<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทึ่ง! ประติมากรรมวิหารหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม เร่งปิดทองหนุมาน งดงามหนึ่งเดียวในโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.64 - ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ธัญพร ดังตราชู ผู้ดูแลเพจ&amp;nbsp;ออนไลน์นิวส์&amp;nbsp;จังหวัดนครปฐม โพสต์รูปภาพวิหารหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม พร้อมข้อความว่า
หนึ่งเดียวในโลก ใกล้สำเร็จเข้ามาทุกที ที่ประดิษฐานสังขารหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม ช่างกำลังเร่งทำอย่างเต็มที่ ขณะนี้กำลังปิดทองรอบๆหนุมาน เราจะแจ้งความคืบหน้ามาให้ทราบเรื่อยๆครับ หลวงพี่น้ำฝนแจ้งว่าขณะนี้ด้วยแรงศรัทธาจากประชาชนและศิษยานุศิษย์ทั่วสารทิศทำให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ #หลวงพ่อพูลวัดไผ่ล้อม พร้อมกับตอบในคอมเม้นท์ว่า แวะมาชมได้ตลอด ไม่ได้ปิดครับ คาดว่า 17 ก.ย.นี้จะสมบูรณ์ในส่วนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116874</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครปฐม, วัดไผ่ล้อม, หลวงพี่น้ำฝน, หลวงพ่อพูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142a178e3c00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลวงพี่น้ำฝน&#039; พร้อมคณะลูกศิษย์ มอบเครื่องผลิตออกซิเจน 100 เครื่องให้ 9 โรงพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐมนำ คณะศิษยานุศิษย์ ผู้มีจิตศรัทธา อาทิ นายสมชาติ สาลีพัฒนา เจ้าของร้านลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ และศิษยานุศิษย์ ร่วมจัดทำพิธีการรับมอบเครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 10 ลิตร จำนวน 100 เครื่อง มูลค่า 3,500,000 บาท เพื่อมอบให้โรงพยาบาลต่างๆ นำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยผู้อำนวยการและผู้แทนจาก 9 โรงพยาบาลซึ่งได้ทำการร้องขอการสนับสนุนร่วมในพิธีการรับมอบ ณ วิหารหลวงพ่อพูล อัตตรักโข ภายในวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เผยว่า การจัดพิธีรับมอบเครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 10 ลิตร ทั้งหมด 100 เครื่อง เป็นเหตุมาจากการได้ประสานงานกับนายแพทย์ทินกร ชื่นชม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งมีข้อมูลว่าประชาชนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะมีอาหารหนักเบาที่แตกต่างกันออกไปแต่ปัญหาที่พบซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้ป่วยนั่นคือเชื้อไวรัสได้แพร่กระจายลงไปที่ปอดและพบว่าเครื่องช่วยหายใจนั้นยังขาดแคลนจึงได้ปรึกษาหารือกับคณะศิษยานุศิษย์ ซึ่งเห็นตรงกันว่าจำเป็นจะต้องร่วมแรง ร่วมใจกันเพื่อจัดหาเครื่องผลิตออกซิเจน มอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งสุดท้ายใช้ระยะเวลา 1 เดือนเศษก็มีแสดงเจตนาร่วมบุญทั้งการจัดหาเครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 10 ลิตร ในรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในประเทศเยอรมัน ซึ่ง 1 เครื่องสามารถผลิตออกซิเจนได้ คราวเดียวกัน 2 หัวจ่ายซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพสูงและเหมาะกับสถานการณ์ในช่วงนี้ที่ยังคงมีตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า สำหรับการจัดโครงการดังกล่าว วัดไผ่ล้อมได้ดำเนินการโดยกองทุนหลวงพ่อพูล โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) และคณะศิษยานุศิษย์ ซึ่งได้มีความตั้งใจมากที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานของคณะแพทย์พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากที่วัดไผ่ล้อม เป็นวัดแรกในประเทศไทย ที่ประกาศรับเผาศพที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งตอนนี้ตัวเลขใกล้ถึง 200 ร่างแล้ว ซึ่งเราได้เห็นว่าความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเคารพ นั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและบางรายก็ติดเชื้อไม่สามารถร่วมงานได้ นั่นคือทุกขเวทนา การป้องกันและรักษาชีวิตคืออีกแนวทางที่วัดไผ่ล้อมจะคงทำหน้าที่ในด้านสาธารณสงเคราะห์ โดยครั้งนี้ เครื่องผลิตออกซิเจนทั้งหมดได้ส่งมอบให้กับ 9 โรงพยาบาลประกอบด้วย โรงพยาบาลสามพราน จำนวน 30 เครื่อง โรงพยาบาลนครชัยศรี จำนวน 10 เครื่อง โรงพยาบาลปราสาท จำนวน 10 เครื่อง โรงพยาบาลศรีขรภูมิ จำนวน 7 เครื่อง โรงพยาบาลสุรินทร์ จำนวน 5 เครื่อง โรงพยาบาลกำแพงแสน จำนวน 8 เครื่อง โรงพยาบาลดอนตูม จำนวน 8 เครื่อง