<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กเอ็กโกดับสลด ใบพัดเรือฟันหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จัดการใหญ่บริษัทผลิตไฟฟ้าเอ็กโก กรุ๊ป เสียชีวิตกะทันหัน เล่นเจ็ตสกีในแม่น้ำเจ้าพระยากับเพื่อนๆ แล้วชนกับสปีดโบ๊ต ถูกใบพัดฟันที่กลางหลังและขาซ้าย สุดที่แพทย์จะยื้อชีวิต รองอธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ บาดเจ็บสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ นายกัมปนาท&amp;nbsp;บำรุงกิจ&amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;สายงานกลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ผลิตไฟฟ้าจำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือเอ็กโก&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;ขอเรียนให้ทราบว่า&amp;nbsp;นายจักษ์กริช&amp;nbsp;พิบูลย์ไพโรจน์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;เอ็กโก&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;ได้ถึงแก่กรรมด้วยอุบัติเหตุทางน้ำ&amp;nbsp;โดยคณะกรรมการบริษัทจะดำเนินการพิจารณาแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อดำรงตำแหน่งที่ว่างลงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุทางน้ำ มีผู้เล่นเจ็ตสกีแล้วเกิดชนกับเรือสปีดโบ๊ต ถูกใบพัดฟันเข้ากลางหลัง ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และกู้ชีพโรงพยาบาลปทุมธานี เร่งให้การช่วยเหลือนายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ อายุ 59 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี และนายบดินทร์ รัศมีเทศ อายุ 54 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส เป็นการเร่งด่วน หลังจากผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคน พร้อมกับเพื่อนๆ ประมาณ 4-5 คน ได้ลงไปเล่นเจ็ตสกีภายในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้เคียงสะพานปทุมธานี 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี และเกิดอุบัติเหตุ ทำให้คนเล่นเจ็ตสกีเสียหลักและชนกับเรือสปีดโบ๊ตอย่างจัง ร่างของนายจักษ์กริชไปติดที่บริเวณด้านท้ายเรือสปีดโบ๊ต แล้วใบพัดเรือฟันบริเวณกลางหลังและขาซ้ายจนเกือบขาด จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบัติเหตุดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมชันสูตรพลิกศพพร้อมกับแพทย์เวร และบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ อายุ 59 ปี นั้น เดิมอยู่บ้านเลขที่ 155/3 ซอยติวานนท์ 3 ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนท์ จังหวัดนนทบุรี เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) อาคารเอ็กโก แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ส่วน รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/122 ซอยแจ้งวัฒนะ 14 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางญาติได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพนำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอสก่อนหน้านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57975</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์, บดินทร์ รัศมีเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e527d9b9114b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เอ็กโกโชว์9 เดือนโกยรายได้กว่า 8พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เอ็กโก กรุ๊ปโชว์ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกกวาดรายได้กว่า 8,000ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เผยยังคงเติบโตและมีความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ &amp;nbsp; ในธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย. 62- นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ผลการดำเนินงานในช่วง &amp;nbsp;9 เดือนแรกของปี 2562 เติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามแผนงาน โดยมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ &amp;nbsp; ก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และการรับรู้รายได้แบบสัญญาเช่า จำนวน 8,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวน 1,060 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ของปี 2562 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 บริษัทฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีกำไรก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และการรับรู้รายได้แบบสัญญาเช่า จำนวน 2,564 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จำนวน 15 ล้านบาท&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2562 จนถึงปัจจุบัน เอ็กโก กรุ๊ป มีความก้าวหน้าในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูรา ประเทศฟิลิปปินส์ ได้เริ่มเดินเครื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 และโรงไฟฟ้าไซยะบุรี สปป.