<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2025 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เตรียมนำประชุม ครม.สัญจร กระบี่ 8-9 พ.ย. กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม. สัญจร) ในวันที่ 8&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;9 พฤศจิกายน 2564 ที่ จ.กระบี่ พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดตรวจราชการที่ จ.กระบี่ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว รองรับการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย (Smart Entry)&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรี ลงพื้นที่บริเวณจังหวัดหรืออำเภอโดยรอบกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;(กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล) เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐ ตลอดจนการรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากประชาชน โดยนายกรัฐมนตรี ยังมีบัญชาให้ กระจายการจองโรงแรม/ที่พัก หลายแห่ง เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงการประชุม ครม. สัญจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดการประชุม ครม. สัญจร ในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ความสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ การบริหารจัดการรองรับนักท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยง&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;อื่นๆ ยกระดับการท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานและคุณภาพระดับโลก รวมทั้งยังจะได้มีวาระหารือกับภาคธุรกิจ เอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพี่อส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเพิ่มมูลค่าภาคการผลิตเกษตร ประมงและปศุสัตว์ ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯและที่ประชุม ครม. ยังให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด 19 ของศบค.โดยมอบหมายให้ ศปก.ศบค. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กำกับแนวทางในการจัดประชุมครม.สัญจร&amp;nbsp;โดยให้ทุกหน่วยงานจำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่และผู้ติดตามเท่าที่จำเป็น&amp;nbsp;เพื่อลดความแออัดในพื้นที่และกำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิดอย่างเคร่งครัด&amp;quot;นายธนกร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;pgslot999
388goalv2
st99
omega100m
tga36
playnow789
marvelbet168
pgzeed89
95up
goatza11
megavip168
ntreeclub
lionel99
hellow289
villa168
we888win
gyg789
kimchibet
finn88gold
betworld369
sexyauto168
pgth369
allforwin
zeeza
lcbet

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120219</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.สัญจร, จังหวัดกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_61653d2956913.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านช็อก! เศียรพระ &#039;หลวงพ่อทอด&#039; ถูกทุบหัก คาดเหตุขัดแย้งภายในสำนักสงฆ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านทุ่งไทรทอง ม.3 ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ จ.