<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจ ปคบ.บุกจับโรงงานผลิตปุ๋ยเถื่อน เกษตรกรเสียหายจำนวนมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.64 - เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้&amp;nbsp;พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.2 บก.ปคบ.พร้อมด้วย พ.ต.ต.พงษ์พนา กรีฑา สว.กก.2 บก.ปคบ, นางสาวอัจฉรา ทองสวัสดิ์ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมพร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ.และกำลังเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรได้ร่วมกันนำหมายค้น ศาลจังหวัดชุมพร ที่ ค.50/2564 ลง วันที่ 11 ตุลาคม 2564 เพื่อมาตรวจค้น โรงงานเลขที่ &amp;nbsp;16/3 หมู่ที่ 10 ตำบลหาดพันไกร อ.เมือง จ.ชุมพร หลังจากได้รับจากสายข่าวว่าโรงงานดังกล่าวลักลอบผลิตเคมีเถื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ในซอยหนองจันทร์หอม ห่างจากถนนสายเพชรเกษม เข้าไปประมาณ 300 เมตร เจ้าหน้าที่พบคนงานจำนวน 3 คน ทราบชื่อภายหลังคือ นายธนศักดิ์ แคว้นชัยภูมิ อยู่บ้านเลขที่ 276/1 หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายโซ ตาน สัญชาติ เมียนมา &amp;nbsp;และ นาย เตน คาย อู ชาว เมียนมา ทั้งสองอาศัย ที่อยู่ 100/6 หมู่ที่ 2 ตำบลตากแดด อ.เมือง &amp;nbsp;จ.ชุมพร กำลังช่วยกันผสมปุ๋ยบรรจุใส่กระสอบ ก่อนนำไปจัดเรียงเป็นกองสูงอยู่ตามจุดต่างๆภายในโรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายภาณุกรณ์ เนียมเที่ยง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/6 &amp;nbsp;หมู่ที่ 2 ตำบลตาก แดด อ.เมือง จ.ชุมพร &amp;nbsp;เดินไปมาอยู่บริเวณหน้าเครื่องผสมปุ๋ย ซึ่งตั้งอยู่ติดด้านฝาผนังด้านในได้แสดงตนเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองสถานที่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานพร้อมแสดงบัตรประจำตัวและแสดงหมายค้นของศาลจังหวัดชุมพร ให้นายภาณุกรณ์ดูและได้อ่านข้อความในหมายค้นแจ้งความประสงค์เพื่อเข้าทำการตรวจค้นโดยมีนายภาณุกรณ์เป็นผู้นำตรวจค้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจค้นพบวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตปุ๋ย ผลิตภัณฑ์ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นปุ๋ยเคมี ปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยอินทรีย์ ไม่พบเลขทะเบียนตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดไว้ อาทิผลิตภัณฑ์ สารปรับปรุงดิน จุลินทรีย์ดิน ตราซุปเปอร์มิกซ์ SUPERMIX BIO 12 &amp;nbsp;PLUS ขนาดน้ำหนัก 50 กิโลกรัม จำนวน 70 กระสอบ ผลิตภัณฑ์ แคล-มิคพลัส 2020 วัสดุปรับปรุงดิน ตราซุปเปอร์มิกซ์ บรรยายสรรพคุณฟื้นฟูระบบรากที่มีปัญหา กระตุ้นการเกิดรากใหม่ Organnic Ajust Soil-Plus บรรจุในกระสอบพลาสติกสาน สีขาว-ส้ม-เขียว น้ำหนัก 25 กิโลกรัม จำนวน 70 กระสอบ ผลิตภัณฑ์ ไฮโกร 552 แอลเอฟ อาหารผสมสำเร็จ รูปชนิดเม็ด บรรจุในกระสอบพลาสติกสาน สีขาว-น้ำเงิน น้ำหนัก 30 กิโลกรัม จำนวน 60 กระสอบ ผลิตภัณฑ์พอร์ค ไฟเตอร์ 1301 อาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูป ลักษณะเม็ด บรรจุในกระสอบพลาสติกสาน สีขาว-แดง น้ำหนัก 30 กิโลกรัม จำนวน 70 กระสอบ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบสารตั้งต้นชนิดน้ำ และเครื่องมือ อุปกรณ์ ขวดพลาสติก ขนาด 1 ลิตร ฉลาก ผลิตภัณฑ์ ขนาด 1 ลิตร ฝาปิด 4 สี จำนวนมาก และที่ผลิตแล้วเสร็จบรรจุลงกล่องพร้อมจำหน่าย โดยระบุชื่อ ผลิตภัณฑ์ สารชีวภัณฑ์ organic acid บรรยายสรรพคุณ ดูดซึมไว พืชนำไปใช้ได้ทันที Silicate Carbon Compound ปริมาณสุทธิ 1,000 ซีซี บรรจุในขวดพลาสติกสีขาวขุ่น (ฝาสีเหลือง) ฉลากสีดำ เหลือง /ผลิตภัณฑ์ ฟายโต อะมิโน-โปร นวัตกรรมส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ช่วยทำให้เจริญเติบโตเร็ว