<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2026 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรัง&#039; ติดเชื้อใหม่187รายเตือนผู้สมัครอบต.ต้องเข้มงวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ที่ศูนย์แถลงข่าว ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตรัง ห้องลิบง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดตรัง นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น โฆษก ศบค.ตรัง &amp;nbsp;พญ.ทิพย์ลดา บุญชัย &amp;nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลตรัง &amp;nbsp;ในฐานะรองโฆษก ศบค.ตรัง &amp;nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 187 ราย สะสม 8,206 ราย &amp;nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง 155 ราย รับมารักษา 32 ราย รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 8,206 ราย&amp;nbsp; &amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม 110 ราย รักษาหายรวม 6,361 ราย มีผู้ป่วยโควิด 19 ยังคงมีผู้ป่วยโควิด 19 รักษาใน รพ. 1,802 ราย และเสียชีวิตเพิ่มวันนี้ 2 &amp;nbsp;ราย ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นโรคประจำตัวและติดจากคนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ตุลกานต์กล่าวว่า ufa888goal&amp;nbsp;ในช่วงนี้เป็นช่วงของการเลือกตั้งการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะมีการรณรงค์เดินหาเสียงตามชุมชนต่าง ๆ และมีการเปิดเวทีปราศรัย &amp;nbsp;จึงฝากไปยังผู้เลือกตั้ง ผู้ที่เดินหาเสียง ขอให้ระมัดระวังอย่างเคร่งครัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;


fifa356 และคำสั่งทุกฉบับได้เน้นย้ำว่าการออกนอกเคหะสถานต้องสวมหน้ากากอนามัย หากไม่ปฏิบัติจะมีการลงโทษ&amp;nbsp;


save168 ครั้งแรกตักเตือน ครั้งที่สองจะมีการปรับ 6,000- 20,000 บาท การออกกฎก็เพื่อให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการสวมใส่หน้ากากเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด&amp;nbsp;


bnk789 และในการหาเสียงต้องพบปะกับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ดั้งนั้นต้องควบคุมเวลาในการพบปะกับประชาชนไม่เกิน 15 นาที พูดคุยนโยบาย แนะนำตัว สวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างให้เกิน 2 เมตร ไม่เช่นนั้นท่านจะอยู่ในกลุ่มสภาวะเสี่ยงสูง ในส่วนตัวผู้สมัครเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองให้ไปทำการตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยจาก ศบค.ตรัง&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120273</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น, ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, โฆษก ศบค.ตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f87f80aba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อบต. จี้ผู้ว่าฯตรัง สางปัญหาไทรยักษ์ล้มทับอาคารเรียนยังซ่อมไม่ได้ ทำเด็กไร้ที่เรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&amp;nbsp;ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีอาคารเรียนนักเรียนอนุบาลโรงเรียนทุ่งไทรทอง ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ถูกต้นไทรยักษ์ ล้มทับจนพังเสียหาย เมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ต.ค.63&amp;nbsp;ที่ผ่านมา ทำให้ในขณะนั้นนักเรียนต้องไร้ที่เรียน คณะครูต้องย้ายนักเรียนไปเรียนภายในห้องสมุดซึ่งมีพื้นที่คับแคบ และแออัด มาประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เทรม จนกระทั่งมีการหยุดการเรียนภายในโรงเรียนไปเนื่องจากสถานการณ์โควิด และทำให้ทางโรงเรียนหวั่นว่าหากมีการเปิดการเรียนการสอนตามปกติ นักเรียนชั้นอนุบาลเหล่านั้นจะไม่มีที่เรียน&amp;nbsp; และจำใจต้องแออัดอยู่ในห้องสมุดเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากอาคารดังกล่าวยังคงไม่ได้มีการซ่อมแซมแต่อย่างได โดยทางโรงเรียนชี้แจงว่าอาคารดังกล่าวไม่ได้เป็นทรัพย์สินของโรงเรียน เพียงแค่อยู่ในที่ดินของโรงเรียน แต่อ้างว่าเป็นของ อบต.สุโสะ จนนำมาสู่ปัญหาในความซับซ้อนของพื้นที่และงบประมาณ หลังปรากฏเป็นข่าว นายเอกชัย สุนทร นายอำเภอปะเหลียน ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมสั่งการให้ทาง อบต.