<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมืองคอนผวาเซ่นโควิดทำสถิติวันเดียว10รายรวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราชพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 510 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 21,607 ราย รักษาหายแล้วสะสม 15,371 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 10 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 134 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้เสียชีวิต 10 รายล่าสุด ประกอบด้วยรายที่ 1 เพศชาย 58 ปี อ.จุฬาภรณ์ รายที่ 2 เพศหญิง 81 ปี อ.เมือง โรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง/เบาหวาน/ไขมัน รายที่ 3 เพศชาย 66 ปี อ.ท่าศาลา รายที่ 4 เพศชาย 61 ปี อ.ทุ่งสง รายที่ 5 เพศชาย 79 ปี อ. ท่าศาลา รายที่ 6 เพศหญิง 90 ปี อ.ท่าศาลา รายที่ 7 เพศหญิง 86 ปี อ.เมือง รายที่ 8 เพศชาย 74 ปี อ.ปากพนัง รายที่ 9 เพศชาย 65 ปี อ.ร่อนพิบูลย์ โรคประจำตัว หัวใจขาดเลือด/เบาหวาน/ไขมันในเลือดสูง/ความดันโลหิต/เกาต์และ รายที่ 10 เพศชาย 82 ปี อ.หัวไทร นับเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตเนื่องจากไวรัสวิดในวันเดียวกันมากที่สุดตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนมีผู้เสียชีวิตในวันเดียวกันถึง 8 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119627</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, ผู้ป่วย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_61666e0893bba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 23:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเท้าแชร์บ้าน ก.ไก่ หนีคดีฉ้อโกงกว่า 10 ล้าน จนมุมเมืองคอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.64 - พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ ผู้กำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุด บก.สืบสวนภาค 8 ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ 32/2564 ลงวันที่ 7 ต.ค.2564 และหมายจับของศาลจังหวัดพังงา ไปตรวจค้นห้องพักเลขที่ 202 โรงแรมบีลอฟท์โฮเทล ม.2 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และทำการจับกุมนางสาวพัชราภรณ์ (ไก่) กรดแก้ว อายุ 37 ปี ที่อยู่ 108 ถ.มนตรี ต.ท้ายช้าง อ.เมืองพังงา จ.พังงา ในข้อหา&amp;ldquo;ฉ้อโกงประชาชน,พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 &amp;rdquo; ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดพังงา ที่ จ179/2564 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมด้วยของกลาง 1.สมุดเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาพังงา ระบุชื่อ นางสาวพัชราภรณ์ กรดแก้ว จำนวน 1 เล่ม 2.บัตรกดเงินสดธนาคารกรุงศรี ระบุเลข 4215848712056675 จำนวน 1 ใบ 3.บัตรกดเงินสดธนาคารกสิกรไทย ระบุเลข 4162026210193554 จำนวน 1 ใบ 4.บัตรกดเงินสดธนาคารไทยพาณิชย์ สีม่วง ระบุเลข 5577557194926466 จำนวน 1 ใบ 5.บัตรกดเงินสดธนาคารไทยพาณิชย์ สีส้ม ระบุเลข 4788670000966481 จำนวน 1 ใบ 6.โทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน 12 &amp;nbsp;สีขาวครีม หมายเลขประจำเครื่อง 1 : 351143345501673 หมายเลขประจำเครื่อง 2 : 351143345826237 หมายเลขโทรศัพท์ 0640301551 เครือข่าย ทรูมูฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาส ผกก.สส.2 บก.สส.ภาค8 เผยว่า สำหรับคดีนี้มีผู้เสียหายหลายสิบคนในพื้นที่ จ.พังงา ที่ร่วมเล่นแชร์ออนไลน์กับนางพัชราภรณ์ กรดแก้ว ผู้ต้องหารายนี้ที่ตั้งตัวเป็นเท้าแชร์ระดมเล่นแชร์ออนไลน์ บ้าน ก.