ทั้งใบ ต้น ราก หรือหัว บรรจุในขวดพลาสติกสีขาวขุ่น (ฝาสีทอง) ฉลากสีเขียว ขนาดบรรจุ 1,000 ซีซี/ผลิตภัณฑ์ Enzume Stimulant ซุบเปอร์เอ็นไซม์ (สูตร 1) ขวดสีขาว (ฝาสีขาว) ฉลากสีดำฟ้า ปริมาณสุทธิ 1,000 ซีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดผลิตภัณฑ์ปุ๋ย และวัตถุอันตราย (ไตรโคเดอร์มา) &amp;nbsp;พร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับนายภาณุกรณ์ ฐานความผิด ผลิตปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรี ปุ๋ยชีวภาพ ที่ไม่ได้รับขึ้นทะเบียน ผลิตวัตถุอันตราย ชนิดที่ 2(เพื่อขาย)โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.2 บก.ปคบ. กล่าวว่าการลงพื้นที่มาตรวจจับโรงงานผลิตปุ๋ยเถื่อนในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากมีชาวสวนได้รับความเสียหายจากการซื้อปุ๋ยของโรงงานเถื่อนแห่งนี้ ตนเองจึงได้ส่งสายเข้าทำการตรวจสอบโดยแฝงตัวเป็นชาวสวนเข้าทำการติดต่อขอซื้อปุ๋ยทั้งชนิดเม็ดบรรจุกระสอบ ชนิด 50 กก.และชนิดน้ำ บรรจุขวดพลาสติก ขนาด 1000 ซีซี ซึ่งระหว่างที่ได้ทำการติดต่อขอซื้อผลิตภัณฑ์ ได้พบคนงานกำลังผสมปุ๋ยชนิดเม็ดและชนิดน้ำกันอยู่ จึงเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวนั้นผิดกฎหมาย จึงได้ประสานทางกรมวิชาการเกษตร จัดเจ้าหน้าที่ร่วมลงมาทำการตรวจสอบดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวอัจฉรา ทองสวัสดิ์ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมพร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่าถึงแม้ทางผู้กระทำผิดจะอ้างอิงว่าไม่ใช่การผลิตปุ๋ย แต่เลี่ยงบาลีว่าเป็นสารปรับสภาพดินนั้น เป็นสิทธิที่จะอ้างได้ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเอาผลิตภัณฑ์ต่างๆนำไปทำการตรวจหาส่วนผสมต่างๆในตัวผลิตภัณฑ์เพื่อจำแนกหาสารตั้งต้นว่ามีอะไรบ้าง แต่อย่างไรก็ตามการตรวจสอบเบื้องต้นถือว่าผลิตโดยไม่ได้ขอขึ้นทะเบียนและไม่ได้รับการอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทางนายภาณุภัณฑ์ เนียมเที่ยง เจ้าของโรงงานกล่าวว่าตนเองตั้งโรงงานและผลิตปุ๋ยจำหน่ายมานานแล้ว และได้ขอตั้งโรงงานอย่างถูกต้อง และวัตถุดิบที่นำมาผสมเพื่อบรรจุภัณฑ์จำหน่ายนั้นมีที่มาที่ไปอย่างถูกต้อง ตนเองเพียงนำมาผสมตามสูตรของตนเอง เพื่อให้เหมาะกับเกษตรกรที่ต้องการชนิดไหน แบบไหนเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเกษรกรชาวสวนสั่งซื้อครั้งละหลายๆตัน และยังเคยส่งให้กับตามร้านจำหน่ายปุ๋ยในหลายๆร้านในจังหวัดชุมพรและต่างจังหวัดอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119449</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_61642c29286e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.สนธิกำลังบุกรวบ 12 นักพนันไม่สนโควิด ตั้งวงมั่วสุมในสโมสรรถไฟชุมพร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3&amp;nbsp;ก.ย.64 -&amp;nbsp;พ.อ.สุรเทพ หนูแก้ว รอง ผบ.มทบ.44/รอง ผอ.รมน.จ.ชุมพร สั่งการให้ ร.อ.กอบศักดิ์ นาคหาญ หน.ชรต.403 (ช.พ.) ร.อ.ชาญณรงค์ ทองแก้ว หน.ฝ่ายการข่าว กอ.รมน.จ.ช.พ.,พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. บูรณาการกำลังร่วมกับ นายทวีป ไทยสวี ป้องกันจังหวัดชุมพร นพกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ชุมพร ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อร้องเรียนสายด่วนความมั่นคง&amp;nbsp;1374&amp;nbsp;ว่ามีการลักลอบเล่นการพนัน บริเวณสโมสรสถานีรถไฟ สาขาชุมพร ซอยรถไฟ ตำบลท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการนำกำลังเข้าตรวจสอบพบว่าบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟชุมพร พบว่าบริเวณด้านหน้าอาคารมีป้ายติดข้อความว่า &amp;ldquo;สโมสรรถไฟ สาขาชุมพร&amp;rdquo;&amp;nbsp; ภายในมีกลุ่มบุคคลชาย หญิง กำลังเล่นการพนันไพ่ดัมมี่และปิงโก กันอย่างเพลิดเพลิน แต่เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่หลายคนพยาบามเดืนหลบหนีออกด้สนหลังบ้าง เข้าไปในห้องน้ำบ้ง เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมผู้ต้องหาได้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายวิลาศ ชูชาติ อายุ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp; 2.