สุโสะ จัดสรรงบประมาณซ่อมแซมเร่งด่วน จำนวน&amp;nbsp;130,000&amp;nbsp;บาท เข้ามาซ่อมแซม ให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสได้ใช้ทันในการเปิดเรียนตามปกติ และมีการรับปากเพื่อดำเนินการแก้ไขโดยทันที เมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายสมคิด รองเดช นาย อบต.สุโสะ คณะผู้บริหาร (ขณะนั้น) พร้อมด้วย&amp;nbsp; นายเด่นทยา วุ่นแก้ว ปลัด อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ อบต.ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก โดยนายสมคิด กล่าวว่า หลังจากที่ปรากฏเป็นข่าว ทาง อบต.จึงได้มีการไปรื้อเอกสารเพื่อตรวจสอบประวัติของตัวอาคารดังกล่าว จนทำให้กระจ่างว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2546&amp;nbsp;ทาง กรมการพัฒนาชุมชน หรือ พช. ได้มีการถ่ายโอนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จากกระทรวงมหาดไทย ให้กับ อบต. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล โดยมีการถ่ายโอนตัวอาคาร ครุภัณฑ์ นักเรียน และคณะครู ซึ่งทาง อบต.สุโสะ ได้รับมาทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง ได้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าเทศ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บ้านท่าคลอง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บ้านในทอน และบ้านทุ่งไทรทอง แต่ได้รับการถ่ายโอนตัวอาคารมาเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง คือ ศพด.บ้านท่าเทศเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งไม่ได้รับการถ่ายโอนตัวอาคาร ได้รับมาเพียงแค่ครุภัณฑ์ ซึ่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ก็คืออาคารภายในโรงเรียนทุ่งไทรทองที่เกิดปัญหาอยู่ ซึ่งทาง อบต.ก็ได้มีการประกาศยกเลิกใช้งานอาคารทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อาคารไปทั้งหมดแล้วตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;เนื่องจากอาคารดังกล่าวไม่มีความคงทน ถาวร และมีการก่อสร้างอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของ อบต.แห่งใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวต่อไปว่า ทำให้ทาง อบต.หวั่นว่าหากดำเนินการนำงบประมาณจำนวน&amp;nbsp;130,000&amp;nbsp;บาท ไปทำการซ่อมแซมอาคารดังกล่าวตามคำสั่งที่นายเอกชัย สุนทร นายอำเภอปะเหลียนสั่งการมา อาจจะทำให้ขัดต่อระเบียบของทางราชการ จนอาจนำมาสู่การถูกเรียกเงินคืนจากทาง สตง. และมีความผิดหรือไม่ เนื่องจากเคยมีกรณีตัวอย่างเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วในจังหวัดอื่น จนทำให้ขณะนี้ขอชี้แจงว่า ทาง อบต.ไม่สามารถดำเนินการซ่อมแซมใดๆ กับตัวอาคารดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวอีกว่า จึงอยากฝากสื่อมวลชนสอบถามไปยัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง ท้องถิ่นจังหวัด นายอำเภอ และ สตง.ในกรณีเกิดกรณีเช่นนี้ ซึ่งมีความคลุมเครือในการถ่ายโอนทรัพย์สิน สามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าทาง อบต.สามารถดำเนินการซ่อมแซมได้ โดยให้ยืนยันผ่านมาเป็นหนังสือ ทาง อบต.จึงสามารถซ่อมแซมให้ได้ หาก อบต.ซ่อมแซมลงไปและมีความผิดตามมา ผู้ว่าฯ ท้องถิ่น หรือนายอำเภอ คนใดจะออกมาปกป้อง อบต.หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นอาคารดังกล่าวน่าจะยังคงเป็นทรัพย์สินของทางกรมการพัฒนาชุมชน หรือ พช. ซึ่งเป็นอาคาราชพัสดุ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจในการพิจารณา เพื่อที่จะดำเนินการ หรือสั่งการให้หน่วยงานใดมีการปรับปรุงซ่อมแซม หรือถ่ายโอนตรงมาให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรังเขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพื่อที่จะจัดสรรงบประมาณมาซ่อมแซมได้ถูกต้องตามระเบียบราชการ ให้เด็กนักเรียนมีอาคารได้ศึกษาเล่าเรียนหลังที่มีการประกาศให้จัดการเรียนการสอนตามปกติ ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118487</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_61570bf76bc78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าอาวาสเล่านาทีผัวขุดหลุมฝังศพเมีย พร้อมทำบุญในวัด ชาวบ้านคาใจตร.ไม่ชันสูตรหาสาเหตุตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าอาวาสวัดเมืองตรังเล่านาทีผัวขุดหลุมฝังศพเมีย เข้ามาทำบุญในวัด พร้อมเล่าเหตุการณ์ หลังวิญญาณเมียเฮี้ยนตามหลอกหลอน ก่อนแนะนำให้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ ด้านชาวบ้านยังคาใจ ตร.