ลาว ได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ซึ่งโรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูราเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 และโรงไฟฟ้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไซยะบุรีจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป สำหรับความสำเร็จด้านการลงทุนใหม่ เอ็กโก กรุ๊ป &amp;nbsp; ได้ลงทุนสัดส่วนร้อยละ 44.6 ในบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เพื่อดำเนินโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้ลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาจัดหาเงินกู้ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 2563 ในขณะที่ การก่อสร้างมีความก้าวหน้า ประมาณร้อยละ 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน เอ็กโก กรุ๊ป มีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง &amp;ldquo;กังดง&amp;rdquo; ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4 ปี 2563 และโรงไฟฟ้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พลังงานน้ำ &amp;ldquo;น้ำเทิน 1&amp;rdquo; ใน สปป.ลาว ซึ่งคาดว่าจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปี 2565 นอกจากนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีโครงการที่เป็นธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจให้บริการขนส่งน้ำมันโดยระบบขนส่งทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 4 ปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ล่าสุด เอ็กโก กรุ๊ป ยังได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้เป็น 1 ใน 98 บริษัท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จดทะเบียน ที่อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2562 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในประเภทกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร สะท้อนให้เห็นว่าเอ็กโก กรุ๊ป ตระหนักและให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสร้างการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการใส่ใจดูแลชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environment, Social and Governance - ESG)&amp;rdquo; นายจักษ์กริช กล่าวสรุป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50186</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำจัดขยะด้วยโรงไฟฟ้า, จักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์, ฟิลิปปินส์, เอ็กโก, โรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcba0e714d71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษวาตภัยสูญ5พันล้าน ก๊าซ-น้ำมัน-ไฟฟ้าไม่ขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม.หอการค้าไทยคาด &amp;quot;ปาบึก&amp;quot; พัดเศรษฐกิจเสียหาย 3-5 พันล้านบาท พาณิชย์เตรียม ประสานร้านวัสดุก่อสร้างลดราคาช่วยผู้ประสบภัย &amp;nbsp;กระทรวงพลังงานยันก๊าซ ไฟฟ้า น้ำมัน เตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 ม.ค. นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ได้ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึกในพื้นที่ภาคใต้ของไทยอย่างไม่เป็นทางการ โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 3,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจของภาคใต้ในช่วงสั้นๆ และเหตุการณ์ไม่ยืดเยื้อ เช่น ผลจากการหยุดให้บริการของสายการบินชั่วคราว, การเลื่อนการจองที่พัก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นมองว่าผลกระทบจะอยู่ในช่วง 3-5 วัน โดยอาจจะมีผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน โรงแรม ผลกระทบจากการใช้จ่ายประจำวัน รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจของภาคใต้ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้&amp;quot; นายธนวรรธน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการสินค้าวัสดุก่อสร้างให้ช่วยลดราคาพิเศษให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งอาจจะต้องซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยหลังพายุผ่านพ้นไปแล้ว เพื่อลดภาระของผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ประสบภัยเป็นแม่งานประสานกับกรมการค้าภายใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ ให้เพิ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าไปในพื้นที่ให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ที่ต้องการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เนื่องจากบางพื้นที่มีปัญหาสินค้าขาดแคลนจริง ขณะเดียวกันจะเร่งส่งรถเคลื่อนที่เฉพาะกิจเข้าไปจำหน่ายสินค้าให้กับประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงพาณิชย์เตรียมช่วยเหลือผู้ประสบภัยภายหลังพายุผ่านพ้นไปแล้ว เช่น ชุมชนที่ประสบภัยใดผลิตสินค้าแล้วยังขายไม่ได้ เพราะผลกระทบจากพายุ ก็ให้เอามาขาย โดยกระทรวงจะช่วยจัดมหกรรมขายสินค้าของชุมชนซับน้ำตาผู้ประสบภัย และอาจจะนำมาขายนอกพื้นที่เพื่อให้คนไทยช่วยกันซื้อด้วย
ธ.ก.ส.เตรียมช่วยเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ตั้งศูนย์บัญชาการกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน และตอนล่าง เพื่อเกาะติดผลกระทบพายุปาบึก และเฝ้าติดตามสถานการณ์จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับกระทบเพื่อนำมาประเมินออกเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เบื้องต้น ธ.ก.ส.เตรียมมาตรการรองรับ 2 ส่วน ได้แก่ มาตรการรองรับลูกค้าของธนาคารซึ่งยังไม่ประเมินว่ามีกี่รายได้ เพราะต้องรอดูสถานการณ์ในช่วง 2-3 วันนี้ก่อน โดยมาตรการที่จะนำมาใช้จะเป็นมาตรการเดียวกับมาตรการช่วยเกษตรกรลูกค้าที่ประสบภัยธรรมชาติ ซึ่งที่ทั้งมาตรการพักหนี้ ยืดระยะเวลาชำระหนี้ และมาตรการดูแลเรื่องทรัพย์สินของธนาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องรอดูสถานการณ์ในช่วงนี้ก่อนว่าจะออกมาแบบไหน ได้รับผลกระทบในวงกว้างหรือไม่ ซึ่ง ธนาคารได้ตั้งศูนย์บัญชาการเกาะติดสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด&amp;quot; นายสมเกียรติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กระทรวงพลังงานรายงานความคืบหน้าสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) ต่อการผลิตปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทย ขณะนี้พายุได้เคลื่อนตัวผ่านบริเวณแท่นผลิตปิโตรเลียมโดยไม่ได้สร้างความเสียหาย ซึ่งถือว่าผ่านช่วงที่วิกฤติที่สุดต่อการผลิตปิโตรเลียมไปแล้ว และได้ส่งพนักงานเข้าไปสำรวจเพื่อเตรียมการผลิต ส่วนความคืบหน้าการติดตามและบริหารสถานการณ์พลังงานมีรายละเอียด ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการผลิตก๊าซธรรมชาติ การผลิตจากอ่าวไทย พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) และจากสหภาพเมียนมา อยู่ที่ระดับประมาณ 2,725 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าระดับการผลิตตามปกติ โดยได้มีการบริหารจัดการด้วยการส่ง LNG เข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 1,400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และลดการส่งไปในภาคปิโตรเคมี ทำให้สามารถจัดสรรก๊าซฯ ไปยังภาคไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรมและ NGV ได้ตามแผน และมีปริมาณก๊าซฯ เพียงพอที่จะรองรับสถานการณ์จนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ บริษัทผู้ประกอบกิจการปิโตรเลียมมีแผนที่จะส่งพนักงานเข้าไปสำรวจสภาพแท่นและความพร้อมของอุปกรณ์ และจะเคลื่อนย้ายพนักงานบางส่วนกลับเข้าไปทำงานนอกชายฝั่งตั้งแต่วันนี้ และมีแผนที่จะเริ่มการผลิตตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม และคาดว่าจะทยอยกลับมาผลิตได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม เป็นต้นไป