นางไข่ บัวทอง&amp;nbsp; อายุ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;3.น.ส.พรทิพย์&amp;nbsp; พุทธสังฆราช อายุ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;4.นายบุญธรรม ม่วงมั่นกิจ อายุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;5.นายกำจัด ศรีมูล อายุ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;6.นางพิมพ์บุญ พฤกษ์เสรีชัยกุล อายุ&amp;nbsp;68&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;7.นายปรีชา ชูมี อายุ&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;8.นางกรรณนิกา นครพัฒน์ อายุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;9.นายพงไพร ไพรภิมุข อายุ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;10.นายบุญแทน นุวรรณโน อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี 11.นายศิลปิน ยังสวัสดิ์ อายุ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;12.นายมนัส พิไชยณรงค์ อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางได้แก่&amp;nbsp;1.ไพ่ จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;2.อุปกรณ์การเล่นปิงโก จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;3.เงินสด จำนวน&amp;nbsp;190&amp;nbsp; บาท โดยกล่าวหาว่าการทำความผิด&amp;nbsp;1.ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพดัมมี่,ปิงโก) เอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;nbsp;2.ร่วมกันมั่วสุมฝ่าฝืนข้อกำหนดหรือประกาศหรือคำสั่งที่ออกตาม พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค&amp;nbsp;3.ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งผู้ว่าราขการจังหวัดชุมพร พร้อมกับนำตัวผู้กระทำความผิดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115543</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_61321bcc87765.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวใหญ่ฉีดวัคซีนวันเดียวชักเกร็งน้ำลายฟูมปาก ญาติส่งรพ.นอนไอซียูกว่า 10 วันก่อนสิ้นใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.64 - ที่วัดสว่างมนัส&amp;nbsp;ตำบลปากน้ำหลังสวน มีงานบำเพ็ญกุศลศพ นางสาวบุญเกิด ฉิมจินดา อายุ 61 ปี อาชีพค้าขาย อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 1 ตำบลปากน้ำหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเรวดี คำสุภาพ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 4 ตำบลปากน้ำหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร เพื่อนสนิทของผู้ตายเล่าว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.64 เวลา 10.00 -11.00 นางสาวบุญเกิด ผู้ตายได้เดินทางไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน ตามที่ได้นัดหมายไว้ โดยได้ฉีดวัคซิโนแวค 1 เข็ม แล้วเดินทางกลับบ้านเวลา 12.00 น. ต่อมาได้มีญาติๆของนางสาวบุญเกิดพยายามโทรศัพท์เข้ามือถือเพื่อสอบถามอาการ แต่ไม่มีใครรับสายจึงให้เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆเข้าไปดูที่บ้าน พบว่านางสาวบุญเกิดนอนคว่ำหน้ายกเท้าทั้งสองขึ้น มีน้ำลายฟูมปาก ตัวเกร็งแข็งส่งเสียงร้องไม่เป็นภาษา เพื่อนบ้านจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน แพทย์นำเข้าห้องฉุกเฉินใส่เครื่องช่วยหายใจ แล้วส่งต่อไปยังโรงพยาบาลหลังสวน ซึ่วเป็นโรงพยาบาลใหญ่ประจำอำเภอ รักษาอยู่ในห้องไอซียูโดยไม่รู้สึกตัวมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเวลา 22.00 น.