<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์​ปทุมฯ ลุยหนุนเลี้ยงจิ้งหรีด แหล่งโปรตีนทางเลือก เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานราก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.64 - นางรวีพรรณ ช้างเย็นฉ่ำ พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ฟาร์มสร้างสุข ตำบลบ้านงิ้ว อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ให้คำแนะนำส่งเสริมเชื่อมโยงโอกาส การเลี้ยงจิ้งหรีด แหล่งโปรตีนอาหารเทรนด์ใหม่ของโลก ตามนโยบาย &amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์) ด้านอาหารแนวใหม่ที่กำลังเป็นเทรนด์สำคัญของโลก โดยอาหารแห่งอนาคต (Future Food) และอาหารใหม่ (Novel Food) พบว่า &amp;ldquo;แมลง&amp;rdquo; มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งแคลเซียม ซิงค์ วิตามินบี 2 บี 12 ในปริมาณสูง มี โอเมกา 3 6 9 รวมทั้งไฟเบอร์ ซึ่งเป็นไฟเบอร์จากสัตว์เพียงชนิดเดียว ช่วยปรับสมดุลในลำไส้&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายอีกกว่า 10 ชนิด ส่วนแมลงที่มีอยู่นับล้านชนิด &amp;ldquo; จิ้งหรีด&amp;rdquo; ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด โดยมี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี เจ้าของฟาร์มจิ้งหรีด ให้การต้อนรับและพาเยี่ยมชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางรวีพรรณ ช้างเย็นฉ่ำ พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า การส่งเสริมเลี้ยงจิ้งหรีด มุ่งหวังให้เป็นอาชีพใหม่ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นแหล่งอาหารโปรตีนทางเลือก ทั้งยังเล็งเห็นโอกาสในการสร้างอาชีพและแหล่งรายได้ใหม่ให้แก่เกษตรกร สำหรับ &amp;ldquo;แมลงกินได้&amp;rdquo; มีแนวโน้มเป็นที่ต้องการของตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในฐานะแหล่งโปรตีนทางเลือกและอาหารแห่งอนาคต ด้วยคุณสมบัติการเป็น superfood ที่มีจุดเด่นในการเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพ และอุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อตอบโจทย์ทั้งทางด้านความมั่นคงทางอาหารและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตในยุคนิวนอร์มอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากปัจจุบัน แมลงเป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมจากตลาดทั้งใน และต่างประเทศ เป็นตลาดที่น่าจับตามอง เนื่องจากสถิติการส่งออกสินค้าแมลงมีชีวิต ไทยเป็นตลาดส่งออกสินค้าแมลงมีชีวิต อันดับที่ 17 ของโลก ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 ไทยส่งออกสินค้าแมลงสู่ตลาดโลก ปริมาณ 575 ตัน มูลค่า 85,346 เหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว ร้อยละ 29 เมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไทยส่งออก มูลค่า 34,519 เหรียญสหรัฐฯ (สัดส่วนการส่งออก ร้อยละ 40.45 ของการส่งออกแมลงอื่นๆทั้งหมด) ซึ่งจิ้งหรีด ก็นับเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่อยู่ในความสนใจของตลาด และยังมีกระบวนการเลี้ยงที่ไม่ต้องลงทุนสูง คืนทุนไว สามารถเลี้ยงได้ในพื้นที่จำกัด และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี มองเห็นโอกาสที่ดีในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ตลอดจนผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มของเกษตรกร ตลอดจนผลักดันให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP เพื่อสร้างมาตรฐาน และการยอมรับจากตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดแข็งของจังหวัดปทุมธานี ที่มีตลาดรวมกว่า 50 แห่ง หากมีการเชื่อมโยง และบูรณาการความร่วมมือที่ครอบคลุมทุกมิติ ก็จะยิ่งผลักดันได้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จึงมองว่า เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่มีความน่าสนใจ และสามารถสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน การค้าปรับตัวเร็ว อะไรที่เป็นเทรนด์สินค้าใหม่ๆ ถ้าผู้ประกอบการสามารถปรับตัวรับโอกาสได้เร็ว จะทำให้สามารถสร้างรายได้ครัวเรือน ชุมชนและจังหวัดในภาพรวม โอกาสที่จะส่งเสริมให้สามารถส่งออกไม่ยาก ถ้าฟาร์มมีมาตรฐาน สามารถส่งออกไปหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ เม็กซิโก สวิตเซอร์แลนด์ และกลุ่มอียู ฯลฯ จึงมองว่า เป็นอีกอาชีพที่สร้างรายได้ให้ฐานราก เราจึงส่งเสริมสินค้าที่มีโอกาส ตามหลักตลาดนำการผลิต ตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ คาดว่า