐประหารอีก ซึ่งข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เราต้องจริงจังในการหาวิธีการพูดคุยด้วยเหตุผล เพียงแต่บรรยากาศที่สร้างความหวาดระแวงอาจยังไม่ใช่เวลาที่พูดคุยเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก ส.ว. อภิปรายว่า ต้องยอมรับว่าความขัดแย้ง 10 ปีที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ชัด แม้จะหายไป 5 ปีหลังรัฐประหาร แต่วันนี้กลับมาอีกแล้ว เป็นความขัดแย้งระหว่างรุ่นกับรุ่น ระหว่างใหม่กับเก่า ซึ่งการใช้กฎหมายและอำนาจไปต่อสู้กับความคิดทางการเมืองใช้ยากที่จะจบได้ ถ้าปล่อยไปแบบนี้ประเทศชาติย่อยยับแน่นอน จึงควรใช้หลักเมตตาธรรม ซึ่งคนที่จะทำให้ประเทศปรองดองได้คือ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในสมัยสงครามคอมมิวนิสต์ จบได้เพราะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ออกคำสั่งที่ 66/23 ผมอยากให้นายกฯ ที่เป็นนักการเมืองที่มาจากนักการทหาร เร่งสร้างความปรองดอง ด้วยการล้างโทษของนักโทษทางการเมืองกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จะเป็นจุดหนึ่งที่จะสร้างเมตตาธรรม ช่วยทำให้ประเทศชาติเกิดความสงบขึ้นและความปรองดองได้ และบ้านเมืองก็จะเริ่มเดินหน้าได้ ด้วยนายกฯท่านนี้&amp;rdquo; นายวันชัยกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.50 น. น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท.อภิปรายว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังสงสัยว่าทำผิดอะไรถึงต้องลาออกนั้น เพราะ 1.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักบริหาร แต่คือนักรัฐประหาร 2.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักปรองดอง แต่เป็นนักไล่ล่า แล้วยังกล้าบอกให้ประชาชนถอยคนละก้าว และ 3.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักปฏิรูป แต่เป็นนักปฏิเสธการปฏิรูป เพราะถึงวันนี้ยังไม่มีการปฏิรูปประเทศใดๆ เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นในการประชุม ส.ส.ฝ่ายค้านยังคงเน้นย้ำอภิปราย สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทั้งหลายมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ และเรียกร้องให้ลาออก และเมื่อเวลา 16.03 น. บรรดารัฐมนตรีก็เริ่มใช้สิทธิ์พาดพิงและอภิปราย ซึ่งมีทั้งนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังจากรัฐมนตรีลุกขึ้นชี้แจง นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท. ได้อภิปรายประเด็นการชุมนุมของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา เรียกร้องไม่ให้รัฐบาลใช้ความรุนแรง รวมทั้งอยากให้นายกฯ ลงมารับฟังปัญหาของเด็กๆ ด้วยตัวเอง มีหลายเรื่องอยากพูดและคิดแล้วว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เป็น ส.ส.มาตั้งแต่ปี 2529 รักสภา มิบังอาจที่จะทำอะไรให้สภามีอันเสื่อมเสีย แต่วันนี้คิดไม่ออกว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ไม่อยากให้เด็กๆ ต้องเลือดตกยางออก สิ่งที่เรียกร้องในวันนี้ อาจผิดข้อบังคับการประชุมสภา แต่ต้องทำ ขออนุญาตกรีดเลือดให้ พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่า ตั้งใจจริงๆ และขออนุญาตประธานสภาฯ ให้เป็นตัวอย่างสุดท้ายอย่าให้มีอีก 3 แผลเอาไปเลย พล.อ.ประยุทธ์ ท่านจะเป็นทรราชหรือจะเป็นวีรบุรุษ&amp;nbsp;