วันที่ 22 ส.ค.64&amp;nbsp; ญาติได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่านางสาวบุญเกิดได้เสียชีวิตแล้ว&amp;nbsp;ญาติๆจึงไปรับศพ ได้ใบรับรองการตาย ระบุสาเหตุการตายว่าเกิดจากเส้นเลือดในสมองตีบ&amp;nbsp;ขณะที่ญาติพี่น้องพากันสงสัยถึงสาเหตุการตายของนางสาวบุญเกิดว่าน่าจะมาจากการฉีดวัคซีนเข็มแรกเข้าไป และนำศพมาบำเพ็ญกุศลที่วัดสว่างมนัส ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐานันต์ แฟนสกุล อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 19 หมู่ 10 ตำบลบางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ญาติใกล้ชิดของนางสาวบุญเกิดผู้ตาย กล่าวว่านางบุญเกิดไม่มีสามีอยู่กับพี่สาวที่ป่วยสมองพิการ นอนอยู่ที่บ้าน มีอาชีพเป็นแม่ค้าขายผลไม้ดอง&amp;nbsp;มีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วย ไม่เคยเข้าโรงพยาบาลรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยแต่อย่างใด แต่ก่อนจะไปฉีดวัคซีนตามที่โรงพยาบาลนัดหมาย มีความเครียดความกังวลมากเพราะจะต้องไปฉีดวัคซีนดังกล่าว แต่หลังจากฉีดวัคซีนได้เพียง 1 ชั่วโมงพอกลับบ้าน มีอาการรุนแรงถึงขั้นชักเกร็งน้ำลายฟูมปาก และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลดังกล่าว ญาติๆจึงสงสัยและไปสอบถามเจ้าหน้าที่ได้รับคำตอบเพียงว่า เส้นเลือดในสมองตีบตามใบรับรองการตายและไม่มีคำชี้แจงอื่นใดๆเลย&amp;nbsp;ทำให้เกิดความแคลงใจอย่างมาก แต่ญาติจะดำเนินการสอบถามผู้เกี่ยวข้องให้ได้ข้อเท็จจริงว่า สาเหตุการตายเกิดจากอะไรกันแน่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อนางสาวบุญเกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง นพ.จีรชาติ เรืองวัชรินทร์ นายแพทย์สาธารณะสุข จ.ชุมพร กล่าวว่าตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน เดินทางไปพบญาติเพื่อให้ทำเอกสารขอรับการเงินเยียวยาจากกระทรวงสาธารณสุข ตามมาตรการของกระทรวงเนื่องจากผู้ป่วยรายนี้เสียชีวิตในระยะที่สังเกตอาการจากการฉีดวัคซีนเข้าไป&amp;nbsp;โดยไม่ต้องสอบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิต และจะติดตามการเบิกจ่ายเงินเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายนี้ให้ได้โดยเร็ว&amp;nbsp;แต่อยากให้ความมั่นใจในการฉีดวัคซีนว่ามีความปลอดภัยและจะส่งผลในการป้องกันอาการเจ็บป่วยหนัก หรือเสียชีวิตจากการรับเชื้อโควิด ซึ่งการฉีดวัคซีนดีกว่าไม่ฉีดแน่นอนและขอแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114621</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, ฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61273c2111b72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชุมพรผงะ!สั่งปิดชุมชนแรงงานต่างด้าวหลังพบเป็นคลัสเตอร์ใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - จากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม &amp;nbsp;1,067 ราย รักษาหายกลับบ้านได้แล้วจำนวน 430 ราย เสียชีวิตสะสม 3 ราย และยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลและสถานที่ต่างๆ 18 แห่งที่จังหวัดจัดไว้จำนวน 634 ราย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่พบมากมาจากกลุ่มประกอบการล้งทุเรียน โรงงาน สถานประกอบการ ร้านค้า และชุมชนแรงงานต่างด้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดพบคลัสเตอร์ใหญ่ ในพื้นที่บ้านน้ำใส หมู่ 12 เขตเทศบาลตำบลมาบอำมฤต อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนนคู่ขนานรถไฟ ตรงข้ามที่ทำการเทศบาลตำบลมาบอำมฤต และสถานีตำรวจบ้านมาบอำมฤต เพียง 300 เมตร เป็นชุมชนที่มีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนอาศัยอยู่มากกว่า 