ไก่ ก่อนเชิดเงินลูกแชร์กว่า 10 ล้านบาทหลบหนีหายไป ซึ่งต่อมามีผู้เสียหลายสิบคนเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพังงา เพื่อให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวนายพัชราภรณ์ เท้าแชร์รายนี้มาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทางตำรวจสืบสวนภาค 8ได้สืบสวนภาค8ได้สืบทราบว่านางพัชราภรณ์ เท้าแชร์บ้าน ก.ไก่ ได้หลบหนีมาเปิดห้องพักที่โรงแรมดังกล่าวจึงนำกำลังตำรวจพร้อมหมายค้นและหมายจับของศาลจังหวัดพังงาเข้าจับกุมนางพัชราภรณ์ได้ดังกล่าวก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพังงาเจ้าของท้องที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกม.ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119099</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกง, จังหวัดนครศรีธรรมราช, โกงแชร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615ef9d23b8c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสจ.เมืองคอน ยันจำเป็นต้องใช้ ATK ที่มีความแม่นยำเพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 -&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศรีวิชัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ นายเอกวิทย์ มีเพียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายแพทย์จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณุสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะกรรมการ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นายแพทย์จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณุสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมฯ ในประเด็นที่ได้สั่งการห้ามทุกโรงพยาบาลใช้ชุด Antigen test kit (ATK) ยี่ห้อ เล่อปู๋ (Lepu) กับกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ โควิด 19 หลังพบว่า มีสัดส่วนความผิดพลาดจากการตรวจเชื้อสูงทั้งชนิดการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ โดยเน้นใช้เครื่องมือระดับโปรเท่านั้น ส่วนที่ได้รับแจกจ่ายจาก สป.สช.ที่จัดส่งทุกโรงพยาบาลในจังหวัดรวม 9 หมื่นชุดมานั้นให้ใช้สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำหรือประชาชนที่อยากตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ชุด Antigen test kit (ATK) ยี่ห้อ เล่อปู๋ (Lepu) ไม่ได้เป็น ATK ที่มีปัญหา แต่จะมีปัญหาว่าเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดย ATK ตัวนี้ใช้กับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำได้ แต่ไม่สามารถใช้กับกลุ่มที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ซึ่งระบบสาธารณสุขจะต้องเอาตัวมาตรวจด้วยเครื่องมือคุณภาพสูงเพื่อวินิจฉัยสู่การรักษาต่อไป พร้อมกันนี้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังยืนยันตัวเลขด้วยว่ามีการนำ ชุด Antigen test kit (ATK) ชนิดนี้มาตรวจชาวบ้าน ในพื้นที่อำเภอทุ่งใหญ่ จำนวน 1 พันราย พบระบุติดเชื้อ 187 ราย แต่เมื่อนำเอาเข้าระบบ PCR ยืนยันพบผลบวกแค่ 92 รายเท่านั้น ซึ่งเป็นอัตราความผิดพลาดที่สูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชวันนี้(5 ต.ค.64) พบผู้ติดเชื้อใน 18 อำเภอ จากจำนวน 23 อำเภอ รวม 259 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยภายในจังหวัด จำนวน 257 ราย ผู้ป่วยที่กลับมารักษาตัวที่บ้านเกิด จำนวน 2 ราย ส่วนข้อมูลตัวเลขผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรก มีจำนวนทั้งสิ้น 498,984 โดส ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มสอง จำนวน 312,936 โดส และเข็มสาม จำนวน 12,823 โดส มีจำนวนเตียงรักษาผู้ป่วยทั้งหมด 7,458 เตียง จำนวนครองเตียง 5,976 เตียง เตียงว่างจำนวน 1,482 เตียง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118861</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, ชุดตรวจโควิด ATK</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c29e5f2685.