การเลี้ยงแมลงเป็นอาหารปัจจุบันที่เลี้ยงกันเป็นอาชีพเสริมจะกลายเป็นอาชีพหลักในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี เจ้าของฟาร์มจิ้งหรีด เปิดเผยว่า ตนเองได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในการดำรงชีวิต ตนเองจึงได้ใช้พื้นที่ว่างเปล่าของเพื่อนในอำเภอสามโคก ประมาณ 1ไร่ สร้างโรงเรือนเพราะเลี้ยงจิ้งหรีด โดยใช้เวลาว่างช่วงเลิกงานราชการหันมาเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดพันธ์ทองดำ-ทองแดงจนเป็นที่ต้องการของตลาด พร้อมเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ ช่วยประชาชน เป็นรายได้เสริมช่วงโควิด-19 ระบาด โดยได้พาไปชมขั้นตอนต่างๆ ในการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดขาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น เริ่มจากการเพาะไข่ ซึ่งโดยปกติวงจรของจิ้งหรีด เมื่อโตเต็มวัยก่อนจับขาย จิ้งหรีดเพศเมียจะวางไข่โดยนำขันพลาสติก นำไปวางในบ่อเลี้ยง ใส่ ขุยมะพร้าว&amp;nbsp; น้ำ คลุกให้เข้ากันนำไปวาง จิ้งหรีดจะรู้เองว่าเป็นที่ที่เหมาะสำหรับการวางไข่ หลังได้ไข่จากการวางไข่ของจิ้งหรีดแล้ว เมื่อจำหน่ายตัวจิ้งหรีดออกไป ให้เก็บขันทั้งหมดไปวางไว้รวมกัน แล้วนำผ้าคลุมไว้ ไม่นานจิ้งหรีดจะฟักจากไข่ออกมาเป็นตัวเล็กๆ เป็นจุดเริ่มต้นของพันธุ์จิ้งหรีดที่จะใช้เลี้ยงในรุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุปกรณ์สำหรับเลี้ยงจิ้งหรีดที่ต้องลงทุนในระยะแรกคือ การสร้างโรงเรือน กระบะไม้ แผงไข่ อุปกรณ์ให้น้ำ เป็นการลงทุนถาวร ส่วนอุปกรณ์การเลี้ยงที่เป็นต้นทุน ทุกครั้งเมื่อถึงรอบจับทุก 45 วัน คือ อาหารสำเร็จรูป ซึ่งหากไม่ใช้อาหารสำเร็จรูป ก็สามารถใช้พืชหรือใบไม้ในการเลี้ยงจิ้งหรีดได้เช่นกัน แต่ต้องเป็นพืชที่ปลอดสารเคมี ส่วนแผงไข่ ใช้สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของจิ้งหรีด ควรปราศจากความชื้น หากชื้นหรือผุพัง ก็ต้องเปลี่ยนแผงไข่ใหม่ อาจจะเปลี่ยนเฉพาะแผงที่ชำรุด เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้ โดยจับขายในราคากิโลกรัมละ 100-120 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจิ้งหรีดนั้นสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลายอย่าง ส่วนใหญ่นิยมนำมาทอด ลาบ คั่ว อบกรอบปรุงรส ทำน้ำพริก และสามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ผงโปรตีนจิ้งหรีดใช้ในการผสมในอาหารประเภทต่างๆ เช่น พาสต้า คุกกี้ เค้ก หรือพิซซ่า หลายคนที่เคยชิมต่างติดใจในรสชาติ นอกจากจะมีรายได้จากการจำหน่ายตัวจิ้งหรีดแล้ว ยังสามารถนำมูลจิ้งหรีดมาทำเป็นปุ๋ยขาย เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนาคตเราจะทำแบบครบวงจร ให้ชาวบ้านในพื้นที่มีส่วนร่วม ตั้งกลุ่มขยายฐานการผลิต สร้างรายได้ให้ชุมชน&amp;nbsp;ป้อนความต้องการของตลาดอาหารทางเลือกโปรตีนสูง ให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์จากแมลงได้ง่ายขึ้น เพราะกินโดยที่ไม่ต้องเห็นตัวเป็นๆ แต่มาในรูปแบบของการแปรรูปเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;หากสนใจเข้าเยี่ยมชมหรือศึกษาดูงานการเลี้ยงจิ้งหรีด ติดต่อได้ที่เบอร์ 081-882-4623&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114350</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปทุมธานี, พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี, ฟาร์มจิ้งหรีด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_61248581c4987.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธารน้ำใจหลั่งไหลบริจาคโลงศพ 300 ใบ ช่วยวัดดังเมืองปทุมฯใส่เผาเหยื่อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ วัดชินวรารามวรวิหาร ต.บางขะแยง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี พระครูสมุห์วัชระ ภทฺทธมโม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม พระมหาทวี โพธิเมธี เจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญา,&amp;nbsp;เลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมืองนนทบุรี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี และคณะศิษย์ร่วมทำบุญมอบหีบศพให้กับผู้ยากไร้ &amp;quot;โควิด&amp;nbsp;19&amp;quot;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ใบ ให้กับ วัดชินวรารามวรวิหาร ต.