<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2025 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.ก. เปิดยุทธการ &#039;จันทบูร&#039; บุกจับนายก อบจ.จันทบุรี-เจ้าคณะอำเภอ พร้อมพวก ทุจริตเงินมูลนิธิพุทธมณฑล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.ป. ,บก.ทล. ,บก.ปอท. บก.ปอศ. รวมถึงหน่วยงานอื่นๆในสังกัด บช.ก. และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ &amp;ldquo;จันทบูร&amp;rdquo; นำหมายค้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 9 จุด ในพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบสนับสนุนมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี มาทำการแจ้งข้อกล่าวหา ตามความผิดมาตรา 157 ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต และมาตรา 151&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ

ทั้งนี้จากปฏิบัติการดังกล่าวเข้าตรวจค้นทั้ง 9 จุด เจ้าหน้าที่พบตัวผู้กระทำผิดพร้อมกับเชิญตัวมาทำการแจ้งข้อกล่าวหาได้ทั้งหมดจำนวน 4 คน ประกอบด้วย จำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp; 2. นายภูวนาถ บำรุงพันธุ์ อดีต ผอ.กองแผน 3.พระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ หรือ พระครูปลัดณัฐดนัย เจ้าอาวาสวัดสุทธิวารี เจ้าคณะอำเภอสอยดาว และ กรรมการมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี 4.นายเกศสยาม ร่วมดี หจก.สยามช่างบูรพา พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมีค่าเอกสารต่างๆได้อีกเป็นจำนวนมาก

สำหรับเป้าหมายสำคัญที่เข้าตรวจค้นครั้งนี้ อยู่ที่บ้านเลขที่ 45 และ บ้านเลขที่ 8/2 ถ.เทศบาลสาย 3 ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายธนภณ โดยบ้านหลังดังกล่าวมีลักษณะเป็นบ้านหรู มีรั้วรอบขอบชิด ทันทีที่เจ้าหน้าที่ไปถึงจึงแสดงหมายค้นเข้าตรวจสอบ ก่อนพบนายธนภณ กำลังนอนพักผ่อนอยู่ภายในบ้านพัก ก่อนจะเชิญตัวมาทำการแจ้งข้อกล่าวหา ยัง สภ.เมืองจันทบุรี

จุดที่สอง เข้าตรวจค้นกุฏิสงฆ์ของพระครูปลัดณัฐดนัย ตั้งอยู่ภายในวัดสุทธิวารี พื้นที่ ม.10 ถ.พระยาตรัง, ต.ท่าช้าง อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี เมื่อไปถึงพบ พระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ อยู่ภายในกุฏิดังกล่าว จึงแสดงหมายเข้าตรวจค้น พร้อมอธิบายข้อกฎหมายให้เข้าใจ จากนั้นจึงนิมนต์มารับทราบข้อกล่าวหา

สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากเมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ทางกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการทุจริตเงินงบสนับสนุนมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี ที่ได้รับจากทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี หรือ อบจ.จันทบุรี ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิฯเมื่อปี 2552 จนถึงปัจจุบัน จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสพร้อมสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ จนพบความผิดปกติเงินงบประมาณสนับสนุนประจำปี 2554-2555 ในส่วนของการดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานมูลนิธิฯ เนื่องจากตรวจสอบเอกสารรายงานงบประมาณจัดจ้างและเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องต่างๆ พบตัวเลขเงินที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารดังกล่าวไม่ตรงกับจำนวนเงินงบประมาณที่เบิกจ่าย&amp;nbsp;จึงแกะรอยสืบหาเบาะแสและพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนพบความเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระทำผิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับสูง รวมถึงพระชั้นผู้ใหญ่ ที่มีตำแหน่งอยู่ในมูลนิธิฯ