กระบี่ ว่ามีคนร้ายเข้ามาในโรงธรรม ของสำนักสงฆ์ทุ่งไทรทอง ทุบเศียรพระประธาน &amp;ldquo;หลวงพ่อทวด&amp;rdquo; สร้างจากปูน จนแตกหักลงมา ซึ่งเป็นพระ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้าน เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา เบื้องทางพระที่ประจำอยู่ที่สำนักสงฆ์ ได้ไปแจ้งความ ไว้แล้ว ที่ สภ. ลำทับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้าน เล่าว่า หลังได้รับแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ลำทับ ได้เข้ามาตรวจสอบ ทำให้ชาวบ้านทราบข่าวต่างก็แห่กันไปดู เพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เบื้องต้นพบว่าเศียรพระถูกทุบด้วยแข็งอย่างแรง ทำให้เศียรพระพุทธรูป ซึ่งทำด้วยปูน หักแตกตกลงไปกองอยู่กับพื้นโรงธรรม เห็นแล้วรู้สึกสลดหดหู่ เป็นอย่างมาก ตอนนี้เศียรพระอยู่ที่เดิม เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พอจะทราบคนก่อเหตุแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านรายเดิม เล่าด้วยว่า ก่อนนี้เมื่อประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมา ทางวัดเพลา ได้มอบพระพุทธรูปหลวงพ่อทวด ให้กับสำนักสงฆ์ทุ่งไทรทอง โดยขณะนั้น มีพระแก่ๆประจำอยู่ 2 รูป ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธา และเข้ามาทำบุญกันไม่ขาดสาย แต่เมื่อประมาณ 2 เดือน ที่ผ่านมา มีพระหนุ่ม 2 รูป ได้เข้ามาอาศัยอยู่ด้วย ทำให้พระแก่ ที่อยู่ก่อนต้องออกจากสำนักสงฆ์ไป ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนชาวบ้านเอง หลังจากนั้นก็หมดศรัทธา ไม่มีใครเข้าไปทำบุญอีกเลย และอยากเรียกร้องให้ทาง จนท.ได้มีการตรวจสอบด้วยว่า พระหนุ่มทั้ง 2 มีการบวช มาถูกต้องหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุที่มีการทุบเศียรพระจนหัก ไม่ทราบแรงจูงใจ แต่เชื่อว่าเกิดจากความขัดแย้ง เรื่องใดเรื่องหนึ่งกับพระที่ประจำอยู่ในสำนักสงฆ์ตอนนี้ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ หาตัวคนร้ายมาสอบสวน ดำเนินคดี ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118551</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, สภ.ลำทับ, สำนักสงฆ์ทุ่งไทรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_615841aebe302.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็นให้กำลังใจบุคลากรการแพทย์และผู้ป่วย รพ.สนามพลบดี จ.กระบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.64 - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) นำโดยนายณัฐ ครุฑสูตร ผู้อำนวยการกองสร้างสรรค์กิจกรรม ฝ่ายกิจกรรม พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกระบี่ และทีมเจ้าหน้าที่ ททท. เดินทางลงพื้นที่ไปให้กำลังใจ และมอบอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งของจำเป็น อาทิ กระดาษทิชชู ถุงขยะเกรดเอ น้ำยาทำความสะอาดพื้น ถุงมืออนามัยเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็น น้ำเปล่า นม และอาหารแห้ง ขนมต่างๆ เป็นต้น ให้แก่ เจ้าหน้าที่ ทีมแพทย์ และพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ โรงพยาบาลสนามพลบดี (ม.กีฬา) จังหวัดกระบี่ โดยมีนายแพทย์ณัฐพงษ์ ดูงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามพลบดี (ม.กีฬา) จังหวัดกระบี่ เป็นผู้แทนรับมอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามพลบดี (ม.กีฬา) จังหวัดกระบี่ ได้กล่าวขอบคุณ ททท. ที่ได้เดินทางมาให้กำลังใจทีมงาน และแสดงความเชื่อมั่นว่ากระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะให้ความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับ ททท. เพื่อเดินหน้าก้าวข้ามวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์กำลังสู่กับวิกฤตโควิด-19 อย่างสุดความสามารถ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยของประชาชนและบุคลาการทางการแพทย์ทุกท่าน ในการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID -19) ในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่การระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID -19)ยังคงรุนแรงและแพร่ะบาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวันเป็นจำนวนมากจึงส่งผลให้อุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ เครื่องใช้ทั้งอุปโภทและบริโภทต่าง ๆ ไม่เพียงพอและขาดแคลนปัจจุบัน จังหวัดกระบี่ มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019&amp;nbsp;เป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลสนามพลบดี (ม.