อึ้ง!ควักมีดกรีดแขน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนายวิสารพูดจบได้ถอดสูทออกแล้วถกแขนเสื้อ ใช้มีดปอกผลไม้ที่เตรียมมากรีดไปที่ท้องแขนข้างซ้ายของตัวเอง 3 ครั้ง ท่ามกลางความตกใจของสมาชิกที่กำลังรับฟังการอภิปราย ขณะที่นายชวนได้กล่าวว่า ไม่อนุญาตให้กรีดเลือด จากนั้นนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ขึ้นอภิปรายต่อได้ไม่นาน นายสมชาย แสวงการ ส.ว.ใช้สิทธิ์ลุกขึ้นหารือทันทีว่า ขอให้ประธานใช้ข้อบังคับข้อ 5 ให้ประธานพิจารณาว่าจะประชุมต่อหรือจะยุติการชุมนุม &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนชี้แจงว่า การประชุมจะดำเนินต่อ ไม่มีเหตุให้ต้องยุติ ก็พยายามห้ามแล้ว ขอดำเนินการประชุมต่อ จากนั้นนายชวนได้ประสานให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล และส่งตัวนายวิสารไปที่ รพ.วชิรพยาบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ที่นั่งอยู่ในเหตุการณ์​ระบุว่า คาดว่านายวิสารไม่มีเจตนาทำเรื่องที่ขัดระเบียบสภา การกระทำแบบนี้สะท้อนถึงวิกฤติของชาติจริงๆ ถึงต้องตัดสินใจทำแบบนี้ ขอให้มองเป็นความห่วงใยและความตั้งใจจริงของท่าน ส่วนการกระทำอื่นใด ก็ให้เป็นไปตามกฎระเบียบไป
น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรค พท. ซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างนายวิสารพอดี กล่าวว่า เห็นแล้วจะเป็นลม ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ห้ามไม่ทันจริงๆ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นเลย ทั้งนี้ นายวิสารได้พูดคุยตั้งแต่เช้า เล่าว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับ รู้สึกเครียดและเสียใจกับเหตุการณ์ที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม นายวิสารยังกังวลอยู่เลยว่าเลือดกำเดาจะไหลช่วงอภิปรายหรือเปล่าด้วย นอกจากนี้นายวิสารยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า ประกอบกับคิวการอภิปรายก็เลื่อนออกไปเรื่อยๆ จนมาถึงช่วงเย็น โดยในช่วงที่นายวิสารอภิปรายถึงเรื่องที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับเยาวชน นายวิสารก็เริ่มมีอารมณ์จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
ขณะที่นายสิระ​ เจนจาคะ​ ส.ส.กทม.​ พรรค พปชร. กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่​ ส.ส.คนนี้ได้กระทำในที่ประชุมอันทรงเกียรติ และพูดจาให้ร้าย​ พล.อ.ประยุทธ์​ เห็นท่านมาตั้งแต่ปี 2529 วันนี้รู้สึกผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เป็นถึงอดีต รมช.พาณิชย์ วันนี้ท่านได้ทำความเสียหายกับสภาอย่างมาก ไม่คิดว่าผู้หลักผู้ใหญ่ท่านนี้จะพาอาวุธมีดเข้ามาทำเรื่องในห้องประชุมที่มาจากภาษีประชาชน วันนี้เรามาหาทางออกประเทศ​ ไม่ใช่มาก่อความวุ่นวายและทำผิดกฎหมาย ทำให้เหตุการณ์บานปลาย​ การประชุม 2 วันที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย​ แต่​ ส.ส.คนนี้กลับทำผิดกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านต้องการอะไร ต้องการให้ประเทศไปไม่ได้ใช่หรือไม่ ผมไม่สงสาร สมน้ำหน้าด้วยครับ มาเล่นละครอย่างนี้ในห้องประชุมรัฐสภาได้อย่างไร ขอให้ประชาชนเชียงรายที่เลือก​ ส.ส.คนนี้เข้ามา​ ดูไว้ว่าเลือกมาเป็นตัวแทนของท่านได้อย่างไร จากนี้ก็ต้องมาดำเนินคดีกับ​ ส.ส.คนนี้ในข้อหาพกพาอาวุธเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภา&amp;quot; นายสิระ​กล่าว