โรงพยาบาลบางเลน จำนวน 8 เครื่อง โรงพยาบาลพุทธมณฑล จำนวน&amp;nbsp;8 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาตมาปรับสถานที่วัดไผ่ล้อมเป็นสถานที่เพื่อดูแลประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์ คือเมื่อเข้ามาที่วัดทางด้านขวามือจะเป็นฌาปนสถานซึ่งเราจัดกองทุนสวดเผาฟรี สงเคราะห์ญาติโยมอยู่แล้ว และทางซ้ายมือได้ปรับให้เป็นโรงพยาบาลนครปฐม สาขาวัดไผ่ล้อม มีภารกิจรับดูแลสุขภาพผู้สูงวัย ในหลายๆโรค เพราะโรงพยาบาลเปิดเป็นจุดรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ลี่ผ่านมาก็มอบเตียงผู้ป่วยไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลนครปฐม ไป 400 กว่าเตียง มูลค่ากว่า 20 กว่าล้านบาท มาแล้วซึ่งอาตมามุ่งนั้นแนวคิดว่า ทำเพื่อตัวเอง ก็อยู่แค่สิ้นลม ทำเพื่อสังคมแม้สิ้นลม ... ก็ยังอยู่ นี่คือสิ่งที่อาตมาบอกกับคณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่วัดในการช่วยประคองปัญหาของสังคมในสถานการณ์วิกฤติที่ไม่เคยประสบมาก่อน และการจัดหาเครื่องผลิตออกซิเจนในครั้งนี้ 100 เครื่อง ยังพบว่ามีกระแสในการขอรับการสนับสนุนมาอีกในส่วนของโรงพยาบาลทั่วประเทศในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะต่อยอดในรอบต่อไปอีก 50 เครื่องทันทีด้วย &amp;rdquo; หลวงพี่น้ำฝนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายแพทย์ทินกร ชื่นชม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามพราน กล่าวว่า ต้องขอบคุณหลวงพี่น้ำฝน ที่เป็นสะพายบุญครั้งสำคัญในครั้งนี้ โดยการรับมอบเครื่องผลิตออกซิเจน ที่โรงพยาบาลสามพราน ได้รับมา 30 เครื่องถือว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความจำเป็นมากในการช่วยรักษาและฟื้นฟูให้กับผู้ป่วย ซึ่งในโรงพยาบาลสามพราน ได้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลบุษราคัม แห่งที่ 2 โรงพยาบาลสามพราน ซึ่งมีเตียงรองรับผู้ป่วยได้ 100 เตียงโดยเครื่องที่นำไปใช้เป็นแบบเครื่องเดียวและมี 2 หัวจ่ายซึ่งใช้งานได้ครั้งเดียวกับผู้ป่วย 2 คนก็จะนำมาใช้ในโรงพยาบาลซึ่งจะเกิดความสะดวกมากขึ้นเพราะจะตัดปัญหาในการขาดแคลนถังบรรจุออกซิเจนเนื่องจากจะผลิตออกซิเจนเข้มข้น 100 เปอร์เซ็นได้ทันที โดยจะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาชีวิตของผู้ป่วยได้มากขึ้นด้วย และเครื่องผลิตออกซิเจนมีความจำเป็นมากเพราะจะช่วยเรื่องการหายใจสำหรับผู้ป่วย ก่อนที่อาการจะแย่ลงและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งตรงนั้นถือว่าเป็นวิกฤติสูงสุดของผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ทินกร กล่าวอีกว่า การแพร่ระบาดในระรอกที่ 4 ถือว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางบวกมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องปิดเมืองล๊อคดาวน์และการที่จะกลับมาเพื่อใช้ชีวิตตามปกติคือการคลายล๊อคดาวน์ อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดในระรอกใหม่ได้ การเตรียมพร้อมในคุรุภัณฑ์ทางการแพทย์ เตียง เวชภัณฑ์และยา คือการเตรียมพร้อมที่ดีคือการเตรียมรับสถานการณ์ที่ดีที่สุด โดยในส่วนประชาชนคือการป้องกันตัวเองตามมาตรการ คือการเว้นระยะห่าง การล้างมือ และการสวมหน้ากากอนามัย อีกส่วนคือการที่ประชาชนทุกคนจะต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเลือกยี่ห้อ ซึ่งทุกชนิดมีข้อดีของตัวเองนั่นจึงจะทำให้การแก้ปัญหานี้ได้เป็นรูปธรรมจนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ สาลีพัฒนา เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ กล่าวว่า การมอบเครื่องผลิตออกซิเจนให้กับโรงพยาบาลทั้ง 9 แห่งเป็นหนึ่งโครงการที่หลวงพี่น้ำฝนได้จัดทำในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งกว่า 2 ปี ไม่ได้มีวันหยุด ผมก็ได้ร่วมบุญกับหลวงพี่มาหลายครั้ง ซึ่งล้วนเป็นงานเพื่อสังคมของให้เดินหน้าไปได้ในช่วงนี้ โดยตอนนี้สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้นและยังมีกระแสที่อาจจะมีการแพร่ระบาดในระรอกใหม่&amp;nbsp;ที่ผ่านมาก็ได้รับข้อมูลจากบุคคลากรทางแพทย์ว่าเครื่องผลิตออกซิเจนมีความจำเป็นมากเพราะจะช่วยต่อชีวิตของผู้ป่วยได้มาก ตอนนี้ 100 เครื่องก็ถือว่ายังไม่เพียงพอ ถ้ายังไม่คณะศิษย์ก็จะมีการเร่งจัดหามาช่วยโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งตอนนี้ใครที่พร้อม ก็สามารถมาช่วยสังคมแบบนี้ได้ โดยส่วนตัวได้ตอบแทนลูกค้าโดยการมาร่วมบุญกับหลวงพี่น้ำฝน เอาเงินที่ลูกค้าฝากไว้กลับมาช่วยสังคมตอนที่บ้านเมืองเราเป็นแบบนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน พาคนป่วยกลับบ้านไม่ให้ไปวัดก่อนเวลาอันควร ซึ่งการสูญเสียบุคคลที่เป็นที่รักอย่างกะทันหันเหมือนที่เกิดขึ้นตอนนี้มันน่าตกใจมากอะไรเราทำได้ให้รีบทำรีบช่วยกันตอนนี้ เรื่องอื่นค่อยมาคิดกันตอนนี้รักษาชีวิตสำคัญที่สุด เราช่วยกันคนละไม้คนละมือ เราถึงจะเอาชนะปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันวันนี้ที่วัดไผ่ล้อม ยังคงมีการเผาศพผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่องซึ่งจนถึงวันนี้เป็นการเผาร่างของผู้เสียชีวิตรายที่ 174 ซึ่งวัดไผ่ล้อม ยังมีการเผาศพทุกวันต่อเนื่อง โดยพบว่าล่าสุดที่ยอดของเมรุเผาศพเริ่มการการแสดงความเสียหายที่ชัดเจนขึ้นโดยมีรอยไหม้ดำและร้าวหนักมากขึ้น ซึ่งหลวงพี่น้ำฝนกำลังสั่งการให้มีการเร่งแก้ไขปัญหาด้วยการซ่อมเตาที่เสียหายและสร้างเตาเผาแบบคู่เพื่อรองรับการเผาศพได้มากขึ้น ซึ่งช่างได้เร่งทำการต่อสร้างเมรุชั่วคราวบริเวณด้านหน้าฌาปนสถานที่ใช้เป็นเมรุชั่วคราวในการเผาร่างผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คาดว่าไม่กี่วันนี้จะแล้วเสร็จซึ่งจะสามารถเผาศพได้อย่างต่อเนื่องไม่มีการปิดเมรุเพื่อซ่อมแซมและสร้างใหม่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116393</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครปฐม, ลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ, วัดไผ่ล้อม, สมชาติ สาลีพัฒนา, หลวงพี่น้ำฝน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613cae2d58e51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลวงพี่น้ำฝน&#039; นำศิษย์จัดมอบเตียงผู้ป่วยไฟฟ้าแก่รพ.นครปฐม วอนฉีดวัคซีนพระ-จนท.วัดไผ่ล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.64 - ที่โรงพยาบาลนครปฐม นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีรับมอบเตียงผู้ป่วยแบบไฟฟ้า จำนวน 97 เตียง โดยมี พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ อาทิ เช่น นายสมชาติ สาลีพัฒนา เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ นางสาวภัคภิญญา แซ่อึ้ง นายธงรัฐ บูรณบุรีเดช นักธุรกิจรายใหญ่ นางนิศารัตน์ ด่านตระกูล คุณวีรชัย วีรคเชน ชมรมหมู่บ้านนันทวัน วงแหวนปิ่นเกล้าและนักธุรกิจอีกหลายราย ร่วมส่งมอบให้กับ แพทย์หญิงดารารัตน์ รัตนรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เพื่อใช้ในอาคารผู้ป่วยโรคหัวใจ โรงพยาบาลนครปฐม โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เผยว่า การมอบเตียงผู้ป่วยแบบไฟฟ้า วันนี้จำนวน 97 เตียง ทำให้ยอดรวมในการบริจาคทั้งหมดทางโรงพยาบาลนครปฐม ได้รับจากหลวงพี่น้ำฝนเป็น 208 เตียง มูลค่า 8,112,000 บาท ซึ่งเดิมนั้นเตียงต่างๆ ได้ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา ประกอบกับในปีงบประมาณ 2560 โรงพยาบาลยนครปฐม ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารโรคหัวใจเขตบริการสุขภาพที่ 5 ซึ่งได้ขอรับการสนับสนุนเตียงผู้ป่วยแบบไฟฟ้าจำนวน 200 เตียง ซึ่งทางหลวงพี่น้ำฝน ได้นำคณะศิษยานุศิษย์มาร่วมกันบริจาคให้ ซึ่งถือว่าเป็นกุศลที่ดีและเป็นประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ได้มากในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพให้กับประชาชนต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน แพทย์หญิงดารารัตน์ รัตนรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวว่า เตียงที่ได้รับมาจะนำไปใช้ให้กับผู้ป่วยโรคหัวใจและกระจายไปยังส่วนต่างๆ ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้ว ซึ่งตอนนี้ภารกิจของโรงพยาบาลนครปฐม ซึ่งเป็นศูนย์กลางหนึ่งของการดำเนินการการแก้ไขปัญหาของการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19 โดยขณะนี้ได้มีการกระจายและดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนตามความเหมาะสมในช่วงนี้ ซึ่งประชาชนที่มีข้อสงสัยขอให้ลงนัดไว้และตรวจสอบวันเวลาตามที่โรงพยาบาลได้ทำการนัดไว้โดยจะมีการแจ้งกลับไปให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง โดยขอให้มีการติดตามข่าวและข้อมูลจังหวัดนครปฐม อย่างต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เผยว่า วันนี้ก็ถือว่าจบการดำเนินโครงการจัดหาเตียงผู้ป่วยไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลนครปฐม จำนวนทั้งสิ้น 208 ตัวแล้ว โดยก่อนหน้า ครั้งที่ 1 ได้ทำการมอบให้เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 จำนวน 29 เตียง ครั้งที่ 2 วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 34 เตียง ครั้งที่ 3 วันที่ 25 มีนาคม 2564 จำนวน 48 เตียง และครั้งที่ 4 