<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชลประทานตราด เผย 5 อ่างเก็บน้ำเต็มความจุแล้ว ชี้ส่งผลดีทำเกษตรช่วงฤดูแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดฝนตกหนักด้วยอิทธิพลพายุเตี้ยนหมูเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อการเก็บกักน้ำของ 5 อ่างเก็บน้ำสำคัญของจ.ตราด ที่มีปริมาณเก็บกักเต็มทุกอย่างซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้งในช่วงฤดูร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย 2 อ่างสำคัญ คือ อ่างเก็บน้ำคลองโสน ต.นนทรีย์ อ.บ่อไร่ และอ่างเก็บน้ำคลองห้วยแร้ง ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราดที่เป็น 2 อ่างสำคัญในการเก็บน้ำเพื่อการเกษตร ในปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บเต็มทั้งสองอ่าง &amp;nbsp;ซึ่งในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีปริมาณล้นสปรินเวย์ ทำให้ชลประทานจ.ตราดต้องระบายน้ำออกเพื่อรองรับน้ำใหม่เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในปลายสัปดาห์นี้และกลางเดือนตุลาคมจะมีพายุฝนอีก 2 ลูกพัดผ่านเข้ามา จำเป็นต้องระบายน้ำออกเพื่อรับปริมาณน้ำฝนที่จะมีเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยกร ลุนทา หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ โครงการชลประทานตราด เปิดเผยว่าปริมาณน้ำทั้ง 5 อ่างสำคัญในจังหวัดตราด คือ อ่างเก็บน้ำเขาระกำ ทั้งตอนล่างและตอนบน อ่างเก็บน้ำวังปลาหมอ อ่างเก็บน้ำสะพานหิน อ่างเก็บน้ำคลองโสนและอ่างเก็บน้ำคลองห้วยแร้ง มีปริมาณน้ำเต็มความจุทั้งหมด ซึ่งเป็นผลดีต่อการทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้งของจ.ตราด ซึ่งมีความจำเป็นต่อเกษตรกร และการทำน้ำประปา ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการ อย่างไรก็ตาม โครงการชลประทานจ.ตราดได้รับการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า ในปลายสัปดาห์และกลางเดือนตุลาคม 2564 จะมีพายุ 2 ลูกพัดเข้ามาในภาคตะวันออก รวมทั้งจังหวัดตราด จะทำให้เกิดฝนตกหนัก และน้ำจะลงในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะต้อลทำการระบายน้ำออกตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งอาจจะเกิดฝลผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรม และบ้านเรือนของประชาชนในอำเภอบ่อไร่ในหลายตำบลด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเดินทางไปตรวสอบอ่างเก็บน้ำทั้งสองแห่งพบว่า อ่างเก็บน้ำคลองโสนและอ่างเก็บน้ำคลองห้วยแร้ง ปริมาณน้ำเกือบล้นสปรินเวย์แล้วซึ่งหากฝนตกลงมาหนัก โครงการชลประทานจำเป็นต้องระบายน้ำออกมา ซึ่งอาจจะท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ลุ่มต่ำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในตัวเมืองตราดในเวลา 15.30 น.เกิดฝนตกหนักเป็นเวลา 1 ชั่วโมงทำให้ถนนหน้าเมือง ในพื้นที่เทศบาลเมืองตราดหน้าโรงแรมตราดเซ็นเตอร์ น้ำระบายไม่ทัน ท่วมถนนขาออกและขาเข้า ข้างละ 1 เลน&amp;nbsp;มีความสูงประมาณ 20 ซม.แต่รถยนต์เดินทางไปมาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในพื้นที่หมู่ 2 บ้านหนองบัว ต.วังกระแจะ น้ำท่วมตั้งแต่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาตราด เรื่องไปจนถึงข้าวต้มเลือดหมู และหน้าหจก.อิซูซุตราดเซลล์ ในช่วงขาออกถนนสุขุมวิท และขาเข้า ที่หน้าทางเข้าห้างโลตัสตราด และหน้าร้านสหกรณ์การเกษตรอ.เมือง จ.