กีฬา) โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ที่รับผู้ป่วยมารักษาโดยมีทีมบุคลากรทางการแพทย์คอยดูแลรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันโรงพยาบาลสนามพลบดี (ม.กีฬา) เป็นโรงพยาบาลสนาม 2 ชั้น ขนาด 500 เตียง มีผู้ป่วยติดเชื้อที่อยู่ระหว่างการรักษาตัวอยู่ จำนวน 452 คน แบ่งเป็น 2 ชั้น โดยชั้น 1 เป็นหอผู้ป่วยชาย และชั้น 2 เป็นหอผู้ป่วยหญิง สำหรับการบริหารจัดการ ทั้งด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ &amp;nbsp;ในแต่ละวัน จะมีทีมแพทย์ 2 คน พยาบาล 4 ผู้ช่วยพยาบาล 5 คน เนื่องด้วยมีผู้ป๋วยจำนวนมากจึงส่งผลให้ข้าวของเครื่องใช้ทั้งอุปโภทและบริโภคไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมเป็น 1 กำลังใจ และ 1 น้ำใจ ให้แก่ เจ้าหน้าที่ ทีมแพทย์ และพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถติดต่อบริจาคหรือสอบถามข้อมูลได้ที่ 075-611140&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118486</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_61570d4ede0ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิลึก! ใบรับรองเสียชีวิต ด.ช.วัย 13 ระบุติดโควิด แต่ ผอ.รพ.กระบี่ บอกเกิดจากอาการ &#039;มิสซี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเด็กชายวัชระ ลูกเหล็ม วัย 13 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้เสียชีวิต ที่ รพ.กระบี่ หลังจากติดเชื่อไวรัสโควิด&amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้บรรดาญาติสงสัยสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากก่อนที่น้องวัชระจะเสียชีวิต ได้เข้ารับการรักษาอาการปวดท้อง เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ รพ.คลองท่อม เบื้องต้นแพทย์ระบุว่า น้องวัชระป่วยเป็นโรคฉี่หนู และได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่ ก่อนที่น้องวัชระเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้ญาติเกิดความสงสัยว่าสรุปแล้วน้องวัชระป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคอะไร เพื่อจะได้ปฎิบัติตัวได้ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ญาติเด็กชายวัชระ กล่าวว่า หลังจากได้ฟัง นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.โรงพยาบาลกระบี่ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าแพทย์ที่ทำการรักษาให้ข้อมูลว่าเด็กมีประวัติเคยติดเชื้อโควิดรักษาหายแล้ว แต่อาจเกิดภาวะ &amp;quot;มิสซี&amp;quot; MIS-C (Multisystem inflammatory syndrome in children) หรือกลุ่มอาการอักเสบของระบบในร่างกาย เป็นอาการอักเสบรุนแรงในเด็ก หลังหายจากโรคติดเชื้อโควิด ซึ่งอาจจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เป็นอาการที่พบหลังรักษาหายจากโควิด 2-8 สัปดาห์ ซึ่งพบน้อยมากในไทย เบื้องต้นคาดว่าผู้ป่วยเด็กคนนี้น่าจะเป็นภาวะ &amp;quot;มิสซี&amp;quot; และไม่ใช่การติดเชื้อรอบ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาติของวัชระ ระบุว่า ถ้าหากว่าเป็นไปตามคำที่ ผอ.รพ.กระบี่ ให้ข้อมูล การตายของน้องก็ต้องไม่ใช่ตายด้วยโรคไวรัสโควิด ตามที่ลงในใบรับรองการตาย แต่ทั้งนี้ตนก็ยังไม่ได้ยินคำพูดดังกล่าวด้วยตัวเอง เพียงแต่เห็นข้อมูลผ่านสื่อเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วตนอยากให้ ทาง รพ.กระบี่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวแถลงให้ชัดดีกว่า หรือ มีหนังสือที่เป็นทางราชการออกมายืนยัน ไม่ใช่เพียงแต่การให้ข้อมูลผ่านสื่อ เพราะสิ่งที่มีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันการตายของน้องตอนนี้คือ เสียชีวิตเพราะโควิด 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ยอมรับว่าญาติและชาวบ้านต่างสับสนมากจึงอยากให้ โรงพยาลบาลออกเอกสารชี้แจงสาเหตุการตายที่แท้จริง และหากว่า น้องไม่ได้ตายด้วยโควิด ใบรับรองการตาย ทาง รพ.