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงแตก! ญาติทำพิธีศพหนุ่มวัย 45 ป่วยตับแข็ง ก่อนรพ.แจ้งติดเชื้อโควิด รีบนำศพฌาปนกิจทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์โควิดในจังหวัดนครศรีธรรมราช พบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน&amp;nbsp;388 ราย (ในจังหวัด 238 ราย /รับจาก กทม.และปริมณฑล 5 ราย ,เรือนจำทัณฑสถานวัยหนุ่ม 145 ราย) รายยอดผู้ป่วยสะสม 14,236 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 3,385 ราย (จากต่างจังหวัด 1,533 ราย รักษาหายแล้ว 1,199 ราย) รักษาหายแล้วสะสม 10,275 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ยอด เสียชีวิตสะสม 84 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 1 เพศชายอายุ 45 ปี อ.ลานสกา ,รายที่ 2 เพศชาย 74 ปี อ.สิชล รายที่ 3 เพศชาย 89 ปี อ.ปากพนัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียชีวิตรายที่ 1&amp;nbsp;เพศชายอายุ 45 ปี ซึ่งเป็นรายที่ 82 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เดิมป่วยเป็นโรคตับแข็งและไทรอยด์ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2564 ระหว่างนี้ได้รักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลมหาราช ทางโรงพยาบาลได้ประสานให้ญาติมารับเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 22 กันยายน 2564 ทางโรงพยาบาลมหาราชประสานทางอำเภอลานสกา และนายวิเศษ คงไสยะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลเขาแก้ว อำเภอลานสกา และแจ้งญาติให้ทราบว่าพบว่าผู้เสียชีวิตติดเชื้อโควิด ล่าสุดทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปรับศพมาทำการฌาปนกิจเรียบร้อยแล้วเมื่อเย็นวานนี้ (22 ก.ย.) ณ วัดบุญนารอบ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมจัดเจ้าพนักงานควบคุมโรคได้ลงสอบสวนโรค โดยพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจากพิธีกรรมทางศาสนา รดน้ำ /ยกบรรจุในหีบ ตั้งแต่วันที่ 20-22 ก.ย. 2564 เป็นต้นมา รวมจำนวน 29 ราย ซึ่งในเบื้องต้นได้ให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกักตนเองและทำการตรวจโรคและรอผลตรวจหาเชื้อต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117659</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c6a3d62772.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอมมานโดบุกจับสึกพ่อค้ายานรกหนีบวชเป็นพระ พร้อมของกลางคากุฏิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังตำรวจคอมมานโด นำโดย พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.ปพ.และตำรวจชุด ชปส.สภ.ท่าศาลา ได้นำกำลังเข้าไปตรวจค้นที่กุฏิหลังหนึ่งในสำนักสงฆ์วัดไสยป่าหมาก หมู่ 8 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากสืบทราบว่านายนรินทร์ศักดิ์ ชนะสิทธิ์ หรือ ตุ้ย อายุ 54 ปี พ่อค้ายาเสพติดที่เคยถูกตำรวจชุดเดียวกันจับกุมเมื่อวันที่ 24 กค.2564 และอยู่ระหว่างการประกันตัว ซึ่งหลังได้รับประกันตัวแล้วนายนรินทร์ศักดิ์หรือตุ้ย ได้มาบวชเป็นพระที่สำนักสงฆ์ดังกล่าว แต่ในขณะที่บวชเป็นพระนายนรินทร์ศักดิ์ หรือตุ้ย ยังมีพฤติกรรมแอบลักลอบค้ายาเสพติดทั้งยาบ้าและยาไอซ์ ให้กับวัยรุ่นในพื้นที่มาโดยตลอดยังไม่เลิกพฤติกรรมค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกำลังตำรวจชุดคอมมานโด เดินทางไปถึงหน้ากุฏิดังกล่าว พบพระนรินทร์ศักดิ์ หรือพระตุ้ย ยืนห่มผ้าเหลืองหน้ากุฏิของตัวเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคอมมานโดได้ขออนุญาตเข้าตรวจในกุฏิ ผลการตรวจค้นพบในกุฏิที่บนหิ้งไม้ในกุฏิ พบยาไอซ์ 1 ถุงหนัก 0.3 กรัมและยาบ้าอีก 9 เม็ด และอุปกรณ์การเสพยาเสพติดอีก 1ชุด