ตราด มีความยาวกว่า 100 เมตรเนื่องจากท่อระบายน้ำระบายไม่ทัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่แขวทางหลวงตราด ได้นำกรวยสีส้มมาตั้งให้เป็นที่สังเกตของผู้ขับขี่รถยนต์ไปมาในบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118863</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, ชลประทานตราด, ฝนตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c34c283d92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศิษย์อาลัย! &#039;หลวงปู่สุพจน์&#039; เจ้าคณะจังหวัดตราด มรณภาพแล้วจากการติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.22 น. วันที่ 29 กันยายน 2564 โรงพยาบาลตราดได้แจ้งให้ประชาชนและญาติธรรมของวัดห้วงพัฒนา ต.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด ได้ทราบและแสดงความเสียใจว่า พระวิมลเมธาจารย์ (หลวงปู่สุพจน์) เจ้าอาวาสวัดห้วงพัฒนา เจ้าคณะจังหวัดตราด (ธ) มรณภาพแล้วที่ รพ.ตราด จากการติดเชื้อโควิด 19 หลังจากได้เดินทางเข้ามารักษาอาการป่วยในช่วงเช้าวันที่ 29 กันยายน ได้มีอาการอาพาธจากเหตุมีผู้ติดเชื้อโควิดมาทำบุญที่วัด ซึ่งเป็นวันพระเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา และท่านได้รักษาตัวเองอยู่ที่วัดโดยไม่ได้เข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อเช้าวันที่ 29 ก.ย.&amp;nbsp;ท่านมีอาการเหนื่อยหอบมากจึงเข้ารับการรักษาจากแพทย์ที่โรงพยาบาลตราด และได้มรณภาพเมื่อ 19.22 น. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในวันที่ 30 กันยายน 2564 คณะญาติธรรม และกรรมการวัดจะมีการทำพิธีฌาปณกิจที่วัดวรดิตถาราม ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ประวัติโดยย่อ พระวิมลเมธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดตราด(ธ) เจ้าอาวาสวัดห้วงพัฒนา &amp;quot;พระวิมลเมธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดตราด (ธ)&amp;quot; นามเดิมสุพจน์นามสกุล รัตนพาหิระ อายุ 67 พรรษา 46 เกิดเมื่อวันพุธ (ชื้น 6 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา) เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2488 ณ บ้านเลขที่ 40 ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด เป็นบุตรของพ่อสวงษ์ และคุณแม่พร รัตนพาหิระ มีพี่น้องรวมทั้งหมด 8 คนด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อหลวงพ่อมีอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ โดยโยมบิดามารดาจึงพร้อมใจกันให้หลวงพ่อบรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดคีริวิหาร ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2508 ได้รับฉายาว่า ฐิตพุพ โต และได้เดินทางไปปฏิบัติธรรมในสถานที่ต่างๆจนมีชื่อเสียงปรากฎมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงพ่อสุพจน์ ฐิตพุพโต เป็นพระลูกศิษย์องค์หนึ่งของแม่ทัพธรรมสายอรัญวาสี ซึ่งมีจิตมุ่งมั่นปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นไปตามแนวทางของการหลุดพันตามวิถีครูบาอาจารย์ผู้มีความชำนาญในสายวิปัสสนากรรมฐานท่านมีใจรักและเลื่อมใสในการปฏิบัติธรรมมาก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118293</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, พระวิมลเมธาจารย์, มรณภาพ, วัดห้วงพัฒนา, หลวงปู่สุพจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61550e99e1963.