<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 00:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัด “น่านเทรลรันนิ่ง 2021” ตะลุย “สะปัน” สวรรค์แห่งขุนเขา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
น่านพร้อมเปิดเมือง ลุยจัด &amp;ldquo;น่านเทรลรันนิ่ง 2021&amp;rdquo; ตะลุยสะปัน ตะลอนเมืองสวรรค์แห่งขุนเขา พร้อมตั้งเป้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวหลังคลายล็อกดาวน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานงานแถลงข่าวการจัดกิจกรรมการแข่งขันวิ่งเทรล รายการ &amp;ldquo;น่านเทรลรันนิ่ง 2021&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด ตะลุยสะปัน ตะลอนเมืองสวรรค์แห่งขุนเขา ที่ น้ำทองแกรนด์ โรงแรมน้ำทองน่าน อ.เมือง จ.น่าน ร่วมด้วย นางสาวดารารัตน์ ภักดี ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน และ นายสาธิต บุญทอง นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขันรายการนี้ จังหวัดน่าน ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน จัดขึ้น โดยตั้งเป้าหมายที่จะดึงนักกีฬาและนักท่องเที่ยว เจ้ามาในจัวหวัดน่าน เพื่อกระตุ้น และฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน หลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย และทางภาครัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมหลายๆ อย่าง นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมของการแข่งขันด้วยการใช้มาตรการรองรับแบบนิวนอร์มอล ตามหลักของ ศบค.ที่ได้กำหนดแนวทางการตัดการแข่งขันกีฬาไว้ พร้อมระเบิดความมันส์ในวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม นี้ ที่ หมู่บ้านสะปัน อ.บ่อเกลือ จ.น่าน โดยเปิดสมัครฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า &amp;ldquo;การแข่งขันวิ่งเทรลรายการ น่านเทรลรันนิ่ง 2021 ตะลุยสะปัน ตะลอนเมืองสวรรค์แห่งขุนเขา ในครั้งนี้ นับว่าเป็นกิจกรรมการแข่งขันกีฬารายการแรกๆ ที่ได้จัดขึ้นภายหลังจากที่มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดน่าน ในตอนนี้มีศักยภาพ ความพร้อมเป็นอย่างสูงสุด ที่จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับใช้จัดการแข่งขันกีฬากลางแจ้งแนวผจญภัยในระดับประเทศ ซึ่งบุคลากรของจังหวัดฯ มีประสบการณ์การจัดการแข่งขันมาแล้วหลายรายการ มีเส้นทางที่สามารถจัดกิจกรรมกีฬากลางแจ้งแนวผจญภัย ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้หลายชนิดกีฬา การให้การต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรีของชุมชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วน การคมนาคม สถานที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีดั้งเดิมที่เรียบง่ายงดงามของชาวล้านนา และมาตรการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับกิจกรรมการแข่งขันกีฬาวิ่งในภูมิประเทศ หรือเทรลรันนิ่งได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถือเป็นโอกาสอันดีของชาว อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ที่จะได้มีโอกาสต้อนรับนักกีฬา และนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ ที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ให้ได้มาสัมผัสกับธรรมชาติทิวเขาสลับซับซ้อนที่งดงาม ประเพณีวัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบงามเรียบง่ายของชาวบ้านสะปัน ในอำเภอบ่อเกลือ สมกับแนวคิดของกิจกรรมการแข่งขันที่ว่า ตะลุยสะปัน ตะลอนเมืองสวรรค์แห่งขุนเขา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเชิญชวนนักกีฬาและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ มาร่วมกิจกรรมนี้กันอย่างมั่นใจ พร้อมขอเชิญชวนใช้เวลาท่องเที่ยวพักผ่อนต่อเนื่องในจังหวัดน่าน ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมการแข่งขัน ได้มาชมทิวทัศน์ความงดงามของเส้นทางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยทะเลภูเขา&amp;nbsp; สักการะพระธาตุแช่แห้งศูนย์รวมความศรัทธาของชาวล้านนา ภาพเขียนปู่ม่านย่าม่านกระซิบรักบรรลือโลก และอุโบสถวัดภูมินทร์ ชิมอาหารพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนา เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือท่าวังผา และเครื่องเงินผลิตภัณฑ์ OTOP (โอท็อป) ของจังหวัดน่าน ซึ่งมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้จะสร้างความประทับใจให้กับนักกีฬา และนักท่องเที่ยวทุกท่าน ขณะที่ใช้เวลาท่องเที่ยวพักผ่อนในจังหวัดน่าน ได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้คาดว่ากิจกรรมการแข่งขันวิ่งเทรล