100 คน ได้เข้ามาบ้านเช่าแบบชั้นเดียวปลูกติดกันเป็นห้องกว่า 40 ห้อง ภายในชุมชนดังกล่าวมีชาวต่างด้าวเป็นเจ้าของธุรกิจเปิดเป็นร้านขายของชำ ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ไว้บริการกันเองในกลุ่มแรงงานต่างด้าวด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ทำงานในโรงงานแปรรูปไม้ โรงน้ำแข็งและทำสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงทำการปูพรมเข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในเชิงรุกและพบมีแรงงานต่างด้าวผลตรวจเป็นบวกติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันไม่แสดงอาการ 61 ราย ซึ่งเป็นการพบกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดของจังหวัดชุมพร และมีกลุ่มเสี่ยงสูงอีกจำนวนมาก &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ประกาศปิดชุมชนดังกล่าว โดยสั่งห้ามแรงงานทั้งหมดออกนอกพื้นที่อย่างเด็ดขาด เพื่อจะทำการคัดกรองอาการอีกครั้งเพื่อคัดแยกกลุ่มผู้เสี่ยงสูงทั้งหมดไปกักตัวที่สมาคมฟุโจวแห่งประเทศไทยในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการพบผู้ติดเชื้อในชุมชนแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมากในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงเข้าพรรษาแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ได้จัดงานทำบุญและเลี้ยงสังสรรค์กันในกลุ่มเครือข่ายแรงงานชาวต่างด้าว &amp;nbsp;ซึ่งมักจะจัดกิจกรรมลักษณะดังกล่าวกันอยู่เป็นประจำปีละหลายครั้ง โดยมีแรงงานต่างด้าวจากหลายๆพื้นที่ทั้งใน อ.ปะทิว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นเขตติดต่อมาร่วมงานมากกว่า 200 คนมาเข้าร่วมกิจกรรม และต่อมามีแรงงานต่างด้าวเริ่มมีอาการป่วยหลายคนจึงได้เดินทางมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 64 ผลพบเชื้อโควิดทุกคน ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนโรค จึงทราบที่มาและได้ลงทำการปูพรมตรวจในชุมชนที่อาศัยดังกล่าวพบเชื้อโควิดจำนวน 61 ราย และได้ปิดชุมชนที่อยู่อาศัยของแรงงานต่างด้าวห้ามเข้าออกอย่างเด็ดขาดจากพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากยังมีกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีกจำนวนมาก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112156</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, สถานการณ์การแพร่ระบาด, เมียนมา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a08ea65197.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กักตัว ผกก.สภ.หลังสวน พร้อมลูกน้อง 14 นาย เสี่ยงสูงติดโควิดหลังตรวจล้งทุเรียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 -&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มี คำสั่งสถานีตำรวจภูธรหลังสวน ที่&amp;nbsp;204/2564&amp;nbsp;เรื่องให้กักตัวข้าราชการตำรวจตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;ด้วยเมื่อวันที่ 13กรกฎาคม 2564 สาธารณสุขอำเภอหลังสวนได้ตรวจพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวนหลายคนที่แผงรับซื้อทุเรียนนุช มณีทรัพย์ ตลาดอวยชัย 3 ตำบลวังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร และจากการตรวจสอบพบว่ามีชุดปฏิบัติการสายตรวจของสถานีตำรวจภูธรหลังสวน ได้ออกตรวจรักษาความปลอดภัย ตรวจสอบใบอนุญาตการทำงานของแรงงานต่างด้าว ที่แผงรับซื้อทุเรียนนุช มณีทรัพย์ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 เวลาประมาณ 17.40 น. ซึ่งได้สัมผัสใกล้ชิดกับคนงานของแผงทุเรียนนุช มณีทรัพย์ ซึ่งชุดปฏิบัติการสายตรวจของสถานีตำรวจภูธรหลังสวน เป็นกลุ่มบุคคลมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งต่อมาชุดปฏิบัติการสายตรวจของสถานีตำรวจภูธรหลังสวน