<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2025 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้าน3ตำบลช้ำ!เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำทำท่วมรอบ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มการระบายน้ำขึ้นเป็น 2,766 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา สูงขึ้น 22 เซนติเมตร &amp;nbsp;และล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนฝั่งตะวันตก เพิ่มขึ้นอีก &amp;nbsp;3 ตำบล &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;ต.บางหลวง &amp;nbsp; ต.สรรพยา และ ต.โพนางดำตก &amp;nbsp;เป็นรอบที่ 2 &amp;nbsp; กระแสน้ำได้ไหลข้ามแนวกระสอบทราย และผุดตามท่อระบายน้ำ และตามรั้วบ้าน เข้าท่วมในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp; ชาวบ้านต้องเร่งขนของขึ้นที่สูง &amp;nbsp;และนำรถยนต์ รวมทั้งสัตว์เลี้ยง อย่างเช่น ไก่ชน หนีน้ำท่วม ออกไปไว้ริมถนนชัยนาท-สิงห์บุรี &amp;nbsp;แต่ไก่ชนบางส่วน ที่ขนย้ายออกไปไม่ทัน ก็ต้องนำขึ้นไปไว้บนแคร่ไม้ ที่ทำยกพื้นให้สูงพ้นจากน้ำ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไก่ (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ชาวบ้าน ต.โพนางดำตก &amp;nbsp;บอกว่า &amp;nbsp;น้ำท่วมครั้งนี้มาเร็ว และท่วมสูงขึ้นเร็วกว่าครั้งก่อน &amp;nbsp;ทำให้บางคนขนของหนีน้ำไม่ทัน &amp;nbsp;จึงไม่เชื่อว่าตัวเลขระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาแสดงในแต่ละวันจะเป็นจริงตามนั้น &amp;nbsp; และขอติงการบริหารจัดการน้ำของชลประทานที่บริหารน้ำไม่ดี &amp;nbsp;ทำให้กลับมาท่วมซ้ำอีก &amp;nbsp;เพราะหากน้ำท่วมครั้งก่อน มีการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าน้ำจากทางภาคเหนือจะหมด &amp;nbsp; แม้จะทำให้ชาวบ้าน ต้องอยู่กับน้ำท่วมนานเป็นเดือนๆ &amp;nbsp;


168bet ก็ยังดีกว่าการที่ไปลดระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลง หลอกให้ชาวบ้านดีใจ เก็บล้างทำความสะอาดบ้าน &amp;nbsp;แต่ไม่ถึงสัปดาห์ น้ำก็กลับมาท่วมใหม่ ซ้ำยังท่วมเร็วกว่าเดิม &amp;nbsp;ทำชาวบ้านเดือดร้อนหนักขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ อัครมณี ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการติดตามสถานการณ์น้ำ จะมีน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 3,100 - 3,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; กรมชลประทานจึงต้องผันน้ำเข้าระบบชลประทานเหนือเขื่อนเจ้าพระยา และระบายน้ำท้ายเขื่อนในเกณฑ์ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; ทั้งนี้เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน &amp;nbsp; แต่ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 12 จะบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ มีปริมาณ 2,691 &amp;nbsp; ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลดลง 13 &amp;nbsp;ลบ.ม./วินาที) &amp;nbsp;แม่น้ำสะแกกรัง ไหลผ่าน จ.อุทัยธานี มีปริมาณ 306 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(เพิ่มขึ้น 34 &amp;nbsp;ลบ.ม./วินาที) &amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีปริมาณ &amp;nbsp;3,155 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; น้ำผันเข้าระบบชลประทานสองฝั่งเจ้าพระยา มีปริมาณรวมกัน &amp;nbsp;402 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำระบายท้ายเขื่อน 2,766 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (เพิ่มขึ้น 93 &amp;nbsp;ลบ.ม./วินาที ) &amp;nbsp;น้ำเหนือเขื่อนที่ อ.เมืองชัยนาท สูงขึ้น 14 &amp;nbsp;เซนติเมตร 


dark168 อยู่ที่ระดับ 17.29 เมตร &amp;nbsp;น้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;22 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 16.17 &amp;nbsp;เมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;


riches888pg&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120265</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยนาท, ระบายน้ำ, เขื่อนเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f7be19a808.