ไม่ชันสูตรศพ พร้อมปักใจเชื่อคำให้การสามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - จากกรณี นายมิตร สุกเลื้อง อายุ&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ปี อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ได้ขุดหลุมฝังศพนางถนอม ภักดี อายุประมาณ&amp;nbsp;38-40&amp;nbsp;ปี ผู้เป็นภรรยา ไว้บริเวณพื้นดินภายในสวนยางข้างกงสี พื้นที่หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ต.แหลมสอม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ก.ย.ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าภรรยาป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เอดส์) และนอนป่วยติดเตียง จนกระทั่งเสียชีวิตลงตามธรรมชาติภายในกงสี ก่อนจะนำร่างภรรยาไปฝังดิน โดยไม่ได้บอกกล่าวใคร จนกระทั่งผ่านมา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วัน เจ้าหน้าที่มาทราบในภายหลังจากที่สามีอ้างถูกวิญญาณภรรยาตามหลอกหลอน และไปแจ้งเรื่องกับพระสงฆ์ ทั้งนี้ทางตำรวจไม่มีการทำคดีชันสูตรพลิกศพยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต จนทำให้ชาวบ้านคาใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดโคกมะขาม ต.แหลมสอม อ.ปะเหลียน เพื่อพบกับ พระเสนอ วรธมฺโม เจ้าอาวาสวัด เล่าว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ก.ย. ที่ผ่านมา สามีได้เดินทางมาที่วัดคนเดียว เพื่อมาพบอาตมาจริง พร้อมทำบุญโดยนำข้าว แกง และน้ำ มาถวาย พร้อมกับบอกเล่าถึงการตายของภรรยา และเห็นดวงไฟสีเขียวโผล่มาจากหลุมศพ อาตมาจึงได้แนะนำให้ตนไปแจ้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ส.อบต.เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือและทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ผ่านมาอาตมาไม่เคยรู้จักคู่สามีภรรยาหรือเคยพบเห็นมาก่อน และหากจะมีการขุดเพื่อนำศพขึ้นมาจากหลุม เพื่อมาทำการฌาปนกิจที่วัด อาตมาก็ยินดีเพราะเป็นสงฆ์ต้องทำให้ หากติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ก็ยินดีจะทำศพให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามชาวบ้านในพื้นที่ยังคาใจและตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ตายเสียชีวิตลงด้วยสาเหตุใด และเพราะสาเหตุไดสามีจึงรีบขุดหลุมฝังศพของภรรยา โดยไม่บอกหรือแจ้งข่าวกับใครแม้แต่คนเดียว จนชาวบ้านและผู้นำต่างมาทราบเรื่องในภายหลัง ทั้งนี้ยังคาใจถึงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงไม่ทำเป็นคดีชันสูจน์พลิกศพ พร้อมด่วนสรุปและปักใจเชื่อว่าเสียชีวิตเองโดยธรรมชาติ โดยที่ไม่มีผลของทางแพทย์ยืนยัน พร้อมไม่เชิญตัวสามีไปเค้นสอบปากคำ และชาวบ้านยังคงหวาดผวาว่าสามีภรรยาจะมีการติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ด้วยหรือไม่ หรือภรรยาเสียชีวิตเพราะการถูกฆาตกรรมด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวคืบหน้าล่าสุด เช้าวันนี้หลังจากญาติติดใจสาเหตุการตาย สามีนำศพเมียไปฝังโดยไม่ปรึกษาใครและไม่แจ้งญาติทราบอ้างว่าเมียป่วยติดเตียงและเป็นโรคประจำตัว ต่อมาญาติได้แจ้งเจ้าหน้าที่ ตร.และผู้นำท้องที่ฝ่ายปกครอง รวมทั้ง อสม.และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯ เพื่อขุดร่างจากหลุมฝังศพใกล้กงสีพาไปผ่านพิสูจน์ที่ รพ.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) สงขลา ตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ (13&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;เพื่อหาสาเหตุการตายว่าเป็นการตายเองธรรมชาติ หรือมีร่องรอยการฆาตกรรมหรือไม่ ชด้าน พ.ต.อ.สมศักดิ์ สังข์น้อย ผกก.สภ.หนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนยังไม่รับเลขคดี เบื้องต้นทราบว่าเป็นการตายแบบธรรมชาติ แต่เมื่อทางฝ่ายญาติยังติดใจสงสัยทางเจ้าหน้าที่ ตร.จึงต้องส่งศพไปผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด รับเป็นคดีชันสูตร หรือ (คดี ช.) หลังจากผลผ่าพิสูจน์ออกมาจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ก่อนหน้านี้จากการพุดคุยกับสามีคนตายยังไม่พบพิรุธ ส่วนพยานแวดล้อมจะเรียกมาสอบปากคำในลำดับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ฝ่ายญาติไม่พอใจและมีพิรุธข้อสงสัยหลายประการ โดย นายฉลอง ภักดี อายุ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ปี ผอ.