บางขะแยง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี เพื่อไว้ใส่ศพผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระครูสมุห์วัชระ ภทฺทธมโม&amp;nbsp;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่ใช่ยอดผู้ติดเชื้อเท่านั้นที่เพิ่ม ผู้เสียชีวิตก็พุ่งสูงขึ้นด้วย ผู้เสียชีวิตต่อวันมีจำนวนมากขนาดนี้ ในสภาวะที่รายได้หด ครอบครัวผู้สูญเสียโศกเศร้า บางคนเสียชีวิต ญาติพี่น้องถูกกักตัวไม่สามารถมาร่วมฌาปนกิจศพได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาตมาจึงบอกบุญ ให้กับญาติโยมลูกศิษย์ทุกท่าน ร่วมทำบุญบริจาคโลงศพ ให้แก่ศพที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19&amp;nbsp;ในเบื้องต้น คณะศิษย์ฯ ได้ร่วมบริจาคซื้อโลงศพแล้ว 300 ใบ โดยวันนี้คณะศิษย์ฯ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันยกโลงศพที่นำมาส่งจากร้านสุริยาหีบศพ 2499(พรานนก-ศิริราช) ลงจากรถมาเรียงไว้ที่ศาลาหน้าเมรุเผาศพวัดชินวรารามฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อานิสงค์การทำบุญบริจาคโลงศพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วยเสริมชะตาให้แข็งแกร่ง เปรียบเหมือนการต่อชะตาไปในตัว ช่วยผ่อนเคราะห์ร้ายจากหนักเป็นเบาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เสริมดวงให้ตัวเอง และที่สำคัญ ณ เวลานี้ทุกคนต้องช่วยกันเพราะมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มขึ้นทุกวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราจะต้องผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางวัดได้รับฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตที่ติดเชื้อโควิด รวมถึงศพไร้ญาติ หรือญาติไม่มีเงิน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ญาติโยมเข้าวัดมาทำบุญ ยามนี้ถึงเวลาที่วัดต้องช่วยญาติโยมบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีศพผู้เสียชีวิตมากขนาดนี้ ในเบื้องต้นขออนุโมทนา พระครูสมุห์วัชระ ภทฺทธมโม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม พระมหาทวี โพธิเมธี เจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญา,&amp;nbsp;เลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมืองนนทบุรี และคณะศิษย์ร่วมทำบุญมอบหีบศพให้กับผู้ยากไร้&amp;quot;โควิด 19&amp;quot; และประชาชน ที่ร่วมด้วยช่วยกัน บริจาคโลงศพในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ในแต่ละวันจะมีศพโควิดเข้ามาวันละ3-7 ราย ศพโควิดส่วนใหญ่จะรับมาจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีทั้งศพที่เป็นคนไทย แรงงานต่างชาติเมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา การเผาศพโควิดจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ไม่สามารถเปิดเตาพลิกศพได้ ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าการเผาศพคนปกติ โดยพระสงฆ์นั้นต้องดำเนินการเองทุกอย่างตั้งแต่ยกศพ สวดศพ เผาศพ รวมถึงเก็บกระดูกเอง เมรุเผาศพทางวัดก็จะพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ทั้งก่อนเผาและหลังเผาศพผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;ทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) ได้ให้คติธรรมว่า คนเรามีอยู่ 3จ. คือ ยามจน ยามเจ็บ ยามจาก เรียกว่าเห็นใจกัน ยามจน เราก็ต้องช่วยเหลือกัน ยามเจ็บเราก็ต้องคอยดูแลถามข่าวคราวกัน และสุดท้ายก็คือยามจากก็คือตาย เพราะฉะนั้น ยามจน ยามเจ็บ ยามจาก เป็นเครื่องหมายให้เห็นใจซึ่งกันและกัน ในวันนี้ญาติโยมทั้งหลายที่ร่วมกันบริจาคโลงศพ ขอให้อานิสงส์ผลบุญทั้งหลายในการตั้งใจและเจตนาในครั้งนี้ ขอคำว่าไม่มีจงอย่าบังเกิดกับพวกเราทั้งหลายตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะให้วัดต่างๆ สามารถเบิกงบประมาณในการเผาศพโควิดได้ แต่วัดชินวรารามวรวิหารกลับไม่ได้เขียนโครงการเพื่อเบิกงบประมาณดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้มีญาติโยมที่มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคเพื่อสนับสนุนการเผาศพโควิด เช่น น้ำมันต้องใช้จำนวนมากวันละ 200 ลิตร ราคา 5,900 บาท เผาได้ 3 ศพเท่านั้น ขณะนี้ก็เริ่มมีญาติโยมที่รู้ข่าวมาบริจาคเงินเพื่อสร้างกุศลร่วมกันในครั้งนี้ สำหรับใครสนใจอยากทำบุญ สามารถร่วมกันบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงเทพ เลขบัญชี 912 300 2777 พระมงคลวโรปการหรือที่ว่าการอำเภอเมืองปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112268</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปทุมธานี, บริจาคโลงศพ, วัดชินวรารามวรวิหาร, เผาศพโควิด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610b3faa3631b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัดพวงแก้ว&#039; เปิดกุฏิสงฆ์เป็นศูนย์พักคอยรับผู้ป่วยโควิดได้ 40 เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.64 - ที่วัดพวงแก้ว ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี นายสมชาย ตรีณาวงษ์ นายอำเภอหนองเสือ พร้อม นายพิษณุ พลธี สส.