ได้มาสัมผัสใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานที่ตำรวจภูธรหลังสวนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของชุดปฏิบัติการสายตรวจของสถานีตำรวจภูธรหลังสวน ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิด จึงให้ข้าราชการตำรวจที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ กักตัวในบริเวณที่บ้านพักอาศัยของตัวเองจำนวน 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 ถึงวันที่ 27 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน &amp;nbsp;2.พ.ต.ต.ซูศักดิ์ ทัศนภูมิ สวป. 3.ร.ต.อ.เอกชัย เขียวเจริญ รอง สว.จร. 4.ร.ต.อ.อภิเชษฐ์ คีรีเพ็ชร รอง สวป.และครอบครัว&amp;nbsp; 5.ร.ต.ต.ณุวัฒนชัย สิทธิชัย รอง สว.(ป.) 6. ร.ต.ต.โชคชัย รัตนพันธ์ รอง สว.(ป.)และครอบครัว&amp;nbsp; 7.ร.ต.ต.ศักดา อ่อนสุระทุม รอง สว.(ป.)และครอบครัว 8.ร.ต.ต.สุชาติ กุลสิรวิชย์ รอง สว.(ป.) 9.ด.ต.เจริญศักดิ์ มณีนวล ผบ.หมู่(ป.) และครอบครัว 10.ด.ต.เกรียงศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผบ.หมู่(ป.)และครอบครัว 11.ด.ต.สมเจตตต์ ศรัทธาธรรม ผบ.หมู่(ป.)และครอบครัว 12.ด.ต.ไพศาล สุชาติพงศ์ 13.ด.ต.เอกธนัช ทองมี ผบ.หมู่(ป.) 14.ส.ต.ท.วราวุธ ศักดา ผบ.หมู่(ป.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด และมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาตามคำสั่ง 1212/2537 เป็นผู้ติดต่อสอบถามอาการอย่างต่อเนื่อง และรายงานอาการและการช่วยเหลือให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน หนึ่งในผู้ถูกกักตัวเปิดเผยว่าจากคำสั่งดังกล่าวออกโดย สภ.หลังสวน เพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดชุมพร เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงจากการออกตรวจล้งรับซื้อทุเรียนในพื้นที่ซึ่งมีแรงงานติดเชื้อโควิด-19 หลายราย ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังตำรวจ สภ.หลังสวน ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ยังสามารถรับใช้และให้บริการกับประชาชนตามปกติเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109806</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, สภ.หลังสวน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efe510c311a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 18:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 18:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับหนุ่มวัย 24 บุกคลังอาวุธกองร้อย ตชด.414 ขโมยอาวุธปืนสงครามเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล้วงคองูเห่าหนุ่มวัย 24 ปี บุกคลังอาวุธกองร้อย ตชด.414 ขโมยอาวุธปืนสงคราม อาร์พีจี 6 กระบอก ปืนกล กระสุนอีกจำนวนมาก ขนใส่รถเข็นพ่วงจักรยานยนต์ขับพาไปขุดหลุมฝังดินท้ายสวนบ้านยายรอขายต่อ แต่ชาวบ้านไปเจอแจ้งตำรวจตามจับไว้ได้ ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งอยู่ระหว่างหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.64 - ที่สถานีตำรวจภูธรตำบลสลุย อ.ท่าแซะ พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.ท.ฐิติณัฐฎ์ ศรีสังข์ ปฏิบัติงาน กอ.รมน.ช่วยราชการ สว.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร พ.ต.ท.ยุทธนา ทองปาน รอง ผกก.สภ.ท่าแซะ พ.ต.ท.ชาติลักษณ์ ดิเรกวัฒนา ผบ.ร้อย ตชด.414 &amp;nbsp;ร.ต.อ.ชัยยะ สิทธิจันทร์ หน.ชุด ชปข.ตชด.414 พร้อมกำลังควบคุมตัว นายพรหมทัต หรือทัต นุ่มนิ่ม อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่15/1หมู่ 13 ตำบลท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยการผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงค์ให้เป็นทางคนเข้าและในสถานที่ราชการ, ทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ก.