เช็กความพร้อมพลังงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินดูแลระบบไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้า สถานีส่งและระบบส่งไฟฟ้า โดยเฉพาะการเฝ้าระวังระดับน้ำ &amp;nbsp; ที่ท่วมในพื้นที่ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานีส่งไฟฟ้า และมีมาตรการรองรับกรณีระดับน้ำสูงไว้แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซหุงต้ม ประชาชนได้รับทราบว่ามีการจัดเตรียมน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการใช้ ทำให้ไม่เกิดความตระหนกและกักตุนน้ำมันและก๊าซหุงต้ม รวมถึงผู้ค้าน้ำมันได้มีการจัดส่งน้ำมันอย่างเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้จัดเตรียมถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ถุง และกลุ่มบริษัท ปตท.ได้จัดส่งถุงยังชีพ จำนวน 2,000 ถุง ซึ่งจัดส่งถึงพื้นที่ภาคใต้เรียบร้อยแล้ว และจะจัดส่งเพิ่มเติมอีก 4,000 ชุด ลงไปในพื้นที่อีกภายในวันที่ 5 มกราคมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานในสังกัดยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด หรือโรงไฟฟ้าขนอม ในกลุ่มเอ็กโก เปิดเผยว่า ทางเอ็กโกได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และได้เตรียมความพร้อม ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า ปัจจุบันโรงไฟฟ้าขนอมยังสามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ และได้ประสานงานกับ ปตท.และ กฟผ.อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ทั้งนี้ ปตท.ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่โรงไฟฟ้าขนอม ยืนยันว่าสามารถจ่ายก๊าซฯ ให้โรงไฟฟ้าขนอมได้อย่างต่อเนื่อง หาก ปตท.ไม่สามารถจ่ายก๊าซฯ ได้ &amp;nbsp;โรงไฟฟ้าขนอมได้เตรียมน้ำมันสำรองสำหรับเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งใช้ผลิตไฟฟ้าได้ 3.5 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับอุทกภัย &amp;nbsp;โรงไฟฟ้าขนอมเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์วาตภัยและอุทกภัย ตั้งแต่การออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้า &amp;nbsp;โดยพื้นโรงไฟฟ้าอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3 เมตร, สภาพภูมิประเทศของโรงไฟฟ้าขนอมมีภูเขากั้นสองด้าน ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันพายุให้แก่โรงไฟฟ้า, หากฝนตกหนักและน้ำท่วมบริเวณรอบโรงไฟฟ้าและที่พักของผู้ปฏิบัติงาน โรงไฟฟ้าขนอมได้เตรียมเครื่องมือ เครื่องจักร และบุคลากร สำหรับการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลงสู่ทะเล และจัดการกับขยะมูลฝอยที่มากับน้ำ พร้อมทั้งเตรียมการอพยพผู้ปฏิบัติงานจากที่พักไปยังอาคารสำนักงานโรงไฟฟ้า ประสานกับศูนย์อพยพของอำเภอ เพื่อช่วยเหลือชุมชนบริเวณรอบโรงไฟฟ้า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าขนอมได้เตรียมพร้อมแผนฉุกเฉินตามมาตรฐานสากลทั้งเชิงรุกและเชิงรับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25788</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์, ม.หอการค้าไทย, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สมเกียรติ กิมาวหา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f7969a9e6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็กโก เฝ้าระวังพายุปาบึก 24ชั่วโมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเอ็กโก ได้ติดตามสถานการณ์ปาบึกอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานงานกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 ม.ค.62 - นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด หรือโรงไฟฟ้าขนอม ในกลุ่มเอ็กโก &amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากรายงานพยากรณ์อากาศนอกชายฝั่งเกี่ยวกับสถานการณ์พายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; (PABUK) ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณอ่าวไทย และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันที่ 4 มกราคม 2562 และจะส่งผลกระทบต่อภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 4-5 มกราคม 2562 ซึ่งจะทำให้ฝนตกหนักหลายพื้นที่ รวมถึงในจังหวัดนครศรีธรรมราช &amp;nbsp; ทางเอ็กโก ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และได้เตรียมความพร้อม ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