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนรักบอนสีสุดเซ็ง! โจรลักต้นไม้อาละวาดคืนเดียว 3 บ้าน หลอกถามจะซื้อก่อนกลับมาขโมยตอนกลางคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64 -&amp;nbsp;นายเกรียงไกร บุญเรืองนาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด ได้รับแจ้งจากลูกบ้านในหมู่บ้าน ว่ามีคนร้ายแอบมาขโมยต้นไม้จำพวกบอนสี ที่ปลูกไว้ได้หายไปหลายต้น โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกประมาณเที่ยงคืนของคืนที่ผ่านมา ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายที่ขณะลงมือไว้ได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งมีผู้เสียหาย 3 หลังคาเรือน คือที่บ้านเลขที่ 264 และบ้านเลขที่ 353 ซึ่งบ้านทั้ง 2 หลังตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด และอยู่ห่างกันประมาณ 400 เมตร และยังทราบต่อมาอีกว่ามีที่บ้านเลขที่ 105 อีก 1 หลังที่ต้นบอนสีหายเช่นกัน หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบ้านหลังแรกเป็นบ้านของนาง อำพร ทองก้อน อายุ 74 ปี บ้านเลขที่ 264 พบว่าต้นบอนสีได้ถูกขโมยไปจำนวน 3 ต้น เป็นต้นฮองเฮา 2 ต้น และต้น ฮกหลง 1 ต้น โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าบ้านซึ่งยังพบร่องรอยกระถ่างที่เคยวางอยู่ &amp;nbsp;2 กระถางได้หายไป และมีอีก 1 กระถางที่คนร้ายถอนต้นบอนสีไปเหลือทิ้งไว้เพียงกระถางให้ดูต่างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กล้องวงจรปิดหน้าบ้านสามารถจับภาพคนร้ายขณะกำลังลงมือขโมยต้นไม้ดังกล่าวไว้ได้ โดยเหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 00.34 น. คนร้ายลักษณะผอมสูง สวมเสื้อยืดแขนยาวสีอ่อน สวมหมวกและใส่ไอ้โมงปิดบังใบหน้า ใส่ถุงมือสีดำ &amp;nbsp;กางเกงขายาวสีดำ และใส่รองเท้าบูทสีดำ เข้ามายกกระถางต้นไม้บอนสีไป 2 กระถาง และถอนไปอีก 1 ต้น ใช้เวลาประมาณ 5 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามนางวิภา ทองก้อน อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวนางอำพร ทองก้อน เจ้าของต้นบอนสี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ตอนกลางวันมีชายรูปร่างสูงสวมใส่แมสก์ เข้ามาถามขอซื้อต้นฮองเฮาหน้าบ้าน ตนเองก็ได้บอกไปว่าเจ้าของต้นบอนสีไม่อยู่และเขาคงไม่ขายหรอก จากนั้นคนที่เข้ามาถามก็ขอถ่ายรูปต้นฮองเฮาไป ตนเองก็ไม่ได้ว่าอะไร จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าตื่นมาพบว่า ต้นฮองเฮาและฮกหลงได้หายไป จึงเปิดกล้องดูก็พบว่ามีคนร้ายมาขโมยไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอำพร ทองก้อน เจ้าของต้นบอนสีที่หาย เล่าว่า ต้นฮองเฮาที่หายไป ตนเองไปขอมาจากเพื่อนบ้านและปลูกไว้มานานกว่า 2 ปีแล้ว ตั้งแต่ยังไม่เป็นที่นิยมและยังไม่มีราคา ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าต้นฮองเฮานั้นมีราคาสูง ซึ่งต้นที่ถูกขโมยไป ค่อนข้างสมบูรณ์ใหญ่ ราคาที่ขายน่าจะหลายพันบาท ตนเองเคยไปเห็นของเพื่อนบ้านที่วางขายต้นเล็กๆยังราคา 300-400 บาท&amp;nbsp;ของตนเองต้นใหญ่น่าจะมีราคาสูง ซึ่งตนเองก็ยังเสียดายที่ถูกขโมยไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้บ้านเลขที่ 353 หมู่ 6 ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด ซึ่งเป็นบ้านของนางกฤษณา ทั่งทอง อายุ 38 ปี อยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุหลังแรกไปประมาณ 400 เมตร ก็ถูกขโมยบอนสีเช่นกัน โดยบ้านของนางกฤษณา ทั่งทอง ถูกขโมยไปไม่ต่ำกว่า 3 ต้น คนร้ายแอบมาขโมยตอนดึกเข้ามาทางด้านข้างของบ้าน โดยบอนสีที่หายไปก็เป็น ฮองเฮา 1 ต้น และบอนสีไม่ทราบชื่ออีก 2 ต้น โดยคนร้ายขโมยไปและนำกระถางไปโยนทิ้งไว้ข้างทางห่างจากตัวบ้านประมาณ 