ค.64 เวลา 14.43 น.นายบุญนำ ณรงค์น้อย กำนันตำบลท่าข้าม ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบอาวุธสงครามฝังดินอยู่ท้ายสวนของบ้านเลขที่ 15 หมู่ 13 ตำบลท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงประสาน พ.ต.ท.มธกร ฤทธิ์เนื่อง รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.ท่าแซะ พ.ต.ท.สามารถ แท่นอินทร์ สว.(สอบสวน) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด EOD เข้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นสวนปาล์มน้ำมันมีร่องรอยการขุดดินเป็นหลุมไม่ลึกมากนักจำนวน 2 หลุมติดกัน โดยหลุมแรกฝังอาวุธสงครามบางส่วนโพล่ออกมาให้เห็น ตรวจสอบพบเป็นอาวุธปืนสงคราม 1.อาวุธปืนกลเอ็ม 60 จำนวน 2 กระบอก เครื่องยิงจรวดอาพีจี 1 กระบอก ส่วนอีกหลุมเป็นกระสุนปืนเล็กยาว ขนาด 7.62 มม. จำนวน 4 ลัง 4.กระสุนปืนเล็กยาว ขนาด 5.56 มม.จำนวน 1 ลัง 5.ซองบรรจุกระสุนปืนจำนวน 77 ซอง จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของทางราชการระบุสังกัดกองร้อย ตชด.414 (บ้านยายไท) ตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานไป ได้มีเจ้าหน้าที่ ตชด.มาตรวจสอบยืนยันว่าเป็นอาวุธปืนสงครามที่ถูกคนร้ายขโมยไปจากคลังอาวุธของคืนวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างติดตามจับกุมคนร้ายอย่างกระชั้นชิดอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 8 ก.ค.เจ้าหน้าที่ชุด ตชด414 สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้คือ นายพรหมทัต หรือทัต นุ่มนิ่ม อายุ 24 ปี ได้ขณะนอนในขนำภายในสวนปาล์มน้ำมันใกล้จุดเกิดเหตุที่นำอาวุธปืนสงครามไปฝังดินซ่อนไว้ พร้อมรถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมช สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และรถเข็น 2 ล้อ ฆ้อนปอน 1 อัน ที่ใช้กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผล นายพรหมทัตรับว่ายังมีอาวุธที่ขโมยมาซุกซ่อนอยู่อีกจุดซุกซ่อนอยุ่ในป่ากระถินเทพาที่ด้านหลังกองร้อย ตชด.414 &amp;nbsp;เนื่องจากอาวุธที่ขโมยออกมาขนเที่ยวเดียวไม่หมด เมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจสอบพบมี 1.อาวุธปืนอาร์พีจี 5 กระบอก 2.ลำกล้องสำรองปืน เอ็ม 60 จำนวน 2 กระบอก &amp;nbsp;3.ลูก ค.10 จำนวน 80 นัด &amp;nbsp;4.ลูก กปล.ขนาด 5056 จำนวน 500 นัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายพรหมทัต ให้การรับสารภาพว่า ตนได้ขับรถจักรยานยนต์พ่วงรถเข็นคันดังกล่าวไปก่อเหตุร่วมกับเพื่อนอีกคนชื่อนายเอ็ม โดยตนได้ขับรถจักรยานยนต์พ่วงรถเข็นไปจอดซุ่มไว้ในป่าละเมาะแล้วเดินลัดเลาะเข้าไปที่คลังอาวุธซึ่งอยู่ด้านหลังกองร้อย ตชด.414 บ้านยายไทย ตำบลสลุย อ.ท่าแซะ แล้วงัดทะลายสิ่งกีดขวางเข้าไปเอาอาวุธปืนสงครามและเครื่องกระสุนปืนออกมาใส่รถเข็นแล้วใช้ผ้าคลุมทับขับออกมาบนถนนเพชรเกษม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายเอ็มเพื่อนที่ร่วมวางแผนได้ลงระหว่างทางแล้วให้ตนขับรถจักรยานยนต์พ่วงรถเข็นบรรทุกอาวุธปืนสงครามและเครื่องกระสุนไปเพียงลำพังคนเดียว โดยตนขับเลี้ยวเข้าไปในถนนซอยตามหมู่บ้าน จนกระทั่งถึงบ้านที่ตำบลทาข้าม อ.ท่าแซะ ระยะทางเกือบ 30 กิโลเมตร แล้วตนได้เอาอาวุธปืนทั้งหมดไปขุดหลุมฝังไว้ ส่วนกระสุนปืนได้แยกฝังอีกหลุมซึ่งอยู่ติดๆกัน ที่บริเวณท้ายสวนของยายตนเอง เพื่อรอไว้ส่งขายให้กับบุคคลที่ต้องการจะซื้อ จนกระทั่งมีคนไปเจอแล้วแจ้งตำรวจมาจับกุมตนดังกล่าว ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งอยู่ระหว่างติดตามจับกุม และขยายผลว่ามีใครร่วมขบวนการวางแผนอีกหรือไม่ เพื่อจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109078</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6e5868652f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทเลอร์เข้าโค้งหักศอก พุ่งเสยรถกระบะช่างซ่อมสายเคเบิล ดับอนาถพร้อมเมีย-ลูกน้อง 3 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 00.30 น. ร.