โรงเรียนวัดสีหราษฎร์ศรัทธา ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง เป็นพี่ชายของผู้ตาย เผยว่า ครอบครัวมีพี่น้องร่วมกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน พี่ชายคนโตอยู่ที่ บ้านหนองแห้ง ต.ในควน ม.1&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว ส่วนตนเป็นคนกลาง ผู้เสียชีวิตเป็นน้องคนสุดท้อง พักหลังไม่ได้ติดต่อกับผู้ตายมานานกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีกว่า แต่ทราบว่าผู้ตายได้ไปมาหาสู่กับพี่ชายตลอด เพราอยู่ใกล้กัน กระทั่งวานนี้ได้รับทราบข่าวจากญาติ ว่าน้องสาวได้เสียชีวิตลง จึงนัดพี่น้องมาพบกันงงและยังติดใจในสาเหตุการตายเพื่อขุดศพขึ้นมาพิสูจน์หาความจริง ส่วนเรื่องของคดีขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนสอบสวนไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย ส่วนศพน้องสาวหลังจากผลชันสูตรผ่าศพออกแล้วก็จะนำไปทำพิธีฌาปนกิจศพ ตามประเพณี ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตมีข้อสงสัยหลายประการ โดยจิตสำนึกของคนทั่วไปแล้ว เมื่อเสียชีวิตลง อย่างน้อยต้องแจ้งให้ญาติทราบก่อนที่จะดำเนินการใดๆ แต่เหตุการณ์นี้กลับผิดแปลกแต่เชื่อว่าความจริง คือความจริง กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116666</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_61404cfe4f9a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การตรัง ถกเครียดหาเบาะแสมือปืนยิงพ่อค้ารับซื้อน้ำยาง ดับพร้อมเมีย ส่วนลูกวัย 14 สาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp;ก.ย.64 - ที่ห้องประชุมปฏิบัติการ (ศบก.) ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สภ.รัษฎา พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้เรียกประชุมด่วน เจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวน ภ.จว.ตรัง ชุดสืบสวน ภ.9&amp;nbsp;และกองปราบฯ เพื่อติดตามเร่งรัดคดีที่คนร้ายก่อเหตุยิง นายวีระยุทธ ขุนอินทร์ หรือสุกิจ อายุ&amp;nbsp;39&amp;nbsp;ปี น.ส.วราภรณ์ เพียรดี หรือเอ๋ อายุ&amp;nbsp;39&amp;nbsp;ปี สองสามีภรรยาชาว ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง จนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ตร.พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง ได้ทำการตรวจสอบรถรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนด์เงิน ทะเบียน ขก&amp;nbsp;720&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี พบร่องรอยถูกถล่มยิงจนพรุนกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;รู ภายในตัวรถพบชิ้นส่วนหัวกระสุนขนาด&amp;nbsp;5.56&amp;nbsp;ซึ่งใช้กับอาวุธปืน เอ็ม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง บ้านเลขที่&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.ควนเมา อ.รัษฏา จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของ นายวีระยุทธ หรือสุกิจ บรรยากาศเต็มไปด้วยญาติผู้เสียชีวิต นายสมคม ขุนอินทร์ อายุ&amp;nbsp;73&amp;nbsp;ปี พ่อนายวีระยุทธิ์ หรือสุกิจ เผยว่า ลูกชายและลูกสะใภ้ คบหาดูใจกันมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกัน เป็นเวลานานนับสิบกว่าปีแล้ว และลูกชายไม่เคยมีปัญหาหรือความขัดแย้งกับใครมาก่อน ปกติลูกชายอยู่แต่ในบ้าน เป็นคนเรียบร้อย ดูดบุหรี่ ดื่มสุราบ้าง แต่ก็ไม่มาก ไม่ได้เป็นคนเกเรอะไร ส่วนเรื่องครอบครัวลูกชายได้แยกกันอยู่กับลูกสะใภ้ แต่ไม่ได้หย่าร้างกัน และก็ไปมีแฟนสาวอีกคนหนึ่ง ได้ประมาณระยะหนึ่ง ก่อนที่จะต้องโทษจำคุก และเมื่อพ้นโทษออกมา เมื่อช่วงเดือน ม.ค.64&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคม เผยต่อไปว่า ต่อมาลูกชายได้มีปัญหากับแฟนสาวที่คบกัน เนื่องจากระหว่างคบหาได้มีการยืมเงินของลูกชายจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านกว่าบาท เพื่อที่จะนำไปลงทุนในเรื่องของเกษตรกรรม ทำให้ลูกชายไปทวงเงินจำนวนดังกล่าว แต่ทางฝ่ายแฟนกลับกลับไม่ให้คืน ก่อนที่ลูกชายจะกลับมาอยู่กินกับลูกสะใภ้ใหม่อีกครั้งได้เพียงแค่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วันก่อนเกิดเหตุ ขณะนี้ก็รู้สึกตกใจ กินข้าวไม่ลง และฝากบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้จับคนร้ายมาให้ลงโทษได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าอุกอาจ อยากให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยจับคนร้ายมาให้ได้ ตำรวจก็ได้เชิญตัวไปสอบปากคำ ตนเองก็ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่เขาทำงานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสมใจ (นามสมมุติขอสงวนชื่อนามสกุล) อายุ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ปี เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนนอนอยู่ในบ้าน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นขึ้นมา แฟนเรียกให้ไปดูว่ามีรถชนต้นไม้ตนจึงออกไปดู ได้ยินเหมือนเสียงปืน แต่ตนคิดว่าเป็นเสียงคนจุดประทัดในวัด โดยระยะทางจากบ้านไปวัดประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กม.