เขต.6 พรรคภูมิใจไทย นายสมคิด เจริญพันธ์ สาธารณสุขอำเภอหนองเสือ นายสำเนียง บุญนะ นายก อบต.บึงบอน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน)หรือ อสม. ลงพื้นที่ดูความพร้อมของศูนย์ดูแล COVID-19 ชุมชน (Community isolation)หรือศูนย์พักคอย วัดพวงแก้ว อ.บึงบอน ในพื้นที่ อำเภอหนองเสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย ตรีณาวงษ์ นายอำเภอหนองเสือ เปิดเผยว่าศูนย์ดูแล COVID-19 ชุมชน (Community isolation)หรือศูนย์พักคอยแห่งนี้ เป็นศูนย์พักคอยชุมชนแห่งแรกของอำเภอหนองเสือและมีความเหมาะสมเนื่องจากปัจจุบันผู้เชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการหรือผู้ป่วยที่จัดอยู่ในกลุ่มสีเขียว ที่ต้องกักตัวเองอยู่ที่บ้าน หลายคนไม่สะดวกเนื่องจากต้องพักอาศัยกับคนในครอบครัวที่ยังไม่ติดเชื้อ เพื่อเป็นการลดการแพร่กระจายของเชื้อในชุมชน ซึ่งกุฏิวัดพวงแก้วแห่งนี้ มี 10ห้อง สามารถจัดตั้งเตียงผู้ป่วยได้ 40 เตียง สำหรับรองรับผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเล็กน้อย (สีเขียว) โดยทางสาธารณสุขได้จัดเตรียมที่นอน หมอน หน้ากากอนามัย สเปรย์ แอลกอฮอล์ พัดลม ไว้ตามห้องพักทุกห้องในกุฏิสงฆ์ เพื่อเตรียมใช้เป็นสถานที่กักตัวผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โดยมีเจ้าหน้าที่ของ อบต.บึงบอน มาทำการฉีดน้ำยาพ่นฆ่าเชื้อ และทำเขตห้ามเข้าเพื่อที่จะให้ชาวบ้านรู้ โดยจะรับผู้ป่วยเข้าศูนย์พักคอยได้ในวันนี้ช่วงเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระครูวิจิตรรัตนาธาร (พระอาจารย์อำนาจ) เจ้าอาวาสวัดพวงแก้ว เปิดเผยว่า สมัยก่อนสถานที่แห่งนี้ เป็นกุฏิของพระสงฆ์เก่า มีสองชั้น 10 ห้อง มีห้องน้ำด้านล่าง เมื่อครั้นเจ้าอาวาสองค์ที่ผ่านมาใช้กุฏิแห่งนี้เป็นที่รักษาผู้ป่วยในพื้นที่ โดยชาวบ้านละแวกนี้พายเรือเพื่อมาทำการรักษากันเป็นประจำถือว่าเป็นโรงหมอของชุมชนก็ว่าได้ ซึ่งในสภาวะปัจจุบัน เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อาตมาเห็นว่ากุฏิหลังนี้ไม่ได้ใช้งาน จึงมอบให้ อำเภอหนองเสือ สาธารณสุข อบต.บึงบา ปรับปรุงให้เป็นศูนย์พักคอยชุมชน ไว้นำผู้ป่วยมาพักคอยและรับการรักษา ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ที่เจ้าอาวาสองค์ที่ผ่านมาตั้งใจไว้ ในการช่วยเหลือชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพิษณุ พลธี ส.ส.เขต.6 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมา ในพื้นที่หนองเสือ คลองหลวง และธัญบุรี ตนเองได้ลงพื้นที่มอบสเปรย์ แอลกอฮอล์ เตียงสนาม หน้ากากอนามัย สิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ให้กับพี่น้องประชาชนและศูนย์พักคอยชุมชนมาโดยตลอด ซึ่งศูนย์พักคอยชุมชนวัดพวงแก้วแห่งนี้เป็นศูนย์พักคอยแห่งแรกของอำเภอหนองเสือ เพื่อที่รองรับผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเล็กน้อย (สีเขียว) ได้แยกตัวจากชุมชน เพื่อสังเกตอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตอนนี้ ตนเองมี รถแอมบูแลนซ์ รถพยาบาล 2 คัน เพื่อจะรับพี่น้องประชาชนผู้ป่วยจากโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยชุมชนทุกคน เพื่อส่งผู้ป่วยไปเอกซเรย์ปอดที่โรงพยาบาล &amp;nbsp;ประสานงานล่วงหน้ามาได้ที่ตนเอง ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณบริษัทต่างๆในพื้นที่ ที่มาร่วมบริจาคและเห็นใจให้สนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อในครั้งนี้ เพราะสิ่งสำคัญคือ ความเห็นอกเห็นใจ ความเสียสละ ช่วยเหลือและแบ่งปันกัน ในยามเกิดวิกฤติ โดยตนเองจะยังคงคอยสนับสนุนการทำงานของหน่วยงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการต่อสู้วิกฤติ เพื่อให้วิกฤตการณ์นี้ผ่านพ้นไปได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110975</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปทุมธานี, วัดพวงแก้ว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fbf342767b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทศบาลตำบลบ้านใหม่ เมืองปทุมฯ เปิดศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิดสีเขียว 100 เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp;ก.ค.64 - ที่ศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Community isolation)&amp;nbsp;ชุมชนเทศบาลตำบลบ้านใหม่&amp;nbsp;อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี&amp;nbsp;นายมนตรี ลังกาพินธุ์ นายอำเภอสามโคก&amp;nbsp;พล.