ปารีณาบี้ลาออก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร. กล่าวว่า ขอให้นายวิสารลาออกจาก ส.ส. เพราะเป็นการกระทำที่ขาดวุฒิภาวะ มีการเตรียมการและมีเจตนาตั้งใจกรีดแขนตัวเอง เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชนที่ทำร้ายร่างกายตัวเองถึงขั้นรุนแรง ทางออกประเทศไม่ได้ใช้ความรุนแรง วันนี้เป็นการอภิปรายพูดคุยกันเพื่อหาทางออกของประเทศ ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายเช่นนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดิฉันขอประณามการกระทำครั้งนี้เป็นการกระทำที่รุนแรง รังเกียจมากๆ กับพฤติกรรมวันนี้ ต้องลาออกเท่านั้น อย่าได้กลับเข้ามาในสภาอีก เป็นการกระทำที่ทำให้ประเทศไทยกับอายขายขี้หน้าไปทั่วโลก และไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว เว้นแต่ถ้าเขาไม่ใช่ลูกผู้ชายก็ไม่ต้องลาออก&amp;quot; น.ส.ปารีณากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรค พท. บุตรสาวนายวิสารกล่าวว่า รู้สึกงงๆ และตกใจ ตอนแรกไม่เชื่อว่าคุณพ่อจะทำอย่างนั้น ปกติคุณพ่อเป็นคนนิ่งๆ แต่ก็ทราบข่าวคุณพ่อได้รับการรักษาแล้ว โดยเย็บแผลรวม 9 เข็ม ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว เห็นจากบาดแผล คุณพ่อน่าจะอึดอัดใจมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดว่าขอให้เป็นเลือดหยดสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในการประชุมสภา นายชวนได้แจ้งความคืบหน้าอาการนายวิสารให้สมาชิกฟังเป็นระยะๆ และระบุว่าจะเดินทางไปเยี่ยมที่ รพ. นำความห่วงใยของ ส.ส.ไปบอกต่อนายวิสาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 19.10 น. นายวิสารเดินทางกลับเข้ามาในสภาพร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขออภัย ตลอดระยะเวลาที่เล่นการเมืองมา ไม่มีครั้งไหนที่กดดัน จึงตั้งใจสื่อสารไปถึงนายกฯ อยากเตือนว่าอย่าไปฟังเสียงอวยอย่างเดียว มันเหมือนกับเป็นกะลาครอบจริงๆ จึงมานึกถึงตัวเองว่าเราควรต้องเรียกร้องอะไรสักอย่าง เพื่อให้ท่านสนใจ และลดตัวเองลง ซึ่งตัดสินใจด้วยตัวเอง แม้แต่ลูกเมียก็ไม่ทราบ &amp;nbsp;และมีดก็ไม่ได้พกเข้าไป แต่ไปยืมมีดปอกผลไม้จากแม่บ้าน เพียงแต่ย้ำว่าขอคมๆ หน่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถือว่า 9 เข็มนี้เป็นบทเรียนที่ไม่อยากให้เด็กๆ ลูกหลานเอาไปเป็นตัวอย่าง เพราะครั้งนี้ถือเป็นการประท้วง และยอมเจ็บตัวคนเดียว อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เห็นเรื่องราวต่างๆ ที่สภาได้สะท้อนความเห็นออกไปเพื่อให้นายกฯ ได้มีสติตัดสินใจแก้ปัญหา&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายวิสารได้โชว์แผลให้สื่อมวลชนดู พร้อมระบุว่าแผลแรกไม่ลึก แผลที่สองเริ่มลึก แผลที่สามพอเห็นก็ตกใจ เพราะแผลเริ่มกว้าง ทั้งหมดเย็บ 9 เข็ม หลังจากนี้ต้องฉีดยากันบาดทะยักอีก 2 เดือน หลังจากนี้ก็จะขึ้นไปที่ห้องประชุมสภาเพื่อให้เพื่อนๆ สบายใจ ขอโทษขอโพย เพราะเดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นคนไม่เคารพสถานที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.20 