โดยการทุจริตดังกล่าวเริ่มต้นจาก นายธนภณ ในฐานะนายก.อบจ.จันทบุรี ได้อนุมัติเงินงบประมาณอุดหนุนของ ปีงบประมาณ 2554 และปีงบประมาณ 2555 รวมจํานวน 30 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี เมื่อได้รับเงินอุดหนุนจํานวนดังกล่าวแล้ว มูลนิธิฯได้ว่าจ้างหจก. สยามช่างบูรพา ก่อสร้างอาคารสํานักงานมูลนิธิฯ เพียง 12.7 ล้านบาทเศษ คงเหลือเงินอีกจํานวน 17.26 ล้านบาทเศษ ซึ่งเงินในจำนวนนี้ทางมูลนิธิฯ ต้องส่งคืนให้กับอบจ.จันทบุรี แต่นายธนภณ ซึ่งในอีกบทบาทหนึ่งยังดํารงตําแหน่งเป็นกรรมการและเลขานุการของ มูลนิธิฯ มีหน้าที่ควบคุมกิจการของมูลนิธิฯ ตลอดจนรายงานกิจการของมูลนิธิฯตามกฎหมาย และทราบข้อเท็จจริงนี้เป็นอย่างดี กลับไม่ยอมส่งคืนเงินที่เหลือดังกล่าวกลับคืนให้กับ อบจ.จันทบุรี อีกทั้งต่อมายังให้นายภูวนาถ อดีตผอ.กองแผน และ งบประมาณ อบจ.จันทบุรี และเจ้าหน้าที่ของ อบจ.จันทบุรี มาจัดทําเอกสารให้กับมูลนิธิฯ ด้วยการทํา สัญญาจ้างก่อสร้าง ค่าจ้าง 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นการทำเอกสารเท็จขึ้นมา โดยมีพระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ ที่มีตำแหน่งเป็นกรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิกมูลนิธิ กับ นายเกศสยาม ร่วมกระทำผิดด้วย จากนั้นจึงนำสัญญาเท็จที่ทำขึ้นมาฉบับดังกล่าวไปแนบประกอบรายงานผลการดําเนินการให้อบจ.จันทบุรี เพื่ออำพรางปกปิดการทุจริต นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่าที่ผ่านมามูลนิธิดังกล่าวยังไม่เคยรายงานข้อมูลการดําเนินงานข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมใหญ่สามัญประจําปีอีกด้วย

สำหรับพุทธมณฑลประจำจังหวัดจันทบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.8 ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2552 ปัจจุบันมีสิ่งปลูกสร้างอาคารสำหรับปฏิบัติธรรมต่างๆมากมาย ทั้งนี้จากการตรวจสอบเงินงบประมาณที่มูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี ได้รับจากทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี (อบจ.จันทบุรี) เฉพาะเพียงจากวันที่ก่อตั้งเมื่อปี 2552 ถึงปี 2556 ช่วงระยะเวลาประมาณ 5 ปี พบได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 106 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับเงินงบประมาณตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างละเอียดเพื่อตรวจสอบว่านอกเหนือจากโครงการดังกล่าวที่ถูกทุจริตแล้วยังมีการทุจริตเงินงบประมาณโครงการอื่นๆอีกหรือไม่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;g2gbet168
g2gmajor
lv177
pk711
zbet911
madibet
metalslot
p6slot
pgsset999
pk999
sa168
slot1234
t6slot
ufa369
unix789
g2gbet168
axie789
betflik88
betup888
g2gmagic
g2grich888
gslotz999
h25th
kinggame365
sb888

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120178</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการสอบสวนกลาง, จังหวัดจันทบุรี, จันทบูร, ปปท., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช, มาตรา 157, มูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e551c2e424.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลองภักดีรำไพ&#039; ของขวัญในหลวง ร.9 พระราชทานให้คนจันทบุรี ช่วยคลี่คลายน้ำท่วมตัวเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 4 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงน้ำท่วมที่จังหวัดจันทบุรี และคลี่คลายลงอย่างรวดเร็วว่า&amp;nbsp;แม่น้ำจันทบุรี ชุมชนริมน้ำจันทบูร ปลอดภัยด้วยคลองภักดีรำไพ วันนี้และพรุ่งนี้จะมีฝนหนักบางแห่ง เฝ้าระวังแต่จะไม่หนักเท่าวันก่อนแล้ว แม่น้ำจันทบุรีมีประสิทธิภาพการระบายน้ำดีมากเพราะมีความลาดเทของแม่น้ำสูง แถมมีคลองภักดีรำไพช่วย น่าจะปลอดภัยจากน้ำล้นตลิ่ง บริเวณเขตเทศบาลเมือง น้ำที่ท่วมขังในเมืองจะค่อยๆไหลลงแม่น้ำจันทบุรีต่อไป