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมชลประทาน ลงพื้นที่ ติดตามความก้าวหน้างานสำรวจ ออกแบบโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก จังหวัดชัยนาท (เพิ่มเติม)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้ นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน&amp;nbsp; พร้อมคณะผู้บริหาร นำสื่อมวลชน ติดตามความก้าวหน้างานสำรวจ ออกแบบโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก จังหวัดชัยนาท (เพิ่มเติม) และลงพื้นที่ประตูระบายน้ำช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้เกิดอุทกภัยขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น กรมชลประทานจึงได้จัดทำแผนบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่าง จำนวน 9 แผน โดยมีมติเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ซึ่งโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก เป็น 1 ใน 9 แผนงาน เป็นงานปรับปรุงคลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp; หากโครงการนี้แล้วเสร็จจะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในลุมน้ำเจ้าพระยาในภาพรวมของทั้งลุ่มน้ำได้ โดยสามารถตัดยอดน้ำหลากที่ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาได้สูงถึง 800 ลบ.ม. / วินาที &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สำหรับ แนวทางการขยาย/ปรับปรุงคลองชัยนาท-ป่าสัก ประกอบด้วย (1) คลองส่งน้ำดาดคอนกรีต ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;คลองส่งน้ำอนุศาสนนันท์&amp;rdquo; เป็นคลองขุดใหม่แนวคลองขนานไปกับคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก ส่งน้ำโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity) ต้นคลองรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ ซึ่งเป็นอาคารรับน้ำปากคลองตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท รับน้ำได้สูงสุด 120 ลบ.ม/วินาที ขนาดคลองส่งน้ำจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ตามปริมาณความต้องการใช้น้ำในพื้นที่โครงการชลประทาน 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแค โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโคกกะเทียม และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงราง (2) คลองระบายน้ำหลาก ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;คลองระบายชัยนาท-ป่าสัก&amp;rdquo; ขุดขยายคลองชัยนาท-ป่าสักเดิม ให้ชิดเขตคลองฝั่งซ้าย เพื่อเพิ่มความจุคลองให้สามารถระบายน้ำหลากจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่แม่น้ำป่าสักได้สูงสุด 930 ลบ.ม./วินาที มีอาคารรับน้ำปากคลองจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านประตูระบายน้ำปากคลองระบายชัยนาท-ป่าสักตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ซึ่งในคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก จะมีอาคารบังคับน้ำ 4 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ผ่านมาได้มีการดำเนิน งานสำรวจ ออกแบบ ระยะที่ 1 แล้วเสร็จไปแล้วในปี พ.ศ. 2562 รวมระยะทาง 46.500 กิโลเมตร ส่วนการดำเนินงานในระยะที่ 2 ประกอบด้วย 1. งานสำรวจ ออกแบบ คลองส่งน้ำอนุศาสนนันท์&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ท้ายประตูระบายน้ำช่องแค จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp; (กม.46+602) ถึงท้ายประตูระบายน้ำเริงราง จังหวัดสระบุรี (กม.120+732) รวมระยะทางประมาณ 74.13 กม.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. งานสำรวจ ออกแบบ คลองระบายชัยนาท-ป่าสัก เริ่มตั้งแต่ กม.46+500 อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ จนถึงแม่น้ำป่าสัก ตำบลเริงราง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี กม.134+365 รวมระยะทางประมาณ 87.86 กม. โดยขุดขยายคลองชัยนาท-ป่าสักเดิม จนถึงเขตคลองทางฝั่งซ้าย พร้อมออกแบบถนนเลียบคลองทั้งสองฝั่ง โดยคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก จะทำหน้าที่ผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจากปตร.ปากคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก (กม.0+370) ด้วยอัตราการระบายน้ำสูงสุด 930 ลบ.ม./วินาที ไปถึง กม.126+879 ซึ่งเป็นจุดแยกการระบายน้ำ ปริมาณน้ำส่วนหนึ่งจะระบายผ่านคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก 800 ลบ.ม./วินาที ไหลลงแม่น้ำป่าสักหน้าเขื่อนพระรามหกแห่งใหม่ ตำบลเริงราง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี และปริมาณน้ำอีกส่วนหนึ่งจะระบายผ่าน ปตร.ปากคลองชัยนาท-ป่าสัก (เดิม) (กม.0+286) ด้วยอัตราการระบาย 130 ลบ.