ต.อ.สนธยา ไทยประเสริฐ รอง สว.(สอบสวน)สภ.สลุย ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกชนกับรถยนต์กระบะมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน เหตุเกิดบริเวณโค้งสายชล หรือโค้งร้อยศพ ถนนเพชรเกษม หมู่ 3 ตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยบรรเทาสารภัย ปภ.จ.ชุมพร หน่วยกู้ชีพกู้ภัยสายชลมูลนิธิชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุบนถนนเพชรเกษมช่องทางขาขึ้นเป็นโค้งหักศอกอันตรายหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าโค้งร้อยศพเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุมีคนบาดเจ็บตายเป็นจำนวนมากทุกปี &amp;nbsp;พบรถบรรทุกเทเลอร์ยีห้อวอลโล่ 22 ล้อ หัวเก๋งทะเบียน 77-4467 กรุงเทพหานคร พ่วงหลังทะเบียน 74-5773 กรุงเทพมหานคร ด้านข้างชนแปะติดอยู่กับภูเขา ด้านหน้าพังยุบเสียหาย &amp;nbsp;ที่ใต้ท้องบริเวณส่วนของหัวรถเทเลอร์ มีรถกระบะนิสสันตอนครึ่ง สีบอรนด์ ทะเบียน บร 1058 นครปฐม สภาพหงายท้องถูกทับจนยุบแบนทั้งคัน มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน 3 ศพ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรช่องทางขาขึ้น 1 ช่วงยูเทิร์นเพื่อใช้รถเครนขนาดใหญ่มายกหัวเก๋งรถเทเลอร์ที่ทับรถกระบะออก แล้วใช้เครื่องตัดถ่างงัดนำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ศพออกมา ต้องใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง ส่วนคนขับรถบรรทุกเทเลอร์ หลบหนีไปก่อนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบทั้ง 3 ศพ ทราบชื่อคนขับคือ นายราเชญ ชาวปากน้ำ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/2 หมู่ 7 ตำบลปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร นางสาวธิดารัตน์ ตั้งซุยยัง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 4 ตำบลบางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน และนายวสันต์ เชื้อนุช อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148/1 หมู่ที่ 4 ตำบลทะเลทรัพย์ อ.ปะทิว จ.ชุมพร สภาพทั้ง 3 ศพ กระดูกหักหลายส่วน มีแผลฉกรรจ์ทั่วร่าง ภายในรถกระบะมีอุปกรณ์ช่างตกอยู่หลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณช่วงโค้งซึ่งไหล่ทางด้านซ้ายเลียบติดกับภูเขาสูง พบแท่งแบริเออร์พลาสติกสีเหลืองสะท้อนแสงวางอยู่ขอบไหล่ทางหลายจุดถูกทับพังเสียหายหลายอัน และมีเสาไฟฟ้า สายเคเบิ้ล ล้มขาดอยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า นายราเชญคนขับและนางสาวธิดารัตน์ สองสามีภรรยามีอาชีพรับเหมาซ่อมบำรุงสายเคเบิ้ลให้กับ บริษัท แคท เทเลคอม &amp;nbsp;โดยมีนายวสันต์ เป็นลูกน้อง ก่อนเกิดทั้ง 3 คน ได้มาซ่อมบำรุงติดตั้งสายเคเบิ้ลอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงกลางวัน จนกระทั่งใกล้เที่ยงคืนทั้ง 3 คน ได้เลิกงานและได้จัดเก็บเครื่องมือขึ้นรถเตรียมจะขับกลับบ้านพักในตลาดอำเภอปะทิว และเป็นช่วงจังหวะที่รถบรรทุกเทเลอร์ขับเข้าโค้งหักศอกเลียบภูเขาได้พุ่งชนรถกระบะคันดังกล่าวที่จอดอยู่ข้างไหล่ทางอย่างจังจนรถยนต์กระบะพลิกหงายท้องแล้วทับลากครูดไปบนถนน จนเป็นเหตุให้ทั้ง 3 คนเสียชีวิดติดอยู่ในซากรถดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างสอบสวนและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง และติดตามจับกุมคนขับรถบรรทุกเทเลอร์ที่หลบหนีมาดำเนนคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108238</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, สภ.สลุย, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd0b749339a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