ต.ต.พงศ์พิชญ์ วงศ์สวัสดิ์ ผบก.ตชด.ภาค 1 นายสมบูรณ์ ปานย้อย นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่&amp;nbsp;สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอเมืองปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนามชุมชนหรือศูนย์พักคอย (Community Isolation)&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เตียงของเทศบาลตำบลบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนโดยเฉพาะเทศบาลตำบลบ้านใหม่ที่ร่วมมือร่วมใจกันจัดตั้งศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19 ชุมชนแห่งนี้ขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ได้เฝ้าระวังแล้วก็ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เราจะต้องแยกคนไข้ที่ไม่สะดวก บ้านที่มีผู้ติดเชื้อและอยู่กันหลายคน ก็จะนำมาอยู่ที่นี่ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ดูแลก่อน เมื่อถึงวันเอ็กซเรย์ ก็จะนำรถของเทศบาลมารับไปเอ็กซเรย์ โดยทุกอำเภอจะมีสถานที่พักคอยเพื่อรอเตียง มีบุคลากรทางการแพทย์และทุกภาคส่วนเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน มีการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp;และการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation)&amp;nbsp;ในสถานการณ์เช่นนี้ต้องเป็นต้องร่วมมือร่วมใจกัน ฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี กล่าวว่าศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;Community Isolation&amp;nbsp;คือ การดูแลตนเองในระบบชุมชนให้กับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน ผู้ที่สามารถเข้ารับบริการได้ ได้แก่ ผู้ติดเชื้อโควิด -19 ที่มีอาการไม่รุนแรง (สีเขียว) ที่ยังอยู่ในระหว่างการรอเตียง และกลุ่มผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI)&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ขยายวงกว้างและมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาผู้ติดโควิด-19&amp;nbsp;รวมทั้งป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค อำเภอเมืองปทุมธานี โดยเทศบาลตำบลบ้านใหม่&amp;nbsp;จึงตั้งศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19(Community isolation)&amp;nbsp;ชุมชนแห่งนี้จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเล็กน้อย (สีเขียว)&amp;nbsp;ไว้รองรับผู้ป่วยในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาดในชุมชนโดยขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชน ใส่หน้ากากอนามัย ทุกครั้งที่เดินทางออกจากบ้าน โดยเว้นระยะห่าง ไม่ใกล้ชิดกันในระยะ1-2เมตร เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ขอให้พี่น้องประชาชนอดทนสักนิด แล้วเราจะผ่านวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมบูรณ์ ปานย้อย นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่ เปิดเผยว่า ศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19 ชุมชนแห่งนี้เกิดขึ้นได้จากธารน้ำใจของผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสมทบทุนให้กับเทศบาลตำบลบ้านใหม่ นำอาคารเอนกประสงค์ของเทศบาล นำมาพัฒนาปรับปรุงและเตรียมความพร้อมให้เป็นโรงพยาบาลสนามชุมชน ขนาด 100เตียง และได้น้ำใจของผู้คนในชุมชนที่ผนึกกำลังกันมาช่วยดูแลผู้ป่วย มุ่งลดการแพร่ระบาดเชื้ออย่างรวดเร็วในชุมชน และลดปัญหาความแออัดในโรงพยาบาล &amp;ldquo;Community Isolation&amp;nbsp;จะช่วยลดปัญหาการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วได้ เราจำเป็นต้องแยกผู้ติดเชื้อ ออกจากชุมชนโดยเร็วที่สุดในศูนย์แห่งนี้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์การใช้ชีวิตประจำวันสำหรับผู้ป่วยตลอด&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน มีกล้องวงจรปิดดูแลตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง มีWi-Fi,&amp;nbsp;โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต ช่องทางการสื่อสารกับผู้ป่วย ช่วยให้เห็นหน้าคนไข้ สามารถสังเกตอาการเหนื่อยหอบขณะพูดคุยได้ มีบุคลากรทางการแพทย์ ใส่ชุด&amp;nbsp;PPE&amp;nbsp;ครบถ้วนตามมาตรฐานเข้าไปสร้างความเข้าใจการทำกิจกรรมแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมาเทศบาลตำบลบ้านใหม่มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ จำนวน 6 คน เราจะตั้งเป้าหมายไว้ว่า ต่อจากนี้ไปจะไม่มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ในพื้นที่ เบื้องต้นเราจะพาผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเล็กน้อยมาที่ศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;(Community isolation)&amp;nbsp;ชุมชนเทศบาลตำบลบ้านใหม่&amp;nbsp;โดยมีแพทย์คอยดูแลและให้คำแนะนำ ศูนย์แห่งนี้เราได้ช่วยกันทำงาน โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลตำบลบ้านใหม่ ชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมแรงร่วมใจ สนับสนุน ดูแล อยากให้ท้องถิ่นทุกท้องถิ่นเปิดศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19 ชุมชนในทุกพื้นที่ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110715</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปทุมธานี, ศูนย์พักคอย, เตียงโควิด, เทศบาลตำบลบ้านใหม่, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f918da78408.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านแห่รับยาเคอร่า สมุนไพรทางเลือกรักษาโควิด เตรียมแจก 1 แสนกล่อง โต้เป็นเฟกนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - นายเสวก ประเสริฐสุข รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้เดินทางมามอบยาสมุนไพรเคอร่า (Kerra)&amp;nbsp;ให้กับผู้นำชุมชนที่ร้องขอและโทรหาเพื่อนำไปรักษาประชาชนในพื้นที่ และผู้ที่ต้องการยาไปรักษาญาติพี่น้องของตนเอง ซึ่งบางรายขับรถจักรยานยนต์มาจากบางกระปิ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสวก ประเสริฐสุข รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่าหลังจากมีกระแสข่าวว่ายาเคอร่า เป็นเฟกนิวส์และไม่มีผลวิจัยยอมรับนั้น ในวันนี้เราจึงต้องออกมาชี้แจ้งให้ประชาชนรับทราบ เราไม่เคยโฆษณาชวนเชื่อว่าสามารถรักษาอาการป่วยโควิดได้ มีเพียงแต่ผู้ป่วยโควิดที่ทานยาเคอร่าที่เรานำเอาไปให้ทานแล้วหายเป็นจำนวนมากจากนั้นก็บอกต่อๆกันไป&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยที่กำลังได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เราจะช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แล้วให้ผู้ป่วยนอนรอเตียงให้รักษา ขนาดสื่อของรัฐยังมาสัมภาษณ์ตนเองแล้วจะมาหาว่าเป็นข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ได้ยังไง ที่ผ่านมาทางบริษัทก็นำยามาบริจาคให้กับโรงพยาบาลสนามอาชีวะรักษ์ปทุมของ อบจ.ปทุมธานี 3 หมื่นกล่องและให้ตนเองแจกจ่ายกับประชาชนที่ต้องการจะรับยาสมุนไพรทางเลือกนี้ไปรักษา และบางส่วนตนเองก็ได้ใช้เงินส่วนตัวซื้อมาเพื่อที่จะรักษาให้กับประชาชนผู้ติดเชื้อในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากขอร้องให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันคิดวางแผนสนับสนุนนำสมุนไพรทางเลือกนี้มาแจกจ่ายให้กับประชาชนฟรี เพราะสถานการณ์แบบนี้ เราต้องให้ประชาชนมีทางเลือกในการรักษา และผลวิจัยก็บอกว่าสามารถยับยั้งเอนไซม์&amp;nbsp;main protease&amp;nbsp;ที่ไวรัสโควิด-19 ใช้ในการขยายตัวเพิ่มจำนวนในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เวลานี้เราต้องทำทุกวิธีที่ให้ประชาชนปลอดภัยและเสียชีวิตให้น้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบันเราก็ใช้ฟ้าทะลายโจรซึ่งเป็นสมุนไพรไทยมาร่วมรักษาให้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดอยู่แล้ว และยาสมุนไพรเคอร่า (Kerra)&amp;nbsp;ก็เป็นยาสมุนไพรทางเลือกในวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างมากในขณะนี้&amp;quot;นายเสวก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวอัญชลี&amp;nbsp;ผมหอม ซึ่งขับรถจักรยานยนต์มาจาก ซอยนวมินทร์33&amp;nbsp;แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ตอนนี้ที่บ้านได้ติดโควิด 3 คนโดยมีผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบ โรคปอด และเบาหวานนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านเนื่องจากไม่มีโรงพยาบาลรักษา โดยคุณปู่แนะนำให้มาเอายาตัวนี้จากท่านรองนายก อบจ.ปทุมธานี ตนเองเลยโทรนัดกันแล้วขับรถจักรยานยนต์กับน้องสาวมาหาเพื่อที่จะนำยาไปรักษาอาการป่วยของคนในบ้าน อย่างน้อยก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษา และที่ผ่านมามีคนหลายคนบอกว่าทานยาตัวนี้แล้วอาการป่วยดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.