ปกติถนนเส้นนี้มักเกิดอุบัติเหตุบ่อย สำหรับผู้ตายก็ถือว่าเป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียงกัน และเป็นคนดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวสั้นๆว่า&amp;nbsp;ตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ประเด็นตอนนี้ถือว่ามีความขัดแย้งเข้ามาเชื่อมโยง ส่วนประเด็นที่คาดว่าจะมีการพัวพันเชื่อมโยงกับการตายของนายปารเมษฐ์ แซ่หลี หรือ เบส ทุ่งสง อายุ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี ชาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช นั้นขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก เบื้องต้นได้ทำการเชิญบุคลที่ใกล้ชิดกับผู้ตาย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รายมาสอบปากคำไปแล้ว แต่ยังเผยรายละเอียดไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116366</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกรรม, จังหวัดตรัง, พ่อค้ารับซื้อน้ำยาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c5f04e865e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบยกก๊วนเมียใหม่ฆ่า &#039;ต๊อก โคกสะบ้า&#039; เปิดปมแค้นเชื่อคนตายยิงบ้าน แจ้งจับยานรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;ส.ค.64 - เมื่อเวลา 17.30 น. พล.ต.ต.สันทัด วินสน&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.ตรัง ร่วมกับ พล.ต.ต.สุวัฒน์&amp;nbsp;แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองปราบปราม พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รองผู้บังคับการสืบสวนภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุม ผู้ต้องหาในคดีฆ่านายโสภณ ณ นคร หรือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ต๊อก โคกสะบ้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.นาข้าวเสีย เหตุเกิดริมถนนสายนาโยง-ย่านตาขาว พื้นที่ ม.8&amp;nbsp;บ้านนาปด ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ก.ค.64&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้สั่งการให้ พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง ร่วมกับ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กองปราบปราม ตร.สืบสวน ภ.9&amp;nbsp;ตร.สภ.นาโยง เจ้าของพื้นที่ สนธิและกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นาย กระจายกำลัง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จุด ในพื้นที่ จ.ตรัง และสงขลา ตามปฎิบัติการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;คืนความสงบสู่ตรัง&amp;rdquo;&amp;nbsp;เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบชื่อคือ&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;นายชนก หมื่นรักษ์ หรือนกเขา อายุ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ปีอยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;8/1&amp;nbsp;ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่&amp;nbsp;201/64&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ส.ค.64 2.&amp;nbsp;นายศุภชัย แก้วละเอียด หรือแมว อายุ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง&amp;nbsp;ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่&amp;nbsp;199/64 3.&amp;nbsp;นายณัฐชนน พุฒนวล อายุ&amp;nbsp;29 ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่&amp;nbsp;200/64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;นายชุติไชย เพ็งผอม หรือบี อายุ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ปี อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง มีหมายจับติดตัวเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.