สู้ๆครับชาวจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุขทุกวันที่จันทบุรี สุขด้วยสายนทีของพระเจ้าแผ่นดิน ของขวัญที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้คนจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้&amp;nbsp;นายไพฑูรย์ โพสต์ภาพคลองภักดีรำไพ โดยระบุว่า คลองภักดีรำไพ&amp;nbsp;ช่วยชาวจันทบุรี หากไม่มี วันนี้คงหนักหนากว่านี้มาก พร้อมกับแชร์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;quot;แสนคม อนามพงษ์ จันทบุรี&amp;quot; โพสต์ว่า ถ้าไม่มีคลองภักดีรำไพ ตามพระราชดำริ ในหลวง ร.9&amp;nbsp;ช่วยรับน้ำระบายสู่ทะเล ซึ่งคลองก็ได้ทำหน้าที่อย่างสุดขีดกำลังแล้ว ไม่เช่นนั้น ป่านนี้ ในเขตอำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอใกล้เคียง น้ำคงท่วมบ้านเรือนและสวนผลไม้ ไปมากกว่า 90% แน่นอนนะครับ
#พายุคมปาซุ
#สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
#คลองภักดีรำไพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119699</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองภักดีรำไพ, จังหวัดจันทบุรี, น้ำท่วมจันทบุรี, พายุคมปาซุ, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), ไพฑูรย์ เก่งการช่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_616798dcdce2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 22:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำท่วมจันทบุรี เริ่มคลี่คลาย ผู้ว่าฯเร่งระบายน้ำลงทะเล พร้อมเปิดโรงครัวช่วยผู้ประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในจังหวัดจันทบุรีเริ่มคลี่คลายบางส่วน แต่ฝั่งตะวันตกยังอ่วม&amp;nbsp;ลงช้า ๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดสำรวจเส้นทางระบายน้ำคลองน้ำใสเร่งระบายให้น้ำลงทะเลสะดวกขึ้น เปิดโรงครัวพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบภัยหน้าศาลากลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำรอการระบายในพื้นที่ริมคลองสาขาแม่น้ำจันทบุรี / คลองภักดีรำไพ / คลองน้ำใส และที่ลุ่มเชิงเขาสระบาปเริ่มคลี่คลายแล้วบางส่วนโดยเห็นได้ชัดในพื้นที่ลุ่มฝั่งตะวันออก ที่รับน้ำป่าจากเทือกเขาสระบาปฝนได้ทิ้งช่วงทำให้การระบายน้ำลงทะเลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และบางแห่งชาวบ้านเร่งทำความสะอาดบ้านเรือนและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ยังคงเหลือที่ลุ่มฝั่งตะวันออกของ อ.เมืองเช่นหมู่บ้านไชยยันต์ พลับพลา เพชรดาวเรือง ดอนตาลที่น้ำยังทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝั่งตะวันตกของ อ.เมืองจันทบุรี ริมคลองน้ำใส รอบทะเลสาบทุ่งนาเชย ศูนย์การค้าเจพีไรวา ชุมชนวัดใหม่ หมู่บ้านนาฎศิลป์น้ำก็เริ่มลดลงเช่นกันแต่เป็นไปอย่างช้า ๆ นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย นายก อบจ.จันทบุรี /นายกเทศบาลเมืองจันทบุรี ปภ.เขต 17 ได้ติดตามสถานการณ์การระบายน้ำอย่างใกล้ชิดโดยลงพื้นที่ดูเส้นทางการระบายน้ำลงคลองน้ำใส และแม่น้ำจันทบุรี ก่อนไหลลงทะเล ซึ่งการระบายน้ำเป็นไปตามปกติ มีบางจุดที่ตื้นเขินเพราะอยู่ในที่เอกชน คลองแคบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งน้ำในคลองน้ำใสล้นตลิ่งวกกลับมาลงแม่น้ำจันทบุรี แต่มวลน้ำที่ท่วมในที่ลุ่มจังหวัดจันทบุรีทั้งหมดไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเขตเศรษฐกิจริมน้ำจันทบูรและตลาดสดเทศบาลแต่อย่างใด อีกทั้งถนนสายหลักเชื่อมต่อจังหวัดใกล้เคียงก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นกันเนื่องจากมวลน้ำจากมะขาม และ เขาคิชฌกูฏบางส่วนระบายผ่านลงคลองภักดีรำไพ ซึ่งผู้ว่าได้สั่งการให้เขื่อนที่มีผลต่อมวลน้ำในแม่น้ำจันทบุรีให้กักเก็บน้ำและชะลอการปล่อยน้ำลงคลองไปก่อนเพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังออกทะเลลดผลกระทบประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมขังก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน มีจิตอาสามาช่วยปรุงอาหารสดเพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้ประสบภัยโดยมีกำลังการผลิตได้มื้อละ 1,000 กล่อง และทยอยนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วพร้อมน้ำดื่มและเวชภัณฑ์ยาที่จำเป็น ทั้งนี้คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่งในเขตอำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรีจะคลี่คลายในคืนนี้ &amp;nbsp;จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ปภ.จังหวัดจันทบุรีได้สรุปประเมินสถานการณ์เบื้องต้นมีพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 6 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.ท่าใหม่ อ.ขลุง อ.มะขาม อ. แหลมสิงห์ และ อ.เขาคิชฌกูฏ รวมจำนวน 32 ตำบล 162 หมู่บ้าน 9 ชุมชน ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 5,000 ครัวเรือน ประมาณ 15,000 คน มีน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนโดยรอบเฉลี่ย 1 ถึง 1.5 เมตร หากคืนนี้ฝนไม่ตกลงมาเพิ่มคาดสถานการณ์น้ำจะคลี่คลาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119685</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดจันทบุรี, น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166ff808c627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การประชุมเชิงปฏิบัติการ การวางผังนโยบายระดับภาค ภาคตะวันออก ครั้งที่ 3 (จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และจังหวัดตราด)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (8 เมษายน 2564) เวลา 09.00 น. ว่าที่ร้อยตรี พิรุณ เหมาะรักษ์&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธาน เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การวางผังนโยบายระดับภาค ภาคตะวันออก ครั้งที่ 3 (จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และจังหวัดตราด) และการประชุมกลุ่มย่อยระดับกลุ่มจังหวัด กลุ่มที่ 2 (จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจังหวัดระยอง) โดยมี นางสาววิชัญญา บำรุงชล นักผังเมืองชำนาญการพิเศษ สำนักผังประเทศและผังภาค กล่าวรายงาน มี นายฤหัส ไชยศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายดนัย สุนันทารอด หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอิธิพงศ์ ตันมณี ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมประชุม สำหรับการประชุมดังกล่าวถือเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และภาค ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 โดยกำหนดให้ระบบการผังเมืองของประเทศ ต้องมีกรอบนโยบายการใช้ประโยชน์พื้นที่ ตั้งแต่ระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด โดยให้หน่วยงานของรัฐ ใช้ดำเนินการร่วมกัน เพื่อให้การวางและจัดทำผังเมืองและการใช้ประโยชน์พื้นที่และที่ดินในทุกระดับเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งประโยชน์แก่สาธารณะ ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ ระยอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98764</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโยธาธิการและผังเมือง, การวางผังนโยบายระดับภาค ภาคตะวันออก ครั้งที่ 3, จังหวัดจันทบุรี, นางสาววิชัญญา บำรุงชล, นายดนัย สุนันทารอด, นายฤหัส ไชยศักดิ์, นายอิธิพงศ์ ตันมณี, ผังเมือง, ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, ว่าที่ร้อยตรี พิรุณ เหมาะรักษ์, สำนักผังประเทศและผังภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e97f5c3c98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2020 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2020 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จันทบุรี&#039; ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 15 รายเป็นกลุ่มนักพนันไปบ่อนระยอง ส่วนอีก 29 รายเสี่ยงสูงให้รอผลตรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย นายแพทย์อภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ได้ร่วมกันแถลงข่าวสรุปสถานการณ์โควิด 19 ในจังหวัดจันทบุรีที่มีการตรวจคัดกรองเข้มกลุ่มนักพนันที่เดินทางไปเล่นการพนันที่จังหวัดระยอง และ กลับมาแล้วยังเดินทางไปเล่นการพนันในสถานที่ลักลอบเล่นการพนันตำบลหนองสีงา อ.นายายอาม และ ตำบลเนินสูง อ.ท่าใหม่ ซึ่งสาธารณสุขจังหวัดมีข้อมูลผลการตรวจยืนยันและไทม์ไลน์ รวมผู้ป่วย 15 ราย และรอยืนยันผลตรวจกลุ่มเสี่ยงสูงในวันที่ 1 มกราคม 2564 อีกจำนวน 29 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุธี กล่าวว่าขอความร่วมมือกลุ่มเสี่ยงสูงที่เล่นการพนันในบ่อนหนองสีงา และ เนินสูง ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 500 คน ขอให้กักตัวเอง และแจ้งเจ้าหน้าที่คัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดภายในจังหวัด อย่างไรก็ตามจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงที่เล่นการพนันทั้ง 2 แห่งในจังหวัดจันทบุรี ยังพบว่ามีผู้ติดเชื้อรอยืนยันผลอย่างเป็นทางการเป็นคนไทยอีก 10 ราย และ แรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่มารับจ้างทำงานในบ่อนเนินสูงอีก 19 ราย รวม 29 ราย&amp;nbsp;ซึ่งจะแถลงยืนยันอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้พร้อมไทม์ไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขอประชาชนอย่าได้ตื่นตกใจเนื่องจากผลการตรวจพบผู้ติดเชื้ออยู่ในกลุ่มที่ควบคุมได้และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เล่นการพนันเท่านั้น และในขณะนี้จังหวัดจันทบุรีได้เพิ่มมาตรการเข้มป้องกันโควิด 19 ได้รับความร่วมมือจากสถานบันเทิงที่ประชาชนนิยมไปหนาแน่น ปิดบริการชั่วคราว ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ไปในพื้นที่สาธารณใส่หน้ากากอนามัยหรือ หน้ากากผ้า เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ สแกนแอปไทยชนะ หรือ หมอชนะ หรือลงทะเบียนในการเดินทางเข้าสถานที่สาธารณะ งดกิจกรรมที่รวมคนจำนวนมาก ทั้งงานแต่ง งานฉลองปีใหม่ หรืองานอื่น ๆ ที่สุ่มเสี่ยง ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ทุกคนอย่าหลงเชื่อข่าวลวง ข่าวเท็จที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ซึ่งจังหวัดจะแถลงข่าวความคืบหน้าทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในวันพรุ่งนี้ 1 มกราคม 2564 กำหนดแถลงข่าวสรุปสถานการณ์โควิด -19 ในเวลาบ่าย 2 โมง&amp;quot;ผู้ว่าฯจันทบุรี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88481</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดจันทบุรี, โควิด19, โควิดรอบ2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201231/image_big_5fed87967ffeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านเขาคิชฌกูฏ รวมตัวประท้วงวุ่น ค้านตั้งเจ้าอาวาสวัดกระทิงองค์ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.63 - เวลา 10.00 น. ที่วัดกระทิง ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ชาวบ้านในพื้นที่ได้นำรถบรรทุกมาจอดปิดประตูทางเข้าวัด พร้อมปักป้ายข้อความไม่เอา และไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้ง เจ้าอาวาสองค์ใหม่ เข้ามาดูแลวัด โดยกล่าวอ้างว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บริเวณหน้าซุ้มประตูด้านใน พบมีกลุ่มชาวบ้านจำนวนกว่า 30 คน กำลังยืนคล้องแขนเป็นแนวกำแพง ขวางกั้นไม่ให้ พระครูปลัด สิทธิชัย วิสุทโธ เจ้าอาวาสวัดกระทิงองค์ใหม่ พร้อมกับคณะลูกศิษย์ ที่ถือตราตั้ง เจ้าอาวาสมาด้วย เข้าไปทำหน้าที่ภายในวัด โดยที่กลุ่มชาวบ้าน