ภัทร หนังสือ ประธานกรรมการ บริษัท อีสเทิร์นเฮิร์บ และเวชกรโอสถ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเคอร่า (Kerra)และ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ทีมวิจัย แถลงข่าวว่า ผลการวิจัยผลิตภัณฑ์สมุนไพรเคอร่ามีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่ไวรัสโควิด-19 ใช้ในการขยายตัวสูงกว่าฟ้าทะลายโจรถึง 100 เท่าจากผลการวิจัยในหลอดทดลองของห้องปฏิบัติการชีวเคมีคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่พบว่า ยาเคอร่ามีประสิทธิภาพในการยับยั้งเอนไซม์&amp;nbsp;main protease&amp;nbsp;ที่ไวรัสโควิด-19 ใช้ในการขยายตัวเพิ่มจํานวนในร่างกายโดยมีประสิทธิภาพสูงกว่าสาร&amp;nbsp;Andrographolide&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสารสำคัญในฟ้าทะลายโจรถึง 100 เท่า ซึ่งในฟ้าทะลายโจรผงมีสาร&amp;nbsp;Andrographolide&amp;nbsp;เพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นโดยน้ำหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นยาเคอร่าจึงมีประสิทธิภาพการยับยั้งเอนไซม์&amp;nbsp;main protease&amp;nbsp;ที่สูงกว่าฟ้าทะลายโจรผงและสูงกว่ายาแผนปัจจุบันหลายชนิดที่เป็นยาต้านไวรัส และในปัจจุบันยาเคอร่าได้รับการยอมรับให้ใช้ในโรงพยาบาลรัฐบาลและโรงพยาบาลสนามหลายแห่ง ซึ่งพบว่าการรักษานั้นได้ผลดี ซึ่งผลการวิจัยนี้บริษัทได้ลงทุนหลายล้านบาท ให้เป็นความหวังสำหรับคนไทยในยามวิกฤติ ผลการวิจัยประสบความสำเร็จ รายการผลิตยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งไวรัสที่ดี ซึ่งเทียบกับยาแผนปัจจุบันที่ใช้ต้านไวรัสในประเทศไทยยาเคอร่ามีฤทธิ์ยับยั้งไวรัสที่ดีกว่าหลายเท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางบริษัทต้องการ แจกยาเคอร่า 100,000 กล่อง มูลค่า 40 ล้าน ฟรีให้ประชาชน สำหรับผู้ประสงค์ขอรับยาให้ลงทะเบียนผ่านไลน์&amp;nbsp;@heroline&amp;nbsp;แล้วกดช่องขอรับยาฟรี จากนั้นส่งรูปถ่ายสำเนาบัตรประชาชนขีดฆ่าเขียนข้อความ &amp;ldquo;เพื่อการรับยาเคอร่า&amp;rdquo; แล้วลงลายมือชื่อรับรองส่งในไลน์&amp;nbsp;@herbline&amp;nbsp;และบริษัทฯจะแจ้งกำหนดการรับยาฟรี (ท่านละ 2 กล่อง) ผู้ที่ลงทะเบียนซ้ำจะถูกตัดสิทธิทุกกรณี โดยบริษัทฯจะแจ้งวันเวลาที่ให้เข้ารับยาโดยรับได้ที่สํานักงาน บริษัท อีสเทิร์นเฮิร์บ จำกัด เลขที่ 829/29-30 ซอยประชาชื่น 27 แขวงและเขตบางซื่อ กทม. ซึ่งจะแจกจ่ายยาตามวันและเวลาที่กำหนดเท่านั้นโดยกำหนดแจกตามบัตรคิวที่จะแจ้งผ่านทางไลน์&amp;nbsp;@heroline&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้คับคั่งจนเกินไป หากครบจำนวนจะแจ้งผ่าน&amp;nbsp;Line @&amp;nbsp;ต่อไป และเริ่มลงทะเบียนขอรับยาได้ตั้งแต่วันที่ 18-25 ก.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การที่มีบางเพจออกมาให้ข้อมูลว่า ยาเคอร่าไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท รวมทั้งทำให้ประชาชนเสียโอกาสในการเข้าถึงยาสมุนไพรที่มีคุณภาพ จึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จตามพรบ.คอมพิวเตอร์ซึ่งบริษัทจะได้แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110083</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปทุมธานี, ฟ้าทะลายโจร, สมุนไพรเคอร่า, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f2b29ba761c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.ภ.1 คุมตัวโจรชิงทองย่านลำลูกกา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้างทองบางกอกโกลด์ส ภายในห้างเทสโก้โลตัส สาขาลำลูกกาคลองสอง&amp;nbsp;หมู่ 18 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุภธีร์&amp;nbsp;บุญครอง รอง ผบช.ภ.1&amp;nbsp;พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี&amp;nbsp;พ.ต.อ.วิษณุรักษ์ พรหมเมศร์ ผกก.สภ.คูคต ได้ร่วมกันนำตัวนายสมชาย พวงบุญ หรือ เอ้ อายุ 33 ปี ที่อยู่ 45/165 ม.1 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 391/2564 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในข้อหา &amp;ldquo;ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด ในเวลากลางคืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่าโดยสืบเนื่องเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.64 เวลาประมาณ 19.35 น. นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาเส้นทางการหลบของผู้ก่อเหตุและสืบสวนหาข่าวจนทราบว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีการจับกุมไปยังพื้นที่จังหวัด สิงห์บุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยบริเวณ ถนนศรีพรหมโสภิต อ.เมือง จ.