วันที่ 9 มิถุนายน 64 จำนวน 97 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงพี่น้ำฝน กล่าวอีกว่า วัดไผ่ล้อมได้ดำเนินการในการช่วยเหลือและสนับสนุนกิจกรรมของโรงพยาบาลนครปฐม มาตลอดระยะเวลาหลายปี ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินการช่วยทั้งคนป่วยและคนเสียชีวิต ซึ่งส่วนของคนป่วย ได้เปิดสถานที่เป็นคลินิกครอบครัว สาขาโรงพยาบาลนครปฐม ที่วัดไผ่ล้อมดำเนินการในการจัดการตรวจเลือดให้กับผู้ป่วยที่มีอาการความดัน เบาหวาน ซึ่งมีผู้สูงอายุมารับบริการถึงวันละ 200-300 คน โดยมีการสนับสนุนทั้งสถานที่และค่าดำเนินการอื่นให้ทั้งหมดรวมถึงค่าน้ำค่าไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะระยะ 2 ปีเศษ ได้มีการรับดำเนินการเผาศพของผู้ที่ป่วยด้วยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เสียชีวิตจากทั้งโรงพยาบาลนครปฐม และจากทั่วประเทศถึงวันนี้ก็เป็นศพที่ 42 แล้วทั้งหมดการดำเนินการทั้ง 2 ส่วนก็ใช้คณะสงฆ์ และเจ้าหน้าที่วัดเข้าดำเนินการทั้งหมดเพื่อบริการประชาชน โดยตอนนี้รอบวัดไผ่ล้อมนั้นมีการติดเชื้อไวรัสไปหมดแล้ว ซึ่งเหลือแต่ที่วัดยังไม่มีใครติดเชื้อเพราะเราได้มีการวางมาตรการกันเองอย่างรัดกุม แม้จะมีพระสงฆ์ที่เข้าทำงานในด่านหน้า รับวัคซีนเพียง 11 รูป จากพระสงฆ์ที่ทำงานทุกวันในด่านหน้า เกือบ 40 รูปและมีเจ้าหน้าที่อีกเกือบ 40 คน ที่ยังคงทำงานอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้อาตมาได้สั่งการในการป้องกันตัวเองไว้อย่างรัดกุมในวัด ซึ่งทางวัดไผ่ล้อมไม่ได้มีการขออภิสิทธิพิเศษเพื่อขอรับวัคซีน ทุกอย่างได้มีการรับคิวตามกระบวนการทั้งหมด โดยทยอยเข้ารับการฉัดตามที่ได้การจัดสรรมา ซึ่งมีคำถามจากเจ้าหน้าที่มากว่าจะได้รับเมื่อไหร่อาตมาก็ตอบไม่ได้ เพราะถ้าเขาเห็นความดีของเราเขาก็จะจัดสรรวัคซีนมาให้เราเอง แต่ขอให้คณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ด่านหน้านั้นทำงานให้ดีและป้องกันตัวเองให้ดีที่สุดนั่นเอง โดยใช้หลักศีล สมาธิ ปัญญา&amp;rdquo; หลวงพี่น้ำฝนกล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องโดยมีประชาชาชนมารอรับการบริการที่วัดไผ่ล้อมทุกวันทั้งการตรวจเลือดและเผาศพที่ติดเชื้อไวรัสโควิดแม้จะได้รับวัคซีนไม่ครบในด่านหน้าแต่ยังไม่มีการปิดการดำเนินการในส่วนต่างๆ แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105970</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ, จังหวัดนครปฐม, มอบเตียงผู้ป่วย, หลวงพี่น้ำฝน, โควิด19, โรงพยาบาลนครปฐม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c224aa60304.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งเดินหน้าเสนอยูเนสโกตั้ง &#039;นครปฐม&#039; เมืองสร้างสรรค์ศิลป์ดนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.64 - ที่สภาวัฒนธรรมอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สวนอาหารร่มไม้ริมนา พุทธมณฑล สาย 5 นางภาส์สิณี พิทักษ์นิลประดับ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ให้การต้อนรับ คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นำโดย นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม และ ดร.สุดารัตน์ พงศ์อัมพรไกวัล วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ภายหลังให้เกียรติในการตรวจราชการด้านวัฒนธรรม ในเขตอำเภอสามพราน และเขตใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา เปิดเผยว่า ด้วยคำสั่งกระทรวงวัฒนธรรมที่ 68/2564 เรื่อง มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม รับผิดชอบเขตตรวจราชการ ติดตามการปฏิบัติงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของส่วนราชการ และเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งตนเองรับผิดชอบตรวจราชการ 12 จังหวัด นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, บึงกาฬ, เลย, หนองคาย, หนองบัวลำภู และ อุดรธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้ใช้วิธีการตรวจราชการทั้งลงพื้นที่ติดตามงานและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แต่ด้วยวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ได้มีการทำงานจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในการผลักดัน โครงการพัฒนา &amp;quot;จังหวัดนครปฐมเมืองสร้างสรรค์สาขาดนตรี (Creative City of Music)&amp;quot; ให้เป็นรูปธรรม เช่นงานถนนวัฒนธรรม ชุมชนพื้นถิ่น จังหวัดนครปฐม จัดเมื่อวันที่ 20-21 มีนาคมที่ผ่านมา การได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ เพื่อนำโรดแมปนี้ มาเป็นโมเดลต้นแบบ ให้หลายๆ เมือง ได้ระดมองคาพยพ สร้างจุดเด่นท้องถิ่นส่งเสริมวัฒนธรรมมาสู่วิชาชีพ จะเป็นนิมิตอันดี&amp;quot;นางยุถิกา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.