ต่างพากันตะโกนขับไล่ พร้อมกล่าวอ้างถึงเหตุผล ที่ไม่ยินยอมให้ พระครูปลัด สิทธิชัย เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภายในวัด ทั้งเรื่องการประพฤติตนที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนเรื่องการฟ้องร้องชาวบ้านบางราย ที่เคยออกมาขัดขวางการแต่งเจ้าอาวาสก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เหตุการณ์เริ่มบานปลาย และโกลาหล ภายหลังจากที่ พระครูปลัด สิทธิชัย พร้อมกับคณะลูกศิษย์ พยายามที่จะเดินฝ่าวงล้อม เข้าไปในวัด จึงถูกลุ่มชาวบ้าน ลุกฮือเข้ามารุมล้อมขวางทาง พร้อมกับฉุดกระชาก ผลักดันกัน จนเกิดการประทะกระทบกระทั่ง ระหว่างฝ่ายคณะลูกศิษย์และชาวบ้านกันอย่างรุนแรง ต่อมา กำลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.เขาคิชฌกูฏ ที่มาสังเกตการณ์ ได้เข้ามาห้ามปรามทั้งสองฝ่าย เหตุการณ์จึงสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระครู โสภณ จันทสาร พระเถระ อาวุโส เปิดเผยว่า สาเหตุที่ชาวบ้าน ออกมาชุมนุมคัดค้านขัดขวาง การแต่งตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ นั้นไม่ทราบ เพราะมีประเด็นปลีกย่อยอีกหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ พระครูปลัด สิทธิชัย เจ้าอาวาสองค์ใหม่ ที่ได้เดินทางมาที่วัดกระทิงในครั้งนี้ เพื่อมาปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้ก็ส่วนที่เขาได้รับมอบหมาย ภายหลังจากได้รับการแต่งตั้งมาถูกต้องโดยชอบกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดกระทิงในครั้งนี้ เจ้าคณะตำบลพลวง เป็นผู้เสนอให้ทาง เจ้าคณะจังหวัดได้ทราบ พร้อมได้ประชุมพระเถระในเขตปกครองแล้ว ได้มีมติตั้ง พระครูปลัด สิทธิชัย มาเป็นเจ้าอาวาสองค์ใหม่ แต่ว่าอาจจะไม่เป็นที่ต้องการของชาวบ้านตำบลพลวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุที่มีการตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ เพราะว่า วัดกระทิง ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส จำต้องมีเจ้าอาวาสองค์ใหม่ เข้าบริหารจัดการภายในวัดกระทิงให้มีความเรียบร้อย ตามกฎมหาเถรสมาคม และตามระเบียบด้วยกฎหมาย จึงได้มีมติแต่งตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่เข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การแต่งตั้ง เจ้าอาวาส ไม่ต้องผ่านประชามติ หรือประชาคม ของประชาชนหรือหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นกฎของมหาเถรสมาคม และเป็นตามกฎหมายคณะสงฆ์โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ตัวแทนชาวบ้าน ต.พลวง บอกว่า สาเหตุที่ชาวบ้าน ไม่ต้องการให้พระครูปลัด สิทธิชัย มาเป็นเจ้าอาวาสองค์ใหม่ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ ไม่มีความศรัทธาในตัวเจ้าอาวาส เนื่องจากมีประวัติไม่ดีไม่งามเกี่ยวกับศาสนา และชาวบ้าน อยากได้พระที่จำพรรษาอยู่ที่วัดกระทิงอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด คณะสงฆ์ ถึงไม่มาสอบถามความเห็นของชาวบ้านก่อน ไม่ใช่แต่งตั้งและส่งเข้ามา โดยที่ชาวบ้านไม่รับรู้แบบนี้ โดยทางออกที่ชาวบ้านยอมรับได้ คือต้องการให้แต่งตั้ง พระที่จำพรรษาในวัดกระทิงอยู่แล้ว ซึ่งชาวบ้านที่มาทำบุญ ทุกคนได้เห็นและรู้จักดี
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87988</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดจันทบุรี, วัดกระทิง, เขาคิชฌกูฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe5bd671ae68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2020 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าคณะผู้ใหญ่ร่วมตรวจสอบทรัพย์สินวัดกะทิงเขาคิชฌกูฏ พบเงินหายกว่า 100 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.63 - ที่วัดกะทิง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี พระครูประดิษฐ์ ศาสนาการ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอิน เจ้าคณะตำบลพลวง พร้อมคณะพระสังฆธิการ รวมเดินทางตรวจสอบทรัพย์สินภายในวัดกะทิง ภายหลังที่พระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล หรือ พระอาจารย์เงาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดกะทิงได้เข้าไปบริหารทรัพย์สินภายในวัดตลอด&amp;nbsp;7-8&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการเดินทางไปตรวจสอบทรัพย์สินของวัดกะทิงในครั้งนี้ มีชาวบ้านที่เคารพนับถือพระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล ได้ร่วมสังเกตในที่ประชุมกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน นอกจากนี้ยังมีตำรวจชุดสืบจังหวัดจันทบุรี ตำรวจภูธรภูธรเขาคิชฌกูฏ ฝ่ายปกครอง และ กอรม.ได้เดินทางมารักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดความวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระครูประดิษฐ์ ศาสนาการเจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอิน เจ้าคณะตำบลพลวง ได้ชี้แจงเหตุผลที่ต้องเดินทางมา เนื่องจากวัดกะทิง เปรียบเสมือนญาติพี่น้องตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเขียนดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และจากนั้นการดำเนินการต่างๆ ภายในวัดก็ไม่เหมือนเดิม ดังนั้นการเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อต้องการคลายความสงสัยให้กับสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พระมหาหงส์สา พระเลขาอดีตเจ้าอาวาสวัดกะทิง กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ของคณะสงฆ์ อาตมาและชาวบ้าน นึกว่าทำการแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ แต่หากจะมีตรวจสอบทรัพย์สอบภายในวัด อาตมาเป็นเพียงพระลูกวัดเท่านั้น&amp;nbsp;ส่วนพระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล หรือพระอาจารย์เงาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดกะทิง ได้เก็บตัวเงียบอยู่ภายในกุฏิ โดยไม่ยอมออกมาพบแต่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระมหาหงส์สา ได้ก้มกราบพระครูประดิษฐ์ศาสนาการ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอิน เจ้าคณะตำบลพลวง และขอกลับกุฎิทันที่ ขณะที่ชาวบ้านก็ลุกออกจากที่ประชุมเช่นกัน ทำให้บรรยากาศตึงเตรียดไปชั่วขณะ แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรบานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมล ธนวัฒน์ปัญญา หรือ ผู้ใหญ่มนต์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ซึ่งเดินทางมาร่วมสังเกตุการณ์ด้วย เปิดเผยว่า ปัญหาของวัดกะทิง ก่อนขึ้นเมื่อ&amp;nbsp;7-8&amp;nbsp;ปีผ่านมาในช่วงไม่มีเจ้าอาวาส โดยพระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล พระลูกวัดในขณะนั้น ได้เข้ามาบริหารงานภายในวัดทั้งหมด โดยไม่มีการแต่งตั้งไวยวัจกร จากนั้นก็เริ่มสร้างมนฑป ใช้เงินจำนวนหลายร้อยล้านบาท การก่อสร้างดังกล่าวไม่มีการอนุญาต ไม่มีแบบแปลน ทำให้กรมโยธาธิการและผังเมือง สั่งระงับการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล ก็มีปัญหาการฟ้องร้อง ล่าสุดศาลตัดสินให้แพ้คดี และโทษให้รอลงอาญา ทั้งนี้พฤติกรรมดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านสงสัย เพราะหลังจากมีการก่อสร้างมณฑป มีการซื้อที่ดินอีกหลายแปลง แต่ที่ดินดังกล่าวกลับยังไม่โอนให้เป็นที่ดินของวัด เมื่อมีการสอบถามเรื่องทรัพย์สิน พระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล ก็จะอ้างตนเองไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83085</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดจันทบุรี, วัดกะทิง, หลวงพ่อเขียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201107/image_big_5fa664ff1c036.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