รายการ น่านเทรลรันนิ่ง 2021 ตะลุยสะปัน ตะลอนเมืองสวรรค์แห่งขุนเขา ในครั้งนี้จะนำมาซึ่งการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดน่าน ต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นางสาวดารารัตน์ ภักดี ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ปัจจุบันกีฬาวิ่งในภูมิประเทศ หรือเทรลรันนิ่ง เป็นกีฬากลางแจ้งแนวผจญภัย ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง เนื่องจากได้ใช้ศักยภาพของร่างกายในการแข่งขันแล้ว ยังได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติรอบตัวที่สวยงามเสมือนเป็นการพักผ่อนท่องเที่ยวไปในตัว และยังไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เมื่อสถานการณ์ของโรคไวรัสโควิด-19 คลี่คลายไปในทางที่ดี มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงมีแผนการจัดกิจกรรมการแข่งขันวิ่งเทรล รายการ &amp;ldquo;น่านเทรลรันนิ่ง 2021 ตะลุยสะปัน ตะลอนเมืองสวรรค์แห่งขุนเขา&amp;rdquo; ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 ภายใต้มาตรการปฏิบัติ ข้อกำหนด กติกา และขั้นตอนการจัดกิจกรรมต่างๆ ตามแบบวิถีใหม่หรือนิวนอร์มอล ที่ยึดหลักขั้นตอนปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดโดยคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จังหวัดน่าน อย่างเคร่งครัด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โดยแบ่งประเภทการแข่งขันตามความยากง่ายของระยะทาง 3 ระยะ และตามกลุ่มอายุทั้งประเภทชาย และหญิง ออกเป็น ระยะทาง 60.8 Km. สำหรับนักกีฬาที่ลงแข่งขันวิ่งเทรลเป็นประจำ ระยะทาง 34 Km. สำหรับนักกีฬาที่เคยลงแข่งขันวิ่งเทรลมาแล้ว และระยะทางจริง 10.4 Km. สำหรับนักกีฬาเทรลมือใหม่ ตลอดเส้นทางจะมี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยพยาบาล และกู้ชีพฉุกเฉิน ตามแผนการรักษาความปลอดภัยนักกีฬาในเส้นทางการแข่งขันอย่างสูงสุดตามมาตรฐาน ISO มีน้ำดื่ม และอาหารไว้บริการนักกีฬาอย่างเพียงพอเนื่องจากการวิ่งเทรลเป็นการแข่งขันวิ่งที่ต้องใช้ระยะเวลาแข่งขันนาน และทั้งหมดทุกระยะใช้การติดตามตัว และระบบจับเวลานักกีฬาแบบ Chip Timing ซึ่งนักกีฬาที่เข้าเส้นชัย จะได้รับ เสื้อFinisher และเหรียญที่ระลึกเมื่อจบการแข่งขัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดน่าน การกีฬาแห่งประเทศไทยจึงจัดแข่งขันโดย ไม่เก็บค่าสมัครแต่อย่างใด และรับสมัครนักกีฬาเพียง 500 คนเท่านั้น ซึ่งทันทีที่เปิดการรับสมัครก็มีนักกีฬาจากทั่วประเทศ ให้ความสนใจสมัครเข้าแข่งขันเต็มจำนวน 500 คนในเวลาไม่ถึง 8 นาที ทำให้การกีฬาแห่งประเทศไทยมั่นใจว่ากิจกรรมการแข่งขันนี้จะทำให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านการกีฬาของจังหวัด และยังสามารถที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของจังหวัด ด้วยกิจกรรมกีฬา และสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องของจังหวัดน่าน&amp;nbsp; ได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายสาธิต บุญทอง นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน กล่าวว่า &amp;ldquo;สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน ได้เล็งเห็นว่ากีฬาการวิ่งเทรลรันนิ่งในปัจจุบันเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากนอกจากนี้ยังเป็นกีฬาที่นักกีฬาต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่ง จึงเป็นกีฬาที่ท้าทายความสามารถของนักกีฬา และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ ที่เป็นสถานที่จัดการแข่งขันได้เป็นอย่างดี การจัดกิจกรรมการแข่งขันวิ่งเทรล รายการ น่านเทรลรันนิ่ง 2021 ตะลุยสะปัน ตะลอนเมืองสวรรค์แห่งขุนเขา ในครั้งนี้ จึงทำให้เกิดความตื่นตัว สร้างกระแสความนิยมในกีฬาชนิดนี้ของชาวจังหวัดน่าน และจากต่างพื้นที่ ได้อย่างต่อเนื่อง สังเกตุจากมีจำนวนผู้สมัครเข้าแข่งขันกันอย่างมากมายจนเต็มจำนวนในเวลาอันรวดเร็ว เพราะนอกจากจะเป็นกีฬาที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดีแล้ว ที่สำคัญเป็นกิจกรรมการแข่งขันกีฬาที่เป็นการท่องเที่ยวพักผ่อนไปด้วยในตัว และไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เป็นกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือ Green Sport Tourism อย่างแท้จริง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางสมาคมฯ ในฐานะเจ้าบ้านขอเป็นตัวแทนชาวจังหวัดน่านขอเชิญชวนนักกีฬาและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ มาร่วมกิจกรรมนี้กันอย่างมั่นใจกับมาตรการต่างๆ ที่ทางจังหวัดน่านได้จัดเตรียมความพร้อมไว้รองรับทุกท่าน มาร่วมสัมผัสกับความท้าทายของเส้นทางการแข่งขันและความสวยงามของธรรมชาติ วัฒนธรรมของชาวบ้านสะปัน ในอำเภอบ่อเกลือ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดที่รอให้ทุกท่านได้มาเยือน พบกันในวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม นี้ สามารถติดตามรายละเอียดหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Page Facebook : Nan Sapan Trail 2021&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, จังหวัดน่าน, น่านเทรลรันนิ่ง 2021</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211009/image_big_616082f96d2ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกบริษัทดัง ยึดไม้ประดู่หวงห้ามทั้งไม้ท่อนและแปรรูปมูลค่ากว่า 3 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.64 -&amp;nbsp;นายมงคล ไชยภักดี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยฯ พญาเสือ เปิดเผยว่า หน่วยพญาเสือฯ ได้รับการแจ้งจาก หน.สปป.3&amp;nbsp;ภาคเหนือว่า มีการลักลอบทำไม้มีค่าหายาก ในเขตป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ ในพื้นที่ จ.แพร่ และ จ.น่าน และนำมาสวมเป็นไม้มีเอกสารสิทธิ์ (ไม้มาตรา&amp;nbsp;7)&amp;nbsp;คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสะกดรอย ติดตามไม้ประดู่ท่อน ที่ได้ทำการติดตั้งเครื่องติดตามด้วยระบบ&amp;nbsp;GPSไว้ก่อนหน้า จนพบว่า ได้เคลื่อนย้ายไม้ออกจากป่า ไปรวบรวมไม้ไว้ที่โกดังแห่งหนึ่ง ใน อ.สูงเม่น จ.แพร่ ต่อมา เครื่องติดตามด้วยระบบ&amp;nbsp;GPS&amp;nbsp;ปรากฎที่พิกัด&amp;nbsp;17.525243, 103.017666&amp;nbsp;ตรวจสอบพบว่า มีการเคลื่อนย้ายไม้จากโกดัง ไปยังบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จ.อุดรธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผอ.ส่วนยุทธการ ด้านป้องกันและปราบปราม&amp;nbsp;นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าหน่วยฯ พญาเสือพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย จนท.หน่วยพญาเสือ ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม,&amp;nbsp;สปป.2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),&amp;nbsp;สบอ.10 (อุดรธานี)) จนท. ชุดพยัคฆ์ไพร,&amp;nbsp;ศปป.2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),&amp;nbsp;ศูนย์ป่าไม้อุดรธานี,&amp;nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้บ้านดุง,&amp;nbsp;หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อด.6 (หนองแสง) จนท.ฝ่ายปกครอง อ.พิบูลย์รักษ์&amp;nbsp;ทหารกอ.รมน. จ.อุดรธานี ตำรวจสันติบาลอุดรธานี,&amp;nbsp;ตำรวจ สภ.พิบูลย์รักษ์,&amp;nbsp;ตำรวจ บก.ปทส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำลังจนท.เดินทางนำหมายค้น ศาลจังหวัดอุดรธานี เข้าตรวจสอบบริษัท อาร์ทีเอ็น วู้ด จำกัด โดยมีนางรัตนา (สงวนนามสกุล) เป็นผู้นำตรวจสอบ และให้ข้อมูลพบไม้ประดู่ท่อน&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ท่อน ปริมาตร&amp;nbsp;39.304&amp;nbsp;ลบ.ม. ไม้ประดู่แปรรูป&amp;nbsp;142&amp;nbsp;เหลี่ยม ปริมาตร&amp;nbsp;29.710&amp;nbsp;ลบ.ม. รวมมูลค่าความเสียหาย&amp;nbsp;3,455,340&amp;nbsp;บาท โดยนางรัตนา อ้างว่าไม้ทั้งหมดมีเอกสารหลักฐานถูกต้อง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการยึดไม้ทั้งหมดไว้ เพื่อตรวจสอบหลักฐานการได้มา ของไม้ตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันพบว่า โรงงานดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยใช้เครื่องจักรตามกฎหมายแต่อย่างใด การกระทำของนางรัตนาเป็นความผิดฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo;&amp;nbsp;และฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;มี ผลิต หรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน&amp;rdquo; จึงได้ตรวจยึดเครื่องจักร จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;รายการ พร้อมควบคุมตัวนางรัตนาฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พิบูลย์รักษ์ โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ กล่าวโทษดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98680</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, จังหวัดน่าน, จังหวัดแพร่, สภ.พิบูลย์รักษ์, หน่วยพญาเสือ, ไม้ประดู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d8a8243033.