สุดารัตน์ พงศ์อัมพรไกวัล วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม กล่าวเสริมว่า ภายหลังจากการประชุมหารือในส่วนเครือข่ายวัฒนธรรม ทั้งภาครัฐ และสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล, วิทยาลัยนาฏศิลปะ, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และปราชญ์ชาวบ้าน ได้ข้อสรุปถึงจุดเด่นเชิงวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม โครงการพัฒนา &amp;quot;จังหวัดนครปฐมเมืองสร้างสรรค์สาขาดนตรี (Creative City of Music)&amp;quot; และเตรียมนำข้อมูลเสนอองค์การสหประชาชาติ (UNESCO) ต่อไป ในนามของทางวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ขอขอบพระคุณตัวแทนจากกระทรวงวัฒนธรรม ที่ให้ความสนับสนุนเพื่อที่จะให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างชัดเจน และรวดเร็ว จึงเป็นที่มาของการสำรวจและค้นหาข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อัตลักษณ์ของชุมชน มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน หลังเสร็จจากงาน ถนนวัฒนธรรม ชุมชนพื้นถิ่น เราได้เห็นมิติด้านวัฒนธรรมมาขับเคลื่อนงานโครงการฯ ซึ่งผลของการได้พบปะผู้นำชุมชนคุณธรรมทุกอำเภอในจังหวัดนครปฐม จะช่วยชี้นำวัฒนธรรมไทยในทุกศาสตร์ศิลป์ และภูมิปัญญาได้อย่างมั่นคงต่อไป&amp;quot;วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางภาส์สิณี พิทักษ์นิลประดับ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ศิลปะการแสดงดนตรีของศิลปินในจังหวัดนครปฐม ดีจุดเด่นมาตั้งแต่ครั้งอดีต เช่นงานประกวดร้องเพลงที่องค์ปฐมเจดีย์ เป็นหนึ่งในเวทียอดนิยม รองจากเวที วัดภูเขาทอง นักร้องดังๆ ชัยชนะ บุญนะโชติ, ก้าน แก้วสุพรรณ, ยอดรัก สลักใจ ฯลฯ เหล่านี้ก็อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดนครปฐม ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าการสร้างบรรยากาศ &amp;quot;นครปฐมเมืองดนตรี&amp;quot; สู่ภาคประชาชนจะทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม เตรียมรายงานผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนให้จังหวัดนครปฐมก้าวสู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO สาขาดนตรี&amp;ldquo;นครปฐมเมืองดนตรี&amp;rdquo; ซึ่งจะดำเนินการจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายนนี้ ณ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97943</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครปฐม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6064861dee896.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทศบาลสามพราน โชว์ระบบบำบัดน้ำเสีย กปน.ร่วมปรับปรุงประสิทธิภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64 - เมื่อเวลา 09.30 น. องค์การจัดการน้ำเสียได้จัดกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำเทศบาลเมืองสามพรานขึ้น โดยเป็นการนำเสนอภาพรวม ขั้นตอนการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย การปฏิบัติงานของบุคลากร ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การเล่นกีฬาฟุตบอลโดยเยาวชนจากโรงเรียนเทศบาลสามพราน ซึ่งแสดงถึงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ด้านบนของระบบบำบัดน้ำเสีย รวมทั้ง การนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วไปใช้ด้านสาธารณประโยชน์โดยรถน้ำดับเพลิงสามพราน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ คณะกรรมการการประปานครหลวง และคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์การประปานครหลวง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของการประปานครหลวง นำโดยนายวีรวัฒน์ ยมจินดา คณะกรรมการการประปานครหลวง/ประธานกรรมการกิจการสัมพันธ์ ได้เข้าเยี่ยมชมกิจกรรมโดยมี นายวิรัตน์ ภมรานนท์ รองผู้อำนวยการปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่ขององค์การจัดการน้ำเสียร่วมให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตามภารกิจ จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมสำหรับการจัดการน้ำเสียภายในเขตพื้นที่จัดการน้ำเสีย โดยได้มีข้อตกลงร่วมกับเทศบาลเมืองสามพราน จังหวัดนครปฐม ในการจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมเทศบาลเมืองสามพราน เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 