สุราษฎร์ธานี ที่ จ.197/63&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ส.ค.63&amp;nbsp; ในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542&amp;nbsp;โดยแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์การจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันสืบสวนสอบสวนโดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากพยานบุคคล&amp;nbsp;พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์ และข้อมูลประวัติการกระทำความผิดของกลุ่มคนร้ายในคดีนี้&amp;nbsp;กระทั่งทราบตัวกลุ่มคนร้ายได้ขออนุมัติหมายจับกลุ่มคนร้าย จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จุด ทั้งในพื้นที่ จ.ตรัง และ จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาช่วงย่ำรุ่งเวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.วันนี้&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ส.ค.64&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันสนธิกำลัง ปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม กลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุในคดีนี้ ซึ่งผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน พร้อมตรวจยึดของกลางยาเสพติด,&amp;nbsp;เครื่องกระสุนปืน,&amp;nbsp;เสื้อผ้าที่กลุ่มคนร้ายสวมใส่ในวันเกิดเหตุ รวมถึงยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ และในครั้งนี้ได้ตรวจยึดของกลางยาเสพติดและวัตถุระเบิด&amp;nbsp; ประกอบด้วยยาบ้า&amp;nbsp;582&amp;nbsp;เม็ด ไอซ์น้ำหนักประมาณ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กรัม และระเบิดชนิด ที.เอ็น.ที. ขนาด&amp;nbsp;1/4&amp;nbsp;ปอนด์ จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย เป็นเครือญาติของภรรยาใหม่ผู้ตาย สาเหตุมาจาก ความขัดแย้งบาดหมางกันในครอบครัว โดยก่อนหน้านี้ บ้านของนายทวี เพ็งผอม อายุ&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ปี พี่ชายของ นางมะลิวรรณ ณ นคร อายุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปีภรรยาใหม่ผู้ตาย ได้ถูกคนร้ายยิงจนทำให้ตัวบ้านได้รับความเสียหาย ซึ่งนายชุติไชย เพ็งผอม หรือบี อายุ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ปี ลูกชายนายทวีฯ&amp;nbsp; เชื่อว่านายโสภณ หรือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ต๊อก โคกสะบ้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผู้ตาย เป็นคนก่อเหตุ นอกจากนี้ยังคิดว่านายโสภณฯ เป็นผู้ที่แจ้งตำรวจเรื่องที่ตัวเองพัวพันยาเสพติด จนถูกตำรวจ สภ.ดอนสัก จับกุมจนมีหมายจับคดีฟอกเงินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากแนวทางการสืบสวนพบว่า นายชุติไชย หรือบี ได้วางแผนให้นายชนก หรือนกเขา จัดหากลุ่มมือปืน ประกอบด้วย นายศุภชัย หรือแมว และนายณัฐชนน มายิงนายโสภณฯ ในวันเกิดเหตุ โดยนายชนก ได้ขับรถยนต์กระบะมาดูเป้าหมายเพื่อชี้เป้าให้นายณัฐชนน ที่ขี่รถจักรยานยนต์มีนายศุภชัย หรือแมว เป็นมือยิงนั่งซ้อนท้าย ตามประกบยิงนายโสภณ จนรถตกข้างทาง แล้วแยกย้ายกันหลบหนีไป พนักงานสอบสวน สภ.นาโยง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาล จ.ตรัง ออกหมายจับกลุ่มมือปืน จนสามารถจับกุมได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ตร.ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาโดยสวมชุด&amp;nbsp;PPE&amp;nbsp;ให้กับผู้ต้องหาเพื่อป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ด้วย ก่อนพาขึ้นรถไปชี้ยังจุดต่างๆ ที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปกบดาน และตรวจหาพยานหลังฐานเพิ่มเติม หลังจากนั้นได้ควบคุมตัวมายังเซฟเฮ้าท์ที่ บก.สส.ภ.จว.ตรัง พร้อมทั้งเค้นสอบสวนเบื้องต้นทั้งหมดยังคงให้การภาคเสธ&amp;nbsp;จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางที่ตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาโยง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและฝากขังต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114416</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124f35be3583.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ส.จ.