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯแอ่วเหนือ ชูต้องรักสามัคคี อย่าแตกแยกกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ยกคณะตรวจราชการที่ &amp;ldquo;พะเยา-น่าน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ตอกย้ำต้องรักสามัคคี แตกแยกไม่ได้ แปลงกายเป็น &amp;ldquo;บุเรงตู่&amp;rdquo; ร้องเพลงผู้ชนะสิบทิศท่อน &amp;ldquo;เจ็บใจคนรักโดนรังแก&amp;rdquo; อ้อนชาวบ้าน พร้อมโวไม่เคยหยุดงานทัวร์ต่างจังหวัดกว่า 95 ครั้งแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธ ในเวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตเอ็มเบรเออร์ไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดพะเยาและน่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 08.25 น. คณะ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึงท่าอากาศยานน่านนคร ต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่าน จ.น่าน โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของคณะนายกฯ เพื่อคัดกรองผู้โดยสารตามมาตรการเฝ้าระวังไวรัสโคโรนา จากนั้นเวลา 08.50 น.ได้ต่อเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ฮ.ท. 60 (แบล็กฮอว์ก) ของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 ก่อนนั่งรถยนต์โตโยต้า เวลไฟร์ สีดำ ป้ายทะเบียน กฉ 1616 พะเยา ไปยังวัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง ต.เวียง อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 09.40 น. คณะนายกฯ เดินทางถึงวัดศรีโคมคำ และเข้าสักการะพระพุทธรูปพระเจ้าตนหลวง กราบสรีระสังขารพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมมปญโญ) ก่อนนมัสการพระสุนทรกิตติคุณ (เดชา อินทปญโญ) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดศรีโดมคำ และสนทนากับเจ้าอาวาส โดยได้สอบถามถึงสภาพอากาศและสถานการณ์ไฟป่า พร้อมระบุว่า ทุกคนต้องช่วยกันทั้งหมด ตลอดจนเรื่องความรักและความสามัคคีในพื้นที่คงไม่มีใครทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งวันนี้รู้สึกดีใจที่เห็นเมืองพะเยามีความสงบเรียบร้อย ผู้คนรักใคร่สามัคคีกันเป็นอย่างดี เพราะถ้าคนไทยไม่รักกันแล้วใครจะรักกัน จะแบ่งพวกกันมากๆ ไม่ได้ เพราะชาติต้องการความสงบ ความรัก และความสามัคคี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายพุทธศาสนิกชนภายในวัด โดยระบุว่า ขอให้ทุกคนมั่นใจกับสิ่งที่รัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาขณะนี้ แต่อยากให้เข้าใจว่าในหลายๆ เรื่องไม่สามารถแก้ไขได้ในทันทีทันใด ทั้งเรื่องปัญหาของใช้แพง ปัญหาการเกษตร รวมถึงปัญหาฝุ่นควัน และกล่าวทิ้งท้ายกับประชาชนที่มาทำบุญว่า รู้สึกดีใจที่หลายคนนำธรรมะมาใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยขัดเกลาให้เป็นคนดีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้รับชมการแสดงเพลงบรรเลงจากอังกะลุง ก่อนร่วมเล่นในบทเพลงพะเยารอเธอ ของศิลปินสุริยัน บุญยศ จากกลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลเมืองพะเยาอายุ 60 ปีขึ้นไป และหลังจากฟังบรรเลงเพลงเสร็จ นายกฯ ได้ทักทายและให้กำลังใจกลุ่มผู้สูงอายุ พร้อมกล่าวว่า แม้จะทำงานหนัก แต่ก็ตั้งใจทำเพื่อทุกคน และกล่าวหยอกล้อเป็นเนื้อเพลงหนึ่งว่า เจ็บใจคนรักโดนรังแก ซึ่งเป็นเนื้อหาหนึ่งในเพลงผู้ชนะสิบทิศ&amp;nbsp;
ต่อมาเวลา 10.05 น. ที่หนองเล็งทราย อ.แม่ใจ จ.พะเยา คณะ พล.อ.ประยุทธ์ได้ตรวจและติดตามการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาหนองเล็งทราย โดยนายกฯ ได้รับฟังบรรยายสรุปจากผู้ว่าฯ ก่อนขึ้นกล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า ขอยืนยันว่างบประมาณที่เข้ามาเสริมใน จ.พะเยา ได้เตรียมไว้เพียงพอและมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่การเบิกจ่ายทั้งหมด สิ่งสำคัญคือต้องมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ งบประมาณต้องถูกจัดการให้เกิดการใช้แบบบูรณาการ อยากให้ทุกคนเข้าใจการจัดการงบประมาณของรัฐบาลเพื่อลูกหลานในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมไม่ได้ต้องการให้มีความขัดแย้ง ไม่จำเป็นต้องรักคนใดคนหนึ่ง ข้างใดข้างหนึ่ง แต่ก็ขออย่างเดียว ขอให้รักประเทศของตัวเอง รักพื้นที่ของคุณ และให้คนดีๆ มาบริหารจัดการให้ท่าน ผมอาจพูดเยอะไปนิด แต่ต้องการให้ทุกคนคิดตาม ผมให้เกียรติทุกคน ถ้าผมพูดผิดหรือไม่ถูกมาบอกผม อย่าไปด่าผมข้างนอก ด่าในโทรศัพท์ แต่ผมไม่สนใจอยู่แล้ว มันทำร้ายตัวเองไม่เอาขี้เกียจ&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำว่า ขอฝากทุกคนให้ทำงานร่วมกัน ช่วยกันพัฒนาท้องถิ่น และต่อยอดภูมิปัญญาของเรา ลดความขัดแย้ง อย่าไปฟังคนบิดเบือน