100 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกฤษณา ทั่งทอง อายุ 38 ปี &amp;nbsp;เล่าเช่นกันว่า ก่อนคืนที่เกิดเหตุ ก็มีคนเข้ามาถามซื้อบอนสี ฮองเฮา เหมือนกัน โดยมากัน 2 คน ลักษณะผอมสูง ขับรถเก๋งสีขาว เข้ามาถามซื้อแต่ตนก็บอกไปว่าไม่ขายต้นฮองเฮา เพราะมีต้นเดียว แต่ต้นบอนสีชนิดอื่นก็มีขายอยู่ &amp;nbsp;แต่ชายทั้ง 2 คน ก็ไม่ได้ซื้อต้นอื่นและก็ขอถ่ายรูปต้นฮองเฮาไปเช่นกัน &amp;nbsp;ก่อนจะมาพบในช่วงเช้าว่าต้นฮองเฮาที่ถูกถ่ายภาพได้หายไป 1 ต้น และบอนสีอื่นๆอีกไม่ต่ำกว่า 2 ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังทราบว่าบ้านเลขที่ 105 หมู่ 6 เป็นบ้านของนาย สมพบ ก้านอิน อายุ 42 ปี ก็ถูกขโมยต้นบอนสีเช่นกัน เป็นต้น ฮองเฮา 1 ต้น ฮกหลง 2 ต้น และหายในลักษณะเดียวกัน &amp;nbsp;ซึ่งจะมีคนมาถามขอซื้อและเมื่อซื้อไม่ได้ก็จะขอถ่ายรูปไป และก็แอบมาขโมยในช่วงกลางคืนในคืนเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น นายเกรียงไกร บุญเรืองนาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ได้ทราบว่าในคืนที่เกิดเหตุ มีลูกบ้านเห็นรถจักรยานยนต์ที่ดัดแปลงเป็นรถซาเล้งขับมาจอดอยู่ริมถนนใกล้เคียงบ้านที่เกิดเหตุช่วงประมาณเที่ยงคืน คาดว่าน่าจะเป็นของคนร้าย และคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน เบื้องต้นได้นำลูกบ้านทั้ง 3 ราย เดินทางเข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตราด แล้วเพื่อติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งได้บอกให้กลุ่มผู้นำชุมชนบอกลูกบ้านในหมู่บ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา พร้อมทั้งติดตามหาตัวคนร้ายที่มีรูปร่างลักษณะดังภาพในกล้องวงจรปิด คาดว่าน่าจะเป็นคนในหมู่บ้านซึ่งอาจจะมาขโมยไปขาย ซึ่งต้นบอนสีกำลังเป็นที่นิยมและบางชนิดมีราคาสูงตั้งแต่หลักพันจนไปถึงหลักหมื่น จึงเป็นที่หมายปองของคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118037</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, ต้นบอนสี, โจรอาละวาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151c7c7ce41c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มเมืองตราดน้ำท่วมซ้ำซาก ทต.เกาะช้างสั่งขุดลอกคูคลอง ท่อระบายน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.64&amp;nbsp; - เวลา 12.30 น. ที่จังหวัดตราดเกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเขาสมิง อ.เมืองตราด และในอำเภอแหลมงอบ เป็นเวลานาน กว่า 1 ชม. ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นทีเขตเทศบาลเมืองตราด และตำบลวังกระแจะ และในพื้นทีทต.หนองเสม็ด โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองตราด ที่ถนนสุขุมวิท หน้าเมืองตราด เกิดน้ำท่วมถนนบยาวกว่า 150 เมตร ความสูงตั้งแต่ 10-40 ซม.และท่วมทั้ง 3-4 ช่องการจราจรทั้งช่วงขาเข้ามและขาออก ทำให้รถยนต์ที่ผ่านไปมาเดินทางไม่สะดวกเกรงจะทำให้เครื่องยนต์ดับ

ขณะที่ถังขยะล้มและขยะลอยออกมาตามแรงน้ำ และกระจายออกไป รถเก็บขยะต้องออกมาเก็บเพื่อไม่ให้กระจายออกไปในพื้นที่อื่นๆ ส่วนฝ่ายบรรเทาสาธารณะภัย เทศบาลเมืองตราดนำรถยนต์สูบน้ำมาติดตั้งที่หน้าถนนเทศบาล 5 และทำการสูบน้ำออกจากท่อระบายน้ำเพื่อเร่งให้มีการระบายน้ำได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม น้ำยังได้ท่วมในถนนเทศบาล 5 ยาวกว่า 500 เมตร มีความลึก 10-15 ซม. และถนนในโครงการตราดเซนเตอร์ด้านหลังเชื่อมกับถนนเทศบาล 5 และซอยเข้าชุมชนหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในเวลา 13.30 น.ระดับน้ำเริ่มลดเนื่องจากฝนหยุดตกที่บ้านปลายคลอง ภายในมัสยิดปลายคลองน้ำท่วมถนนในหมู่บ้านบางช่วง และซอยสดใส มีความยาวกว่า 300 เมตรและมีความลึกกว่า 50 ซม.ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กเข้ามาไม่ได้ และยังท่วมเข้าไปในบ้านเรือน และโรงงานเก็บไอสครีมในซอยด้วย