น. ระหว่างนายวิสารยืนให้สัมภาษณ์กับสื่อมาลชน นายชวนซึ่งกำลังจะเดินทางไปเยี่ยมดูอาการได้เดินลงมาเจอนายวิสารพอดี ทำให้นายชวนยืนฟังนายวิสารให้สัมภาษณ์จนจบ &amp;nbsp;โดยนายวิสารได้เข้ามากราบขออภัยนายชวน ซึ่งนายชวนกล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้ห้ามแล้วว่าไม่ให้ทำ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มีความเป็นห่วง ประชาธิปไตยเราต้องอดทน ปัญหาทั้งหลายต้องอดทนในการแก้ไข กว่าจะไปสู่ความสำเร็จไม่มีอะไรง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 21.23 น. หลังนายสุทิน คลังแสง และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปทั้ง 2 ฝ่ายกล่าวสรุป พล.อ.ประยุทธ์ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า ขอพูดในฐานะนายกฯ และ รมว.กลาโหม หลายอย่างที่ฟังในสภา โดยเฉพาะผู้ไม่เห็นชอบ มักโจมตีไม่เคยเปลี่ยนแปลง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการทำงานแบบของท่าน ก็รับได้ ยิ้มไปเรื่อย &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่กล่าวหาลาออกล้มเหลว หากย้อนไปปี 2549 และปี 2557 มีใครออกหรือเปล่า แล้วคนเหล่านั้นตอนนี้อยู่ที่ไหน การชุมนุมนั้น ตนเองรักเด็ก เพราะเป็นพลังแผ่นดินในวันข้างหน้า แต่ควรชี้นำให้ถูกต้อง ยอมรับฟัง เพราะมีทั้งทำได้และทำไม่ได้ ไม่อยากให้ฟังฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทุกอย่างมีที่มาที่ไปทั้งสิ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะ รมว.กลาโหม มีการติดตามข่าวในโซเชียล พบว่ามีการแพร่ข้อความในโทรศัพท์ มีคนโพสต์ครั้งแรก 200 คน และเพิ่มเป็น 5 หมื่นคนในแอคเคาต์เดิม ซึ่งมีเครือข่ายหรือเปล่าก็ขอให้ช่วยกันดูด้วย เป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้&amp;quot; นายกฯ กล่าวก่อนขอบคุณสมาชิก และว่า จะนำแนวทางปฏิบัติให้เกิดความเป็นจริง ส่วนที่เป็นคำเตือนจะรับไว้พิจารณา เพราะเราต้องดูแลคน 60 ล้านคน ไม่ใช่ดูแลเฉพาะกลุ่ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การชุมนุมผมไม่โทษเขา แต่ผมโทษว่ามีอะไรหรือเปล่าผมไม่ทราบ ใครรู้ก็บอกผม แต่สิ่งเหล่านี้จะกระทบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้นในช่วงปลายปี รวมทั้งยังส่งไปยังความแตกแยกในสถาบันครอบครัว คนรุ่นเก่าคนรุ่นใหม่ เราเคยมีครอบครัวเดียวกัน ไม่อยากให้ลืม โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ที่มีการนำความคิดไปปรุงแต่ง ไม่คุ้มครับในการนำข้อมูลในประเทศไปแพร่ในต่างประเทศ ซึ่งก็รู้ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีเบื้องหลัง เหตุการณ์ไม่เคยปรากฏในสภามาก่อน ให้ไปติดตาม&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า การแสดงความคิดเห็นต้องไม่ไปลิดรอนความคิดของคนอื่น ทั้งเรื่องจารีตค่านิยม ความเชื่อ และต้องคำนึงคนส่วนใหญ่ เป็นหลักตามหลักประชาธิปไตย ส่วนการเจรจากับผู้ชุมนุมนั้น ก็ต้องไปหาว่าใครเป็นแกนนำ และหากไม่สามารถพิสูจน์ว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ ก็ขอสงวนสิทธิ์ แล้วก็จะขอดูว่าจะจบง่ายหรือไม่ง่าย เพราะไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง แต่ไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีปัญหา ไม่ละทิ้งหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง จะแก้ไขปัญหาที่ยังมีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การได้ชัยชนะท่ามกลางซากปรักหักพัง คุ้มค่าไหม ไม่คุ้มค่า เพราะจะไม่เหลือแม้แต่น้อย สงสารเยาวชนมาประท้วงบางหรือเปล่า ผมยืนยันจะทำหน้าที่จนกว่าไม่มีโอกาสได้ทำ ตอบชัดไหมครับ อย่าทำอะไรให้เกิดความเสียหายกับชาติบ้านเมือง อย่าเอาต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องในประเทศ เพราะเรามีอธิปไตยเป็นของตัวเอง ขอเตือนเอาไว้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81996</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ถวิล เปลี่ยนศรี, นพ.ระวี มาศฉมาดล, ปารีณา ไกรคุปต์, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, วันชัย สอนศิริ, วิษณุ เครืองาม, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f9839bf24ab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 23:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.เพื่อไทย&#039; เล่าวินาทีระทึก &#039;วิสาร&#039; กรีดแขนกลางสภา​ เจ็บใจตัวเองกระโดดห้ามไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63 -&amp;nbsp;นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กรีดข้อมือตัวเองกลางสภาว่า ตนเองเป็นคนที่นั่งอยู่ในเหตุการณ์​ เบื้องต้นขอแสดงความห่วงใย คาดว่านายวิสารไม่มีเจตนาทำเรื่องที่ขัดระเบียบสภา ซึ่งต้องให้เกียรติในตัวนายวิสาร เพราะการกระทำแบบนี้สะท้อนถึงวิกฤตของชาติจริงๆ ถึงต้องตัดสินใจทำแบบนี้ ขอให้มองเป็นความห่วงใยและความตั้งใจจริงของท่าน ส่วนการกระทำอื่นใดก็ให้เป็นไปตามกฎระเบียบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่ท่านต้องการสื่อคือบาดแผล รอยเจ็บช้ำของประเทศไทยในปัจจุบัน หวังว่าท่านอยู่ในมือหมอแล้ว เหตุการณ์คงไม่เป็นอะไร ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นหลังจากท่านอภิปรายเสร็จ ที่ผมนั่งอยู่ข้างๆ เห็นว่าวันนี้ท่านตั้งใจอภิปรายเป็นอย่างมาก เมื่ออภิปรายแล้วก็เป็นเสี้ยววินาทีจริงๆ เป็นจังหวะที่ถอดสูทพับแขนเสื้อแล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นรวดเร็วมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักรพล กล่าวว่า ตนเองในฐานะอยู่ในเหตุการณ์และอยู่ใกล้มากนั้นยังแอบโทษตัวเองที่น่าจะกระโดดคว้าแขนไว้ได้ อาจทำให้แผลที่สองที่สามคงไม่เกิด แต่ทราบว่าแผลแรกมีความลึกมาก ทั้งนี้​ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี และอยากให้เหตุการณ์นี้เป็นความรู้สึกของประเทศชาติที่ต้องแบกรับร่วมกัน บาดแผลนี้ไม่ใช่แค่เกิดขึ้นในสภาหรือแค่ช่วงการอภิปราย แต่ขอให้อย่าเป็นแผลเป็น ขอให้ตกสะเก็ดและหายไปเร็วที่สุด ส่วนมีดที่พกมานั้นไม่มีใครทราบว่าพกเข้ามาในสภาได้อย่างไร แต่ทราบเพียงว่าเป็นมีดปอกผลไม้ที่พบในกระเป๋าของนายวิสาร ซึ่งส่วนตัวห่วงใยบาดแผลทั้งที่ตัวและใจในฐานะเพื่อนสมาชิก.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;สิระ&amp;#39; จวก​ &amp;#39;วิสาร&amp;#39; กรีดแขนเล่นละคร​ ไม่สงสาร​แต่สมน้ำหน้า​ เล็งเอาผิดพกมีดเข้าประชุมทำสภาเสื่อม
	&amp;#39;ปารีณา&amp;#39; สุดทนประณาม ส.ส.กรีดเลือด สร้างความอับอายให้ประเทศ ตะเพิดลาออกพ้นสส.