จึงควบคุมพระนรินทร์ศักดิ์ตรวจปัสสาวะ ผลตรวจมีสีม่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของตนและเพิ่งเสพยาบ้า ยาไอซ์ จึงควบคุมตัวพระนรินทร์ศักดิ์ไปให้เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์วัดไสยป่าหมาก ทำการสึกทันที ก่อนคุมตัวนายนรินทร์ศักดิ์ พร้อมของกลางไปส่งมอบพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรักษ์ เปิดเผยว่า สำหรับนายนรินทร์ศักดิ์&amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่าเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่มานานแล้ว โดยอาศัยกระท่อมในสวนทุเรียนจำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ ล่าสุด 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจชุดคอมมานเคยไล่จับกุมมาครั้งแล้ว แต่หลบหนีไปได้ ในขณะที่ลูกสมุนหลบหนีลงไปในโอ่งน้ำแต่ไม่รอดถูกตำรวจจับกุมได้คาโอ่งน้ำ ส่วนนายนรินทร์ศักดิ์ หลังหลบหนีไปได้ไม่นานได้ถูกจับกุมเมื่อ 24 ก.ค.2564 และอยู่ระหว่างการประกันตัว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ ล่าสุดได้แอบมาบวชเป็นพระที่สำนักสงฆ์ แต่ยังมีพฤติการณ์ค้าเสพติดเหมือนเดิม จึงถูกตำรวจบุกจับกุมได้คากุฏิและจับสึกดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114562</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, จับสึก, พ่อค้ายาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_61264b6ebfbd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าอาวาสวัด ขอสังคมให้อภัย &#039;หมอกุ๊บกิ๊บ&#039; ปมนำวัคซีนไฟเซอร์ก้นขวดไปฉีดให้พี่สาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 -&amp;nbsp;ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอนบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจัดเตรียมความพร้อมเป็น รพ.สนาม 50 เตียง ได้มีพระครูภัทรธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขาเหล็ก อ.นบพิตำ และนายสาทร&amp;nbsp;หวังพัฒน์ นายอำเภอนบพิตำ , นพ.กฤษณ์ เพชรสำรวล ผอ.รพ.นบพิตำ , นายณรงค์ชัย ไชโย สาธารณสุขอำเภอนบพิตำ , พ.ต.อ.สมเชิญ ลิ่มประจวบพงษ์ ผกก.สภ.นบพิตำ ได้ร่วมกันทำพิธีเปิด รพ.สนาม จำนวน 50เตียง เพื่อเตรียมความพร้อมรับผู้ป่วยโควิดที่อาจจะเพิ่มมากขึ้นในเร็วๆนี้ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พระครูภัทรธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขาเหล็ก ได้มอบช่อดอกไม้และหัวนะโมเนื้อโลหะผสมเหล็กไหลรุ่นศรีธรรมโศกราช จำนวนหนึ่งให้ นพ.กฤษณ์ เพชรสำรวล ผอ.รพ.นบพิตำ เพื่อให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ รพ.นบพิตำ ในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งกล่าวให้กำลังใจ แพทย์หญิงกฤตยาณี พูลเพียร อายุ 27 ปี หรือ &amp;ldquo;หมอกุ๊บกิ๊บ&amp;rdquo; แพทย์ รพ.นบพิตำ กรณีเกิดปัญหาแอบเก็บเศษวัคซีนเหลือทิ้งไปฉีดให้กับพี่สาว จนกลายเป็นข่าวอื้อฉาวถูกสังคมโซเซียลโจมตีอย่างหนักที่ผ่านมานั้น โดยพระครูภัทรธรรมาภรณ์ ได้กล่าวขอทุกคนให้อภัยแก่โยมหมอกุ๊บกิ๊บ&amp;nbsp; เพราะโลกมนุษย์จะมีผิดบ้างถูกบ้างในสังคม คนเราอาจจะคิดผิดได้ถูกได้ แต่ผิดถูกไม่ใช่ประเด็นที่เราจะเอามาเป็นประเด็น แต่ต้องเอามาแก้ไข สิ่งที่ถูกก็ต้องช่วยให้กำลังใจ สิ่งที่มีปัญหาเรามาร่วมกันแก้ไขก็จะผ่านไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะเรื่องของ รพ.