นางปริ้ม จันทร์ขำวรัตน์ ชาวบ้านในซอยบอกว่า ถนนช่วงเข้าหมู่บ้านเป็นแอ่ง และต่ำกว่าถนนต้นซอย ซึ่งท่อระบายน้ำมีขนาดเล็กเวลาฝนตกวันใดก็ท่วมและหากตกหนักก็จะท่วมเข้าบ้านด้วย ที่ผ่านมามีการแก้ไขแล้ว จากอบต.วังกระแจะแต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ซึ่งแนวทางแก้ไจต้องทำถนนให้สูงขึ้นเท่าต้นซอย จะได้มีระดับเท่าๆกันมและเวลาน้ำท่วมก็ขายของไม่ได้ เพราะท่วมถึงบ้าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117299</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, น้ำท่วม, ฝนตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61485e33906e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงงานแปรรูปทุเรียนในพื้นที่เขาสมิง ติดเชื้อเพิ่ม 51 ราย แจ้งชาวเกาะช้างอย่าตื่นตระหนก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - นายสุรชัย เจียมกุล รองนายแพทย์สาธารณสุขจ.ตราด เปิดเผยว่าสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดตราด (ข้อมูลวันที่ 27 ส.ค. 64) คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปทุเรียน พบผู้ป่วยพุ่งสูงถึง 51 ราย ส่วนภาพรวมทั้งจังหวัด พบผู้ป่วยรายใหม่ 93 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมระลอกที่ 3 เดือนเมษายน 64 มีจำนวน 2,030 ราย เสียชีวิตสะสม 35 ราย ผู้ป่วยรายตำบล ต.ทุ่งนนทรี 28 ราย , ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ 14 ราย , ต.เกาะช้าง 13 ราย , ต.วังตะเคียน 7 ราย , ต.หนองเสม็ด 5 ราย , ต.วังกระแจะ 5 ราย , ต.แสนตุ้ง 5 ราย , ต.เกาะช้างใต้ 3 ราย , ต.หนองคันทรง 2 ราย , ต.หนองโสน 2 ราย , ต.แหลมกลัด 2 ราย , ต.ไม้รูด 2 ราย , ต.หาดเล็ก 2 ราย , ต.บางพระ 1 ราย , ต.แหลมงอบ 1 ราย และ ต.ประณีต 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คลัสเตอร์โรงงานแปรรูป พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 51 ราย ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 68 ราย ส่วนคลัสเตอร์โรงงานปลาโอ ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 18 ราย สะสม 282 ราย คลัสเตอร์ตลาดเทพอุดร ยังพบผู้ป่วยเพิ่มอีก 3 ราย สะสมแล้ว 27 ราย ส่วนคลัสเตอร์อู่จากพบผู้ติดเชื้ออีก 2 ราย สะสมแล้ว 70 ราย และคลัสเตอร์โรงพยาบาลตราด คลัสเตอร์โกลบอลเฮ้าส์ คลัสเตอร์โรงลอกหมึก คลัสเตอร์ตลาดสดเทศบาลเมืองตราด คลัสเตอร์โรงงานปลาป่น ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปสถานการณ์รายอำเภอ 1.อำเภอเมือง ผู้ป่วยสะสม 786 ราย 2.อำเภอเขาสมิง ผู้ป่วยสะสม 358 ราย 3.อำเภอคลองใหญ่ ผู้ป่วยสะสม 318 ราย 4.อำเภอบ่อไร่ ผู้ป่วยสะสม 168 ราย 5.อำเภอแหลงอบ ผู้ป่วยสะสม 127 ราย 6.อำเภอเกาะช้าง ผู้ป่วยสะสม 80 ราย 7.อำเภอเกาะกูด ผู้ป่วยสะสม 8 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมทั้งจังหวัด 2,030 ราย กำลังรักษา 658 ราย รักษาหาย 1,337 ราย เสียชีวิตสะสม 35 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุรินทร์ ไตรรัตน์ สาธารณสุข อ.เกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยว่า กรณีที่ตรวจพบแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาติดเชื้อโควิด-19 รวม 13 รายในเมื่อวานนี้เป็นผู้ป่วยกลุ่มที่ได้ถูกส่งตัวมาจากฝั่ง เพราะมีความเสี่ยงสูงจากคลัสเตอร์โรงงานทุเรียนในพื้นที่เขาสมิง โดยมากักตัวดูอาการยังสถานที่กักตัวของเกาะช้างก็คือที่ LQ &amp;quot;บลูรีสอร์ทเกาะช้าง&amp;quot; ย่านหาดไชยเชษฐ์ ก่อนเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจพบติดเชื้อโควิด-19ในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแรงงานทั้งหมดดังกล่าวก่อนหน้านี้เคยรับจ้างทำงานอยู่ในพื้นที่เกาะช้างเมื่อสถานประกอบการปิด ก็ได้พากันไปรับจ้างทำงานทึ่โรงงานทุเรียนพื้นที่เขาสมิง และได้ไปติดเชื้อดังกล่าว หลังมีการตรวจพบว่าติดเชื้อฯเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวเข้ารักษาตัวที่รพ.เกาะช้างทันที โดยผู้ป่วยทั้ง 13 รายยังไม่ได้ไปพบปะใกล้ชิดกับใครในพื้นที่เกาะช้าง ขอให้พี่น้องประชาชนชาวเกาะช้าง อย่าได้ตระหนกตกใจ แต่ขอให้ทุกคนได้มีการป้องกันตัวเองเคร่งครัดตลอดเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114840</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_6129f4c300a3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทอ.’เปิดบ้านพักเกาะตะเคียนเป็นศูนย์พักคอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 &amp;ndash; มีรายงานว่า พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการทหารอากาศและฝูงบิน 207 จังหวัดตราด ให้การสนับสนุนบ้านพักสวัสดิการกองทัพอากาศ (เกาะตะเคียน) จังหวัดตราด เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์พักคอย (Community Isolation) เป็นการชั่วคราวให้กับเทศบาลเมืองตราด จังหวัดตราด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - 19 ในจังหวัดตราดทวีความรุนแรง ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สะสมเพิ่มจำนวนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบ้านพักสวัสดิการกองทัพอากาศ (เกาะตะเคียน) เป็นหนึ่งในกิจการสวัสดิการกองทัพอากาศ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของฝูงบิน 207 จังหวัดตราด ประกอบด้วยอาคารบ้านพักจำนวน 20 หลัง และอาคารสำนักงาน 1 หลัง ซึ่งปัจจุบันปิดการดำเนินการชั่วคราวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 โดยการจัดตั้งเป็นศูนย์พักคอย (Community Isolation) เทศบาลเมืองตราดจะรับผิดชอบค่าสาธารณูปโภคและการปรับปรุงซ่อมแซมสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานข้อกำหนดทางการแพทย์ การสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองทัพอากาศพร้อมให้การสนับสนุนกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ทรัพยากรของกองทัพอากาศ และพร้อมให้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กร อย่างเต็มกำลังความสามารถในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112162</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, ผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ, เกาะตะเคียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a12d1d6b63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุ่น! ชาวบ้านผวาจระเข้หลุด 30 ตัว กู้ภัยไล่จับได้แล้ว 21 ตัว ที่เหลือหลบในร่องน้ำข้างฟาร์ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 04.00 น. เกิดฝนตกหนักในอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด เป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง และเกิดน้ำไหลจากเทือกเขาบรรทัด และน้ำท่วมในพื้นที่บ้านคลองจาก ต.