ขำช่วยเหลือชาวปะเหลียนจนตัวเองติดโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 &amp;nbsp;- สืบเนื่องช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 แพร่กระจายลุกลามอย่างกว้างขวางในพื้นที่ ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม จำนวน 65 ราย ในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน นายเสรี พิชัยรัตน์ อดีตรองนายก อบจ.ตรัง เผยว่า นายสมบัติ หรือ ส.จ.ขำ พิชัยรัตน์ ส.อบจ.ตรัง เขต 1 อ.ปะเหลียน ลูกชายติดเชื้อไวรัสโควิด19 เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากผลการตรวจสวอปเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ผลจากการปฎิบัติหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวปะเหลียน จนตัวเองต้องติดเชื้อโควิดไปด้วย แม้จะป้องกันตัวเองแล้วก็ตาม ขณะนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทีอาร์พีเอช (ตรังรวมแพทย์) ตอนนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ โชคดีที่ผลตรวจเชื้อไม่ลงปอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี กล่าวอีกว่า วันนี้แม้ลูกชายติดเชื้อไวรัสโควิด แต่ยังเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ต้องกักตัวในพื้นที่ ต.ปะเหลียน อีกหลายรายจำเป็นแต่ได้ประสานทีมงานเพื่อให้การช่วยเหลือ ในส่วนของโรงครัวได้เปิดทำอาหารได้วันเดียวจำเป็นต้องปิดไป และต้องฝากขอบคุณกัลยาณมิตรมิตรทุกกลุ่มที่ให้การสนับสนุนนายกฯบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ อบจ.ตัง ส.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ กลุ่มรักการปั่น กลุ่มบ้านในนา กลุ่มรักษ์เมืองเหลียน โกหมี ปั๊มคาลเท็กซ์ โกบูรณ์การยาง อาจารย์อรุณ ทุ่ยอ้น อัยการนิพนธ์ อัยการสัมพันธ์ และอีกหลายคนที่ไม่ได้กล่าวถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายสมบัติ หรือ ส.จ.ขำได้ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องชาปะเหลียน ให้เข้มงวดในการดูแลตัวเองการ์ดอย่าง สวมหน้ากาอนามัย ล้างมือบ่อย และหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม เพราะว่าแม้ตนเองจะป้องกันอย่างรัดกุมแล้วก็ตามยังติดเชื้อ และฝากขอบคุณทุกคนทุกที่ห่วงใยโพสต์แห่ให้กำลังใจ สอบถามอาการมาล่าสุดดีขึ้นตามลำดับปลอดภัยแล้วเชื้อไม่ลงปอด ข่าวคืบหน้าจะรายงานต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112936</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, นายสมบัติ พิชัยรัตน์, ปะเหลียน, ส.จ.ขำ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_611361b3c815c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกทรพีขอเงินซื้อยานรกไม่ได้ คว้าขวานจามหัวพ่อดับ ลากศพทิ้งอำพราง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;20.20&amp;nbsp;น. วันที่ 14&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;พ.ต.ท.สาโรจน์ ช่องรักษ์ สว. (สอบสวน) สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุจาก นายสมพงศ์ ไพบูลย์ กำนัน ต.ทุ่งกระบือ ว่าพบศพชายถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต หลังบ้านเลขที่&amp;nbsp;115&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านท่าบันได ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาดำ ผกก. พ.ต.ท.สมพงษ์ ปานเหลือง รอง ผกก. (สอบสวน) กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุ เป็นซอยถนนดินแดง สุดซอยเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณพื้นดินขอบบ่อน้ำทิ้งด้านหลังบ้าน ห่างจากตัวบ้านประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมตร มีหญ้าสูงประมาณ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ชม. ปกคลุมรกทึบ ขอบบ่อพบร่างของนายชาติ สองเมือง หรือหมิน อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี เจ้าของบ้าน อาชีพกรีดยางพารา มีเสื้อยืดสีครีมคลุมปิดทับศีรษะ สวมกางเกงยีนส์ขาสั้น นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต มือซ้ายห้อยลงไปในบ่อ ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ชม. พบบาดแผลถูกจามด้วยขวานเข้าที่กลางกระหม่อม เป็นแผลขนาดเท่ากับขวาน จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แผล และที่หูขวา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แผล หัวไหล่ด้านซ้ายและแขนซ้ายเป็นแผลถลอก ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดต่อ ที่ รพ.ย่านตาขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปตรวจสอบ ทางนายสมพงศ์ ไพบูลย์ กำนัน ต.