บางอย่างมันไม่ใช่ ท่านก็เห็นอยู่ ขี้เกียจไปทะเลาะกับใครทั้งสิ้น ขอเวลาทำงานดีกว่า วันนี้ทุกคนก็ตั้งใจทำงาน ไม่เคยหยุดงาน ไปต่างจังหวัดแล้วกว่า 95 ครั้ง เกือบทุกกลุ่มจังหวัดแล้ว ขอให้ทุกคนเข้าใจรัฐบาล ร่วมมือกับรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้าย นายกฯ ถามประชาชนที่มาร่วมรับฟังว่า รถไฟอยากได้จริงหรือ ขอมานานแล้ว ขอมาหลายรัฐบาลแล้วใช่ไหม แล้วไม่เคยได้ใช่ไหม แล้วรัฐบาลนี้ได้แล้วยัง ชาวบ้านตอบว่า &amp;ldquo;ให้แล้ว&amp;rdquo; ก่อนนายกฯ ตอบว่า &amp;quot;ให้แล้วแต่ยังไม่มา รอไปก่อน เดี๋ยวก็มี สัญญาคือสัญญา&amp;quot; จากนั้นนายกฯ พบปะประชาชนที่มาร่วมรับฟังและรอต้อนรับ ซึ่งประชาชนบางส่วนได้ตะโกนชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์เป็นภาษาเหนือ &amp;ldquo;หล่อขนาด&amp;rdquo; ซึ่งนายกฯ กล่าวตอบว่า &amp;ldquo;งามเหมือนกั๋น&amp;rdquo; พร้อมถ่ายรูปร่วมกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังได้เดินไปเยี่ยมชมนิทรรศการสินค้าโอท็อปของจังหวัดพะเยา พร้อมอุดหนุนสินค้าโอท็อปในทุกร้าน เช่น กระเป๋าผักตบชวา กาแฟ ข้าว และเสื้อม่อฮ่อมสีน้ำเงิน โดยนายกฯ ได้ถอดเสื้อคลุมสีดำของตัวเองออกและสวมเสื้อม่อฮ่อมทับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 13.40 น. คณะ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงท่าอากาศยานน่านนคร จ.น่าน โดยทันทีที่มาถึงได้มีประชาชนชาวน่านนำดอกกุหลาบสีชมพูมารอต้อนรับเพื่อมอบเป็นกำลังใจให้นายกฯ จากนั้นเวลา 14.10 น. คณะ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด 4 กฆ 2332 กรุงเทพมหานคร ไปยังหอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดน่าน เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยนายกฯ ได้รับชมการแสดงร้องเพลงประสานเสียงเพลงธงชาติจากนักเรียน 6 ชนเผ่าในอำเภอสองแคว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้มอบโฉนดที่ดินคืนให้แก่เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 2 ราย และเป็นประธานสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รวมถึงมอบเอกสารโครงการจัดระเบียบการใช้ที่ดินป่าไม้ให้แก่ชุมชน จำนวน 5 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวช่วงหนึ่งว่า ที่เข้ามาทำหน้าที่ไม่ใช่ฐานะนักการเมือง แต่เพื่อมาจัดการและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งประชาชนต้องเข้าใจ และถามกลับไปยังผู้แทนประชาชนแต่ละคนว่าเขาจะได้อะไรจากการเข้ามาทำหน้าที่ของ ส.ส. ส่วนตัวมีความตั้งใจอยู่แล้วที่จะมาทำงานตรงนี้ เพื่อวางกรอบการบริหารจัดการให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบริหารจัดการน้ำ ระบบเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งโครงการสร้างพื้นฐาน ยืนยันว่ารัฐบาลทำงานอย่างรอบคอบ และพยายามที่จะทำงานตามเจตนารมณ์ของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ผมพูดไปเยอะแล้ว 5 ปีที่ผ่านมาก็พูดไปเยอะแล้ว เป็นนายกฯ ที่พูดเยอะที่สุด เพราะต้องการให้ทุกคนเรียนรู้และคิดไปด้วยกัน มันก็คงจะดีกว่าที่ต้องทำให้เขารักผม คงไม่ใช่ แต่ผมทำเพื่อให้รักประเทศชาติและแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชนเผ่า ทั้งหมดเราเป็นคนไทย จะแตกแยกกันไม่ได้ทั้งสิ้น ใครมาสอนให้แตกแยก ไม่รักกัน ผมคิดว่าใช้ไม่ได้ เวลานี้คนไทยไม่ต้องการคนแบบนี้ หรือใครต้องการก็แล้วแต่ ถ้าไม่ได้ทำ ไม่ได้ลองทำ ไม่ได้แก้ปัญหา อย่ามาพูดว่าที่ท่านพูดมันดีกว่าผม&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นนายกฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการการพัฒนาจังหวัดน่านในมิติต่างๆ รวมถึงได้ชิมกาแฟภูมิใจ๋ คอฟฟี่ ของคนเมืองน่าน พร้อมชิมอาหารเหนือแกงฮังเล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.45 น. คณะนายกฯ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนชีววิถีตำบลน้ำเกี๋ยน พร้อมชมการแสดงต้อนรับของกลุ่มแม่บ้านอำเภอภูเวียง โดยวงท้ายนายกฯ ได้แนะนำคณะทำงานที่ร่วมเดินทางมา พร้อมหยอกล้อนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยให้นายกฯ ไม่ต้องเข้าคุก ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจและเดินทางกลับกรุงเทพฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57043</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะนายกฯ, จังหวัดน่าน, จังหวัดพะเยา, ปฏิบัติราชการ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ้อนชาวบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e441031c003c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวเมืองปัว...รัวชัตเตอร์  ท้องนา..กาแฟและผ้าทอ...</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไม่น่าเชื่อว่า เรื่องราวสองสามสิ่งอย่างจะมาเกี่ยวโยงกันได้ ระหว่าง ท้องนา..กาแฟ และผ้าทอ ที่สำคัญเกิดเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวและขยับขยายกลายเป็นความมั่งมีกันขึ้นมาแบบทันตาเห็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากโรงแรมเวียงแก้วที่เราปักหลักกันในตัวเมืองน่าน ตามแผนที่วาดกันไว้ เราเลือกทริปเช้าไปเย็นกลับ เน้นท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวไม่กี่จุด แค่วัดภูเก็ต ลำดวนผ้าทอ กาแฟไทลื้อ โรงเรียนชาวนา และวัดก๋ง หรือวัดศรีมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากใช้เวลาชมวัดภูเก็ต รับพลังความสุขทั้งจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดและถ่ายภาพบรรยากาศวิวหลักล้านกันไปแล้ว เราก็มาแวะกินข้าวกลางวัน จากนั้นก็มาต่อกันที่ลำดวนผ้าทอ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถราหนาตาทีเดียวเมื่อเรามาถึง นักท่องเที่ยวที่มาแวะที่นี่ แยกกันไปสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งมาเลือกซื้อผ้า และอีกส่วนหนึ่งไปนั่งรอที่ร้านกาแฟ หรือเดินตามสะพานไม้ออกไปชมวิวทิวทัศน์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายปีก่อน ลำดวนผ้าทอเป็นเพียงร้านเล็กๆ ทั้งความกว้าง ความยาวไม่มากนัก ตอนนั้น สองสามีภรรยาคือคุณพนม และคุณลำดวน แก้วเทพ ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์คอยเก็บเงิน และคอยแนะนำ ตลอดจนตอบคำถามลูกค้าที่เข้ามาซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สินค้าในร้าน ส่วนใหญ่ผลิตจากผ้าล้วนๆ ที่เด่นๆ ก็คือหมวดเครื่องแต่งกายทั้งผ้าทอที่เป็นผ้าถุง เสื้อสำเร็จรูปผลิตจากผ้าพื้นเมือง มีให้เลือกจำนวนมากแบบละลานตา หลากสี หลากไซส์&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนซื้อโดดลงไปในร้านได้แล้วมีความรู้สึกว่าได้ช็อปปิ้งอย่างสนุกสนาน เพราะราคาไม่แพง ซื้อให้ตัวเองแล้วก็สามารถนึกถึงคนนั้นและคนนี้ รวมทั้งคนโน้นได้อีกหลายๆ คน คือซื้อตั้งเยอะ จ่ายเงินไม่มาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าใครอยากได้ของดีมาก แพงมาก ก็มีให้เลือกในอีกมุมหนึ่งเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะเสื้อผ้าของร้านผ้าทอลำดวน จะเป็นเสื้อที่มีอัตลักษณ์ของความเป็นเสื้อพื้นเมืองแบบไทลื้อแท้ๆ บ้าง แบบเหนือๆ บ้าง ดีไซน์เรียบๆ สวมใส่แล้วให้อารมณ์แบบร่วมสมัยกับคนพื้นถิ่น ใครอยากใส่นานๆ ก็ใช้ได้เพราะลักษณะการตัดเย็บก็ใช้ได้ทนทานอยู่ ส่วนใครจะใส่ครั้งสองครั้งแล้วทิ้งก็ไม่เสียดายเงินมาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม้จะเป็นร้านเล็กๆ แต่วิธีการจัดระเบียบในร้านก็ทำให้ลูกค้าทำตามกติกามารยาท ส่งผลทำให้ไม่เกิดความวุ่นวายตามไปด้วย เช่น แต่ละแถวที่ตั้งเสื้อผ้าจะมีราคากำกับไว้เรียบร้อยแล้ว ซื้อมากซื้อน้อยไม่ต้องเรียกเจ้าของร้านมาต่ออีก ซื้อของไปแล้ว ดูให้ครบ จ่ายเงินแล้วทางร้านไม่รับคืน คนขายไม่ต้องมายืนเฝ้า ให้ลูกค้าบริการตัวเอง เลือกเสร็จแล้วเดินเข้าคิวมาจ่ายเงินกันให้เรียบร้อย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย มักเดินทางมากันเป็นครอบครัว พอสาวๆ โดดลงไปช็อปปิ้ง ผู้ชายก็ทำท่าเบื่อหน่าย เจ้าของร้านเลยจัดที่ให้นั่งรอ เป็นร้านโล่งๆ หลังคามุงจาก อยู่ถัดไป มีน้ำชา กาแฟให้ดื่ม แล้วนั่งชมวิวท้องนา ง่วงนักก็งีบกันก่อนได้ ปรากฏว่าได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะคราวนี้บรรดาคุณผู้ชายและคณะผู้ติดตาม ก็พากันไปนั่งคุย นอนคุย ถ่ายรูปกับท้องนาและกาแฟกันด้วยความเพลิดเพลิน มีที่นั่งแช้ต นั่งเล่นไลน์สบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาวขาช็อปจะเลือกซื้อเลือกหาเสื้อผ้ามากมายขนาดไหนก็ไม่มีใครมาคอยตั้งท่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุขใจทั้งนักช็อป และสบายใจทั้งคนรอ แต่ที่แฮปปี้สุดๆ น่าจะเป็นเจ๊ลำดวนกับสามีและครอบครัวนี่เอง เพราะมีลูกค้าเข้าร้านไม่ได้หยุดหย่อน กิจการขยายใหญ่โต ข้าวของมากขึ้น จากร้านกาแฟเล็กๆ ก็เป็นร้านกาแฟขนาดใหญ่ กลายเป็นธุรกิจแบบเป็นเรื่องเป็นราว และใกล้ๆ กันก็เกิดกิจการขนมจีนน้ำเงี้ยว ของกิน ของฝาก ร้านรวงต่างๆ ยังขยายไปฝั่งถนนตรงข้าม มีช่องทางทำมาค้าขายเกิดขึ้นใหญ่โต แบบเป็นเรื่องเป็นราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าทอ กาแฟ และทุ่งนา จึงเข้ามาเกี่ยวข้องกันด้วยเหตุนี้ และเป็นการเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดธุรกิจที่เราคิดไม่ถึงขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่พวกเรามาถึงนั้น เดิมทีเพื่อนๆ บอกว่า ตั้งใจจะมากินกาแฟไทลื้อ มาดูว่าเป็นยังไง ส่วนผ้าผ่อนมีเยอะแยะมากมาย คงไม่ซื้อแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พอลงจากรถได้ คนนึงก็ปรี่เข้าไปตรงยังมุมของร้านผ้าทอลำดวนก่อนเลย เพราะสงสัยว่าคนมุงดูอะไร พอเห็นถนัดก็มากวักมือเรียกเพื่อน หลังจากนั้น เพื่อนร่วมทริปของเราแต่ละนางก็โกยผ้า ที่ว่าไม่สนใจกันมาคนละนับสิบผืน แค่ซื้อให้ตัวเองก็หลายผืนแล้ว ยังซื้อฝากแม่ ฝากเพื่อนและคนนั้น คนนี้ คนโน้น และคนอื่นๆ อีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาจ่ายเงิน ก็ยืนเมาธ์กันเองว่า ผ้าตั้งหลายผืน จ่ายไม่กี่บาท คิดยังไงก็คุ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนิ่นนานนับชั่วโมง จึงนึกขึ้นมาได้ว่ามีเพื่อนๆ และทีมชายล้วนคอยอยู่ที่ร้านกาแฟ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคนคอยก็ไม่ได้อนาทรร้อนใจ นั่งหลับก็มี เอนตัวลงนอนยาวเลยก็มี อย่างไม่ต้องสนใจใคร เพราะคนอื่นๆ ก็ล้วนแต่อยู่ในอิริยาบถทำนองนี้ ไม่มีใครสนใจใคร ใครอยากทำอะไรก็แล้วแต่สะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช็อปปิ้งแล้ว ดื่มกาแฟแล้ว หลังจากนั้นจึงเป็นช่วงของการเดินเที่ยวบนสะพานไม้แล้วรัวชัตเตอร์ เก็บภาพเมืองปัว ในอารมณ์ ทุ่งนา กาแฟ และผ้าทอ ด้วยความสบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องราวของลำดวนผ้าทอ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เราเห็นว่า ธุรกิจเกิดขึ้นได้เสมอทุกหย่อมหญ้า ขอเพียงลงมือทำ จากนั้นความคิดและความเป็นไปได้จะตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครจะเชื่อว่า ผ้าทอ กาแฟ และท้องนา&amp;nbsp; 3 สิ่งที่ดูไม่เกี่ยวข้องจะทำให้คนที่เชื่อมโยงเป็นร่ำรวยขึ้นมาได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นเราก็เดินทางกันต่อไปยังโรงเรียนชาวนาและวัดก๋ง หรือวัดศรีมงคลตามที่ตั้งใจกันไว้ ทุกสถานที่ ได้รับการบันทึกไว้ในชัตเตอร์ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ จากการเดินทางในครั้งนี้ไว้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเพื่อนร่วมทริปของเรา ก็เอาผ้าทอลำดวนที่เพิ่งซื้อมาและยังไม่ได้ซัก นุ่งถ่ายรูปกับสถานที่ต่างๆ ในเมืองน่านได้อย่างสวยงามลงตัวเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ่ายรูปแล้วก็ดูกันอย่างมีความสุข &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสุขไม่ใช่เรื่องหายากอีกต่อไป ภายใต้หัวใจที่เบิกบาน จากการเดินทางง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้เช่นกัน. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...........................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55466</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, จ.น่าน, จังหวัดน่าน, ททท., เที่ยวเมืองปัวรัวชัตเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2c37b9867da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.สั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม ดินโคลนถล่มบนทางหลวง ตลอด24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวง รายงานสถานการณ์น้ำท่วมและสถานการณ์ดินสไลด์ ดินโคลนถล่มบนทางหลวง หลังได้รับผลกระทบจากพายุเบบินคา พบ 3 จังหวัดน้ำท่วม การจราจรผ่านไม่ได้ 6 แห่ง พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ส.ค.61 นายธานินทร์ &amp;nbsp;สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยถึงความเสียหายของสายทางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงที่ได้รับความเสียหายจากอิทธิพลของพายุเบบินคา ประจำวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2561 ว่ามีสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ 3 จังหวัด จำนวน 4 แห่ง จำนวน 4 สายทาง &amp;nbsp;การจราจรผ่านได้ 1 แห่ง / ผ่านไม่ได้ 3 แห่งรายละเอียดสายทางที่การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีดังนี้ 1. จังหวัดน่าน ทางหลวงหมายเลข 1168 ตอน น่าน &amp;ndash; น้ำใส พื้นที่อำเภอภูเพียง ช่วงกม.ที่ 0 ระดับน้ำสูง 90 ซม. แนะนำเส้นทางเลี่ยง ไปอำเภอเมือง ไปอำเภอแม่จริม ใช้เส้นทางเลี่ยงแยกทางหลวงหมายเลข 101 ที่ กม.353 เข้าสะพานนาเหลืองพัฒนา ผ่าน อบต.นาเหลือง &amp;ndash; อบต.น้ำแก่น ผ่านที่ว่าการ อำเภอภูเพียง ไปออกทางหลวงหมายเลข 1168 ที่กม.2+000 (วัดพระธาตุแช่แห้ง) ไปอำเภอแม่จริม แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางหลวงหมายเลข 1169 ตอน ท่าล้อ &amp;ndash; เมืองพลวง พื้นที่อำเภอภูเพียง ช่วงกม.