คลองใหญ่ ซึ่งมีฟาร์มเลี้ยงจระเข้ของนายภิรมย์ ขันนาก ตั้งอยู่ ทำให้ระดับน้ำสูงประมาณ 80-100 ซม. ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่อระบายน้ำเข้าไปในบ่อเลี้ยงจระเข้ประมาณ&amp;nbsp;200 ตัว และปรากฎว่า จระเข้หลุดออกไปจำนวน 30 ตัว เนื่องจากปีนขึ้นมาจากบ่อเลี้ยงและหลุดลงไปในร่องระบายน้ำขนาดเล็กข้างฟาร์มในช่วงเช้า และมีชาวบ้านแจ้งให้เจ้าของทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในเวลา 06.00 น.นายอาทิตย์ หนองแพ รองประธานกู้ภัยคลองใหญ่ ได้รับแจ้งว่า มีรถยนต์ชนจระเข้ที่หลุดออกมาได้รับบาดเจ็บด้วยซึ่งอยู่ห่างจากฟาร์มประมาณ 100 เมตรจึงได้เดินทางไปและพบจระเข้ 1 ตัวถูกชนได้รับบาดเจ็บจึงได้ช่วยกันจับ และใกล้กันก็พบอีก 2 ตัว จึงจับส่งให้เจ้าของฟาร์มนำไปลงบ่อเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จระเข้ที่หลุดออกมาส่วนใหญ่ยังอยู่ในร่องระบายน้ำข้างฟาร์มและชาวบ้านที่พบได้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยคลองใหญ่ และคนงานของเจ้าของฟาร์มเข้าไปจับไปแล้ว 21 ตัวซึ่งใช้เวลานานกว่า 3 ชม.จึงหยุดการค้นหา รอการแจ้งจากชาวบ้านอีกครั้งอีก 9 ตัว ซึ่งคาดว่ายังอยู่ในร่องน้ำข้างฟาร์ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภิรมย์ กล่าวว่า เมื่อช่วงหลังเที่ยงคืนมีฝนตกหนักหลายชั่วโมง และมีน้ำป่าไหลมาจากเขาบรรทัด และเข้าท่วมบ่อเลี้ยงจระเข้ ทำให้น้ำในบ่อสูงขึ้น เนื่องจากเข้าทางท่อระบายน้ำในบ่อ และน้ำในบ่อสูงขึ้นจระเข้จึงปีนขึ้นมาและหนีออกไป 30 ตัว จึงได้ช่วยกันจับกลับน้ำมาเข้าบ่อเลี้ยงและบางส่วนนำไปที่ฟาร์มเลี้ยงอีกแห่งเนื่องจากเกรงว่าจะมีน้ำท่วมอีก ซึ่งจระเข้ทั้งหมดรอฟาร์มในกรุงเทพฯมามารับไป แต่เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้เจ้าของฟาร์มไม่มาจับส่งผลให้ต้องรับภาระต้นทุนในการเลี้ยงเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายพอน ฮอด แรงงานกัมพูชาที่เลี้ยงจระเข้ บอกว่า ให้จระเข้กินโครงไก่ทุกวัน&amp;nbsp;เมื่อเลี้ยงจนโตเต็มขนาดแล้วจะมีฟาร์มขนาดใหญ่มาซื้อตามที่ตกลงกันไว้ ในราคาตัวละ 10,000-12,000 บาท ส่วนจระเข้ที่หลุดไปนั้น น่าจะจับได้ทั้งหมด แต่ต้องการการรับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบที่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาทิตย์ กล่าวว่า รับแจ้งว่าในช่วงเช้าว่ามีรถยนต์ชนจระเข้ที่หน้าสนง.อบต.คลองใหญ่หลังเก่าจึงเดินทางไปพบจระเข้ถูกชนได้รับบาดเจ็บจึงช่วยกันจับ และส่งให้กับเจ้าของฟาร์มและพบอีก 2 ตัวที่อยู่ใกล้กัน จากนั้นได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบอีก 6-7 ตัวที่ร่องน้ำข้างหาร์มจึงเข้าไปช่วยเจ้าของฟาร์มและคนงานของฟาร์มจับส่งเข้าไปในบ่อเลี้ยง ส่วนที่เหลือยังไม่พบ ซึ่งขอให้ชาวบ้านที่พบเห็นจระเข้รีบแจ้งให้กู้ภับไปจับ อย่าไปจับเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เคยมีเหตุการณ์จระเข้หลุดออกจากฟาร์มที่ในอำเภอคลองใหญ่ มีการเลี้ยงจระเข้จำนวน 10 ฟาร์ม สำหรับฟาร์มของนายภิรมย์ ขันนาก เลี้ยงจระเข้มากกว่า 500 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107098</URL_LINK>
                <HASHTAG>จระเข้หลุด, จังหวัดตราด, จับจระเข้, ฝนตกหนัก, ฟาร์มจระเข้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d0526ad96b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