ซึ่งองค์การจัดการน้ำเสียได้ออกแบบก่อสร้างศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำเทศบาลเมืองสามพราน แล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายในพื้นที่ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำได้ออกแบบเป็นระบบบำบัดน้ำเสียใต้ดิน พร้อมติดตั้งเครื่องจักร อุปกรณ์เพื่อทำการบำบัดน้ำเสีย พื้นที่ด้านบนจัดทำเป็นสนามฟุตบอลหญ้าเทียมกลางแจ้ง ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบระบบบำบัดน้ำเสียให้อยู่ร่วมกับประชาชนได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถใช้ประโยชน์เป็นสถานที่ออกกำลังกายของประชาชนในชุมชน รวมทั้งมีการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วได้มาตรฐานกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95742</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครปฐม, องค์การจัดการน้ำเสีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049d03918c73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นครปฐม&#039; พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 4 ราย ชาวกำแพงแสน พร้อมออกคำสั่งเข้ม 3 ฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.63 - เมื่อเวลา 07.00 น. เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม แจ้งยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2563 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 4 ราย เป็นชาวอำเภอกำแพงแสน รวมติดเชื้อขณะนี้ 12 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้ลงนามในการออกประกาศ จำนวน 3 ฉบับ ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2563 โดยในฉบับที่ 88/2563 เป็นการให้ปิดสถานศึกษา 4 ประเภท เป็นสถาบันอุดมศึกษา ทั้งรัฐและเอกชน โรงเรียนรัฐ เอกชน นานาชาติ สถานที่กวดวิชา และสถานที่รับเลี้ยงเด็ก ศูนย์เด็กเล็ก สถานพัฒนาเด็กประถมวัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งฉบับที่ 89/2563 ให้สถานที่ต่างๆปฎิบัติตามมาตรการป้องกัน ควบคุมการ แพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด จำนวน 29 ประเภท เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า วัด สถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา สปา เสริมสวย ร้านเกม ผับ ร้านอาหาร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งฉบับที่ 90/2562 ขอความร่วมมืองดการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมาก เช่นการจัดคอนเสิร์ต งานแสดงสินค้า กิจกรรมทางศาสนา การจัดแข่งขันกีฬา การจัดงานประเพณีต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87863</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครปฐม, โควิด19, โควิดรอบ2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe3f98b59e7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 20:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 20:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ว! &#039;งานสังคมสุขใจ&#039; คนรักสุขภาพแห่ร่วมงานเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สวนสามพราน จังหวัดนครปฐม มูลนิธิสังคมสุขใจ จัดงานสุดยิ่งใหญ่ประจำปีภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ งานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ได้รับความสนใจจากคนไทยจำนวนมากที่ตื่นตัวและห่วงใยสุขภาพ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ทั้งมาช้อปพืชผักอาหารอินทรีย์มาเรียนรู้มาหาแรงบันดาลใจใหม่ๆเพื่อการปรับตัว พึ่งพาตนเอง สร้างการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลจากโรคโควิด-19 ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากหม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานพิธีเปิดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 &amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ปีนี้มีความพิเศษมากกว่าปีก่อนๆ โดยเฉพาะบรรยากาศงานสุดชิคเนื่องจากใช้พื้นที่หมู่บ้านปฐมออร์แกนิกเชื่อมต่อกับตลาดสุขใจ ในสวนสามพราน เป็นที่ตั้งบูธ กิจกรรมเวทีกลาง และฐานเรียนรู้มีชีวิตต่างๆ โดยในพื้นที่มีภูมิทัศน์สวยงามร่มรื่น มีแปลงเกษตรอินทรีย์สาธิต โปร่ง กว้าง เดินสะดวก มาได้ทุกวัย วีลแชร์ก็มาสะดวก และสามารถเว้นระยะห่างทางสังคมได้อย่างสบาย ทั้งนี้พื้นที่จัดงานได้รับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA ) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ให้ทุกคนร่วมมืออย่างเคร่งครัด มีการตรวจวัดอุณหภูมิ&amp;nbsp;ใส่หน้ากากอนามัย สแกนไทยชนะก่อนเข้างาน แต่ละจุดมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และได้รับความร่วมมือจากสาธารณสุขอ.