ที่ 0 ระดับน้ำสูง 60 ซม. แนะนำเส้นทางเลี่ยงไปอำเภอสันติสุข ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 เลี้ยวชวาที่บ้านผาสิงห์ ไปบ้านหาดผาขน ออกไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 1169 ที่ กม.11+625 บ้านเมืองจัง แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จังหวัดเชียงใหม่ ทางหลวงหมายเลข 118 ตอน เชียงใหม่ &amp;ndash; เชียงราย พื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด ช่วงกม.ที่ 45 &amp;ndash; 47 น้ำท่วมทางเบี่ยงขาด แนะนำเส้นทางเลี่ยง เส้นทางที่ 1 เชียงใหม่ (ทล.11) &amp;ndash; ลำพูน &amp;ndash; ลำปาง (ทล.1) &amp;ndash; พะเยา &amp;ndash; เชียงราย ระยะทางประมาณ 350 กม. &amp;nbsp;เส้นทางที่ 2 เชียงใหม่ (ทล.1001) พร้าว (ทล.1150) เวียงป่าเป้า แม่สรวย เชียงราย ระยะทางประมาณ 250 กม. &amp;nbsp;เส้นทางที่ 3 เชียงใหม่ (ทล.107) ฝาง &amp;ndash; (ทล.109) แม่สรวย (ทล.118) &amp;ndash; เชียงราย ระยะทางประมาณ 280 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการซ่อมแซมทางเบี่ยงทางหลวงหมายเลข 118 ทั้ง 4 จุด ดังนี้ จุดที่ 1 ที่กม.43 แล้วเสร็จอยู่ระหว่างเก็บความเรียบร้อย &amp;nbsp;จุดที่ 2 ที่กม.45 อยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ &amp;nbsp;จุดที่ 3 ที่ กม.46 แล้วเสร็จ อยู่ระหว่างเก็บความเรียบร้อย &amp;nbsp;จุดที่ 4 ที่กม.47 อยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซม คาดว่าจะเปิดการจราจรได้ในวันที่20 ส.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ดินสไลด์/ดินโคลนถล่ม พื้นที่ 2 จังหวัด &amp;nbsp;จำนวน 3 แห่ง จำนวน 2 สายทาง &amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง) ดังนี้ จังหวัดน่าน ทางหลวงหมายเลข 1081 ตอนบ้านเวร &amp;ndash; ห้วยโก๋น พื้นที่อำเภอบ่อเกลือ ช่วงกม.ที่ 121 ใช้ ทล.101 เดินทางไปอำเภอเฉลิมพระเกียรติแทน และบริเวณที่ กม.36+025 &amp;nbsp;- กม.36+200 ซ้ายทาง ผิวทางเกิดการทรุดตัว เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงสันติสุข ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือน และอำนวยความปลอดภัยด้านการจราจร &amp;nbsp;อุดรอยแตกปัจจุบัน การจราจรผ่านได้ 1 ช่องทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางหลวงหมายเลข &amp;nbsp;1081 ตอนบ่อเกลือ - เฉลิมพระเกียรติ์ ช่วงกม.ที่121+250 - กม.121+350 บ.ง้อมเปา ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ์ จ.น่าน ดินสไลด์ปิดผิวทาง การจราจรผ่านไม่ได้ หมวดทางหลวงเฉลิมพระเกียรติ์กำลังดำเนินการนำเครื่องจักรเข้าแก้ไขเปิดการจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;และ3.จังหวัดระนอง ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนกระบุรี &amp;ndash; หงาว พื้นที่อำเภอเมือง ช่วงกม.ที่ 584+500 แนะนำเส้นทางเลี่ยงให้ใช้ทางหลวงชนบท 4010 ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 4004 &amp;ndash; บ้านน้ำตก แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ หน่วยงานส่วนภูมิภาคในสังกัดกรมทางหลวงได้เข้าช่วยเหลือโดยการแจกน้ำ อาหาร และช่วยอำนวยความสะดวกขนย้ายสิ่งของแก่ผู้ประสบภัย ของหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทางหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ หรือ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15703</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดน่าน, ดินสไลด์ ดินโคลน, ทางหลวง, ธานินทร์  สมบูรณ์, อธิบดีกรมทางหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b79143c09878.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลสั่งร้านชมพูภูคาทำเรือแข่งจำลองมอบให้ผู้แทน4ชาติทีมกู้ภัยเป็นการขอบคุณช่วย13ชีวิตหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.61- เฟซบุ๊ก ราชสีห์ จิตอาสา โพสต์ข้อความระบุว่า รัฐบาลไทย ได้มอบหมายให้ ร้านชมพูภูคา จัดทำเรือแข่งจำลอง เพื่อมอบให้ผู้แทน 4 ประเทศ ที่มาช่วย 13หมูป่า ออกจากถ้ำ &amp;nbsp;เมืองน่านสุดยอดที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13067</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของที่ระลึก, จังหวัดน่าน, ถ้ำหลวง, ทีมกู้ภัยต่างชาติ, ทีมหมูป่า, ผู้แทน 4 ประเทศ, ร้านชมพูภูคา, เรือแข่งจำลอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b4350894583b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