ม./วินาที เข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก (เดิม) ไหลลงแม่น้ำป่าสักเหนือเขื่อนพระรามหก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พร้อมทั้งออกแบบอาคารประกอบต่าง ๆ รวม 76 แห่ง ประกอบด้วย อาคารบังคับน้ำในคลองส่งน้ำอนุศาสนนันท์ อาคารบังคับน้ำในคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก สถานีสูบน้ำ อาคารรับน้ำป่า อาคารระบายน้ำ อาคารเชื่อมคลอง ตลอดจนท่อประปาหมู่บ้าน เป็นต้น&amp;nbsp; นอกจากนี้ทั้งสองคลองมีสะพานรถยนต์ 33 แห่ง และรถไฟ 1 แห่ง ข้ามคลองส่งน้ำอนุศาสนนันท์ และคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก&amp;quot; นายเฉลิมเกียรติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว จะช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากอุทกภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&amp;nbsp; เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทาน รวมทั้งสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับอุปโภค-บริโภค อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน/ผู้ประกอบการ ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและจ้างงานในท้องถิ่น ซึ่งหลังจากสำรวจ-ออกแบบโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะได้การนำเสนอโครงการ ต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในลำดับต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119067</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, จังหวัดชัยนาท, นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์, ลงพื้นที่, อุทกภัย, โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eb6993dddd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวชัยนาท ร้องน้ำท่วมบ้านเดือดร้อนหนัก ไร้หน่วยงานดูแลช่วยสูบน้ำออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.ไร่พัฒนา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ขอความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหลังจากเกิดฝนตกอย่างหนัก ทำให้น้ำไหลหลากเข้าสู่บ้านเรือนชาวบ้าน ตั้งแต่เช้าวันที่ 24 ก.ย.64 โดยเข้าท่วมภายในบริเวณบ้านสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อติดต่อสอบถามไปทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องได้รับคำตอบว่า เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่เข้ามาตรวจสอบให้วันจันทร์ที่ 27 ก.ย.นี้ ซึ่งถือว่าทำงานล่าช้ากว่าความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ไม่สามารถรอได้&amp;nbsp;จนถึงขณะนี้น้ำท่วมผ่านเข้าสู่วันที่ 2 แล้ว มีตัวแทน อบตฺ.เดินทางมาดูน้ำ แต่บอกว่าเดี๋ยวมันก็ค่อยๆระบายไปเอง ไม่มีหน่วยงานใดมาดูแล&amp;nbsp;ปริมาณน้ำแม้จะลดลงบ้าง แต่ผ่านมา 24 ชม.กว่าแล้ว ปริมาณลดลงเพียง 2-3 เซนติเมตรเท่านั้น ชาวบ้านเดือดร้อนจริงๆ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งระบายน้ำให้พวกเรา&amp;nbsp;ดีกว่าปล่อยให้น้ำไหลไปตามสภาพธรรมชาติ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไร หากมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ คงช่วยได้อย่างมาก&amp;quot;ชาวบ้าน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117807</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยนาท, น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614ed33754b23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เขื่อนเจ้าพระยา&#039; ระบายน้ำเพิ่มขึ้น เตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนรับมือปริมาณน้ำสูงสุดปลายเดือนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา ฝนที่ตกหนักทางภาคเหนือตอนล่างและในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยในวันนี้น้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณ 1,962 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาที่ อ.เมืองชัยนาท ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 16.50 เมตร(รทก) น้ำระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณ 1,749 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 139 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา น้ำสูงขึ้น 43 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 13.47 เมตร(รทก) ส่วนน้ำที่ส่งเข้าระบบชลประทานเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ฝั่งตะวันตกและวันตะวันออก มีปริมาณรวมกัน 412 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน 65 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 12/2564 เรื่องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา เนื่องจากประเมินปริมาณฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ตอนบนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในช่วงวันที่ 20-26 กันยายน 2564 จะส่งผลให้มีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุด บริเวณสถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 28 กันยายน 2564 และปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 29 กันยายน 2564 ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำด้านท้ายเขื่อน บริเวณตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 1 เมตร ในช่วงวันที่ 29 กันยายน - 2 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จุดเสี่ยงและพื้นที่ที่ยังคงสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่ แจ้งเตือนจังหวัดในพื้นที่ท้ายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งผู้ประกอบกิจการ ในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองโผงเผงและคลองบางบาล รวมทั้งปรับแผนบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำและเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ เพื่อรองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน ลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัยและให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117600</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยนาท, พร่องน้ำ, สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา, เขื่อนเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614be4596d607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Young Smart Farmer หนุ่มสถาปนิก พลิกวิกฤตโควิดเป็นโอกาส   สร้างรายได้ จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ส้มโอขาวแตงกวา จ.ชัยนาท   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระชัย เข็มวงษ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้กิจกรรม &amp;quot;สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท&amp;quot; เพื่อเยี่ยมชมความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ สวนส้มโออำนวย ตำบลนางลือ อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท เจ้าของแบรนด์ Herblab.th&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) ได้ดำเนินนโยบายขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัดภาคกลาง จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาให้ Young Smart Farmer ที่สมัครเข้าร่วม เกิดการพัฒนาจนกลายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่ และที่สำคัญคือการเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ กล่าวว่า จากผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 ทำให้งานที่ทำอยู่ไม่สามารถทำต่อได้ จึงตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดชัยนาท เห็นว่าญาติพี่น้องทำสวนส้มโอ จึงคิดพัฒนาต่อยอดผลผลิตด้วยการแปรรูปออกจำหน่าย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ นั่นจึงเป็นที่มาของการสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จากองค์ความรู้และข้อแนะนำส่งผลให้เกิดแนวคิดและช่องทางของการก้าวเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ สร้างแบรนด์ Herblab.th เลือกที่จะทำเกษตรสุขภาพควบคู่กับการแปรรูป แบบ ZERO WASTE ที่เน้นจุดขายที่ว่า &amp;ldquo;ปลูกสุขภาพจากดิน ส่งสุขภาพถึงมือคุณ&amp;rdquo; ทั้งนี้ในการแปรรูปแบบ ZERO WASTE นั้นจะนำทุกส่วนของผลส้มโอมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยเริ่มจากส่วนของผลและกุ้ง นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำส้มโอสกัดเย็น, ไอศกรีมส้มโอ, แยมส้มโอ, น้ำส้มโอแบบผงชงดื่ม และวิตามินเม็ดฟูละลายน้ำจากส้มโอ ขณะที่ส่วนของเยื่อสำลีส้มโอ จะนำมาแปรรูปเป็นกระดาษจากเยื่อสำลีส้มโอ, แผ่นมาร์คหน้าส้มโอและครีมมาร์คหน้าส้มโอ สำหรับในส่วนของผิว จะนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยเปลือกส้มโอชนิดต่าง ๆ ชาเปลือกส้มโอ เซรั่มส้มโอ, แคปซูลจากเปลือกส้มโอ และเปลือกส้มโออบบ๊วยอบแห้ง และช่วงนี้มีการระบาดของโควิด-19 เราก็มีน้ำส้มโอกระชายขาวสกัดเย็น และแอลกอฮอล์และสเปรย์ส้มโอออกจำหน่ายเพื่อให้ทุกท่านไปดูแลสุขภาพกันครับ ผู้ที่สนใจก็ติดต่อได้ที่เบอร์โทร 092 391 5228 หรือ LINE OFFICE @herb.lab.th &amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสุทธิพจน์ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112648</URL_LINK>