	&amp;#39;วิสาระดี&amp;#39; ช็อก! พ่อกรีดแขนกลางสภา เย็บ 9 เข็มปลอดภัยแล้ว เชื่ออึดอัดใจมากจริงๆ
	&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; แฉจัดฉากช็อตเด็ด เลือดตกยางออก หวังแพร่ไปเวทีโลก!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81975</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรีดเลือด, กรีดแขนกลางสภา, จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, วิสาร เตชะธีราวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f980c9f479f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ยืม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควันหลงแห่งความดีใจ ปลื้มใจ สุขใจ ไม่จางหายไปง่ายๆ&amp;nbsp; ปรากฏการณ์เดอะค็อปทั่วโลกแสดงออกมาเหมือนๆ กัน วาระ หงส์แดง ลิเวอร์พูล อดทนรอคอยการเป็นแชมป์มานานถึง 30 ปี ที่ผ่านมา หากได้ยินคำว่า ว่าว วืด ลื่น ล้ม ชวนทำให้หงุดหงิดนักแล ในเมื่อได้แชมป์พรีเมียร์ลีก จะไม่ให้ยินดีปรีดากันได้อย่างไร นี่ถ้าไม่ติดภาวะโควิด-19 คงจะระเบิดเถิดเทิงยิ่งกว่านี้เป็นแน่แท้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในแวดวงคนการเมือง นักการเมือง เอาเฉพาะในพรรคเพื่อไทย เท่าที่พอรู้ แฟนเดอะค็อปตัวยงมีทั้ง ป๋าวัน-วัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. ที่เอาจริงเอาจัง มีแนวคิดจะเอารถคันโตมาแห่ย่านฝั่งธน สุดท้ายต้องพับแผนลงไป เสี่ยนพ-นพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ที่เคยตามติดไปให้กำลังใจถึงแอนฟิลด์ เสี่ยเจียง-คุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ ไม่ได้น้อยหน้าคนอื่นๆ คอยให้กำลังใจแทบทุกนัด เมื่อเป็นแชมป์ทั้งที เลยต้องพิเศษใส่ไข่กว่าคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดอะท็อป-จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ เด็กผีตัวยง-แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งลุ้น ทั้งเชียร์มานาน แต่พอมาปีนี้ ผลงานไม่ค่อยดีนัก เลยต้องสงบเสงี่ยม เสียงดังมากไม่ได้ เพื่อความสุข เพื่อนพ้องน้องพี่ในพรรคเพื่อไทย ถึงกับนำถ้วยพรีเมียร์ลีกจำลอง มาให้เด็กหงส์ได้เชยชมกันเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้ทำเอา ป๋าวัน ถึงกับถอดสูท ชูถ้วยพร้อมเปล่งเสียง เย้ๆ ดีใจ ได้อย่างสุดเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดอะท็อป เด็กผี ได้แต่มองตาปริบๆ พลางบ่นตามมาเล็กๆ &amp;quot;แค่เอามาให้ยืม ไม่ได้ให้เลย&amp;quot; ถอดรหัสแปลความได้ว่า ถ้วยแชมป์นี้ แค่ให้เด็กหงส์มายืมแสดงความดีใจเท่านั้น ไม่ใช่ให้เลย เพราะปีหน้าเด็กผีจะขอคืนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะสุขสมหวังหรือเปล่า ต้องไปไปลุ้นกันยาวๆ ฤดูกาลหน้า หงส์ ผี ไก่ สิงห์ หรือทีมอื่นใด จะเข้าวิน ยังไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆ กลุ่มก๊วนคนรุ่นใหม่เพื่อไทย ถึงจะเชียร์คนละทีม เยาะกันบ้างเล็กๆ แต่ก็กลมเกลียว เหนียวแน่น ตามประสาคนค่ายเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;ม้าไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71557</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, ม้าไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440014a98e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เพื่อไทย แนะรัฐบาลพาไทยชิงการนำด้านท่องเที่ยวอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ภายหลังการพิจารณาพระราชกำหนดกู้เงิน จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท ผ่านความชอบจากสภาผู้แทนราษฎร อยากให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยเฉพาะภาคการลงทุน การค้า และภาคการท่องเที่ยว เพราะในช่วงวิกฤติที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรง &amp;nbsp;เนื่องมาจากนักท่องเที่ยวหดหาย รายได้ที่มาจากนักท่องเที่ยวนั้นลดลงตามไปด้วย กระทบกับการค้าขายของผู้ประกอบการ ทั้งนี้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;คาดการณ์ว่า รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2563 จะอยู่ที่ &amp;nbsp;343,130 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 38.4 &amp;nbsp;จากปี 2562 &amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลควรเตรียมมาตรการ ด้านเศรษฐกิจไว้ล่วงหน้า และเร่งเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการด้านต่าง ๆ อย่างเร่งด่วนให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ซึ่งจะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้เร็ว หลังสถานการณ์ระบาดผ่านพ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักรพลกล่าวว่า รัฐต้องเร่งสร้างความแข็งแรงจากภายใน พร้อมผลักดันให้ ประเทศไทย &amp;nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอัจฉริยะให้จงได้ &amp;nbsp;นอกจากนี้ควรเร่งพัฒนาและสร้างมาตรฐาน การดูแลด้านสาธารณะสุข โดยการจับมือกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งประเทศในภูมิภาคอาเซียนเพื่อพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยว ทั้งการป้องกันระวังเรื่องโรคระบาด การร่วมกันคัดกรองนักท่องเที่ยว ทั้งจากประเทศต้นทาง และปลายทางเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาประเทศไทยสูญเสียโอกาสไปมากแล้ว พร้อมกันนั้นรัฐต้องช่วงชิง ความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยสร้างเส้นทางการท่องเที่ยว &amp;nbsp;เชื่อมต่อไปทั้งภูมิภาคและทั่วโลก หากรัฐบาลเร่งสร้างความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยว จะส่งผลให้การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวหลายแสนล้านอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายจักรพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67537</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed49c6895506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กบิล55ส.ส.ฝ่ายค้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ้นสื่อลามถึงสภาสูง &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; อ้างอาจมี 21 ส.ว.เข้าข่ายถือหุ้นอันมีลักษณะต้องห้าม ร้อง กกต.จันทร์นี้ รัฐบาล-ฝ่ายค้านสู้กันมันหยด หมัดต่อหมัด พปชร.พบ 55 ส.ส.ปีก 7 พรรคฝ่ายค้านถือหุ้นกิจการสื่อ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ติดโผ ส่งเรื่องให้ &amp;quot;ชวน&amp;quot; ส่งต่อศาล รธน.สัปดาห์นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีกรณี 27 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถูกร้องถือครองหุ้นและเป็นเจ้าของกิจการสื่อ เปิดเผยว่า สำหรับการต่อสู้คดีในส่วนของ 27 ส.ส.พรรค พปชร.ที่ทางพรรคได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญไปก่อนหน้านี้ เพื่อขอให้ศาลมีมติคุ้มครองชั่วคราวนั้น เพราะต้องการขอให้ศาลมีการไต่สวนพยานหลักฐาน ก่อนจะรับไว้พิจารณาหรือมีคำสั่งวินิจฉัย ซึ่งศาลอาจจะไม่มีการไต่สวนก็ได้ แต่เราเพียงขอโอกาสชี้แจง ส่วนกรณีที่พรรค พปชร.จะยื่นให้ตรวจสอบการถือหุ้นสื่อมวลชนของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งรายชื่อที่เข้าข่ายมาแล้วมากกว่า 30 รายชื่อ เพื่อให้ตรวจสอบในรายละเอียด พร้อมจัดทำคำร้องให้ถูกต้อง ไม่ให้ตกม้าตายเหมือนพรรคอนาคตใหม่ ที่ยื่นให้มีการตรวจสอบ ส.ส.พรรค พปชร.ผิดช่องทาง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ระหว่างการประชุมสภา จะสามารถยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐแจ้งถึงความคืบหน้าการรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ฝั่ง 7 พรรคการเมือง ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ เพื่อยื่นให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก่อนยื่นเรื่องให้ศาลพิจารณากรณีถือหุ้นสื่อนั้น จะดำเนินการให้เสร็จในสัปดาห์นี้ โดยล่าสุดอยู่ที่จำนวน 55 คน เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ระบุว่ามี 20-30 คน โดยปรากฏว่าในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ มี 33 คนที่อยู่ในข่าย อาทิ พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อในข่ายประมาณ 10 คน อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่, นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง, &amp;nbsp;นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์, นางอาภรณ์ สาราคำ ส.ส.อุดรธานี, นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก และนายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อชาติ จำนวน 4 คน ได้แก่ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนางลินดา เชิดชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคเสรีรวมไทย จำนวน 4 คน อาทิ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ส่วนพรรคประชาชาติ 2 คน ได้แก่ นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.