สามพราน สาธารณสุขจ.นครปฐม มาช่วยดูแลเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ชมงานตลอด 3 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา ประธานพิธีเปิดงานสังคมสุขใจ กล่าวว่า แนวคิด &amp;ldquo;เราปรับ โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; ของงานสังคมสุขใจปีนี้ &amp;nbsp;นับว่ามีความสอดคล้องกับสถานการณ์และมีความสำคัญยิ่ง เพราะการปรับตัวที่เริ่มจากตัวเรานั้นมีความจำเป็น ซึ่งเวลาพูดว่า &amp;ldquo;เราจะปรับ&amp;rdquo; อาจจะดูเหมือนง่าย แต่ความจริงต้องอาศัยแรงบันดาลใจ มีการเรียนรู้ &amp;nbsp;มีการฝึกฝน ตลอดจนมีสังคมกัลยาณมิตรช่วยหนุนเสริม ซึ่งภายในงานที่มีคนทั้งห่วงโซ่โดยเฉพาะเกษตรกรอินทรีย์ทั่วทุกภาค และปราชญ์ ที่พร้อมถ่ายทอดความรู้ ก็น่าจะเป็นโอกาสดี สำหรับการเรียนรู้ เพื่อเริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลง สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ที่เป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญ และต้องเลือกบริโภคให้ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมกล่าวว่า สถานการณ์โควิด- 19 &amp;nbsp;ทำให้เรื่องเกษตรอินทรีย์ อาหารปลอดภัย ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น จากการขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อเนื่องในจังหวัดนครปฐม ทำให้มีเกษตรกรอินทรีย์และศูนย์การเรียนรู้หลายแห่งโดยเฉพาะในเครือข่ายที่สามพรานโมเดลได้ทำมาต่อเนื่อง พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสามารถสร้างความยั่งยืน สุขภาพดีขึ้น พึ่งพาตนเองได้ มีภูมิคุ้มกันทางจังหวัดจึงอยากส่งเสริมให้ประชาชนทั้งในจังหวัดและที่อยู่ใกล้เคียงได้ใช้โอกาสงานสังคมสุขใจ เข้ามาเรียนรู้ และนำไปปรับใช้ รวมถึงเป็นทางเลือกในการเริ่มทำอาชีพใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ กล่าวถึงไฮไลต์ของงานสังคมสุขใจว่าเป็นการรวมพลคนในห่วงโซ่สังคมอินทรีย์ที่ครบถ้วนมากที่สุด โดยตลอด 3 วัน ทุกคนจะได้เจอเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลและจากเครือข่ายในระบบการรับรองอย่างมีส่วนร่วม (PGS)ครอบคลุมทุกภาคของประเทศกว่า 300 รายที่พร้อมแชร์องค์ความรู้กระบวนการทำเกษตรอินทรีย์ ที่มีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง ลดต้นทุน พึ่งพาตนเองได้ รวมถึงได้เจอผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ตลอดจนปราชญ์เกษตรอินทรีย์ที่มีชื่อเสียงเช่น คุณโจน จันไดและผู้นำการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ เช่น คุณวิฑูรย์ เรืองเลิศปัญญากุล ,คุณนคร ลิมปคุปตถาวร, คุณนภ พรชำนิ &amp;nbsp;ศิลปินLIFEiS ขณะที่ในด้านความรู้มีฐานการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ เพื่อการพึ่งพาตนเองสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ทุกคนสามารถเข้าไปทดลองทำพร้อมนำไอเดียไปใช้งานได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของสังคมอินทรีย์ คือ มีการเปิดตัวสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย &amp;nbsp;(TOCA: Thai Organic Consumer Association)เพื่อเชื่อมโยงผู้บริโภค ผู้ประกอบการ ร่วมขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์พร้อมเปิดรับสมัครสมาชิกและมีการเปิดตัวทริปเที่ยววิถีอินทรีย์ถึง 20 โปรแกรม ให้ไปสัมผัสเสน่ห์ฟาร์มจริง &amp;nbsp;รวมถึงมีการเปิดตัวธุรกิจต้นแบบเกื้อกูลสังคม ที่แม้ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับอาหาร แต่เมื่อนำสามพรานโมเดล (โมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม) ไปขยายผลกับพนักงานและชุมชน ก็เกิดเป็นนวัตกรรมความร่วมมือสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในส่วนของผลผลิตสินค้าอินทรีย์ ปีนี้นับว่ามีความโดดเด่นเช่นกัน คือมีทั้งพืชผักตามฤดูกาล ผักใบเขียวสดใหม่จากสวน อาหารพื้นบ้านจากภาคต่างๆ รวมถึงพืชผักเมืองหนาว &amp;nbsp;อาหารพื้นถิ่น เช่น รากชู คะน้าดอย กุ้งโก่ง อีกทั้งยังมีสินค้าแปรรูป ไลฟ์สไตล์อินทรีย์มากมาย เช่นผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติจากสระแก้ว และอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับครอบครัวที่อยากให้ลูกหลานได้เรียนรู้วิถีอินทรีย์ ภายในงานทีมปฐม และสวนสามพรานจัดกิจกรรมให้สนุกสนานอย่างเต็มที่ เปิดโซนเกษตรอินทรีย์ ให้ทดลองทำจริงทั้ง ดำนา สีข้าว ฝัดข้าวเวิร์คช็อปลูกต้นกล้าในเปลือกไข่หรือปลูกในกระถาง สาธิตการสีข้าวที่โรงสีข้าว ทุกวัน เวลา 15.00 น. ส่วนเกษตรกรที่สนใจการ&amp;nbsp;ทำเกษตร เฉพาะวันเสาร์มีคลินิกเกษตร 2 รอบ คือ เวลา10.00 น.