สิงห์บุรี จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่าคือ นายสมชายหรือเอ้ พวงบุญ พร้อมสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท จำนวน 4 เส้น อยู่ภายในกระเป๋าที่นายสมชายสะพายอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายสมชาย&amp;nbsp;รับว่าสร้อยคอทองคำดังกล่าวได้มาจากการชิงทรัพย์ร้านทอง &amp;ldquo;bangkok golds&amp;rdquo;&amp;nbsp;ภายในห้างเทสโก้โลตัส ม.18 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.64 เวลาประมาณ 19.35 น.ทั้งหมด 6 เส้น โดย 2 เส้นผู้ต้องหาได้จำนำไว้ที่จังหวัด ปทุมธานี จำนวน 1 เส้นและจังหวัด สิงห์บุรี จำนวน 1 เส้น จึงนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา นายสมชาย หรือเอ้ พวงบุญ อายุ 33 ปี ที่อยู่ 45/165 ม.1 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;ในข้อหา &amp;ldquo;ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด ในเวลากลางคืน&amp;rdquo; ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 391/2564 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 พร้อมด้วยของกลาง 1.สร้อยคอทองคำ จำนวน 4 เส้น น้ำหนักเส้นละ 10 บาท รวมน้ำหนัก 40 บาท 2.ตั๋วรับจำนำโรงรับจำนำเมืองสิงห์บุรี ที่อยู่ 190/38 ม.7 ต.บางมัญ อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี เล่มที่ 3 เลขที่ 260&amp;nbsp;ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เวลา 13.51.22 นาฬิกา จำนวนเงิน 210,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ใบเสร็จรับเงินซื้อขายทองร้านทองเพชรรัตน์ เลขที่/เล่มที่ 441/86 น้ำหนักทอง 151.9 กรัม ราคา 230,000 บาท&amp;nbsp;ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2564&amp;nbsp;4.เสื้อใน แขนสั้นสีเทาที่ใช้ในการก่อเหตุ จำนวน 1 ตัว 5.กางเกง ขายาว สียีนส์ ที่ใช้ในการก่อเหตุ จำนวน 1 ตัว 6.รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อ&amp;nbsp;NIKE&amp;nbsp;ที่ใช้ในการก่อเหตุ จำนวน 1 คู่ 7.มีดทำครัวรวมด้ามจับ ที่ใช้ในการก่อเหตุ ขนาดความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108279</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีชิงทรัพย์, จังหวัดปทุมธานี, ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด, ชิงทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd4ed359388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบโจรบุกเดี่ยวชิงทองย่านลำลูกกา รับสารภาพติดหนี้พนันบอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิษณุรักษ์ พรหมเมศร์ ผกก.สภ.คูคต ได้ควบคุมตัวคนร้ายใช้มีดบุกชิงทอง ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าย่าน ลำลูกกา คลอง 2 ได้ทองรูปพรรณน้ำหนัก 10 บาท รวม 6 เส้น มูลค่ากว่า 1 ล้าน 6 แสนบาท ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.คูคต จังหวัดปทุมธานี สามารถจับกุมคนร้าย ได้แล้วที่บ้านเกิดภายใน จ.สิงห์บุรี โดยทราบชื่อต่อมาว่า นายสมชาย พวงบุญ หรือ นายเอ๋ อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 34/165 หมู่ 1 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยของกลาง สร้อยคอทองคำทั้งหมด 4 เส้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเส้นแรกจำนำไว้ที่ร้านทองย่านคลอง 6 จำนวน 1 เส้น และอีก 1 เส้นไปจำนำไว้ที่ จ.สิงห์บุรี อีก 1 เส้นในราคา 210,000 บาท โดยจากการจับกุมเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เพราะตนเป็นหนี้หลายอย่าง รวมถึงการเล่นพนันฟุตบอลด้วย โดยวันเกิดเหตุ ตนได้มาดูลาดราวตั้งแต่ช่วงบ่าย ได้มาดูลาดราว 3 รอบ ก่อนที่จะอาศัยช่วงคนน้อยโดยห้างใกล้ปิดจึงก่อเหตุ แล้ววิ่งหลบหนีออกมาว่าจ้าง จยย.รับจ้าง ไปส่งยังด้านในตลาดนานาเจริญ ก่อนที่จะนั่งรถเข้าไปที่โรงแรมที่เช่าไว้ใกล้ๆตลาดนานาเจริญ แล้ว นั่งรถกลับบ้านย่านคลองหก จนเช้าได้นำทองไปจำนำไว้ที่ร้านทองย่านคลอง 6 เมื่อได้เงินมาได้นำเงินไปไถ่กล้อง ก่อนจะขับรถกระบะ ของน้องชายหลบหนีไปที่จังหวัดสิงห์บุรี และไปจำนำทองอีก 1 เส้น ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาจับกุมตัวได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเงินที่ได้มานำไปใช้หนี้ และ ไถ่ถอนสิ่งของที่ไปจำนำไว้ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน และ พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น. ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108240</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปทุมธานี, ชิงทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd0e24495e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