ยะลา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ขณะที่พรรคเศรษฐกิจใหม่และพรรคพลังปวงชนไทย มีพรรคละ 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานระบุเพิ่มเติมว่า ทีมงานของ พปชร.ได้ตรวจสอบพบว่า นอกจาก 33 คนของพรรคอนาคตใหม่ที่อยู่ในข่ายนั้น ปรากฏว่ามีอีกประมาณ 10 คน มีการดำเนินการแก้ไขวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการ จึงเป็นเหตุให้ควรเชื่อได้ว่าบุคคลเหล่านี้ถือหุ้นและประกอบกิจการสื่ออย่างชัดเจนหรือไม่ ซึ่งต้องดูว่าจะมีการตรวจสอบย้อนหลังต่อไป ทั้งนี้ สำหรับการยื่นให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะเป็นหน้าที่ของนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ฝ่ายเพื่อไทยก็มีการเคลื่อนไหวเช่นกัน โดยที่ สภ.เมืองสกลนคร อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย หอบเอกสารหลักฐานหนังสือคำให้การต่อ กกต.ในกรณีถือหุ้นสื่อ และหลักฐานการจดแจ้งยกเลิกบริษัท มติไท จำกัด ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ เล่มที่ 10759 เลขที่ 537914 ลงวันที่ 7 ก.ค.2547 พร้อมคำร้องทุกข์ เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สมจิตร เบ็ญเจิด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ร้อยเอกทรงกลด ชื่นชูผล หรือ &amp;ldquo;ผู้กองปูเค็ม&amp;rdquo; ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแจ้งข้อความแก่เจ้าหน้าที่พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยมกล่าวว่า จากการเข้าแจ้งความครั้งนี้เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีความผิดในการถือหุ้นสื่อ บริษัท มติไท จำกัด และการหาหลักฐานมาใส่ร้ายตนเอาแต่หลักฐานจดแจ้งแต่ไม่เอาหลักฐานจดยกเลิก &amp;nbsp;จึงมีเจตนากลั่นแกล้งหวังผลทางการเมือง เรื่องนี้ตนได้เข้าชี้แจงต่อ กกต.แล้วตั้งแต่วันที่ 6 &amp;nbsp;มิถุนายนที่ผ่านมา กกต.มีมติยุติการไต่สวนตามที่ชี้แจง ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลเสียหายอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ก็ผู้กองปูเค็มก็นำเรื่องดังกล่าวไปลงในสื่อโซเชียล และล่าสุดนายทศพล ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ นำรายชื่อในฝั่งของ 7 พรรคการเมือง ประมาณ 30 คน ไปยื่นถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา โดยมีชื่อตนเองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งตนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ได้รับโทษทางอาญา ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น จึงทำให้ได้รับความเสียหาย อับอาย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะอภิปรายเพื่อให้ที่ประชุมสภาได้รับทราบต่อไป&amp;quot; ส.ส.เพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าของสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่ง พบว่า มี 21 รายที่อาจเข้าข่ายต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ เพราะการเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ อันเข้าลักษณะต้องห้ามตามความในรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (4) ประกอบมาตรา 108 (ข.) และมาตรา 98 (3) หรือไม่ เพราะเมื่อพิจารณาตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 8475/2561 และตามข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ 10/2562 มีเหตุที่ต้องขอให้ กกต.รีบส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยและขอให้ศาลสั่งให้ ส.ว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยตามแนวทางที่ กกต.ใช้กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาแล้ว ดังนั้นจากข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ จะไปยื่นหนังสือให้ กกต.ตรวจสอบเรื่องนี้ว่า ส.ว. 21 รายดังกล่าวจะเข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นสื่อและต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เหมือนนายธนาธรหรือไม่ ในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ เวลา 11.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39264</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, ทศพล เพ็งส้ม, นิยม ช่างพินิจ, นิยม เวชกามา, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาภรณ์ สาราคำ, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, โกศล ปัทมะ, ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190623/image_big_5d0f86cd83196.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