1.การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า ปัจจุบันโรงไฟฟ้าขนอมยังสามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ และได้ประสานงานกับ ปตท. และ กฟผ. &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ทั้งนี้ ปตท. ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่โรงไฟฟ้าขนอม ยืนยันว่าสามารถจ่ายก๊าซฯ ให้โรงไฟฟ้าขนอมได้อย่างต่อเนื่อง หาก ปตท. ไม่สามารถจ่ายก๊าซฯ ได้ &amp;nbsp;โรงไฟฟ้าขนอมได้เตรียมน้ำมันสำรองสำหรับเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งใช้ผลิตไฟฟ้าได้ 3.5 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับอุทกภัย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงไฟฟ้าขนอมเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์วาตภัยและอุทกภัย ตั้งแต่การออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้า &amp;nbsp;โดยพื้นโรงไฟฟ้าอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3 เมตร ,สภาพภูมิประเทศของโรงไฟฟ้าขนอม มีภูเขากั้นสองด้าน ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันพายุให้แก่โรงไฟฟ้า,หากฝนตกหนักและน้ำท่วมบริเวณรอบโรงไฟฟ้าและที่พักของผู้ปฏิบัติงาน โรงไฟฟ้าขนอมได้เตรียมเครื่องมือ เครื่องจักร และบุคลากร สำหรับการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลงสู่ทะเล และจัดการกับขยะมูลฝอยที่มากับน้ำ พร้อมทั้งเตรียมการอพยพผู้ปฏิบัติงานจากที่พักไปยังอาคารสำนักงานโรงไฟฟ้า c]tประสานกับศูนย์อพยพของอำเภอ เพื่อช่วยเหลือชุมชนบริเวณรอบโรงไฟฟ้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าขนอมได้เตรียมพร้อมแผนฉุกเฉินตามมาตรฐานสากลทั้งเชิงรุกและเชิงรับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25765</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์, ผลิตไฟฟ้าขนอม, พายุโซนร้อน &quot;ปาบึก&quot;, เอ็กโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f1a398950e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็กโกโชว์กำไรทะลุ 1.1 หมื่นล้าน ลุยขยายธุรกิจไฟฟ้าตปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ็กโกโชว์กำไรปี 60 ทะยานถึง 11,818 ล้านบาท &amp;nbsp;โตกว่า 42% จากปีก่อน รับอานิสงค์การดำเนินงานดี เล็งปันผลครึ่งปีหลัง 3.50 บาท พร้อมเตรียมงบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาทขยายการลงทุนธุรกิจไฟฟ้าต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค. 2561 - นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยผลประกอบการของปี 2560 ว่าดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยสามารถทำกำไรสุทธิได้ 11,818 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จำนวน 3,497 ล้านบาท หรือคิดเป็น 42% ที่ทำได้ 8,321 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลมาจากการบริหารโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์(ซีโอดี)ได้ตาม อาทิโรงไฟฟ้าคลองหลวง จ.ปทุมธานี และโรงไฟฟ้าบ้านโป่ง จ.ราชบุรีกำหนด รวมถึงการขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า และการขายสินทรัพย์ในบริษัท มาซินลอค พาวเวอร์ พาร์ทเนอร์ จำกัด ที่ถือหุ้นอยู่ 49% ซึ่งทำให้รับรู้รายได้ประมาณ 27,660 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ให้จ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2560 ในอัตราหุ้นละ 3.50 บาท ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ เท่ากับบริษัทฯ จ่ายเงินปันผลตลอดปี 2560 ในอัตราหุ้นละ 7 บาท&amp;rdquo;นายจักษ์กริช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ บริษัทได้ตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 12,000 ล้านบาท เพื่อดำเนิน 3 โครงการโรงไฟฟ้าได้แก่โรงไฟฟ้าไซยะบุรี และน้ำเทิน 1 สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูรา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จและทยอยซีโอดีในปี 2562 และ 2565 นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าอีก 3 แห่งเพิ่มเติมด้วยตามสัดส่วนการถือหุ้น ได้แก่โรงไฟฟ้าปากแบง สปป.ลาว โรงไฟฟ้า ขนาดกำลังการผลิต 920 เมกะวัตต์ ใช้งบลงทุนประมาณ 105,000 ล้านบาท เอกโกถือหุ้นอยู่ 25-30% โรงไฟฟ้ากวางจิ ประเทศเวียดนาม กำลังการผลิต 1,320 เมกะวัตต์ ใช้งบลงทุนประมาณ 80,000 ล้านบาท เอ็กโกถือหุ้นอยู่ที่ 30% และโครงการ ได้แก่สตาร์ เอนเนอร์ยี่ ส่วนขยาย (หน่วยที่ 3 และ 4) ประเทศอินโดนีเซีย กำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ ใช้งบลงทุนประมาณ 9,600 ล้านบาท เอ็กโกถือหุ้นอยู่ที่ 20%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4319</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์, ผลิตไฟฟ้า, ลงทุน, เอ็กโก, โรงไฟฟ้า, ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9d0d8436327.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