และ14.00 น.ที่บริเวณศาลาปัจจัยการผลิต ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำปรึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ(สสส.) กล่าวว่า การกินอาหารที่ปลอดภัยนั้น จะเชื่อมโยงไปถึงระบบสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp;ซึ่งการที่งานสังคมสุขใจ เน้นสร้างคุณค่าวิถีอินทรีย์ ให้ทุกคนพึ่งพาตัวเองแบบองค์รวม จะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDsสิ่งสำคัญทุกคนต้องมีองค์ความรู้เรื่องอาหารเพื่อการบริโภคที่ปลอดภัย สสส. ยินดีอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมพื้นที่สังคมอินทรีย์ สร้างผู้บริโภคที่เข้มแข็ง ขยายการผลิตอาหารสู่ไลฟ์สไตล์วิถีอินทรีย์ &amp;nbsp;จุดประกายให้ทุกคนบนแผ่นดินไทยเข้ามามีส่วนร่วมเข้าใจ และนำสามพรานโมเดลไปปรับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณปทิตตา ตันติเวชกุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่า ความพิเศษของงานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 ที่มีการเปิด 20 โปรแกรมการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ (Organic Tourism) &amp;nbsp;เชื่อมั่นว่าจะเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดให้คนไทยมาเที่ยวงานสังคมสุขใจในปีนี้ มากขึ้น เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ &amp;nbsp;การได้ไปสัมผัสเสน่ห์ฟาร์มจริงในพื้นที่จริง &amp;nbsp;ที่ได้รับมากกว่าความเพลิดเพลิน แต่เป็นคุณค่าทางจิตใจ ได้สนับสนุนท้องถิ่น ได้เรียนรู้เรื่องอาหาร &amp;nbsp;การพึ่งพาตนเอง ได้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างสบายใจ จะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านคุณจิรุตถ์อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) กล่าวว่า &amp;nbsp;งานสังคมสุขใจ ถือเป็นโอกาส ที่จะเปิดมิติความร่วมมือสู่การเป็นพันธมิตรใหม่ๆ ระหว่างผู้ประกอบการ กับเกษตรกรอินทรีย์ ซึ่งปีนี้เป็นที่น่ายินดี ที่มีผู้ประกอบการมามีส่วนร่วมมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการที่เคยร่วมโครงการ Farm to Functions กับทางสสปน. และสามพรานโมเดล &amp;nbsp;เช่นห้องอาหารสีฟ้า ก็ยังเหนียวแน่น มาสนับสนุนการทำBusiness Matching &amp;nbsp;ในกลุ่มข้าวและกาแฟอินทรีย์ รวมถึงเรื่อง Food waste ManagementและCircular Economy &amp;nbsp;ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษในงานนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางธรรมชาติและโลกที่เปลี่ยนแปลงไป &amp;nbsp;การปรับตัวที่สำคัญและง่ายที่สุด คือ เริ่มจากตัวเราเอง เช่น เริ่มจากช้อปรักษ์โลก พกถุงผ้า ตะกร้า มาเที่ยวงานให้ความร่วมมือคัดแยกเศษขยะก่อนทิ้ง และแน่นอนคือเริ่มรู้จักกับวัตถุดิบอาหารอินทรีย์ด้วยการพูดคุยกับเกษตรกรอินทรีย์ ปราชญ์ นักขับเคลื่อนที่พร้อมให้ข้อมูลอย่างไม่กั๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานสังคมสุขใจครั้งที่ 7 &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราปรับ...โลกเปลี่ยน&amp;rdquo; เป็นความร่วมมือของทั้งสามพรานโมเดล สวนสามพราน &amp;nbsp;จังหวัดนครปฐม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ชีวจิต บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล โรงพยาบาลมหาชัย 2 &amp;nbsp;แบรนด์ปฐม เครือข่ายYoung &amp;nbsp;Happy &amp;nbsp;สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ไทย พีจีเอส เครือข่ายมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย สมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย ( TOCA) เกษตรกรอินทรีย์ และภาคี ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคมนี้ &amp;nbsp;ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ตั้งแต่ &amp;nbsp;เวลา 09.00-17.00 น.โดยสอบถามโปรแกรมและข้อมูลการเดินทางได้ที่โทร 034 322 588-93 หรือดูรายละเอียดที่ FaceBook: https://www.facebook.com/SangkomSookjai&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86691</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานสังคมสุขใจ, จังหวัดนครปฐม, สวนสามพราน, สามพรานโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201212/image_big_5fd4c0f65f4df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