นบพิตำ กรณีหมอกุ๊บกิ๊บ&amp;nbsp;อาตมาเห็นว่าไม่ใช่เรื่องผิดเรื่องถูก ประเด็นก็คือคนนบพิตำต้องรู้จักให้อภัยกัน ต้องรู้จักให้ความรัก ความเมตตา ให้อภัย แต่เราเอาเป็นเอาตายความสุขอยู่ที่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเรื่องของหมอกุ๊บกิ๊บ&amp;nbsp;เราต้องแยกกับคำว่าผิดกับถูก ดีกับชั่ว เรื่องที่เกิดขึ้นเราต้องถามตัวเองเราก่อนว่าน้องเขาจบแพทย์มา ถ้าเขาเป็นคนเลว อาตมาเชื่อว่าน้องเขาไม่จบน่ะ เพราะการเรียนแพทย์เรียนหมอต้องมีคุณธรรมจริยธรรมที่สูงมาก แต่กรณีหมอกุ๊บกิ๊บไปฉีดให้คุณแม่พี่สาวเราต้องให้อภัยกันเพราะมีเจตนาเอาเศษวัคซีนที่จะทิ้งแล้วไปให้แม่กับพี่สาว แม้จะผิดไม่ถูกระเบียบแต่ก็ต้องให้อภัยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมาเชื่อว่าคนนบพิตำรักหมอกุ๊บกิ๊บและพร้อมที่จะให้อภัย&amp;nbsp;แต่หลังเหตุการณ์มันเป็นบทเรียนของน้องหมอ&amp;nbsp;ทำให้น้องหมอรักคนนบพิตำมากกว่านี้อีกเพราะเขารู้ว่าได้รับความรักจากคนนบพิตำ เพราะฉะนั้นอาตมาจึงบิณฑบาตขอสังคมให้อภัยแก่หมอกุ๊บกิ๊บในครั้งนี้ด้วยเพื่อเดินหน้าช่วยแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิดให้หมดไปต่อไป คุณหมอที่มาอยู่ที่นี้ต้องเสียสละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสาทร หวังพัฒน์ นายอำเภอนบพิตำ เผยว่าต่อไปตนกำลังจะเสนอไปยังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อขอวัคซีนให้กับครอบครัวของบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าด้วยเพราะถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าเพราะต้องกลับเข้าบ้านมาเจอครอบครัวที่บ้าน ซึ่งครอบครัวต้องได้รับวัคซีนเพื่อความปลอดภัยด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113899</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, วัคซีนไฟเซอร์, หมอกุ๊บกิ๊บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e5f0cdfd14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ออกแล้ว! ผบช.ภ.8 ลงดาบ อดีตผกก.ทุ่งสง อมเบี้ยเลี้ยงเงินโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 -&amp;nbsp;พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบช.ภ.8 มีคำสั่งตำรวจภูธรภาค 8 ที่ 262/2564&amp;nbsp;ลงวันที่ 18 ส.ค. อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72 และมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 จึงให้ลงโทษไล่ พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล รองผู้บังคับการกฎหมายและคดีตำรวจภูธรภาค 8 ออกจากราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป โดยให้ยกเลิกคำสั่งตำรวจภูธรภาค 8 ที่ 474/2563 ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2563 เรื่องเพิ่มโทษข้าราชการตำรวจเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.อ.สมพงศ์ทิพย์อาภากุล เท่านั้น ส่วนอื่นๆ ให้มีผลบังคับเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง หากผู้ถูกลงโทษประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งนี้ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ตร. ภายใน 30 วันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง และหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วันนั้น แต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือภายใน 90 วันนับ แต่วันพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอทราบผลการวินิจฉัยอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากกรณี&amp;nbsp;คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พ.ต.อ.สมพงศ์&amp;nbsp;เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.ทุ่งสง ว่า มีความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 172 กรณีหักเงินค่าเบี้ยเลี้ยงงบโควิด-19 ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งสง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113875</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, ปปช., ผบช.ภ.8, สภ.ทุ่งสง, อมเบี้ยเลี้ยงโควิด, ไล่ออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e2b3e2655d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