ก็ต้องแก้ให้ด้วย ไม่ใช่ปล่อยไว้อย่างนี้ ซึ่งเรื่องนี้ตนจะติดตามจนกว่าจะได้คำตอบที่แท้จริง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117608</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, โควิด, โรงพยาบาลกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614bf6f5c170f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบร่างผจก.โรงแรมเกาะพีพี หลังหายตัวปริศนา 4 วัน ยังไม่ทราบสาเหตุเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบแล้วร่างจีเอ็ม โรงแรมเกาะพีพี หลังหายตัวปริศนานานกว่า 4 วัน กลายเป็นศพนอนเสียชีวิต บนเนินอ่าวเปลว ห่างจากถนนในเกาะประมาณ 200 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.64 - จากกรณี นายฟลอเรียน คลาวส์ อายุ 56 ปี สัญชาติออสเตรีย เป็นผู้จัดการทั่วไป (GM) ของโรงแรม ซีโวล่า (Zeavola) บ้านแหลมตง หมู่ที่ 8 เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ได้หายตัวอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยพบเห็นครั้งสุดท้าย ทางกล้องวงจรปิดของโรงแรม ขณะนายฟลอเรียน เดินสะพายกระเป๋าเป้ เดินไปตามชายหาด ก่อนหายตัวไป เจ้าหน้าที่ได้ระดมค้นหา เป็นเวลา 4&amp;nbsp;วัน แต่ยังไร้วี่แวว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า พบศพ นายฟลอเลียนส์ คลาวส์ อายุ 56 ปี สัญชาติออสเตรีย ตำแหน่งเป็น G.M. ของโรงแรม Zeavola บริเวณแหลมตง หมู่ที่ 8 เกาะพีพี อ.เมืองกระบี่แล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบการเสียชีวิตว่าเกิดจากเหตุใด พิกัดบนเขาห่างจากถนนในเกาะประมาณ 200 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า พบร่างผู้จัดการโรงแรมนอนเสียชิวิตอยู่บนเนิน บริเวณอ่าวเปลว ทางไปอ่าวโล๊ะบาเกา เกาะพีพี ต.อ่าวนาง ห่างจากถนนบนเกาะประมาณ&amp;nbsp;200 เมตร เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลา 20.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ท่าเทียบเรือสวนสาธารณะธารา ต.ปากน้ำ. อ.เมือง จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุขได้ไปรอรับศพนายฟลอเลียนส์ คลาวส์&amp;nbsp;เพื่อนำ ร่างไปชันสูตร ที่สถาบันนิติเวชอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผู้สื่อข่าวจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116852</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, จังหวัดกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_614203eb1193d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาะพีพีวุ่น! ชาวบ้านระดมกำลังออกตามหา ผจก.โรงแรมหายตัวปริศนา 3 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - พ.ต.ท.ศักดิ์อนันต์&amp;nbsp;คำไสย&amp;nbsp;สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยวกระบี่&amp;nbsp;(สว.ส.ทท.3 กก.2 บก. ทท.3)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 64 เวลาประมาณ 15.00 น. ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมซีโวล่า (Zeavola) แหลมตง&amp;nbsp;เกาะพีพี&amp;nbsp; ม.8&amp;nbsp;ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;Mr.Florain Klaus อายุ 56 ปี สัญชาติออสเตรีย เป็น&amp;nbsp;G.M. ของโรงแรม Zeavola หายตัวช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;หลังรับแจ้ง ได้ระดมเจ้าหน้าที่ร่วมกับ ตำรวจสภ.เกาะพีพี ช่วยออกตามหา พร้อมประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่แหลมตงและเกาะพีพี&amp;nbsp;จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม เมื่อเวลา 14.24&amp;nbsp;น.วันที่ 11&amp;nbsp;ก.ย.ที่ผ่านมา พบเห็นนายฟลอเรียน คลาวส์&amp;nbsp;ได้สะพายกระเป๋าเป้ออกจากโรงแรมไปตามหน้าหาดอ่าวแหลมตง&amp;nbsp;ระหว่างทางได้พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านแหลม&amp;nbsp;ทราบว่าจะไปอ่าวนุ้ย จนกระทั่งปัจจุบัน ไม่สามารถติดต่อได้ ล่าสุด จนท.