ทุ่งกระบือ พร้อมด้วยบรรดาญาติผู้เสียชีวิตได้ทำการเกลี่ยกล่อม นายกิตติศักดิ์ สองเมือง หรือหลิม อายุ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ปี อาชีพกรีดยางพารา ลูกชายผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ หลบซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียว เจ้าหน้าที่ได้เกลี่ยกล่อมเพื่อให้ออกมามอบตัว นานกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชม.จึงจะสำเร็จ พร้อมกันนั้นได้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านไม่พบร่องรอยคราบเลือดแต่อย่างได ทั้งนี้พบของกลาง เป็นขวาน หน้ากว้าง&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;นิ้ว มีด้ามจับเป็นไม้ยาว ประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ชม. ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวไปสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเค้นสอบสวน นายกิติศักดิ์ ผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นยังคงให้การวกวน แต่ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าพ่อตัวเองจริง โดยลงมือก่อเหตุเมื่อช่วงเวลาประมาณระหว่าง&amp;nbsp;01.00-03.00&amp;nbsp;ของคืนวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะและมีปากเสียงกับพ่ออย่างรุนแรง เนื่องจากตนเองขอเงินไปซื้อยาบ้า แต่ผู้เป็นพ่อไม่ให้ และในระหว่างที่พ่อเข้าห้องนอนหลับอยู่ภายในห้อง ตนจึงถือขวนเข้าไปจามเข้าศีรษะและเสียชีวิตทันที ก่อนจะลากศพออกไปจากจากบ้าน และไปทิ้งยังขอบบ่อหลังบ้าน และได้กลับมาทำความสะอาดบ้านเพื่อไม่ให้มีร่องรอยของคราบเลือด จนกระทั่งเวลาประมาณ&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น.ของวันนี้&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ก.ค. ตนจึงได้โทรไปหาพี่ชายที่อยู่ต่างจังหวัดว่าตนได้ลงมือฆ่าพ่อและนำศพไปทิ้งไว้หลังบ้าน จึงทำให้พี่ชายติดต่อมาที่ญาติพี่น้องที่อยู่ใกล้กันให้ทราบเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายศรชัย สองเมือง อายุ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ปี หลานผู้ตาย เล่าว่า บ้านตนเองกับบ้านผู้ตายอยู่ห่างกันเพียง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร คืนที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงพ่อกับลูกทะเลาะดังออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในทุกวัน โดยทั้งสองทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเงียบไป โดยที่ปกติทุกเช้าผู้ตายจะมานั่งดื่มกาแฟที่บ้านตนเป็นประจำ แต่ปรากฏว่าเช้าที่ผ่านมาไม่ได้มา ก็เลยสงสัย จึงได้เดินไปที่บ้าน พบเพียงลูกชายนั่งอยู่หน้าบ้าน จึงได้สอบถามว่าผู้ตายไปไหน ลูกชายตอบว่าไม่รู้ แต่ท่าทีมีพิรุธ ตนจึงได้ออกกลับมา พร้อมกับรีบเข้าไปคุยกับญาติว่าให้ช่วยกันตามหา แต่ก็ไม่พบ ต่อมาในช่วงบ่ายได้เข้ามาที่บ้านหลังดังกล่าวพร้อมกับบรรดาญาติ เพื่อจะเข้าไปดูภายในบ้าน แต่ผู้ก่อเหตุสั่งห้ามและกีดกันไม่ให้เข้า จึงได้ออกกันตามหาอีกครั้ง จนกระทั่งพี่ชายของผู้ก่อเหตุโทรศัพท์มาแจ้งว่า ผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์ไปหาว่าลงมือฆ่าพ่อและนำศพไปทิ้ง ทำให้พบเป็นศพอยู่จุดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการพลิกแฟ้มประวัติ พบว่าผู้ก่อเหตุเคยต้องคดีลักทรัพย์ (ปาล์มน้ำมัน) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จนถูกคุมขัง และได้รับการปล่อยตัวออกมา ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุมีประวัติเสพยาเสพติดชนิดยาบ้า น้ำต้มพืชกระท่อม และสารเสพติดชนิดอื่นๆมาเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งผู้ก่อเหตุมีอาการทางประสาทร่วมด้วย ผลพวงมาจากการใช้สารเสพติด และทำการรักษาโดยการรับประทานยาจาก รพ.ย่านตาขาวอยู่เป็นระยะเวลากว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีแล้ว จนกระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการตรวจปัสสาวะเพื่อยืนยันผลการใช้สารเสพติด ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้อหา คือ ฆ่าบุพการีโดยเจตนา และซ่อนเร้นอำพรางศพ ก่อนนำตัวไปคุมขังและเตรียมนำส่งฟ้องศาลในวันพรุ่งนี้ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109777</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าผู้อื่น, จังหวัดตรัง, สภ.ย่านตาขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efac0fddc23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