                <HASHTAG>Herblab.th, ZERO WASTE, กรมส่งเสริมการเกษตร, การส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่, จังหวัดชัยนาท, ธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่, นายวีระชัย เข็มวงษ์, นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์, ปลูกสุขภาพจากดิน ส่งสุขภาพถึงมือคุณ, สวนส้มโออำนวย, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท, เกษตรสุขภาพ, โครงการ Young Smart Farmer</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610ffa39c83d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.1 จ.ชัยนาท ชู Young Smart Farmer  หนุนแนวคิด สร้างโอกาสทำเงิน จากผลิตภัณฑ์แปรรูป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ ( 7 ส.ค. 64 ) นายวีระชัย เข็มวงษ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้กิจกรรม &amp;quot;สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท&amp;quot; เพื่อเยี่ยมชมความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วย เปี่ยมสุขฟาร์ม ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา และ สวนส้มโออำนวย ตำบลนางลือ อ.เมืองชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ นายวีระชัย เข็มวงษ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) ได้ดำเนินนโยบายขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี และกรุงเทพมหานคร จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาให้ Young Smart Farmer ที่สมัครเข้าร่วม เกิดการพัฒนาจนกลายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่ ที่มีความรู้อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในยุคเกษตร 4.0 ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดถึงนวัตกรรมตามหลักการธุรกิจเกษตร การนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการผลิตและการตลาด และที่สำคัญคือ การเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระชัย กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; วันนี้ Young Smart Farmer ภายใต้การส่งเสริมและพัฒนาของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท สามารถเป็นต้นแบบ และเป็นผู้นำในการพัฒนาการเกษตรของชุมชนได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ดังเช่นเปี่ยมสุขฟาร์ม ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา จ.ชัยนาท &amp;nbsp;ของ นายณธัชพงศ์ รักศรี และนายธนเดช ไชยพัฒรัตนา ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านการเกษตร และใช้เวลาว่างจากงานประจำมาทำการเกษตร ภายใต้แนวคิด เกษตรกรวันหยุด โดยทั้งสองคนได้สมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ของจังหวัดชัยนาทในปี 2562 จากการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท วันนี้จึงได้ประสบความสำเร็จในการทำสวนเกษตร ที่เน้นการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลัก อีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จนเป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ขณะที่ นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ ซึ่งได้สมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ของจังหวัดชัยนาทในปี 2564 ถือเป็นอีกหนึ่ง Young Smart Farmer ต้นแบบจากการพัฒนาของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท จนประสบความสำเร็จในการนำผลผลิตส้มโอมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและปลอดภัยตรงตามที่ตลาดต้องการ ดังนั้นในวันนี้สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 และต้องการกลับบ้านเกิดเพื่อมาประกอบอาชีพการเกษตร การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดต่าง ๆได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือจังหวัดที่อยู่ใกล้บ้าน&amp;rdquo; นายวีระชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ นายณธัชพงศ์ รักศรี&amp;nbsp; กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer &amp;nbsp;ถือเป็นการเติมเต็มความสำเร็จให้เกิดขึ้น จากเดิมที่มีแนวคิดเพียงอยากทำเพราะใจรัก มีความสุขกับการทำเกษตร ด้วยสิ่งต่างๆที่ได้รับช่วยทำให้เกิดการพัฒนาแนวคิดด้านธุรกิจเกษตร และเป็นจุดที่ทำให้ก้าวมาสู่การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ อย่างจิ้งหรีด &amp;nbsp;ซึ่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) &amp;nbsp;ได้เลือกให้แมลงเป็นสินค้าอาหารทางเลือกใหม่ โดยคาดว่าในปี 2023 ตลาดแมลงจะมีขนาดถึง 37,900 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;การที่จะทำฟาร์มจิ้งหรีดให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาเรียนรู้ให้ถ่องแท้ ตั้งแต่เรื่องของช่องทางการตลาด ต้นทุนการผลิตและผลตอบแทน ปัจจัยต่อการเจริญเติบโตของจิ้งหรีด ขั้นตอนการเลี้ยงและวัสดุที่ใช้ และที่สำคัญคือ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เพราะจะทำให้เกิดรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นจากปกติ ที่จะจำหน่ายจิ้งหรีดสดในราคากิโลกรัมละ 150 บาท เพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 4,000 บาทได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อนำมาแปรรูปผงโปรตีน แป้งโปรตีน และสารสกัดจากจิ้งหรีด&amp;rdquo; นายณธัชพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ กล่าวว่า จากผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19&amp;nbsp; ทำให้ธุรกิจส่วนตัวที่ทำไม่สามารถไปต่อไป จึงตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดชัยนาท เริ่มต้นใหม่ด้วยการทำสวนส้มโอ โดยวางแผนที่จะพัฒนาให้มีการต่อยอดผลผลิตด้วยการแปรรูปออกจำหน่าย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ นั่นจึงเป็นที่มาของการสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จากองค์ความรู้จากข้อแนะนำทั้งแนวทางและแนวคิด ส่งผลให้เกิดแนวคิดและช่องทางของการก้าวเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; การเข้าร่วม Young Smart Farmer ทำให้ผมตกผลึกทางความคิด และเลือกที่จะทำเกษตรสุขภาพควบคู่กับการแปรรูป แบบ ZERO WASTE ที่เน้นจุดขายที่ว่า ปลูกสุขภาพจากดิน ส่งสุขภาพถึงมือคุณ ทั้งนี้ในการแปรรูปแบบ ZERO WASTE นั้นจะนำทุกส่วนของผลส้มโอมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยเริ่มจากส่วนของผลและกุ้ง นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำส้มโอสกัดเย็น, ไอศกรีมส้มโอ, แยมส้มโอ, น้ำส้มโอแบบผงชงดื่ม และวิตามินเม็ดฟูละลายน้ำจากส้มโอ ขณะที่ส่วนของเยื่อสำลีส้มโอ จะนำมาแปรรูปเป็นกระดาษจากเยื่อสำลีส้มโอ, แผ่นมาร์คหน้าส้มโอและครีมมาร์คหน้าส้มโอ สำหรับในส่วนของผิว จะนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยเปลือกส้มโอชนิดต่าง ๆ ชาเปลือกส้มโอ เซรั่มส้มโอ, แคปซูลจากเปลือกส้มโอ และเปลือกส้มโออบบ๊วยอบแห้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสุทธิพจน์ กล่าวในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112522</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chula Zero Waste, Food and Agriculture Organization: FAO, Young Smart Farmer, กรมส่งเสริมการเกษตร, การส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่, จังหวัดชัยนาท, นายวีระชัย เข็มวงษ์, ผลส้มโอ, ผลิตภัณฑ์แปรรูป, ฟาร์มจิ้งหรีด, สร้างโอกาสทำเงิน, สสก.1, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท, องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e6c3eb52ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสึกเจ้าอาวาสเสพยาบ้า ปลูกกัญชา อ้างเครียดถูกสาวหลอกโอนเงิน 3 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 - ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สรรคบุรี จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้นำกำลังตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;เข้าไปตรวจสอบภายในกุฎิ พระเรวัต อายุ&amp;nbsp; 75 ปี&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดโพธิ์งาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท&amp;nbsp;หลังสืบทราบว่า พระเรวัต&amp;nbsp;มีพฤติกรรมเสพยาบ้า และนำเงินวัดไปใช้ส่วนตัว และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปในวัดที่หายไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบต้นกัญชาสูงประมาณ 40 เซนติเมตร หนัก 5.3 กรัม&amp;nbsp;ปลูกอยู่หน้ากุฎิ&amp;nbsp;จำนวน 2 ต้น และพบกัญชาแห้ง น้ำหนัก 15.3 กรัม บรรจุอยู่ในโถแก้วมีฝาปิด วางอยู่บนชั้นวางของภายในกุฎิ พร้อมถุงแบ่ง จำนวน 13 ถุง&amp;nbsp;จึงนำตัวพระเรวัต&amp;nbsp;ไปตรวจปัสสาวะ พบเป็นสีม่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเรวัต&amp;nbsp;ยอมรับสารภาพว่าเสพยาบ้า โดยมีเพื่อนจากจังหวัดอุทัยธานี นำยาบ้าจำนวน 5 เม็ด มาให้เสพ เพื่อคลายความเครียด เพราะก่อนหน้านี้ถูกผู้หญิงคนหนึ่งหลอกให้โอนเงิน จำนวน 3 ล้านบาท ตำรวจจึงนำตัวพระเรวัต ไปทำการสึก และนำตัวไปดำเนินคดีข้อหา&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผลิตและมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดประเภทที่ 5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทเอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตำรวจจะไปตรวจสอบ&amp;nbsp;พระพุทธรูปบูชาหลายองค์ในวัดโพธิ์งาม ที่หายไปก่อนหน้านี้ว่าพระเรวัตมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่&amp;nbsp;เนื่องจากมีข้อมูลว่าพระเรวัตอาจมีส่วนรู้เห็นกับเซียนพระบางคนในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันนำพระพุทธรูปในวัดออกไปขาย&amp;nbsp;หากพบว่าพระเรวัติกระทำผิดจริง ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม และจับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111426</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยนาท, จับสึกพระ, พระเสพยา, สภ.สรรคบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_610139fdc3377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