ประสานไปยังผู้นำท้องถิ่น ที่บ้านเกาะจำ&amp;nbsp;ตำบลเกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง&amp;nbsp;หลังมีคนพบบุคคลลักษณะดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบปรากฎว่าไม่ใช่นายฟลอเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ทราบว่า นายฟลอเรียนเป็นผู้จัดการทั่วไป รร.ซีโวล่า ในอ่าวแหลมตง เกาะพีพี มานานกว่า 10 ปี เป็นคนชอบเดินออกกำลังทุกวัน และชอบไปกางเต็นท์ตามชายหาดเพียงลำพัง&amp;nbsp;เป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เคยมีอาการวูบล้มมาแล้วครั้งหนึ่งขณะออกกำลังกาย&amp;nbsp;หลังจากที่ไม่มาทำงานทางพนักงานโรงแรม&amp;nbsp;ได้แจ้ง จนท.ตำรวจให้ช่วยออกตามหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การค้นหาของทีมค้นหายังมีอุปสรรคในเรื่องของกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดบนเกาะพีพีอย่างรุนแรง ทำให้ตำรวจถูกกักตัวเกือบหมดโรงพัก และเจ้าหน้าที่หลายนายก็ถูกกักตัวด้วยเช่นกัน ทำให้ต้องระดมชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันออกค้นหาหากผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งสถานีตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ 075-637208 โรงแรม Zeavola&amp;nbsp;075-627-000 และผู้ใหญ่ดำ โทร.094-919-1993&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116667</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614051f51e2a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งปิดเกาะพีพีหลังพบผู้ติดเชื้อโควิด โวยอุทยานฯประกาศรื้อ &#039;ขนำชาวเล&#039; ผิดข้อตกลง &#039;วราวุธ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สั่งปิดเกาะพีพีหลังพบมีผู้ติดโควิด เครือข่ายชาวเลโวยอุทยานฯซ้ำเติมชาวบ้านยามวิกฤตออกประกาศไล่รื้อ &amp;ldquo;บาฆัด&amp;rdquo;ของชาวอูรักลาโว้ย ชี้ผิดข้อตกลงทำไว้กับ &amp;ldquo;ลูกท๊อป&amp;rdquo;วราวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - นายวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามัน เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้มีประกาศให้ชาวเลอูรักลาโว้ยเร่งรื้อถอน &amp;quot;บาฆัด&amp;quot; (ทับหรือที่พักระหว่างการออกเรือ) ออกจากพื้นที่ชายฝั่งของเกาะพีพีภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 โดยระบุว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเขตอุทยานฯฯ แต่ชาวบ้านยืนยันว่าบาฆัดที่ตั้งอยู่บริเวณชายหาดเป็นที่พักของชาวเลมาตั้งแต่บรรพบุรุษก่อนประกาศเขตอุทยานฯ โดยใช้เป็นจุดจอดเรือ ที่เก็บอุปกรณ์ประมง และจุดหลบลมมรสุมซึ่งเลือกทำเลสร้างบาฆัดใกล้แหล่งหาปลา &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ทางจิตวิญญาณ(หลาโต๊ะ) อยู่ในเส้นทางเดินเรือของชาวเลอันดามันที่ใช้ประโยชน์ตามวิถีมานับพันปี ชาวบ้านจึงไม่ยินยอมให้มีการรื้อถอนบาฆัด ตอนนี้จึงช่วยกันเฝ้าระวังไม่ให้เจ้าหน้าที่แอบเข้ามารื้อถอน เพื่อหวังให้มีการผ่อนปรนและเจรจาหาทางออกร่วมกัน และได้มีการยื่นส่งหนังสือคัดค้านประกาศฉบับดังกล่าวต่อสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในอดีตชาวเลมีเส้นทางหากินเชื่อมโยงเกาะแก่งต่างๆ ทั้งอันดามันมานับพันปี จึงไม่ใช่การบุกรุกอุทยานอย่างแน่นอน ที่เกาะพีพีมีบาฆัดอยู่ 4 แห่ง คือ อ่าวโล๊ะลาน่า อ่าวโล๊ะมุดีใกล้หาดแหลมตง อ่าวลันตี และอ่าวปากหนาม ก็เหมือนเป็นเถียงนา หรือกระท่อมชาวเลที่ใช้เป็นที่พักยามออกหาปลาหมุนเวียนไปเพื่อหลบมรสุม เป็นที่ซ่อมลอบดักปลา ทำอวน และมีบ่อน้ำจืดให้ชาวเลที่เดินเรือแวะเติมน้ำได้ สมัยก่อนที่จะมีอุทยาน ชาวเลออกเรือจากเกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ มาจากตรัง จากภูเก็ตมาหาปลาแถวนี้ก็ต้องมาพักที่นี่&amp;quot; นายวิทวัส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทวัส กล่าวอีกว่า ประกาศของทางอุทยานฯ ฉบับนี้ขัดต่อข้อตกลง 3 ฝ่าย ระหว่าง เครือข่ายชาวเล อุทยานฯ และดร.ธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษาประจำสำนักงานเร่งรัดนโยบายของนายกรัฐมนตรี ตามผลการประชุมวันที่ 30 มีนาคม 2563 ที่ให้มีการร่วมสำรวจ 14 พื้นที่นำร่องที่มีพื้นที่บาฆัดรวมอยู่ด้วย เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน รวมทั้งขัดต่อบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ(MOU) ที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงนามร่วมกับภาคีเครือข่าย เมื่อ 28 พฤศจิกายน 2563 เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาชาวเล นอกจากนี้ยังขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.70 ที่รัฐต้องให้ความคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ &amp;nbsp;ชาวบ้านจึงต้องการให้อุทยานฯ ยกเลิกประกาศ แล้วเดินหน้าพิสูจน์สิทธิร่วมกันตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับชาวเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวบ้านต้องการให้ชะลอคำสั่งรื้อถอนออกไป แล้วให้กรมอุทยานเร่งสำรวจพื้นที่นำร่องตามข้อตกลงกับชาวเลให้เสร็จก่อน ยิ่งช่วงโควิดนี้ การหาปลาเป็นช่องทางหากินที่เหลือเพียงอย่างเดียวของชาวเล จึงไม่อยากให้อุทยานทำการซ้ำเติมชาวบ้านในวิกฤตตอนนี้ และอุทยานอยู่มานานแต่ไม่เคยสำรวจกันเขตให้คนดั้งเดิม ชาวเลได้รับพระราชทานนามสกุล พระราชทานให้สิทธิที่ดินก่อนมีอุทยาน แต่ปัจจุบันที่ดินพระราชทานเหลือเพียง 2 ไร่ แต่กลับไปให้สิทธิเอกชนมาทำการท่องเที่ยวไปทั่วทั้งอันดามัน อะไรคือความเป็นธรรมสำหรับชาวบ้าน&amp;quot; นายวิทวัส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวพรสุดา ประมงกิจ ชาวเลชุมชนหาดแหลมตง เกาะพีพี จ.กระบี่ กล่าวว่า ในอดีตบนเกาะพีพีชาวเลจะตั้งบ้านอาศัยอยู่ใกล้อ่าวหรือชายหาดหลายจุดของเกาะ และมีการสร้างบาฆัดไว้ใกล้แหล่งหาปลา แต่นับตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา กระแสการท่องเที่ยวบีบให้ชาวบ้านถูกขับไล่จากชุมชนตนเอง จนปัจจุบันต้องมาแออัดอยู่ในพื้นที่ 2 ไร่ ที่หาดแหลมตง จึงเหลือชุมชนชาวเลเพียงแห่งเดียวบนเกาะพีพี ซึ่งเป็นทั้งหมู่บ้านและหน้าหาดใช้เป็นที่จอดเรือ และยังถูกบีบจากนายทุนและอุทยานฯ จนชาวเลแทบจะไม่มีที่ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวเลบนพีพีเหลือชุมชนเดียวที่แหลมตง จากเมื่อก่อนเราจะกระจายกันอยู่ตามหาดหรืออ่าวทั่วเกาะ พอการท่องเที่ยวเข้ามา พี่น้องกระจัดกระจายไปอาศัยกับพี่น้องที่เกาะหลีเป๊ะ เกาะภูเก็ต หรือเกาะจำ บาฆัดที่เหลือ 4 แห่งก็เป็นที่พักของพี่น้องชาวเลจากเกาะจำที่มาหากินจับปลาที่เกาะพีพี ส่วนชาวเลพีพีจะมีบาฆัดที่เกาะไผ่ จะหมุนเวียนไปตามมรสุม ตอนนี้แทบไม่เหลือพื้นที่ให้ชาวเลแล้ว มีแต่ของนายทุนกับอุทยาน&amp;quot; นางสาวพรสุดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน ฝ่ายปกครองท้องที่หมู่ 7 หมู่ 8 และองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ได้ลงนามในคำสั่งงดเดินทางเข้า-ออกพื้นที่เกาะพีพี เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดส่งผลให้มีผู้ที่ได้รับเชื้อในพื้นที่เกาะพีพีจึงจำเป็นต้องงดการเดินางเข้า-ออกเกาะพีพีระหว่างวันที่ 11 -18 กันยายน 2564 แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์สามารถเดินทางผ่านโดยเส้นทางเรือโดยสารของโครงการได้ แต่ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและคนในพื้นที่เกาะพีพีขอความร่วมมืองดเดินทางเข้า-ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116205</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ชาวเลอันดามัน, ชาวเลอูรักลาโว้ย, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_613a0e3e01f5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
